ตอนที่ 2: ทางกลับไม่มีใครรับรอง
แสงจันทร์ลอยอยู่กลางหาว ลำแสงสีเงินร่วงหล่นผ่านพงไม้แน่นทึบ สาดส่องลงมาบนร่างของเด็กหนุ่มที่แบกชายร่างใหญ่ไว้บนแผ่นหลังที่ยังไม่เติบโตเต็มที่
เสียงฝีเท้าบนดินชื้นดังสม่ำเสมอ เฟิงิไม่หยุดเดินแม้จะไม่รู้ว่าตนเองกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน เขามีเพียงอย่างเดียว—เขาต้องกลับบ้าน
“เด็กน้อย…เ้าควรพักบ้าง” เสียงแหบพร่าของหานเจี้ยวที่ถูกหามอยู่ด้านหลังดังขึ้น
“ข้าจะพัก…เมื่อถึงชายแดน” เฟิงิตอบโดยไม่หันกลับไป
หานเจี้ยวหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บแผล
“หึ…แม้ข้าจะอยู่ในสนามรบมานับสิบปี ก็ไม่เคยเห็นเด็กคนไหนดื้อเท่าเ้า”
“ข้าไม่ได้ดื้อ”
เฟิงิกล่าวพลางเดินต่อ
“แต่ถ้าข้าหยุด…ข้าอาจจะไม่ลุกขึ้นอีก”
—
สามวันผ่านไปในป่าทึบที่ไม่มีแม้กระทั่งเส้นทางตายตัว
เฟิงิรู้แค่ว่าทิศตะวันตกคือหลันชิง
เขาใช้แสงแดดและทิศของต้นไม้เป็เข็มทิศ ใช้ใบไม้กลั่นน้ำดื่ม ใช้เปลือกไม้ห้ามเื
ราวกับสัญชาตญาณเอาตัวรอดได้ถูกปลุกขึ้นมาในกองเพลิงแห่งา
บนเขาสูงสายหนึ่ง เฟิงิเห็นควันที่บางเบาลอยขึ้น
เขาไม่แน่ใจว่ามันมาจากพวกเหยียนหงหรือไม่
แต่ความหิวและอ่อนแรงก็บังคับให้เขาต้องเสี่ยง
ในค่ำคืนนั้น เขาคืบคลานเข้าใกล้ต้นเพลิงอย่างระมัดระวัง
พบว่ามันเป็เพียงกระท่อมชาวป่าเก่า ๆ แห่งหนึ่ง
ด้านในมีชายสูงวัยกำลังต้มสมุนไพรและหั่นเนื้อสัตว์
“เ้าคือ…” ชายผู้นั้นเงยหน้ามาเห็นเด็กเปื้อนโคลนแบกชายาเ็บนหลัง
เขาไม่ร้อง ไม่ใ เขาเพียงสบตากับเฟิงิ แล้วพยักหน้า
“เข้ามา ข้ายังมีน้ำร้อนเหลืออยู่บ้าง”
—
คืนนั้นเอง เฟิงิได้รู้ว่าชายผู้นั้นชื่อ “หลงชุน”
เป็อดีตหมอสนามจากแคว้นเหอหลง ผู้หนีจากามาหลบซ่อนในป่า
เขารักษาแผลให้หานเจี้ยว และสอนเฟิงิวิธีพันแผลด้วยเส้นใยจากใบไม้
พวกเขาพักอยู่ที่กระท่อมเพียงคืนเดียวก่อนจะออกเดินทางต่อในรุ่งเช้า
ก่อนจากไป หลงชุนมองเฟิงิอย่างพินิจ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดสายลมถึงเดินทางได้ไกลกว่าสายน้ำ?”
เฟิงินิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ
“เพราะสายลม…ไม่กลัวการเปลี่ยนทิศ”
หลงชุนหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าเ้ายังมีจิตใจเช่นนี้ วันหนึ่งโลกอาจได้ยินชื่อเ้าจริง ๆ”
—
หลายวันต่อมา
เมื่อร่างของหานเจี้ยวเริ่มฟื้น
เขาเริ่มสอนเฟิงิสิ่งที่มากกว่าเพียงการเอาตัวรอด
“ดูยอดไม้สิ” เขาชี้ไปยังแนวต้นสน
“ต้นที่โค้งไปทางทิศใดมากที่สุด…นั่นแปลว่าลมจากทิศนั้นพัดแรงที่สุดใน่ปี”
เฟิงิพยักหน้า
“ถ้าจะตั้งค่ายพัก ควรตั้งด้านหลังพุ่มไม้ เพื่อบังลมจากทิศนั้นใช่หรือไม่?”
หานเจี้ยวยิ้ม
“ดี…เ้ามีหัวข้อนี้ ถ้ารอดกลับไป ข้าอยากให้เ้าไปเป็ทหาร”
เฟิงิหัวเราะ
“ข้าไม่อยากเป็แค่ทหาร ข้าอยากเป็แม่ทัพ”
หานเจี้ยวหัวเราะเสียงดัง
“อย่าโลภเกินวัย เ้าหนู!”
—
การเดินทางยืดเยื้อกว่าสองสัปดาห์ ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านพ้นเขตป่าของแคว้นเหยียนหง
และเข้าสู่แนวแม่น้ำหลัวเจียง ซึ่งเป็พรมแดนธรรมชาติระหว่างแคว้นทั้งสอง
แต่บนสะพานไม้เก่า…พวกเขาเจอกับด่านลาดตระเวนของทหารหลันชิง
“พวกเ้ามาจากไหน!”
ทหารนายหนึ่งะโขึ้นทันทีที่เห็นร่างเปื้อนโคลนทั้งสองคน
เฟิงิรีบยกมือ
“ข้าเป็ชาวบ้านจากหมู่บ้านชิงสุ่ย! ข้าถูกจับไปเป็เชลย…!”
ทหารขมวดคิ้ว
“หมู่บ้านชิงสุ่ยถูกเผาไปแล้ว ไม่มีใครรอด!”
“แต่ข้ารอด!” เฟิงิะโเสียงแข็ง
“ข้าจะกลับมา! ไม่ว่าจะมีใครรออยู่หรือไม่!”
—
แม่ทัพซ่งเจี้ยนได้รับรายงานถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ฝ่าชายแดนกลับมาพร้อมชายลึกลับ
เขาสั่งให้นำตัวเฟิงิและหานเจี้ยวขึ้นเรือส่งตรงมายังค่ายทหารหลัก
เมื่อพบหน้า ซ่งเจี้ยนมองเฟิงิั้แ่หัวจรดเท้า
เขาไม่พูดอะไรนอกจากถามเพียงว่า
“เ้ามีอะไรจะพิสูจน์ว่าเป็ชาวหลันชิง?”
เฟิงิล้วงหยิบของเพียงชิ้นเดียวที่ยังเก็บไว้ได้จากกระเป๋าเศษผ้าเก่า —
แถบผ้าสีน้ำเงินขลิบขาวที่แม่ของเขาเย็บติดไว้ตรงชายเสื้อ
แม้จะไหม้เกรียมไปเกือบครึ่ง แต่ลายด้ายยังปรากฏชัดว่าเป็สัญลักษณ์ของหมู่บ้านชิงสุ่ย
แม่ทัพซ่งเจี้ยนไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงพยักหน้า
“ต่อจากนี้ เ้าจะอยู่ที่นี่…ในค่ายฝึกทหารของหลันชิง”
—
ในคืนวันนั้น เฟิงิยืนบนเนินดินของค่าย
มองธงฟ้าครามโบกสะบัดเหนือยอดเสา
เขากลับมาแล้ว
แต่สิ่งที่รอเขาอยู่ข้างหน้าจะไม่ใช่ชีวิตแบบเดิม
เพราะสายลมไม่ได้พัดให้เขากลับบ้าน…
แต่มันพัดให้เขาออกเดินทางอีกครั้ง
และครั้งนี้ เขาจะเดินไปจนสุดปลายฟ้า