ฮันนี่ค่อยๆลืมตาขึ้น เนื้อตัวมันปวดร้าวไปหมด ค่อยๆทบทวนความทรงจำครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อรับรู้แน่ชัดแล้วว่าทั้งหมดคือเื่จริง ไม่ใช่แค่ฝันร้ายในคืนวิปริต
เธอปล่อยให้น้ำตาแห่งความสูญเสียหลั่งไหล กลั้นสะอื้นจนตัวโยน แต่สาวน้อยวัยเพียง18 ก็ไม่อาจทนฝืนเข้มแข็งได้ ความสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียวกันนี้ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าเธอจะรับมือไหว ก่นด่าตัวเอง โทษตัวเอง เป็เพราะเธอเองแท้ๆ ทำให้ครอบครัวต้องพบชะตากรรมเยี่ยงนี้ หมดท่านทั้งสองแล้ว ต่อแต่นี้เธอจะอยู่อย่างไร
พยาบาลจากด้านนอกเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับตำรวจ คงเพราะได้ยินเสียงของเธอนั่นเอง
"สวัสดีครับ คุณชลกานต์ ผมเป็ตำรวจที่รับผิดชอบคดีของคุณ ตอนนี้คนร้ายถูกจับแล้ว เ้าหน้าที่ของอุทยานผ่านไปเจอพอดี จึงช่วยคุณไว้ได้ทัน ทางเรา้าสอบปากคำเพิ่มเติมเล็กน้อย คุณไหวไหมครับ"
ฮันนี่พยักหน้ารับ อยากให้มันจบสิ้นไปโดยเร็ว อยากอยู่คนเดียว ไม่พร้อมรับหน้า หรือพูดคุยกับใครทั้งนั้น
***********
เธอเดินลงจากรถแท็กซี่ เปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย ม้านั่งตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน เห็นภาพ พ่อแม่และตัวเอง นั่งเล่นทานขนมหวาน บางคืนฟ้าเปิด ก็นั่งดูดาวด้วยกัน น้ำตาของฮันนี่พาลไหลนองเป็ท่อประปาแตกอีกครั้ง
ตัดใจเดินเข้าบ้านไป นั่งลงโซฟาที่โถงกลางของบ้าน มองจอทีวีบานใหญ่ ตรงนี้ เคยนั่งพูดคุย หยอกล้อกัน ดูละครเื่โปรด เอาอีก น้ำตามาอีกแล้ว ทั้งที่กลั้นไว้แล้วแท้ๆ
หันหน้าหนีจากจอทีวี โต๊ะกินข้าวตรงนั้น ครัวอยู่ทางนั้น แม่กำลังเตรียมอาหารให้กับทุกคน เธอกอดตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เอาหมอนปิดหน้าร้องไห้เสียงดัง ไม่ต้องกลั้นมันอีกแล้ว
ความรู้สึกประเดประดังเหลือเกิน เธอจะอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกตารางนิ้วมันเต็มไปด้วยความทรงจำ ที่ตอนนี้ ไม่อาจมีมันได้อีกแล้ว
สาวน้อยร้องไห้จนไม่มีน้ำตา เหนื่อยเพลีย และหลับไปในที่สุด
**********
ฮันนี่ตัดสินใจปิดบ้านไว้ แล้วย้ายออกไปเช่าคอนโดใกล้กับมหาวิทยาลัยแทน อย่างน้อย เงินเก็บของพ่อและแม่ คงพอให้เธอเรียนจบได้โดยไม่ลำบากเกินไปนัก เธอคงทนไม่ได้แน่ หากต้องเห็นภาพความทรงจำของครอบครัว ั้แ่เล็กจนโต
หากอยู่ที่บ้านต่อ เธอคงต้องจมน้ำตาไปตลอดชีวิต ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อีก โจรที่ดักทำร้าย เพียงเพราะ้าตัวเธอ หลังจากนี้ เธอคงเป็ตัวเองไม่ได้อีก เหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ มันสร้างาแฝังลึกยากจะเยียวยาเสียแล้ว
***********