ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 28 ไปผ่อนคลายจิตใจนอกตำหนักอ๋อง

            หนิงมู่ฉือก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองแววตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา นางพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ฝืนไม่ให้น้ำตาไหลออกมาในขณะที่ตัวสั่นเทา ไม่เอ่ยปากกล่าวว่าจาใดออกมา

            ท่านอ๋องเห็นท่าทางเช่นนี้ของหนิงมู่ฉือก็ถอนหายใจเบาๆออกมาอีกครา “นางหนูหนิง บางเรื่องเราก็ต้องปลงกับมัน ทำตามความต้องการของหัวใจ”ท่านอ๋องชี้นิ้วไปที่หัวใจพร้อมกับเอ่ยว่า“ตรงนี้ต่างหากคือเจ้านายของตัวเราที่แท้จริง”

            หนิงมู่ฉือรีบเช็ดน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมาส่งยิ้มให้ท่านอ๋อง “ขอบคุณท่านอ๋องมากเจ้าค่ะที่เป็นห่วง ฉือเอ๋อร์มิได้เป็นอันใดข้าเพียงอยากออกไปเที่ยวพักผ่อนจิตใจเท่านั้น”

            ท่านอ๋องพยักหน้ารับรู้“ก็ดี ออกไปผ่อนคลายจิตใจบ้างก็ดีเหมือนกัน ข้าอนุญาตให้เจ้าลาหยุดได้หลายๆ วัน”

            หนิงมู่ฉือพยักหน้ารับทราบก่อนจะกลับห้องไปเก็บของ แล้วออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกให้สบายใจสี่ห้าวัน

            เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากประตูตำหนักหลินมู่พลันเดินตามหลังมา นางหันไปมองด้วยความโมโห เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“เหตุใดถึงตามข้ามา”

            “ข้าน้อยคือผู้คุ้มกันของคุณหนู”หลินมู่ประสานมือตอบด้วยน้ำเสียงเคารพนอบน้อม

            นางมองหลินมู่แล้วเอ่ยว่า“คุณหนู?เจ้าดูท่าทางของข้าตอนนี้ มีตรงไหนบ้างที่เหมือนคุณหนู? ข้ารู้ว่าเจ้าอยากแก้แค้นให้สกุลหนิง แต่เจ้าควรจะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้”

            “ข้าน้อยไม่เสียดายชีวิตของตัวเองขอรับ”น้ำเสียงแข็งกร้าวของหลินมู่เจือแววสั่นสะท้าน“ข้าน้อยไม่เคยลืมบุญคุณของท่านแม่ทัพที่มีต่อข้าน้อย”

            นางหันหน้ากลับไปสีหน้าเรียบเฉย “กลับไปเถิด ไม่ต้องตามข้ามา ถือเสียว่าเห็นแก่ข้าก็แล้วกัน”นางเดินต่อไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง

            ได้เห็นผู้คนเดินขวักไขว่ในตลาดและได้เห็นของหน้าตาแปลกประหลาดมากมาย หนิงมู่ฉือรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

             

            องค์ชายเอ่อร์ตั้นก้าวเดินอย่างลับๆล่อๆ อยู่ในพระราชวัง เพื่อไปยังตำหนักที่องค์หญิงซีเยวี่ยพักอยู่

            องค์หญิงซีเยวี่ยตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นองค์ชายเอ่อร์ตั้น ใบหน้าขององค์ชายเอ่อร์ตั้นประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“องค์หญิงน้อยของพี่ ภารกิจที่พี่มอบหมายให้เจ้าเจ้าทำสำเร็จแล้วหรือยัง”

            องค์หญิงซีเยวี่ยลุกขึ้นยืนหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบสายตา กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม “น้องเข้าใจความร้อนพระทัยของเสด็จพี่ดีรับรองว่าน้องจะทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้เพคะ”

            องค์ชายเอ่อร์ตั้นแค่นเสียงฮึอย่างดูแคลนก่อนจะหันหลังไป แล้วกล่าวข่มขู่ “อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะว่าใจเจ้าคิดอันใดอยู่”

            องค์หญิงซีเยวี่ยมีท่าทีร้อนใจขึ้นมาทันใด“เสด็จพี่ น้องรู้ดีเพคะว่าต้องทำเพื่อเกียรติยศของราชวงศ์แต่ว่าฝ่าบาทไม่ทรงโปรดน้องนะเพคะ”

            “เจ้ายังทุ่มเทไม่พอมากกว่า จำไว้นี่คือภารกิจของเจ้า”องค์ชายเอ่อร์ตั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามข้างหูองค์หญิงซีเยวี่ย

            “จำเอาไว้ ยังมีเวลาอีกสามวันก่อนจะเดินทางกลับเจ้าต้องคิดหาวิธีให้ตัวเจ้าอยู่ที่นี่ต่อให้ได้”เอ่ยจบองค์ชายเอ่อร์ตั้นก็เดินออกจากตำหนักทิ้งองค์หญิงซีเยวี่ยที่กำลังทุกข์ทรมานใจไว้ข้างหลัง

            องค์หญิงซีเยวี่ยร่ำไห้ออกมา“เหตุใดข้าต้องอยู่ที่นี่ด้วย ข้าชอบทุ่งหญ้า ข้ารักแคว้นของข้าเหตุใดต้องเป็นข้าที่ถูกเลือก เสด็จพ่อ ท่านทรงลำเอียงเหลือเกิน!”

            นางนึกย้อนถึงคำพูดของท่านข่านที่เคยพูดกับนางภายในส่วนลึกของทุ่งหญ้า ท่านข่านรับสั่งกระซิบข้างหูนาง“จงทำเพื่อเกียรติยศของแคว้นเราลูกต้องพยายามทำให้ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหลงรักลูกให้ได้”

            เวลานี้เองนางได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมานางล้างหน้าหวีผมจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพื่อปิดบังดวงตาที่แดงก่ำ

            “อ้าว น้องซีเยวี่ย”คือซูเฟยผู้มีรูปร่างบอบบางผู้ชอบสร้างเรื่องนั่นเอง

            นางยิ้มใช้ภาษาจีนที่ไม่ค่อยจะคล่องแคล่วเท่าใดนักทักทายออกไป “ซูเฟยเหนียงเหนียง[1]”

            “เหตุใดใบหน้าถึงได้ซีดขาวเช่นนี้ น้องเป็นอันใดหรือไม่” ซูเฟยมององค์หญิงซีเยวี่ยด้วยสีหน้าแย้มยิ้มทว่ากลับเป็นรอยยิ้มที่ทำให้องค์หญิงซีเยวี่ยรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

            “หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะ แค่ยังไม่ชินกับการใช้ชีวิตในวังเท่านั้น” องค์หญิงซีเยวี่ยมองผู้ไม่หวังดีอย่างซูเฟยอย่างหวาดระแวง

            ซูเฟยค่อยๆเยื้องย่างไปนั่งบนเก้าอี้ด้านข้าง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ “เฮ้อตอนนี้ในใจข้ารู้สึกเศร้าเหลือเกิน”

            องค์หญิงซีเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยจึงถามออกไป “ซูเฟยทรงมีฐานะสูงส่งในวังหลวงแห่งนี้ บิดาเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีรูปโฉมงดงาม เพียบพร้อมทั้งความรู้ เหตุใดถึงได้รู้สึกเศร้าหรือเพคะ”

            ซูเฟยได้ฟังก็ยิ้มอย่างโศกศัลย์รู้สึกถูกชะตากับองค์หญิงซีเยวี่ยมากขึ้นอีกอักโขก้าวเดินตรงไปหาองค์หญิงซีเยวี่ยอย่างอ่อนโยนนุ่มนวลหากก็แฝงด้วยแววข่มขู่อยู่ในที “น้องสาวคงไม่รู้ ใจข้าตอนนี้เป็นทุกข์เหลือเกิน”

            “นับตั้งแต่ข้าเสียหน้าภายในงานเลี้ยงคืนนั้นฝ่าบาทก็ไม่เคยเสด็จมาหาข้าอีกเลยกลับเสด็จไปหาเสียนเฟยที่ปกติไม่ค่อยจะได้รับความโปรดปรานหลายคืนติดต่อกัน”ซูเฟยถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ตัดพ้อถึงความทุกข์ที่อยู่ในใจของตัวเองออกมา

            “ไม่ทราบว่าหม่อมฉันพอจะช่วยเหลือพระองค์ได้บ้างหรือไม่เพคะ”องค์หญิงซีเยวี่ยถามด้วยใบหน้าสงสัย

            ซูเฟยหัวเราะออกมา“ข้าต่างหากที่อยากช่วยองค์หญิง บิดาเล่าให้ข้าฟังว่าท่านรักใคร่ชื่นชอบฮ่องเต้มานานมากแล้ว ข้าจึงอยากจะช่วยทำให้ท่านได้สมปรารถนาองค์หญิงแค่ช่วยข้ากำจัดนางสนมพวกนั้นเท่านั้นก็พอ”

            ครั้นองค์หญิงซีเยวี่ยได้ฟังประโยคนี้ของซูเฟยรู้สึกว่าจิตใจของสตรีเบื้องหน้าช่างลึกล้ำเหลือเกินดูท่าเสด็จพี่ของนางจะสนิทสนมกับอัครมหาเสนาบดีไม่น้อยนางยิ้มมองซูเฟยอย่างเจ้าเล่ห์ “ประโยคนี้ของพระองค์ตรงใจหม่อมฉันมากเพคะหากภายในสามวันนี้พระองค์ช่วยให้หม่อมฉันได้อยู่ที่นี่ต่อ หม่อมฉันก็จะช่วยพระองค์ให้ได้ตำแหน่งฮองเฮา”

            ซูเฟยพยักหน้าอย่างชื่นชมยกมือจับผมเล็กน้อย “ข้ารับคำองค์หญิง”

            องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มกว้างมองตามส่งซูเฟยจนเดินออกไป

             

            หนิงมู่ฉือเดินอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนถนนคิดถึงความอยุติธรรมที่จ้าวซีเหอทำกับนาง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นไม่ค่อยดีนักทันใดนั้นสายตาเหลือบไปเห็นร้านบะหมี่ร้านหนึ่งซึ่งกิจการเป็นไปได้ดีมากนางเดินตรงไปที่ร้านอย่างสนอกสนใจอยากจะเข้าไปสืบความลับของเคล็ดลับในร้านบะหมี่แห่งนี้

            เมื่อนางเดินเข้าไปในร้านเสี่ยวเอ้อร์[2] รีบเดินเข้ามาต้อนรับนางทันที“แม่นาง สั่งอะไรดีขอรับ”

            “เอาบะหมี่ที่ขายดีที่สุดของที่นี่มาหนึ่งชามก็พอ”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน

            “เช่นนั้นแม่นางคงต้องรอนานสักหน่อย ตามข้ามาเลยขอรับ ข้าจะพาไปที่นั่ง”เสี่ยวเอ้อร์ต้อนรับนางอย่างกระตือรือร้นนำนางไปยังที่นั่งที่ดีที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์บนถนนได้

            นางนั่งอย่างสงบนิ่งมองผู้คนในร้านอย่างพินิจพิเคราะห์เนื่องจากเรื่องที่ผู้คนในร้านกำลังกล่าวถึงในตอนนี้คือเรื่องที่นางให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

             

             

             

            [1] เหนียงเหนียง คำที่ใช้เรียกนางสนมของฮ่องเต้

            [2] เสี่ยวเอ้อร์ คำเรียกพนักงานภายในร้านอาหารหรือในโรงเตี๊ยมในสมัยก่อนของจีน

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663