บทที่ 29 ความจริงในอดีต
ในปีนั้น ลู่จิ่นเนี่ยนหลงรักมู่จือเหยียนอย่างหนัก ทว่าเพราะความรู้สึกด้อยค่า หญิงสาวจึงไม่กล้าเผยความในใจให้เขารู้
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ในงานเลี้ยงสังสรรค์เมื่อสองปีก่อน พวกเขาทั้งสองเมาจนขาดสติ และเผลอมีอะไรกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
แม้จะเป็เพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แต่เื่นี้กลับแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว และไปถึงหูผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล
ตระกูลมู่รักษาภาพลักษณ์เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว แม้ว่าลูกสาวนอกสมรสของตระกูลลู่จะฟังดูไม่ค่อยน่าพอใจนัก แต่ทั้งสองตระกูลก็มีธุรกิจและผลประโยชน์ที่พัวพันกันอย่างซับซ้อน ไม่สามารถตัดขาดความสัมพันธ์ได้ง่าย ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เื่ที่เกิดขึ้นนี้ ฝ่ายที่เสียหายย่อมเป็ฝ่ายหญิง หากทำให้เื่บานปลาย ทุกฝ่ายจะเสียหน้ากันหมด
ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงเจรจาตกลงกัน กระทั่งลู่จิ่นเนี่ยนได้แต่งงานเข้าตระกูลมู่สมใจปรารถนา
แต่เื่นี้ เกี่ยวอะไรกับโจวหงผิง
“แม่ พูดให้ชัดเจนหน่อยสิ!” เมื่อเห็นสายตาหลบเลี่ยงของโจวหงผิง เธอจึงรีบซักถาม
โจวหงผิงอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “แกคิดว่า ถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้แอบใส่ยาลงไปในเหล้าของพวกแกสองคน คนที่นิสัยขี้ขลาดแบบแก จะมีโอกาสสมหวังเหรอ?”
“แม่ พูดว่าอะไรนะ? ตอนนั้นแม่เป็คนใส่ยาให้ฉันกับมู่จือเหยียนอย่างนั้นเหรอ?”
หัวใจของหญิงสาวปวดร้าว
เดิมที ลู่จิ่นเนี่ยนเข้าใจว่านี่คือโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้ ดังนั้นถึงแม้กระบวนการแต่งเข้าตระกูลมู่จะค่อนข้างยุ่งยาก แต่เธอพอใจกับมันมาก
แต่ปรากฏว่า… ทุกอย่างล้วนเป็กลอุบายเท่านั้น?
ไม่แปลกใจ ทำไมมู่จือเหยียนถึงเกลียดชังและดูถูกเธอขนาดนั้น ที่แท้เธอเป็แบบที่เขาคิดไว้จริง ๆ เป็ผู้หญิงที่ไม่เลือกวิธีการเพื่อแต่งเข้าตระกูลใหญ่!
“จือเหยียน… จือเหยียน คุณกลับมาได้ยังไง?”
น้ำเสียงของโจวหงผิงสั่นเครือ
ลู่จิ่นเนี่ยนหันกลับไปมอง เห็นมู่จือเหยียนยืนอยู่หน้าประตู เห็นได้ชัดว่าได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูกทั้งหมดแล้ว
เธอเปิดปากเตรียมอธิบาย แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่จำเป็
แม่ทำเื่แบบนี้ก็เพื่อเธอ ตอนนี้ไม่มีทางโต้แย้งอะไรได้เลย
“จือเหยียน ฟังฉันอธิบายก่อน เื่มันไม่ใช่… ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด…” โจวหงผิงตื่นตระหนกโดยสิ้นเชิง
ทว่า มู่จือเหยียนเดินเข้ามาในห้อง ไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่พวกเธอทั้งสองจินตนาการกันเอาไว้แม้แต่นิดเดียว
เขาพูดเพียงว่า “ฉันซื้อเค้กมาให้เธอ อยากกินตอนนี้เลยไหม?”
“คะ?”
ในมือของมู่จือเหยียนถือกล่องเค้กขนาดเล็กและประณีตอยู่จริง ๆ เมื่อวานเธอพูดพึมพำกับตัวเองไปนิดหน่อย ไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจจริง ๆ
แต่ว่า สิ่งนี้หมายความว่าอะไร?
โจวหงผิงยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างอึดอัด คิดว่ามู่จือเหยียนจะโกรธ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย
เธอจึงพูดให้รู้สถานการณ์ปัจจุบัน “งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”
มู่จือเหยียนมัวแต่แกะโบบนกล่องเค้ก ไม่สนใจหญิงวัยกลางคนแม้แต่น้อย
สิ่งที่อยู่ในกล่อง บรรจุเค้กช็อกโกแลตมิลล์เฟย
“กินได้แค่ชิ้นเดียวนะ ห้ามกินมากกว่านั้น”
เขาตัดเค้กเสร็จ แล้วส่งมาให้เธอถึงมือ
ลู่จิ่นเนี่ยนมองเขาอย่างงุนงง เธอไม่รู้เลยว่าั์ตาคู่คมที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ของชายคนนี้ จะพยายามปกปิดอารมณ์แบบไหนไว้บ้าง
เธอไม่กล้ากินเค้กนั่น กระทั่งชั่วขณะหนึ่ง เธอถึงกับสงสัยว่าในนั้นจะมีพิษปนไว้
“ถึงเธอจะไม่กิน แต่ลูกชายฉันอยากกิน” มู่จือเหยียนพูดเ็า
ที่แท้ก็เพื่อลูกทั้งนั้น
เธอจึงได้แต่หยิบส้อมขึ้นมาแล้วตักกินเข้าไปหนึ่งคำ
“คำพูดของแม่… ฉันไม่เคยรู้มาก่อน แต่ถ้าคุณจะโกรธ ก็โกรธฉันแทนเถอะ แม่ทำไปเพื่อฉันทั้งนั้น”
ลู่จิ่นเนี่ยนลอบมองสีหน้าของมู่จือเหยียนอย่างระมัดระวัง กลัวว่าเขาจะโกรธ แล้วจะทำอะไรแม่ของเธอ
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ มู่จือเหยียนกลับพูดว่า “ลู่จิ่นเนี่ยน คนบนโลกนี้ไม่ได้โง่เหมือนเธอทุกคนหรอก”
“คุณหมายความว่ายังไง คุณรู้มานานแล้ว?”
มู่จือเหยียนไม่ปฏิเสธหรือยอมรับ
เมื่อครู่ที่ได้ยินคำพูดของแม่ เขาไม่ได้แปลกใจแม้แต่นิดเดียว บางทีอาจจะเข้าใจตั้งนานแล้วว่าตอนนั้นถูกคนวางยา
ดังนั้น เขาถึงได้เกลียดเธอมาโดยตลอด ทั้งยังไม่ยอมให้แม่ของผู้หญิงคนนี้เข้าประตูบ้านของตระกูลมู่
เค้กแสนหวาน กลิ่นของครีมเข้มข้นผสมกับรสชาติของช็อกโกแลตไหลลื่นลงลำคอ ลู่จิ่นเนี่ยนกินเค้กชิ้นเล็ก ๆ จนหมดเกลี้ยงในพริบตา
ตลอดทั้งชีวิตของเธอ มี่เวลาที่รู้สึกมีความสุขนั้นน้อยมาก ดังนั้น่เวลาทานของหวานจึงจัดเป็่เวลาหนึ่ง
ละเลียดลิ้มรสชาติที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากอย่างเชื่องช้า แทบจะร้องไห้ออกมา
โชคดีที่ชีวิตไม่ได้กลายเป็บ่อน้ำนิ่งอย่างแท้จริง ที่แท้จริงเธอยังคงมีความรู้สึกซาบซึ้งและมีความสุขกับเื่เล็กน้อยแบบนี้ได้ เพียงเพราะความสงสารที่ไหลรินจากปลายนิ้วของเขาเป็ครั้งคราว เธอก็ร้องไห้และหัวเราะไปพร้อมกัน
"มู่จือเหยียน ขอบคุณนะ"
......
มู่จือเหยียนรอหญิงสาวกินเค้กหมดแล้วก็จากไปอีกครั้ง เธอมองดูเวลาบ่ายโมง เขาน่าจะกลับไปทำงานที่บริษัทแล้ว
แล้วเขากลับบ้านมาทำอะไรตอนเที่ยงล่ะ?
แค่เพื่อเอาเค้กมาให้เธอโดยเฉพาะเลยเหรอ?
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว ลู่จิ่นเนี่ยนก็รีบตัดมันทิ้งไปทันที จะเป็ไปได้ยังไงกันที่เขาจะทำเพื่อเธอ อย่างมากก็คงเพราะเห็นแก่ลูกเท่านั้น
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทั้งยังเป็ไป๋จื่อซวินที่โทรเข้ามา
“ฉันอยู่ข้างล่างบ้านเธอ ลงมาเจอฉันเดี๋ยวนี้เลย”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เขามาที่นี่ทำไมกันนะ?
ลู่จิ่นเนี่ยนรีบเดินไปที่หน้าต่าง เห็นไป๋จื่อซวินนั่งอยู่บนรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของเขา โบกมือทักทายเธอด้วยรอยยิ้มยินดี
เธอกลัวว่าคนบ้านี่จะวิ่งมาหาเธออย่างกะทันหัน แล้วถูกคนรับใช้ของตระกูลมู่เห็นเข้า จึงรีบวิ่งลงไปข้างล่างโดยไม่ทันได้หยิบเสื้อคลุมด้วยซ้ำ
“นายมาที่นี่ทำไม?”
เขาเอียงตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มองสีหน้าของเธออย่างละเอียด แล้วก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที “สีหน้าแย่ขนาดนี้เลยเหรอ ดูเหมือนเื่ที่ฉันได้ยินมาจะเป็เื่จริง”
“นายได้ยินเื่อะไรมาล่ะ?”
“ฉันได้ยินมาว่าเธอถูกลักพาตัวไป ตอนที่ส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลก็แทบไม่รอดแล้ว ธนาคารเืของโรงพยาบาลก็ไม่พอ เพื่อช่วยชีวิตเธอ มู่จือเหยียนเลยบริจาคเืตัวเองไปถึงสองถุง เื่นี้ถูกพูดถึงให้แซ่ดในโรงพยาบาลของพวกเราเลยนะ”
ใบหน้าของไป๋จื่อซวินปรากฏรอยยิ้มขบขันและเยาะเย้ย ราวกับไม่พอใจเื่นี้เป็อย่างมาก
เธอหลุบตามองต่ำ “ตอนนี้ฉันไม่เป็อะไรแล้ว”
“ในเมื่อไม่เป็อะไรแล้ว งั้นก็ไปกับฉันเถอะ”
“ไปไหน?”
ไป๋จื่อซวินไม่ให้โอกาสเธอได้ปฏิเสธ จู่ ๆ ก็คว้าแขนของเธอ แล้วก็โยนเธอเข้าไปที่เบาะรถด้านใน เธอยังไม่ได้ทันซักถาม พอเขาคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอเสร็จเขาก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ลมแรงมาก เขารีบปิดหลังคารถสปอร์ตของตัวเองทันที จากนั้นจึงพูดกับเธอ “ลู่จิ่นเนี่ยน เธอคงไม่ได้จะเปลี่ยนใจ เพียงเพราะเขาแสดงความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เธอใช่ไหม?”
“ฉันไม่เข้าใจว่านายพูดถึงอะไร?”
“เขาไม่ดีกับเธอ ฉันที่เป็คนนอกยังมองออก เธอไม่รู้เหรอ?” น้ำเสียงของไป๋จื่อซวินดูโกรธมาก “ถ้าเขาจริงใจกับเธอ เขาคงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นอยู่ข้างนอก แล้วทำให้เธอถูกลักพาตัวไปหรอก!”
“นี่เป็เื่ของฉัน ไม่ต้องให้นายมายุ่ง ไป๋จื่อซวิน นายจะพาฉันไปที่ไหนกันแน่?”
“ก่อนหน้านี้เธอสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวฉันสามมื้อ แต่ยังไม่ได้เลี้ยงสัญญาสักมื้อเลยนะ!”
ไป๋จื่อซวินะโเสียงดัง แล้วเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ไอ้หมอนี่ มันช่าง...
ปกติเขาจะสวมเสื้อกาวน์สีขาวและสวมแว่นกรอบทองดูเป็หนุ่มเ้าสำอาง แต่มีแค่ตอนขับรถเท่านั้น ที่จะแสดงท่าทางเกเรอย่างลูกชายคนรองของตระกูลไป๋ออกมาบ้าง