ตอนที่ 17 : เริ่มนับถอยหลังสามสิบวัน
“นั่นเ้ากำลังพยายามจะทำอะไร? …”
หวงเทียนหยางถามขึ้นอย่างสงสัยยามที่เห็นบ่าวเด็กผิวดำลงไปนั่งคุกเข่าเป็บันไดอยู่ที่พื้นให้ป๋ายอี้หลินพยายามปีนขึ้นทางท้ายตัวม้า โดยมีบ่าวเด็กขาวคอยช่วยทั้งผลักทั้งดันทั้งพยุงหวังให้นายตัวเองขึ้นไปนั่งบนหลังม้าให้ได้ ทันได้เห็นมือเล็กๆ พยายามกอดเกี่ยวตัวม้าขึ้นไปดูน่าอนาถเป็ที่ยิ่ง
แล้วนั่น… ไม่ใช่ว่ากำลังจะดึงหางม้าต่างเชือกหรอกรึ? …
“ถามแปลกๆ ก็จะขึ้นหลังม้านะสิ!”
ลู่หลินใจสู้มาก ท่าทางยามปีนป่ายยังทุลักทุเลเสียอาการไม่พอ ยังคิดหันมาต่อความกับโจวหยางอ๋องแบบไม่ยอมแพ้อีก เขารู้นะว่าไอ้คนหล่อวัตถุโบราณนี่จงใจจะไม่ช่วยเหลือ ถึงได้ะโขึ้นไปนั่งหลังม้าทันทีที่บ่าวจูงมาให้ ไม่คิดจะถามไถ่เขาสักคำ แล้วคิดว่าคนอย่างลู่หลินคนนี้จะยอมแพ้รึไง ไม่ช่วยเขาก็มีปัญญาขึ้นเองหรอก มีเสี่ยวไป๋เสี่ยวเฮยตั้งสองคน ยังไงเดี๋ยวก็ได้ขึ้นไปนั่งชิว ๆ บนหลังม้าเหมือนกันนั่นแหละ…
โดยไม่ทันรู้ตัวว่าภาพชวนขบขันนี้ตกอยู่ในสายตาผู้คนทั้งจวนอ๋องที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้น
สำหรับโจวหยางอ๋อง หวงเทียนหยางแล้ว ภาพเหล่านี้ชวนให้น่าอับอายต่อบ่าวไพร่เป็อย่างยิ่ง
“…เ้ารู้หรือไม่ว่าม้านั้นถีบทางไหน? …”
“…เอ๋? …. ถีบเหรอ? ทางนั้นไง….” พูดจบก็ชี้ไปที่ด้านข้างลำตัวของม้า
“…..”
เทียนหยางเห็นท่าทางบื้อ ๆ ของลู่หลินแล้วเชื่อว่าคงจะไม่รู้จริงๆ จึงได้กระตุกบังเหียนม้าที่ตัวเองขี่อยู่แรงๆ ทีหนึ่งให้มันสาธิตท่าถีบให้คนที่กำลังปีนตูดม้าอีกตัวดู
“ฮี่!!!!!!!!!!!!” ม้า….
“o_o!” เสี่ยวเฮย…
“0_0!” เสี่ยวไป๋…
“O_O!” ลู่หลิน…
“….-_-…." โจวหยางอ๋อง
“เอ่อ… ข้าว่า… พวกเราไปปีนขึ้นทางนั้นกันดีกว่าเนอะ….” ลู่หลินก้าวถอยลงทันทีที่เห็นภาพสาธิต มือก็รีบปล่อยหางของเ้าม้าอย่างว่องไว
"นั่นสินะขอรับ… ขึ้นตรงนั้นดีกว่าเป็ไหน ๆ ...” เสี่ยวไป๋รีบผสมโรงเห็นด้วยกับนายตัวเองทันที ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปได้ถูกม้าถีบตายแน่ๆ
“จริงๆ ด้วยๆ ...” เสี่ยวเฮยพูดช้ากว่าเพื่อน แต่ตัวไปไวสุด ตัวเขาคุกเข่าอยู่ตรงนี้ ไม่เพียงจะถูกถีบอาจถูกเหยียบด้วย รับรองว่าสภาพศพไม่สวยแน่ๆ ...
“......” หวงเทียนหยางมองสองบ่าวหนึ่งนายนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
ขนาดขึ้นหลังม้ายังทำไม่เป็ ไม่ต้องพูดถึงเื่ขี่มันไปถึงตีนเขาหรอก... ดีไม่ดีแค่ก้าวออกจวนไปได้ก้าวเดียวก็คงจะกลิ้งหลุน ๆ ตกลงมาแล้ว....
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดห่วงความปลอดภัยของศัตรูคู่อาฆาตแม้แต่น้อย แต่คนที่ชาวบ้านทั่วร้านตลาดรู้ว่าเป็อนุของเขาจะให้ออกไปทำสภาพน่าอนาถต่อหน้าชาวเมืองก็ใช่ที่
คิดได้ดังนั้นจึงกระตุกบังเหียนม้าให้เดินไปใกล้สามบ่าวนายที่ตอนนี้ย้ายไปหาทางปีนขึ้นม้าที่ด้านข้างลำตัวแล้ว แต่ท่าทีก็ยังดูทุลักทุเลอยู่ดี ก่อนจะก้มลงไปช้อนตัวร่างบางให้ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกันทางด้านหน้าของตัวเองจนแผ่นหลังเล็กแนบไปกับอกแกร่ง
“!!!อ๊ะ!!!”
เป็เพราะถูกดึงลอยหวือขึ้นมาแบบไม่คาดคิด ลู่หลินจึงมึนงงไปพักใหญ่ก่อนที่จะรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองได้มานั่งอยู่ในอ้อมอกของโจวหยางอ๋องเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าจึงเห่อร้อนแดงไปถึงใบหู
‘ไอ้คนหล่อวัตถุโบราณนี่ *=* กร้าวใจเกินไปแล้ว! แต่เขายังไม่ลืมเื่ที่บีบคอเขาก่อนหน้านี้หรอกนะ ชิชิ!
“พวกเ้าสองคนไม่ต้องตามไป รออยู่ที่จวนนี่แหละ”
รับตัวลู่หลินขึ้นมาบนหลังม้าได้แล้วหันไปสั่งการกับคู่แฝดเล็กน้อยจากนั้นก็กระตุกบังเหียนออกไปจากจวนทันทีท่ามกลางสายตาบ่าวไพร่นับสิบที่แอบมองดูเหตุการณ์อยู่
พวกมันต่างจับกลุ่มซุบซิบนินทากัน ว่าโจวหยางอ๋องอยู่กับคุณชายป๋ายที่เรือนนี้มาหลายเดือน ไม่มีสักครั้งที่จะพูดคุยหรือญาติดีกัน มาวันนี้กลับพากันขึ้นหลังม้าออกไปเที่ยวชมเมืองด้วยกันซะแล้ว คงไม่แคล้วใกล้เกลือกินด่าง ใจอ่อนหลงรักกันขึ้นมาแล้วเป็แน่...
“รายงานท่านรองแม่ทัพ พบรอยแยกแผ่นดินที่หมู่บ้านฉู่ตีนเขาทิศใต้ มีไฟเหลวไหลออกมาเหมือนคราวที่แล้วด้วยขอรับ! ตอนนี้ชาวบ้านกำลังเร่งเก็บข้าวของกันจ้าละหวั่น มีบางคนพลาดท่าถูกไฟเหลวเผาไหม้ เสียชีวิตไปด้วยขอรับ!”
“มีไฟเหลวออกมาอีกแล้วรึ? … นายกองเฟย รีบส่งม้าเร็วไปรายงานท่านอ๋อง ทูลเชิญให้ไปดูเหตุการณ์ที่หมู่บ้านฉู่ ไฟเหลวนี้มีอันตรายนัก คงต้องให้ท่านอ๋องมาช่วยคิดการเตรียมแก้ไขก่อนที่จะเกิดการสูญเสียหนักเหมือนคราวที่แล้ว!”
“รับทราบขอรับ!”
ทหารนายหนึ่งรีบเร่งเข้ามารายงานรองแม่ทัพหุยที่กำลังขี่ม้าตรวจตราความเรียบร้อยแถวเชิงเขาเจียฮว๋าซาน ได้รับคำสั่งให้ตามผู้มีอำนาจสูงสุดมาก็ไม่รอช้าเร่งรีบทำภารกิจทันที
ด้านรองแม่ทัพหุยเองก็รีบร้อนไปที่จุดเกิดเหตุไม่แพ้กัน คราวที่แล้วมีเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้น ทำให้ทุกคนได้พบเห็นไฟเหลวผุดขึ้นมาจากผืนดินเป็ครั้งแรก สร้างความตื่นตระหนกและการสูญเสียเป็อย่างมากเพราะไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรและต้องจัดการอย่างไร กว่าจะรู้ว่าของเหลวสีแดงทองอร่ามนั้นร้อนดั่งไฟและหลอมละลายได้แม้กระทั่งเหล็กกล้าก็ต้องเสียทหารและชาวบ้านไปหลายสิบคน เมื่อรู้ว่าคราวนี้จะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีกจึงไม่ได้รีรอ เร่งรุดไปดูสถานที่ทันที
“อ๊ากกก ช่วยๆ ด้วย ไฟเหลวไหลมาโดนข้า!!!”
“บ้านข้าๆ ไฟไหม้หมดแล้ว!”
"ไฟเหลวไหลมาถึงบ้านข้าแล้ว อาจูลูกข้ายังอยู่ในบ้าน!!
เมื่อมาถึง หมู่บ้านฉู่ก็ตกอยู่ในสภาพโกลาหลเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านหลายสิบคนเก็บข้าวของหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต ในขณะที่ไฟเหลวร้อนค่อยๆ ไหลลงมาเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านทางอย่างช้าๆ วัตถุที่ติดไฟง่าย เมื่อมาเจอความร้อนสูงก็เกิดประกายไฟเตรียมเผาไหม้อย่างรวดเร็ว
รองแม่ทัพหุยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รีบสั่งให้กองทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในแนวไหลของไฟเหลวเพราะตระหนักดีว่าอานุภาพของมันร้ายกาจนัก ไหลผ่านที่ใด ทุกอย่างไหม้เป็ตอตะโกไปหมด
ได้แต่หวังว่าโจวหยางอ๋องผู้ปรีชาจะมาถึงที่นี่โดยไว จะได้ช่วยกันคิดหาทางตั้งรับ
…
‘น่าอับอาย… น่าอับอายมากๆ … น่าอับอายที่สุด! …’
ลู่หลินได้แต่คิดวนประโยคเดิมไปมาซ้ำๆ เพราะสภาพของตัวเขาในตอนนี้นั้นน่าอับอายมากจริงๆ ก็ในเมื่อเป็ผู้ชายทั้งคู่ แต่ต้องมานั่งบนหลังม้าตัวเดียวกันแถมเขายังต้องอยู่ในตำแหน่งด้านหน้า มีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่โอบกอดอยู่ทางด้านหลัง ดูอย่างไรก็เหมือนกับท่าทางของบุรุษยามโอบกอดสตรีทางด้านหลังไม่มีผิด!
ความจริงแล้วตัวเขาก็รู้ดีในรสนิยมของตัวเองมาตลอด แฟนหนุ่มก็เคยมีมาแล้ว ดังนั้นเื่ผู้ชายสองคนจะกอดประคองกันเขาย่อมรับได้แน่นอน แต่ก็ไม่จำเป็ที่จะต้องมากอดกันบนหลังม้าอวดสายตาชาวบ้านร้านตลาดทั้งเมืองไม่ใช้รึ?!?
แล้วโจวหยางอ๋องผู้สูงศักดิ์คนนี้ไม่รู้สึกเก้อเขินหรือกระดากอายอย่างไรเลยหรือไงกัน ถึงได้ขี่ม้าฮ่อไปได้ไม่มีชะงักเช่นนี้? แถมความเร็วก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก…
คราแรกที่ขึ้นมาบนหลังม้า ลู่หลินใจนต้องหลับตาปี๋ เมื่อนั่งไปสักพักััได้ถึงวงแขนที่โอบกายอยู่ความอุ่นใจก็ตามมาจนคลายความกลัวและค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองไปรอบทิศทาง
การนั่งบนหลังม้าให้ความรู้สึกว่าตัวเองอยู่สูงกว่าที่คิดไว้มากและการโคลงเคลงของมันก็ทำให้ลู่หลินหวาดกลัวจนต้องเอี้ยวตัวมาเกาะร่างชายที่อยู่ด้านหลังอย่างแ่า
“นั่งดีๆ ข้าโอบอยู่ เ้าไม่ตกหรอก… บิดกายไปมาแบบนี้จะพาเอาทั้งเ้าทั้งข้าร่วงลงไปทั้งคู่…”
“….อะ..อื้ม….”
คำกล่าวด้วยไมตรีอย่างไม่คาดคิดทำให้ลู่หลินได้แต่ตอบรับซื่อ ๆ กลับไป หันมานั่งตัวตรงตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างว่าง่าย แต่ความกลัวยังไม่จางหายดีจึงได้เกาะแขนอีกฝ่ายไว้แน่น… เขาไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่การที่ไม่ถีบเขาจนตกลงไปจนถึงตอนนี้ เดาว่าคงไม่ได้รังเกียจจนทนไม่ได้กระมัง….
ทั้งคู่ขี่ม้าจนออกไปพ้นเขตชุมชนไม่นาน ทหารนายหนึ่งก็ขี่ม้าด่วนเข้ามารายงานข่าวสำคัญ
“ทูลท่านอ๋อง! ท่านรองแม่ทัพหุยให้มาเชิญท่านไปที่หมู่บ้านฉู่พ่ะย่ะค่ะ ที่นั่นมีรอยแยกของแผ่นดินและมีไฟเหลวไหลออกมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ! "
“ฮึ่ม! …. อีกแล้วรึ! ได้ ข้าจะรีบไป"
พูดจบหวงเทียนหยางก็ดึงบังเหียนม้าเปลี่ยนทิศไปทางเป้าหมายทันที
ลู่หลินไม่รู้เื่ราวจึงได้แต่นั่งเงียบ แต่เดาเอาเองว่าเมื่อครู่นี้เกิดแผ่นดินไหวและมีแผ่นดินแยกจน ‘ไฟเหลว’ ไหลออกมา ดูแล้วคงไม่พ้นว่าเป็ ลาวาเป็แน่….
บอกลากันทีกับวันแรกแห่งการย้อนเวลาที่แสนชิว
เวลาแห่งการนับถอยหลัง 30 วันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
_______________________
Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่า
E-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาท
E-Book ที่ Meb ภาค 2 ออกแล้วมี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาท