บทที่ 17 เจียงอี้วางกับดักดอกบัวขาว (รีไรต์)
น่าเสียดาย หวังหยวนเซียงเป็คนซื่อตรง ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมลูกสาวตัวเอง เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ก็ลำเอียงนั่นแหละ แม่กับพ่อลูกชินแล้ว ดีนะที่บ้านเรากำลังจะย้ายออกไปแบบนี้ จากนี้ไปก็อยู่อย่างสงบสุขได้เสียที"
เจียงอี้ "..."
เอาเถอะ ดูเหมือนจะไม่ได้ข้อมูลอะไรจากปากพ่อแม่ที่ซื่อตรงของเธอแล้ว
ไม่เป็ไร รอจนหล่อนลงมือ เธอจะคอยสืบดู ไม่ว่าจะมีข้อสงสัยอะไร เจียงอี้ก็ไม่ชอบเก็บไว้ในใจ เธอชอบหาคำตอบด้วยตัวเอง
เจียงหว่านเยว่นั่งเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรสักคำ
เจียงอ้ายฉายไม่สามารถแย่งเนื้อจากเจียงอี้ได้ เธอจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร เพียงแต่ลุกขึ้นยืนและเดินตามเจียงอี้ออกไปตอนที่เจียงอี้กำลังจะออกจากบ้าน
เจียงอี้มองพ่อแม่ของเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอื่น ๆ ในครอบครัวเจียงที่ไม่ได้กิน เจียงอี้ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น ก่อนจะลงบันได เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากข้างหลัง
เจียงอี้เอียงหูฟังเล็กน้อย เป็เสียงของเจียงหว่านเยว่
แน่นอน พอออกจากบริเวณบ้าน เจียงหว่านเยว่ก็รีบเร่งฝีเท้าตามขึ้นมา "เจียงอี้!"
เจียงอี้หยุดเดินแล้วหันกลับมามองเจียงหว่านเยว่
เจียงหว่านเยว่โมโหจนตัวสั่นทั้งที่เจียงอี้ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ก็นี่ไง เป็แบบนี้มาตลอด ั้แ่ยัยเด็กเหลือขอเจียงอี้กลับมาจากชนบท ก็ทำตัวเ็าแบบนี้ ทำเหมือนไม่ใส่ใจอะไร
เจียงอี้มีดีอะไรกัน แค่เด็กโง่ ๆ คนหนึ่งที่ไปขุดดินอยู่ชนบทสามปี เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะถูกยัยเด็กเหลือขอเจียงอี้นี่กดหัวไว้ตลอดไป
เจียงหว่านเยว่พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้โกรธ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะถามเจียงอี้ด้วยความโมโห "วันนั้นเธอไปพูดอะไรกับเพื่อนบ้าน?"
"ลองทายสิ" เจียงอี้ยิ้มให้เธอ
"แก!"
เจียงหว่านเยว่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ท่าทางของเธอแสดงความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด "ทำเป็ใสซื่ออยู่ได้ เธอไปบอกพวกเขาว่าฉันแย่งงานลุงสามใช่ไหม เจียงอี้ เธอรู้ไหมว่าที่เพื่อนบ้านมองฉันแบบนี้ก็เพราะเธอนั่นแหละ พวกเขานินทาฉันไปทั่ว เพราะเธอทำลายชื่อเสียงของฉัน ตระกูลโจวถึงไม่ให้ฉันไปหาหนิงเหยียน!"
"เจียงหว่านเยว่"
เจียงอี้ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว เจียงหว่านเยว่ก็ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"นี่ฉันตีเธอเบาไป หรือเธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักกันแน่ คิดว่าเล่ห์เหลี่ยมแบบนั้นจะหลอกใครได้งั้นเหรอ ถึงยังกล้ามาพูดต่อหน้าฉันแบบนี้!"
"กล้าสาบานต่อฟ้าดินไหม ว่าไม่ได้คิดจะแย่งงานพ่อฉัน พูดสิ ไม่กลัวฟ้าผ่าลงมาเหรอ โอ้ จริงสิ เธอไม่กลัวอยู่แล้ว คนชั่วช้าอย่างเธอ จะไปกลัวบาปกรรมอะไร จริงไหม?"
"แล้วตอนที่ฉันกับเฟยหยางไปทำงานชนบท ก็เธออีกแหละ ที่ยุยงแม่เธอไปสมัครให้พวกเรา เพราะถ้าดูจากอายุแล้ว มันก็ต้องเป็ตาเธอไปก่อนแท้ ๆ กลับทำเป็ใจเย็นนิ่งเฉย ทำเื่เลวร้ายไว้แล้วยังมีหน้ามาติดต่อกับฉันได้อีก เจียงหว่านเยว่ เมื่อก่อนนี้ฉันมองเธอผิดไปจริง ๆ!"
"ฉันไม่ได้ร้ายกาจแบบนั้นสักหน่อย!"
เจียงหว่านเยว่ปฏิเสธอย่างลนลาน "คนที่ร้ายกาจคือเธอต่างหาก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอชอบหนิงเหยียน กลับมาแย่งงาน แถมยังมาปฏิบัติกับครอบครัวฉันแบบนี้ เที่ยวไปทำลายชื่อเสียงฉันทุกที่ เพราะเห็นว่าฉันกับหนิงเหยียนรักกันดีใช่ไหม ฉันรู้ เป้าหมายของเธอทั้งหมดก็คือการแย่งหนิงเยียนไปจากฉัน"
"เจียงอี้ หน้าด้านจริง ๆ ส่องกระจกดูตัวเองบ้างเถอะ คิดว่าจะเทียบอะไรกับฉันได้ เธอคิดว่าตระกูลโจวแม้แต่ฉันยังมองไม่ติดจะมาสนใจเธอเหรอ บอกให้รู้ไว้เลย ฝันไปเถอะ!"
เจียงอี้ มองเจียงหว่านเยว่ ะโอย่างบ้าคลั่งด้วยความเ็ป ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
"เจียงหว่านเยว่ ดูเธอก็ทั้งโง่ทั้งร้ายกาจ แล้วยังหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น พอมีเื่อะไรไม่เคยโทษตัวเอง พาลแต่โทษคนอื่นไปทั่ว คิดว่าแบบนี้แล้วตัวเองจะดูไม่ผิดงั้นสิ"
"เอาจริง ๆ ฉันน่ะสงสัยมากกว่า ว่าเธอจะมีเวลามาสนใจทำไม ว่าฉันไปพูดอะไรกับเพื่อนบ้าน พูดหรือไม่พูดมันก็ไม่เห็นจะมีความสำคัญอะไร ตระกูลโจวเขาก็ไม่ได้สนใจเธออยู่แล้ว หลอกตัวเองไปก็เท่านั้น"
"ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง" เจียงหว่านเยว่โมโหจนหน้าดำคล้ำ มองเจียงอี้ด้วยสายตาอาฆาต "ทั้งหมดเป็เพราะแก เป็เพราะแก! เพราะแก้าแย่งหนิงเหยียนไปจากฉัน!"
สายลมเย็นพัดโชย คำพูดของเจียงอี้ราวกับมีมนต์สะกด
“เถียงกันไปแบบนี้มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา? ถ้าฉันเป็คนตระกูลโจว รู้ว่าลูกชายขัดคำสั่ง ฝืนคบกับคนโง่เง่าแบบนี้ ทั้งไร้คุณธรรมทั้งไร้สมอง ฉันจะทำยังไงดีล่ะ?”
“ได้ยินมาว่าครอบครัวของโจวก็มีญาติอยู่ที่ปักกิ่งนะ โจวหนิงเหยียนน่ะ ตอนนี้มีข่าวเสียหายแบบนี้ อยากหาผู้หญิงที่เหมาะสมในเมืองนี้ก็คงยาก แต่ว่าปักกิ่งมันไกลขนาดนั้น ถึงจะมีข่าวอะไรก็คงใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ ถึงตอนนั้นมีตระกูลโจวช่วยดูแล คงหาลูกสะใภ้ที่ถูกใจได้ไม่ยากหรอกมั้ง?"
เจียงหว่านเยว่กัดฟันแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
แต่สมองที่เคยร้อนรุ่มกลับเย็นลงโดยไม่รู้ตัว เธอเผลอคิดตามความคิดของเจียงอี้
“ยิ่งไปกว่านั้น...” เจียงอี้จงใจลดเสียงต่ำลง "เธอว่า โจวหนิงเหยียนเขาจะชอบผู้ชายจริง ๆ ไหม แล้วที่เลือกเธอเพราะเห็นว่าครอบครัวของเธอไม่คู่ควร หลอกง่าย ถ้าเกิดเขาหลอกเธอขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ จะทำยังไง?"
ความจริงแล้วเื่ครอบครัวเหมาะสมกันหรือไม่ มันก็แค่ข้ออ้าง ในความคิดของเจียงอี้ คนเลว ๆ ก็ควรอยู่ด้วยกัน จะได้ไม่ไปทำร้ายคนอื่น แต่ตอนนี้เธอต้องใช้เื่นี้มากระตุ้นเจียงหว่านเยว่
"เป็ไปไม่ได้!" เจียงหว่านเยว่กรีดร้อง มือปิดหูแน่น "แกหลอกฉัน แกอิจฉาฉัน เป็ไปไม่ได้ หนิงเหยียนไม่มีทางหลอกฉัน!"
ก่อนหน้านี้เจียงหว่านเยว่โดนเจียงอี้ตบหน้าจนบวม ต่อมาก็ไม่ได้เจอโจวหนิงเหยียน แถมยังโดนคนตระกูลโจวเยาะเย้ยถากถาง เจียงหว่านเยว่ที่เคยได้ทุกอย่างที่้า ครั้งนี้ถึงกับรับไม่ไหว
“ชู่ว!" เจียงอี้ยื่นนิ้วแตะริมฝีปาก บอกให้เธอเบาเสียงลง "อย่าส่งเสียงดังแบบนี้ ดูไม่งามเลย มองตัวเองตอนนี้สิ น่าเกลียดจะตาย"
เจียงอี้รู้ว่าตอนนี้เจียงหว่านเยว่กำลังกังวลเื่อะไรมากที่สุด
เดิมทีเธอแค่กลัวว่าจะไม่ได้งาน กลัวว่าตระกูลโจวจะไม่ต้อนรับ แต่ตอนนี้เพราะข่าวลือ เธอกลัวว่าจะไม่ได้เจอโจวหนิงเหยียน ยิ่งบวกกับคำพูดเมื่อครู่ของเจียงอี้ เธอก็ยิ่งกลัวว่าโจวหนิงเหยียนจะหลอกตนจริง ๆ ถ้าเป็แบบนั้นการแต่งเข้าตระกูลโจวก็คงเป็แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ
เจียงอี้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ บีบคั้นเธอมากขึ้น พูดช้า ๆ ว่า
"เจียงหว่านเยว่ เธอลองคิดดูสิ วันนี้เธอแค่เข้าไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลไม่ได้ พรุ่งนี้โจวหนิงเหยียนจะย้ายออกจากเมืองนี้ไปเลย แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไปอยู่ที่ไหน"
"เธอก็รู้ว่าตระกูลโจวมีเส้นสาย"
"ไม่! หนิงเหยียนไม่มีทางไปไหน!" เจียงหว่านเยว่แทบคลั่ง
ชั่วขณะนั้น เจียงหว่านเยว่กลับโทษโจวหนิงเหยียน ถ้าเขาไม่ไร้น้ำยา ไม่จัดการเจียงอี้ให้เรียบร้อยั้แ่วันที่เธอกลับมา บางทีตอนนี้เจียงอี้คงตายไปแล้ว แล้วนังเด็กนี่จะมายุ่งกับเธอได้ยังไง
ไม่สิ คิดผิดแล้ว ควรจะโทษเจียงอี้ต่างหาก!
ถ้าเจียงอี้ตายอยู่ในชนบท ไม่กลับมา ตอนนี้เธอคงได้งานทำไปแล้ว พอมีงานทำ ตระกูลโจวคงเห็นค่าเธอมากขึ้น คงไม่มาดูถูกเธอแบบนี้หรอก
ตระกูลโจวไม่เห็นเธออยู่ในสายตา ไล่เธอเหมือนหมูเหมือนหมา ทุกครั้งที่แม่ของโจวหนิงเหยียนมองเธอ สายตานั่นมันเหมือนกับเธอเป็ขยะข้างถนน ทำไมกัน?