กลับถึงบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก็ประมาณตอนสิบโมงครึ่งซูฮ่าวเล่นเกมไปหลายรอบแล้วจากนั้นก็ช่วยไป๋เหวินหลิงจัดการเอกสาร หลังจากนั้นทานอาหารเที่ยงด้วยกัน
บ่ายสองโมงซูฮ่าวขับรถลัมโบร์กีนี เรเบนตันมาถึงวิลล่าพักร้อนฉิงหยุน
ซูฮ่าวจอดรถและถือผลไม้หนึ่งถุงเดินเข้าไปในวิลล่าแล้ว
เวลานี้เย่เฉียวเฉี่ยวกำลังเรียนเต้นรำตามในโทรทัศน์อยู่ในห้องโถงของวิลล่า สีหน้าของเด็กสาวฟื้นฟูดีมาก และเต้นรำอย่างกระตือรือร้น
“พี่ชาย!”เย่เฉียวเฉี่ยวราวกับสังเกตเห็นจากทางด้านหลังจากนั้นเธอก็หยุดเต้นแล้ว และเผยสีหน้าที่ดีอกดีใจออกมา
“เฉียวเฉี่ยวเต้นได้ไม่เลว” ซูฮ่าววางผลไม้ไว้อีกด้าน และลูบหัวของเธอ “เด็กก็ควรออกกำลังกายให้มากๆ เพื่อสุขภาพที่ดี”
“หนูจะบอกความลับให้พี่พี่สาวสอนหนูเต้น การเต้นพี่สาวก็ช่วยหนูเลือก!” เย่เฉียวเฉี่ยวเข้ามาพูดข้างๆหูของซูฮ่าว พลางพูดอย่างมีลับลมคมใน
“โธ่!” ซูฮ่าวแกล้งประหลาดใจและกวาดตามองห้องโถง พลางถามและหัวเราะว่า “พี่สาวเธอล่ะ?”
“พอดีพี่สาวรดน้ำดอกไม้ในสวนดอกไม้แล้วเหงื่อออกเยอะ ก็เลยไปอาบน้ำ” เย่เฉียวเฉี่ยวชี้ห้องอาบน้ำที่อยู่ด้านในสุดของห้องโถงและพูดพลางหัวเราะคิกคัก
เมื่อเสียงจบลง ประตูห้องอาบน้ำก็ค่อยๆเปิดออก
เห็นเย่จื่ออี๋ที่หัวเปียกเดินออกมาจากในห้องอาบน้ำอย่างช้าๆในมือยังถือผ้าขนหนูที่เอาไว้เช็ดผม
เธอไม่ได้สวมกางเกงแต่สวมเสื้อปิดก้น เสื้อก็ปิดส่วนก้นของเธอพอดีเผยขาที่เรียวยาวและขาวเนียนทั้งสองข้างออกมา ดูยั่วยวนเป็นอย่างมาก
อาจจะเป็นเพราะเสื้อตัวนี้สวมใส่มาหลายครั้งแล้วจึงยับและหดตัว ทำให้ตอนที่เธอเดิน จะต้องดึงเสื้อผ้าลงแต่บางครั้งก็ปิดท่อนล่างไม่มิด
“พี่สาวพี่ชายมาแล้ว!” เย่เฉียวเฉี่ยวเห็นเย่จื่ออี๋เดินออกมาจากห้องอาบน้ำก็ตะโกนพลางกระโดดโลดเต้น
เย่จื่ออี๋ที่อยู่ด้านหน้าก็ผงะไป เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง สายตามองไปที่ซูฮ่าว และพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาที่ท่อนล่างของตนเองอยู่
เธอตะลึงงันและก้มหน้ามอง จากนั้นก็ร้องออกมาอย่างตกใจ และรีบหันหลังพุ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำทันที
ซูฮ่าวรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขาไม่เคยคิดว่า เย่จื่ออี๋อาบน้ำแล้วจะสวมแค่ชุดปิดก้นตัวเดียวเดินออกมาถึงเสื้อตัวนี้จะทำให้รูปร่างยิ่งเพรียวบาง แต่มันก็ปิดไม่มิด!
ในหัวของเขาอดไม่ได้ที่จะปรากฏภาพเมื่อครู่ที่เย่จื่ออี๋เดินออกมาพูดตามตรง หากไม่มองใบหน้านั้นของเธอนี่ก็คือปีศาจที่งามจนเป็นภัยต่อบ้านเมืองและประชาชนจริงๆ
ในห้องอาบน้ำเย่จื่ออี๋ใช้หลังพิงประตูด้วยใจที่เต้นแรง และหน้าแดงราวกับดอกพุดตานที่ผุดออกมาจากน้ำ หรือดอกท้อที่เปียกฝน
เธอมองตนเองที่หน้าแดงเหมือนลูกพลับภูเขาที่สุกงอมในกระจกจากนั้นก็รีบก้มหน้าลง ไม่กล้าจ้องตนเองในตอนนี้
เมื่อครู่ เหมือนร่างกายของเธอถูกซูฮ่าวเห็นหมดแล้ว…
ไม่สิ น่าจะเผยออกมาแค่ส่วนน้อย!
“เขาจะคิดว่าฉันไม่เป็นสุภาพสตรีไหม?” เย่จื่ออี๋จิตใจว้าวุ่นอาการแดงบนใบหน้ายิ่งชัดเจนขึ้น จนขยายไปถึงท้ายทอย
เธอรีบเปลี่ยนเสื้อที่ปิดก้นและสวมชุดกางเกงที่เตรียมจะเปลี่ยนในตอนแรก หลังจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆสองสามที ในที่สุดถึงได้สงบหัวใจที่เต้นแรงได้
เธอเปิดประตูเดินออกมาจากห้องอาบน้ำกวาดตามองห้องโถง พบว่าซูฮ่าวกำลังปอกกล้วยให้เย่เฉียวเฉี่ยว
“พี่สาวรีบมากินกล้วย!” เย่เฉียวเฉี่ยวโบกมือไปมา และตะโกน
“เอาสิ… ” เย่จื่ออี๋ก้าวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเขินอาย ราวกับดอกไม้ที่บานช้าหลบอยู่ด้านหลังใบไม้สีเขียวไม่กล้าโผล่หน้าออกมา
เธอเดินมาด้านหน้าของทั้งสองคนแก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อดวงตาทั้งสองข้างมองไปทั่ว ไม่มีจุดโฟกัส นิ้วมือของเธอก็ม้วนชายเสื้อ ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ริมฝีปากทั้งคู่เดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบก็ยังพูดไม่ออกอยู่ดี
“คุณซูเรื่องนั้น… เรื่องนั้นน่ะ… ” เย่จื่ออี๋ปลุกความกล้าเพื่อที่จะพูดออกมาแต่ก็ยังพูดตะกุกตะกัก จึงได้แต่เงียบไปอีกครั้ง ใบหูของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเชอร์รีไม่รู้ว่าจะวางมือเอาไว้ที่ไหนดี
ซูฮ่าวเห็นเธอหน้าแดงก็เหมือนจะเข้าใจอะไร เขาส่งกล้วยให้เธอและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “พักอยู่ที่นี่ชินหรือยัง?”
“พอได้ค่ะก็แค่สถานที่ใหญ่ไปหน่อย แล้วก็ว่างเปล่าไปหน่อย” เย่จื่ออี๋พูดเสียงเบาเหมือนเสียงยุง
“คุณซูมาตั้งแต่เมื่อไร?”
ซูฮ่าวพูดตรงๆ ว่า “เพิ่งมาน่าจะเป็นตอนที่เธออาบน้ำเสร็จเตรียมจะสวมเสื้อผ้านั่นแหละ”
เมื่อพูดเช่นนั้นออกมา หน้าที่แดงเรื่อของเย่จื่ออี๋ก็แดงไปถึงใบหูแล้ว ราวกับกระดาษกลอนคู่ที่ติดบนกำแพง
“พี่สาวหน้าของพี่แดงมาก เป็นไข้หรือเปล่า?” เย่เฉียวเฉี่ยวมองเย่จื่ออี๋บนใบหน้าน้อยๆ เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและเป็นกังวล
เย่จื่ออี๋อ้าปากแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ใบหน้าของเธอยิ่งแดงขึ้นอีก
“อากาศมันค่อนข้างร้อนน่ะ พี่สาวของเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จคงเพราะไอร้อนเลยทำให้เธอหน้าแดง” ซูฮ่าวเห็นอย่างนี้แล้วก็แก้ต่างให้เย่จื่ออี๋พลางหัวเราะ
“เป็นอย่างนี้นี่เองหนูพัดให้พี่นะ” เย่เฉียวเฉี่ยวยื่นมือน้อยๆ ออกมาและโบกไปมาไม่หยุด
เย่จื่ออี๋มองน้องสาวของตนเองที่รู้ความและน่ารักอย่างนี้ก็ชื่นใจ
“พี่ไม่ร้อนแล้วเฉียวเฉี่ยวกินกล้วยเถอะ”
“ค่ะ”เย่เฉียวเฉี่ยวพยักหน้า ราวกับคิดอะไรออกแล้ว เธอจึงถามอย่างตั้งตารอ “พี่สาว หนูกินช็อกโกแลตได้ไหม?”
“ไม่ได้เป็นเด็กตะกละไม่ได้ เดี๋ยวฟันผุ” เย่จื่ออี๋ส่ายหน้าและพูดเตือน
“เอ่อ… ” เย่เฉียวเฉี่ยวมีสีหน้าหดหู่
ซูฮ่าวลูบหัวของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงหัวเราะว่า “ไม่เป็นไรพวกเราทานน้อยๆ หน่อยก็พอแล้ว”
“เยี่ยมไปเลย!”เย่เฉียวเฉี่ยวปรบมือ พร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ
“คุณซูคุณตามใจเฉียวเฉี่ยวอย่างนี้ เดี๋ยวต่อไปเธอก็ไม่เชื่อฟังฉันแล้ว” เย่จื่ออี๋มองซูฮ่าวอย่างโมโหและบ่นพึมพำ
“ไม่ได้เธอเป็นพี่สาว อย่างไรก็ต้องเชื่อฟังเธออยู่แล้ว” ซูฮ่าวหัวเราะเบาๆแล้วมองเย่เฉียวเฉี่ยว “ยิ่งไปกว่านั้นเฉียวเฉี่ยวเชื่อฟังอย่างนี้ ตามใจเธอหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก”
“ฉันชอบพี่ชายที่สุด!” เย่เฉียวเฉี่ยวหัวเราะอย่างดีใจดูร่าเริงไม่น้อย
“พี่สาวพี่ก็ต้องเชื่อฟังหน่อย แบบนี้พี่ชายก็จะตามใจพี่ด้วยนะ!”
เมื่อพูดออกมาแบบนี้ ใบหน้าของเย่จื่ออี๋ก็แดงเรื่อ เธอรีบก้มหน้าและไม่กล้ามองซูฮ่าวอีก
จริงๆแล้วภายในใจของเธอก็อยากให้ซูฮ่าวปฏิบัติต่อเธอเหมือนกับที่ปฏิบัติต่อเย่เฉียวเฉี่ยวแต่เธอไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้น
ซูฮ่าวมองเย่เฉียวเฉี่ยวด้วยสายตาที่มีความหมาย รู้สึกว่าเด็กคนนี้สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ให้เย่จื่ออี๋เก่งมาก
เหมือนกับคิดอะไรออก เขาจึงถามว่า“วันนี้มีคนส่งวัสดุยามาใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะวัสดุยาถุงนั้นฉันวางไว้ในห้องเก็บของแล้วค่ะ” เย่จื่ออี๋พยักหน้าและพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “ฉันเห็นว่าวัสดุยาถุงนั้นมีไม่มาก ถ้าเกิดว่าคุณจะทำร้านยา มันจะพอหรือคะ?”
“วัสดุยาถุงนั้นไม่ได้จะทำยาขายหรอก แต่จะเอาไปรักษาใบหน้าของเธอต่างหาก” ซูฮ่าวยืนขึ้นและเดินไปที่ห้องเก็บของจากนั้นก็นำวัสดุยาออกมา
เขาหันหน้ามามองเย่จื่ออี๋พบว่าเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับถูกฟ้าผ่าแล้วมองเขาด้วยความตะลึงอยู่อย่างนั้น
“คุณซู คุณ… เมื่อกี้คุณพูดอะไร? หน้า… หน้าของฉันมันรักษาได้ด้วยหรือ?”
ซูฮ่าวตอบกลับ “ได้สิ หากเป็นเทคโนโลยีในตอนนี้มันไม่สามารถรักษาใบหน้าของเธอให้หายได้ แต่ฉันมีวิธีการพิเศษช่วยฟื้นฟูใบหน้าของเธอได้”
เย่จื่ออี๋อึ้งอยู่ที่เดิมทันที
วินาทีก่อนความตื่นเต้นราวกับน้ำท่วมเขื่อนพุ่งออกมาจากใจของเธอแล้ว
วินาทีต่อมาในดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อล้นอย่างน่าแปลก ราวกับจะไหลพรากลงมาทันที
เธอกัดริมฝีปากเบาๆและฝืนเก็บน้ำตากลับเข้าไปในเบ้า
นานมากกว่าเธอจะโค้งตัวคำนับซูฮ่าวแล้วพูดว่า “คุณซูขอบคุณค่ะ… ”
เธอไม่รู้ว่าจะแสดงความซาบซึ้งใจออกมาได้อย่างไรใบหน้านี้คือความเจ็บในก้นบึ้งของหัวใจเธอมาตลอด และยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับโลกภายนอก
และเธอก็ไม่กล้าเผยใบหน้าให้ซูฮ่าวเห็นเพราะกลัวว่าถ้าเขาเห็นแล้วจะสะอิดสะเอียนจนทานข้าวไม่ลง
แต่หลังจากครั้งแรกที่ซูฮ่าวเห็นใบหน้าของเธอแล้วเขากลับทำตัวปกติ ไม่ได้รังเกียจใบหน้าของเธอเลยด้วยซ้ำ
วันนี้เขาซื้อวัสดุยามาโดยเฉพาะและคิดจะหาทางช่วยรักษาใบหน้านี้ของเธอ
ความหวังดีนี้คือบุญคุณเกรงว่าทั้งชีวิตนี้ของเธอก็ยังยากที่จะตอบแทน
“ไว้รอให้ใบหน้าของเธอหายดีแล้วค่อยขอบคุณฉันเถอะ” ซูฮ่าวฉีกยิ้มเล็กน้อยเขาทำท่าทางมือ “ฉันจะไปปรุงยาให้เธอ เธอรอฉันก่อนนะ”
“ได้ค่ะ!”เย่จื่ออี๋พูดด้วยความซาบซึ้งใจ
ซูฮ่าวเห็นเช่นนี้แล้วก็ไม่ลังเลเขาหยิบวัสดุยาเดินเข้าไปในห้องอเนกประสงค์
ตอนที่อยู่บ้านตระกูลซูเขาเคยอ่านสูตรยามาไม่น้อย ในนี้ก็มียาที่สามารถรักษาใบหน้าที่เสียโฉมได้ชื่อว่ายาชะลอวัย
ยานี้มีผลที่น่าอัศจรรย์ต่อใบหน้าที่เสียโฉมและก็ใช้เสริมความงาม ทานเลยก็ได้ จะผสมน้ำก็ได้ทำเป็นยาชะลอวัยบดมาส์กหน้าก็ได้
หลังจากวัสดุยาที่ใช้ทำยาชะลอวัยเตรียมเสร็จแล้วซูฮ่าวก็ใช้จิตออกคำสั่งระบบ “ระบบ นำเตาปรุงยาอัตโนมัติออกมา”
เมื่อเขาพูดเช่นนั้น เตายาก็ลอยอยู่กลางอากาศและร่วงลงมาตรงหน้าเขา
ซูฮ่าวเปิดฝาเตาปรุงยาและใส่วัสดุยาชะลอวัยเข้าไปในเตาปรุงยา
หลังจากที่ตรวจสอบแล้วว่าวัสดุยาที่ใส่ลงไปไม่มีการรั่วไหล ซูฮ่าวก็ปิดฝาเตาและกดปุ่มปรุงยาที่อยู่ตรงกลาง
ไม่นานนัก เตาปรุงยาอัตโนมัติก็สั่นไหวควันขาวพุ่งออกมาจากด้านบนไม่หยุด ทำให้ทั้งห้องอเนกประสงค์ดูเหมือนดินแดนเซียน
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความถี่ที่เตาปรุงยาอัตโนมัติสั่นไหวค่อยๆช้าลง จนกระทั่งผ่านไปสองนาที ช่องจ่ายยาที่อยู่ด้านล่างเตาปรุงยาก็เปิดออก ยาสีแดงกลมใสเม็ดหนึ่งไหลออกมาจากด้านใน
ซูฮ่าวหยิบยาชะลอวัยขึ้นมาแล้วใส่ลงไปในขวดหยกข้างๆ
หลังจากนั้นเขานำวัสดุยาที่เหลืออีกสองสามชุดปรุงในเตาปรุงยาอัตโนมัติเป็นยาชะลอวัย รวมทั้งหมดได้ห้าเม็ด
เขาปรุงยาเสร็จแล้วก็เก็บเตาปรุงยาอัตโนมัติจากนั้นก็หยิบยาชะลอวัยทั้งห้าเม็ดขึ้นมาและเดินออกมาจากห้องอเนกประสงค์
เวลานี้เย่จื่ออี๋ที่อยู่ในห้องโถงกำลังมองเย่เฉียวเฉี่ยวเต้นรำเธอให้กำลังใจตลอด ภาพเหตุการณ์นี้ช่างอบอุ่นมาก
“นี่คือยาที่ได้ผลจริงๆ ชื่อยาชะลอวัยเธอกินหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลืออีกสี่เม็ด เธอผสมน้ำในปริมาณน้อยจากนั้นนำไปบดและทาลงบนใบหน้า สิบห้านาทีก็ล้างออกได้” ซูฮ่าวยื่นยาทั้งห้าเม็ดให้เย่จื่ออี๋พลางพูดอธิบาย
“นี่แค่ปริมาณของหนึ่งวันหากต้องการให้ใบหน้าของเธอฟื้นฟูทั้งหมดอย่างน้อยต้องใช้สามวัน วันพรุ่งนี้กับวันมะรืน ฉันจะให้คนนำวัสดุยาส่งขึ้นมาอีกรวมทั้งช่วยเธอปรุงยา หลังจากนั้นสามวัน ใบหน้าของเธอน่าจะฟื้นฟูเป็นเหมือนเดิมแล้ว”
เย่จื่ออี๋รับยาทั้งห้าเม็ดมาด้วยร่างกายที่กำลังสั่นเทา
หากยาที่ซูฮ่าวปรุงได้ผลจริงๆเช่นนั้นเธอก็จะได้โบกมือลาใบหน้าที่อัปลักษณ์นี้แล้ว และต้อนรับกับชีวิตใหม่อีกครั้งอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น จิตใจของเธอก็มีความตื่นเต้นขึ้นมา
ซูฮ่าวพูดพลางหัวเราะว่า “ยาพวกนี้คือยาที่ใช้รักษาใบหน้าของพี่สาวเธอพวกมันช่วยฟื้นฟูใบหน้าของพี่สาวเธอได้”
“เยี่ยมไปเลยอย่างนี้พี่สาวก็ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกวันแล้ว!” เย่เฉียวเฉี่ยวดีใจมากและตะโกนเสียงดัง
เพราะตื่นเต้นเกินไปเธอจึงล้มลงกับพื้นโดยตรง แต่เธอกลับไม่ได้ใส่ใจความเจ็บปวดแม้แต่น้อยแต่กลับปรบมือไม่หยุด และดีใจมาก
เย่จื่ออี๋เห็นน้องสาวดีใจอย่างนี้ก็รู้สึกอบอุ่นใจ และชื่นใจ
“ตอนนี้เธอก็ไปลองก่อนเถอะ ฉันจะไปทำธุระที่ห้องหน่อย เดี๋ยวจะลงมา” ซูฮ่าวชี้ยาชะลอวัยที่อยู่ในมือของเย่จื่ออี๋และส่งสายตาให้เธอ
เขาพูดจบแล้วก็ลูบหัวของเย่เฉียวเฉี่ยวและเดินขึ้นไปที่ห้องนอนตรงชั้นบนสุด
เย่จื่ออี๋มองด้านหลังของซูฮ่าวโดยไม่ขยับหลังจากนั้นก็จูงมือเย่เฉียวเฉี่ยวกลับไปที่ห้องนอนเล็กเธอเปิดโทรทัศน์ให้น้องสาวดูภาพยนตร์
จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในห้องล้างหน้าของห้องนอนเล็กกุมยาชะลอวัยที่อยู่ในมือเอาไว้แน่นภายในใจรู้สึกกระสับกระส่าย แต่ก็ตื่นเต้นมาก
สักพักเธอก็หยิบยาชะลอวัยขึ้นมาหนึ่งเม็ด จากนั้นก็ใส่เข้าไปในปาก…