[ห้องของนิว]
หลังจากที่ท่านเอกพลกลับไปรออยู่ที่รถด้านล่างแล้ว นิวก็ฉุดข้อมือของนายให้ตามตัวเองเข้ามาในห้อง
“พี่นายครับ? เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? ทำไมจู่ ๆ ท่านเอกพลถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ครับ”
นิวถามนายรัวด้วยความสงสัยใคร่รู้ พร้อมกับจ้องหน้าพี่ชายด้วยสีหน้าเครียดจนเห็นได้ชัด
“ก็เขารู้ว่าลูกชายเขารักน้องชายของพี่มาก เขาก็คงอยากจะทำเพื่อลูกชายของเขาแหละ ไม่แปลกหรอก”
นายตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมากึ่งเอาใจน้องชาย พร้อมกับยิ้มกว้างให้กับน้องชายอย่างเปิดเผย ทว่า...นิวกลับถึงกับส่ายหน้าไปมาด้วยความไม่อยากเชื่อในคำพูดของพี่ชายสักเท่าไหร่นัก
“แต่ผมว่า...มันแปลกพิลึกนะครับ”
นิวผละออกจากพี่ชาย ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างห้องอย่างใช้ความคิด โดยมีนายเดินตามไปยืนอยู่เคียงข้าง
“หวังว่าผมคงจะไม่โดนหลอกไปเผานั่งยางหรอกนะครับ”
นิวหันมาพูดเชิงปรึกษาหารือกับนาย พร้อมกับทำตาโตเหมือนคนตกใจ นายเลยยื่นนิ้วเข้าไปดีดหน้าผากมนของนิวเข้าให้หนึ่งครั้งเบา ๆ อย่างหยอกล้อ
ปั๊ก!
นิวยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากของตัวเอง พร้อมกับทำท่าห่อปากเข้าหากันเพราะรู้สึกเจ็บ แต่นิวก็ไม่ได้บ่นอะไร จนกระทั่งนายบอกกับนิวว่า
“อย่าคิดมากไปเลยน่า รีบไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวชินจะรอนานนะ”
นิวพยักหน้าขึ้นลงหงึก ๆ พร้อมกับระบายยิ้มหวานละมุนออกมาเบา ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าที่หล่อเหลาที่เขาแสนคิดถึงอย่างเตชิน แต่ก่อนที่นิวจะไปแต่งตัว นิวก็ยังไม่ลืมที่จะหันกลับมาถามนายอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงคนป่วย
“แล้วพี่ชินไม่สบายเป็นอะไรเหรอครับ?”
“เอ่อ!”
นายขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด ก่อนที่นายจะตัดสินใจโกหกนิวออกไปคำโตเพื่อความสบายใจของนิว
“เป็นไข้หวัดธรรมดานี่แหละ แต่มีโรคคิดถึงนิวแทรกซ้อนด้วย ก็เลยทำให้ทรุดหนักน่ะ”
นายยิ้มแห้ง ๆ ส่งให้กับนิว พร้อมกับรีบหันหน้าไปทางด้านห้องครัวเพราะกลัวนิวจะจับโกหกตัวเองได้ แต่ในขณะนั้นสายตาของนายกลับสะดุดเข้ากับชายหนุ่มแปลกหน้ารูปร่างสูงโปร่งกำลังยืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในครัว
“ไอ้หัวขโมย!”
นายสบถออกมาเบา ๆ ด้วยความตกใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอาแจกันที่วางอยู่ข้าง ๆ หน้าต่างขึ้นมาถือไว้ในมือแน่น เพื่อเตรียมจัดการกับหัวขโมย
“พี่นายครับ? นั่นมานพครับ เขาเป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ของผมเองครับ”
นิวบอกนายพร้อมกับเอื้อมมือไปแย่งเอาแจกันจากมือของนายมาวางไว้ที่เดิม
“รับบอดี้การ์ดใหม่ทำไมไม่ปรึกษาพี่ก่อนล่ะ”
นายถามนิวเสียงสูง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่บอดี้การ์ดคนใหม่ด้วยความไม่พอใจ แต่นิวก็เอื้อมมือไปคว้ามือของนายมาวางไว้ข้างลำตัวเหมือนเดิม ก่อนจะอธิบายให้นายฟังเพียงคร่าว ๆ ถึงสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
“พอดีพี่เตเต้เป็นคนจัดการให้อย่างเร่งด่วนน่ะครับ ผมก็เลยยังไม่ได้บอกพี่น่ะครับ”
“เฮ้อ!”
นายพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา พร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความไม่พอใจที่เตเต้ตัดสินใจทำอะไรโดยพลการแบบนี้ จากนั้นนายก็พยายามเพ่งมองดูใบหน้าของมานพอีกครั้ง ทว่านายกลับเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของมานพจากด้านข้างเท่านั้น เนื่องจากมานพกับนายยืนอยู่คนละมุมกัน
“แล้วหน้าเจ้าสำอางแบบนั้น มันทำงานเป็นรึเปล่า?”
นายถามนิวจากสิ่งที่เขาเห็นเพียงเสี้ยว และนิวก็รีบตอบนายกลับมาด้วยสีหน้าภาพภูมิใจ
“เขาก็โอเคนะครับ ตั้งแต่เขามาทำงานกับผม ผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะบกพร่องจุดไหนเลยนี่ครับ เขาออกจะเก่งด้วยซ้ำไปครับ”
“เฮ้อ!”
นายทอดถอนหายใจออกมาเมื่อนายได้ยินนิวชมบอดี้การ์ดคนใหม่เปราะขนาดนั้น และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นายเริ่มจะหึงแทนเตชินเพื่อนรักของตัวเองเข้าซะแล้ว เพราะถึงแม้ว่านายจะยังเห็นหน้าของมานพไม่ชัดเจน แต่นายก็คิดว่ามานพเองก็หน้าตาดีไม่แพ้เตชินเลย
“นายรีบไปแต่งตัวได้แล้วไป เดี๋ยวพี่จะไปหาโกโก้ร้อนในครัวดื่มซะหน่อย”
“ครับ”
นายสะบัดมือไล่ให้นิวรีบไปแต่งตัว ก่อนที่นายจะเดินเข้าไปในครัว เพื่อจงใจที่จะไปหาเรื่องบอดี้การ์ดคนใหม่ของนิว
“นี่!”
นายสะกิดสติของมานพด้วยการพูดคำสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร ก่อนที่นายจะเดินเข้าไปยืนพิงซิงค์ล้างจานที่มานพยืนอยู่
“คุยกับผมเหรอครับ?”
มานพถามนายเสียงเรียบ ก่อนจะก้มลงเก็บแก้วกาแฟที่เพิ่งจะล้างเสร็จขึ้นมาเช็ดเหมือนไม่สนใจนาย แต่นายก็ยังไม่วายชวนคุยเพื่อหาเรื่องต่อไปด้วยความหมั่นไส้เป็นการส่วนตัว
“นอกจากงานบอดี้การ์ดแล้วทำอะไรเป็นบ้าง?”
มานพยังคงก้มหน้าเช็ดถ้วยกาแฟต่อไปอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนที่เขาจะตอบนายกลับมาเสียงเรียบโดยไม่ได้ใจความอะไรเลย
“ก็หลายอย่างครับ”
“หลายอย่างแล้วมีอะไรบ้างล่ะ”
นายถามมานพกลับเสียงสูงขึ้นจมูก เพราะเริ่มไม่พอใจกับท่าทีเฉยชาของอีกฝ่าย และก็ดูเหมือนคำถามที่ฟังดูไม่เป็นมิตรของนายจะใช้ได้ผลกับมานพ เพราะมานพวางมือจากงานทันที ก่อนจะหันมาจ้องหน้านายนิ่ง
“ก็...อย่างเช่น...ทำกับข้าว ชงกาแฟ ขับรถ ยิงปืน และอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วก็...”
มานพไล่มองนายตั้งแต่หัวจดเท้า แล้วเขาก็หยุดสายตาที่โลมเลียนั้นเอาไว้ที่เป้ากางเกงของนายอย่างจาบจ้วง
“แล้วก็อะไร?”
นายถามเสียงสูงพร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ท่าทีของนายกลับทำให้มานพยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างพอใจ
“แล้วก็...เป็นผัวให้พี่ชายเจ้านายก็ได้นะครับ”
มานพยกยิ้มร้าย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปคว้าแก้วกาแฟใบใหม่ขึ้นมาเช็ดต่อไปอย่างใจเย็น เหมือนกับว่าคำพูดของเขาไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรเลย ทว่า...จู่ ๆ นายก็เอื้อมมือเข้าไปคว้าไหล่ของมานพให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับตัวเอง
“ไอ้มานพ!”
เพี๊ยะ!!!
นายตั้งใจตบหน้ามานพเพื่อสั่งสอน แต่บังเอิญว่ามันดังแรงเกินคำว่าสั่งสอน เพราะเมื่อมานพหันกลับมา นายก็พบว่านายได้ฝากรอยแผลไว้ที่มุมปากของอีกฝ่ายซะแล้ว
“นี่คุณกล้าตบผมเหรอ?”
มานพเค้นเสียงออกมาถามนาย พร้อมกับเดินย่างสามขุมเข้ามาหานาย ส่วนนายก็ถอยหลังไปเรื่อย ๆ ด้วยความกลัว จนกระทั่งนายพบทางตันเมื่อแผ่นหลังของเขาชนกับผนังห้องครัว
“กึก!”
มานพเดินเข้ามาจนประชิดตัวของนาย ก่อนที่เขาจะยื่นแขนเข้าไปค้ำยันผนังห้องครัวคร่อมตัวเพื่อกักขังนายเอาไว้ในวงแขนแกร่ง จากนั้นมานพก็ก้มลงไปสั่งสอนคนปากเก่งทันที
อุ๊บ!
มานพบดเบียดริมฝีปากที่แสนยั่วยวนของนายด้วยความหลงใหลจนยากจะถอนตัว เขาสอดปลายลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกวาดต้อนเรียวลิ้นเล็กของนายให้จนมุม แล้วมานพก็กอดเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กนั้นไว้อย่างแนบแน่น
“อื้อ...”
นายดิ้นขลุกขลักไปมาเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากการควบคุมของมานพ ซึ่งเมื่อมานพเห็นสีหน้าท่าทางที่ตื่นกลัวของนาย มานพก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีจนต้องจำใจยอมละริมฝีปากออกมาอย่างนึกเสียดาย และทันทีที่ปากของนายเป็นอิสระ นายก็สบถคำหยาบออกมาทันที
“มึง!”
นายผลักแผ่นอกแกร่งของมานพให้ถอยห่างจากตัวเอง ก่อนจะเงื้อมมือขึ้นมาตบมานพอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มานพกลับไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นได้อย่างง่าย ๆ เหมือนคราวที่แล้ว เพราะมานพยื่นมือไปรับฝ่ามือของนายเอาไว้ก่อน พร้อมกับกุมมือเล็กนั้นไว้แน่น
หมับ!
“ถ้าตบผมจูบนะ”
มานพเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาข่มขู่นาย ก่อนจะยอมปล่อยมือของนายให้เป็นอิสระ พร้อมกับยื่นใบหน้าที่หล่อเหลาเข้าไปรอรับแรงตบของนายอย่างไม่เกรงกลัว ทว่า...นายกลับไม่กล้าแม้แต่จะวาดฝ่ามือขึ้นอีกเลย เพราะนายกลัวว่ามานพจะทำอย่างที่ข่มขู่เอาไว้
และในขณะที่มานพและนายต่างจ้องหน้ากันอยู่อย่างไม่ลดละนั้น นิวก็ตะโกนเรียกนายข้ามห้องแต่งตัวออกมา
“พี่นายครับ? ไปกันได้รึยังครับ? ผมเสร็จแล้วนะครับ”
นายชักสีหน้าใส่มานพ ก่อนจะเชิดหน้าและเดินออกจากห้องครัวเพื่อไปหานิวในห้องแต่งตัว จากนั้นนายก็ระเบิดอารมณ์ใส่นิวอย่างลืมตัว
“นิว! นิวต้องไล่ไอ้บอดี้การ์ดมานพออกเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่ไม่ชอบขี้หน้ามัน”
“ทำไมล่ะครับ? ทำไมพี่นายถึงต้องไม่ชอบเขาด้วย”
นิวถามนายกลับด้วยสีหน้าสงสัย พร้อมกับจ้องหน้านายอย่างจับผิด ก่อนที่นิวจะเห็นว่าที่มุมปากของนายมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
“ปากไปโดนอะไรมาครับ?”
นิวถามนายพร้อมกับยื่นนิ้วโป้งเข้าไปหมายจะซับเลือดออกให้ แต่นายกลับปัดมือของนิวออกไปด้วยท่าทางอารมณ์เสีย ก่อนที่นายจะตอบนิวเบา ๆ ว่า
“ไม่มีอะไร แค่เดินชนประตู”
คิก คิก คิก
นิวหัวเราะคิกคักเพราะคิดว่าพี่ชายของตัวเองเดินซุ่มซ่ามจนชนประตู แต่นายกลับไม่ตลกไปกับนิวด้วย ซ้ำนายยังกดดันนิวไม่เลิก
“นิว? นายต้องไล่ไอ้บอดี้การ์ดมานพนั่นออกนะ เดี๋ยวพี่จะหาบอดี้การ์ดคนใหม่ให้นายเอง”
นายคาดคั้นให้นิวไล่มานพออก จนนิวสงสัยและตัดสินใจถามนายออกไปเสียงเครียด
“แล้วทำไมพี่นายถึงอยากให้ผมไล่เขาออกนักล่ะครับ?”
นิวมองตาของนายอย่างรอคอยคำตอบที่ชัดเจน แต่นายกลับเลือกที่จะหลบสายตาที่จ้องจับผิดของนิวด้วยการเสหน้าหันไปอีกทาง ทว่าในจังหวะนั้นนายกลับหันไปเจอมานพยืนพิงประตูห้องแต่งตัวเข้าพอดี นายจึงสะบัดหน้าหันกลับมาตอบนิวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว
“เพราะมันหน้าข้อศอกหมาไง พี่ก็เลยไม่ชอบมัน”
“พี่นาย! พี่ไปเรียกมานพว่าหน้าข้อศอกหมาได้ยังไงครับ? น่าเกลียดจะตาย”
นิวตำหนินายอย่างจริงจัง เพราะนิวคิดว่าคำนี้มันน่าเกลียดมากจริง ๆ และนายก็พยายามที่จะบอกความจริงกับนิวว่า
“ก็เมื่อกี้มัน...”
นายหยุดประโยคบอกเล่าของเขาไว้เพียงแค่คำว่ามัน แล้วนายก็ชี้นิ้วไปค้างไว้ที่ใบหน้าหล่อเหลาของมานพ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้นิวเกิดความสงสัยมากขึ้น
“มานพทำอะไรเหรอครับ?”
นิวเลิกคิ้วถามพี่ชายด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปจ้องหน้ามานพสลับกับนายไปพลาง ๆ แต่สุดท้ายแล้วนายก็รีบตัดบทจบความสงสัยของนิวทันที
“เปล่า...ไปกันเถอะ”
นายชวนนิว ก่อนที่นายจะเดินลิ่วนำออกไปก่อนจนถึงประตูห้องแต่งตัวของนิว แล้วนายก็หยุดจ้องหน้ามานพอยู่พักใหญ่อย่างคาดโทษ จากนั้นนายก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่รอนิวและบอดี้การ์ดคนใหม่ของนิวเลย...
------------------------------
ซันด๊อก