บทที่ 1
นางไม่มีชื่อ
สายลมพัดโหมกระหน่ำหยาดพิรุณร่วงหล่นลงอย่างไม่ปราณี เสียงอสนีบาตฟาดฟันลงมายังท่ามกลางต้นไห่ถังที่ตอนนี้กำลังแข่งกันชูช่ออวดดอกสีขาวและชมพูอ่อนหวานเบ่งบานแข่งกันทั้งต้นกลิ่นหอมอ่อนๆและความงามสดใสนั้นไม่ได้ทำให้คนที่ยืนมองเบิกบานร่าเริงมากนักซ้ำร้ายน้ำตาก็ร่วงหล่นกระทบแก้มไม่ขาดสายเหมือนหยาดพิรุณที่ร่วงหล่นลงมาเฉกเช่นเดียวกัน
“เ้ามายืนอยู่ทำไมตรงนี้ ไม่กลัวจะเป็อันตรายหรืออย่างไรกัน” เสียงบุรุษคนหนึ่งที่นางคุ้นหูเป็อย่างดีั้แ่เยียบย่างมายังดินแดนแห่งนี้บุรุษที่มองยังไงก็งดงามหมดจดรูปลักษณ์หน้าตาดีไปเสียทุกส่วน
“ไท่ฟู่” นางที่ตอนนี้ผินหน้ามาหาและทำความเคารพษุรุษที่นางเรียกว่าไท่ฟู่ซึ่งก็คือราชครู
“เ้าร้องไห้ทำไมกัน” ทันทีที่นางเผชิญหน้ากับเขาก็ทำให้เขาใเล็กน้อยที่บัดนี้ดวงตาของนางแดงก่ำบ่งบอกให้รับรู้ได้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ”
“ไม่เข้าท่าเ้าอย่ามาโกหกข้า ข้าไม่ชอบคนโกหก”
“แต่ถ้าเ้าไม่สะดวกใจที่จะตอบ ข้าก็จะไม่ถามเ้าอีก”
“กลับเข้าเรือนพักของเ้าตอนนี้นี่เป็คำสั่ง แล้วอย่าออกจากเรือนจนกว่าจะยามเหม่า”
“เ้าค่ะ” หลังจากนั้นนางก็ทำความเคารพบุรุษที่นางเรียกว่าไท่ฟู่อีกครั้งพลันเดินจากออกมาสายตาของโจวหนิงเฟิ่งราชครูของฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเย่วมองตามหลังนางอย่างครุ่นคิดใยแม่นางผู้นี้ไม่เหมือนจะเป็ข้ารับใช้ในจวนของข้าใบหน้าผิวพรรณก็ไม่เหมือนชาวแคว้นเราตำแหน่งในจวนก็คือคนหาบน้ำซึ่งดูแล้วคงจะไม่เหมาะกับนางเท่าไหร่ ร่างเล็กบอบบางเช่นนี้หรือคือคนหาบน้ำคิดมาได้ดังนั้นก็สลัดความคิดที่อยู่ในหัวทิ้งไป ยังไงเื่นี้ต้องมีเงื่อนงำและคงจะสืบได้ในเร็ววัน
ยามเหม่า (05.00– 06.59 น.)
“เ้าิจื่อ นางที่ไม่มีชื่อ นี่ยามเหม่าแล้ว เ้ากับข้าต้องไปหาบน้ำที่บ่อน้ำอีกนะ” อี้ผิงเพื่อนคนหาบน้ำเหมือนกันปลุกให้ิจื่อชื่อที่ใช้เรียกคนที่ไม่มีชื่อแต่นางก็พบว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองนางจึงเอามือไปเขย่าคนที่อยู่ข้างกายหวังให้นางตื่นพลันอี้ผิงนางก็สะดุ้งรีบยกมือออกทันที
“นี่เ้าเป็ไข้หรือนี่ ทำไมตัวถึงได้ร้อนเช่นนี้” หลังจากนั้นนางก็กระหืดกระหอบรีบวิ่งแจ้นไปหาผู้ดูแลจางในจวนท่านราชครูและรีบแจ้งว่าิจื่อนางตัวร้อนไข้ขึ้นสูงมาก
“นี่ๆ อี้ผิง ใยเ้าถึงได้วิ่งเช่นนี้ในจวนได้ไม่สำรวมกิริยาเลย ข้าสอนเ้าตั้งกี่หนแล้วทำไมไม่ฟัง”
“ไม่มีเวลามาสนใจเื่เช่นนี้แล้วผู้ดูแลจาง รีบช่วยคนก่อนเถอะเ้าค่ะ”หลังจากที่อี้ผิงรีบวิ่งมาหาผู้ดูแลจางวิ่งแบบไม่คิดชีวิตโชคดีที่วิ่งมาได้ไม่นานก็เจอตัวนาง
“มีใครเป็อะไร”
“รีบตามหมอเถอะ ตอนนี้นางไม่มีชื่อตัวร้อนเหมือนกองไฟเลยเ้าค่ะ”
“ตายจริง เ้ารีบไปดูแลนางก่อนเดี๋ยวข้าจะไปเรียนฮูหยินผู้เฒ่า อย่าลืมหาผ้าเช็ดตัวให้นางด้วย”
“เ้าค่ะ”
ใช้เวลาไม่นานหมอก็มายังห้องพักของอี้ผิงและนางผู้ไม่มีชื่อตอนนี้ทั้งฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ดูแลจาง และบ่าวรับใช้อีกสามสี่นางมายืนดูอาการกลัวว่านางไม่มีชื่อนี้จะมาตายในจวนของราชครูเพราะดูจากสภาพร่างกายที่ซีดเชียวไร้เรี่ยวแรง อีกทั้งยังไม่รู้สึกตัวเช่นนี้ยิ่งทำให้คนที่เฝ้ามองดูอยู่เป็กังวล
“มันจะเป็อะไรไหมผู้ดูแลจาง”
“ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้กังวลเลยเ้าค่ะ มันไม่น่าจะตาย”
“ดูสิ เข้ามาในจวนข้าได้ไม่เท่าไหร่ก็ทำให้ข้าต้องเสียค่ารักษาให้กับท่านหมอไม่รู้จะเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”ฮูหยินผู้เฒ่าบ่นกับผู้ดูแลจาง หรือจางหรูผู้ดูแลคนสนิทของนางแต่ถึงทั้งสองจะพูดคุยกันแค่สองคนแต่หูของอี้ผิงก็ทำงานดีและมีประสิทธิภาพได้ยินทุกคำทุกประโยคที่ฮูหยินผู้เฒ่าพูดกับผู้ดูแลจางอยู่ดีนางได้แต่ก้มหน้ายืนอยู่เงียบๆ ใครในจวนแห่งนี้จะไม่รู้เล่าว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็คนที่ประหยัดมัธยัสธ์อย่างที่สุดแม้แต่ขนเส้นเดียวก็จะไม่ยอมถอนให้ใครง่ายๆ
“ท่านหมอนางเป็อย่างไรบ้าง”ผู้ดูแลจางถามท่านหมอหนิง
“ตอนนี้นางไม่เป็อะไรแล้วขอรับ และนี่เป็ยาที่ต้องต้มให้นางดื่มขณะที่ยังไม่แข็งแรงขอรับ”หมอหนิงยื่นห่อยาให้กับผู้ดูแลจางและขอตัวลากลับ
“อี้ผิง เอายานี่ไปต้มแล้วให้นางดื่ม”
“เ้าค่ะ”
“รีบกลับเรือนกันเถอะฮูหยินผู้เฒ่า ตอนนี้นางคงไม่เป็อะไรแล้ว”
หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับเรือนก็พบกับโจวหนิงเฟิ่งที่กำลังเดินเข้ามาพอดี
“มีใครเป็อะไรหรือขอรับท่านแม่ข้าเห็นหมอหนิงเดินออกจากจวนของเราไป”
“ก็นางไม่มีชื่อนั่นสิคุณชาย เป็ไข้ตัวร้อนตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ”หลังจากที่โจวหนิงเฟิ่งได้ฟังดังนั้นก็เกิดรอยบางๆ ของความห่วงใยขึ้นในใจ
“ข้าจะไปดูนางเสียหน่อยเช่นนั้นข้าขอตัวลานะขอรับท่านแม่” จากนั้นโจวหนิงเฟิ่งก็ทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเตรียมตัวจะหันหลังออกไปก็มีเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าดังขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่ถึงกับให้เ้าต้องลงไปเยี่ยมเยือนหรอกคุณชาย”
“แต่ท่านแม่นางเป็เด็กรับใช้ในจวนเรานะขอรับ”
“ข้าให้อี้ผิงดูแลนางแล้วเ้าไม่ต้องลงไปดูนางหรอก”
“ท่านแม่…” โจวหนิงเฟิ่งมองมารดาของตนอย่างไม่เข้าใจนางมากนัก
“ใยเ้าต้องสนใจนางด้วยเด็กรับใช้ในจวนเราป่วยใยแม่ไม่เห็นเ้าไปดูหรือถามอาการนางเลย”
“มาดูผ้าที่แม่ให้เด็กรับใช้เตรียมมาตัดให้เ้ากันดีกว่าว่าเ้าชอบสีไหน”
“เื่นี้ท่านแม่ไม่ต้องถามความเห็นของลูกก็ได้นะขอรับทุกครั้งท่านแม่จัดการให้ลูกตลอด”
“โจวหนิงเฟิ่ง!!!” ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกไม่พอใจที่ลูกชายของนางไม่ฟังนางและยังจะดื้อดึงไปเยี่ยมนางไม่มีชื่อผู้นั้นอีก
“แต่มันใกล้จะถึงวันวสันตวิษุวัตแล้วนะแม่อยากจะตัดชุดใหม่ให้เ้า จะได้สวมไปชมดอกไห่ถังที่อวดโฉมบานสะพรั่งทีู่เาเทียนซากับคุณหนูใหญ่สกุลลู่ยังไงละ”
“แต่ลูก…”
“ไม่มีแต่โจวหนิงเฟิ่งแม่ได้นัดวันและส่งเทียบเชิญออกไปแล้ว รอเพียงแต่ทางสกุลลู่ตอบกลับมา”
“แม่หาผู้หญิงที่คู่ควรและเหมาะสมกับเ้าทุกอย่างไว้ให้เ้าแล้วใยเ้าไม่สนใจหรือใส่ใจที่จะคิดแต่งฮูหยินเข้าจวนเราบ้าง”
“ตอนนี้แคว้นเรากำลังไม่มั่นคงแล้วจะให้ลูกคิดเื่แต่งงานได้อย่างไรขอรับท่านแม่” โจวหนิงเฟิ่งพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าจบก็เดินออกจากเรือนบุปผางามออกไปโดยไม่หันกลับมาตามเสียงเรียกให้กลับมาของฮูหยินผู้เฒ่า