“นี่มันเื่โง่เขลาเบาปัญญาที่สุด คุณรู้หรือเปล่าชาร์ลส์ ว่าคุณทำอะไรลงไป คุณทำลายไอ้สิ่งที่ฉันพยายามสร้างมาด้วยความเหนื่อยยากตลอดยี่สิบปี โดยไม่ได้แคร์แม้แต่นิดเดียว แล้วนี่ยังจะแถมทำให้ลูกของเราอาจจะต้องกลายเป็ลูกไม่มีพ่ออีกด้วยนะ”
น้ำเสียงของเอรามินต้าห้วนห้าวและเชือดเฉือนยิ่งนัก ชาร์ลส์ยอมรับว่าเขาโง่ เขาคิดผิดไปถนัด แต่นั่นไม่ใช่เพราะเขายอมรับตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากวอชิงตันหรือการเลือกเดินทางออกจากประเทศอังกฤษแน่
แต่ความโง่มันเกิดจากการที่เขามาเลือกแต่งงานกับผู้หญิงอย่างเอรามินต้าต่างหาก ผู้หญิงคนที่เคยเป็น้องสะใภ้ของอดีตภรรยานั่นเอง
เขาอยากจะกล่าวโทษว่าความพลั้งพลาดในชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะพายุร้ายที่เกิดขึ้นในเบอร์มิวด้า อันเป็ผลให้เรือฟริเกทที่ชื่อ “แฮดดิงตั้น” ต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผู้บังคับการเรือต้องนำเรือเข้าอู่ที่อ่าวซาวานน่าห์เพื่อซ่อมแซม และระบายผู้คนขึ้นสู่แผ่นดิน
และพายุร้ายนั้นยังสร้างความวิบัติให้กับชีวิตของชาร์ลส์ มากๆ พอกับที่มันได้สร้างความเสียหายกับเรือเพียงแต่ว่าความวิบัติที่เกิดขึ้นกับเขานั้น เป็สิ่งที่เหลือจะซ่อมแซมให้กลับคืนดีได้
นายแพทย์ชาร์ลส์ คอยน์ ฟอร์ไซท์ พยายามอำพรางความรานร้าวในหัวใจที่เกิดขึ้นจากการต่อว่าต่อขานของเอรามินต้าลงไว้ แม้แต่ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ปิดบังอำพรางความเป็ตัวตนแท้จริงไว้จากสายตาของโลก เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อสกุลและชอบที่จะให้ผู้คนเรียกเขาว่า “ชาร์ลส์” มากกว่า “คอยน์” ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้อิลลิสันต้องพลอยกระทบกระเทือนไปด้วยในวันข้างหน้า
เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้สงบไว้ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเอรามินต้านั้นไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้น ดีแต่ใช้อารมณ์เพื่อให้ได้ในทุกสิ่งที่หล่อน้า
“คุณเองก็ต้องคิดเหมือนกันเอรามินต้า ว่าการที่อยู่ๆ ผมจะเกิดกลับมีตัวตนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ข่าวคราวมันก็ยืนยันว่าผมตายไปตั้งหลายปีแล้วอย่างนั้น ถ้าอิลลิสันรู้เข้าเขาจะต้องใมาก แต่ผมเชื่อนะว่าเขาจะต้องมองเห็นว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหน และเขาจะไม่พูดจาอย่างคนมีอคติ เพื่อทำลายความสุขของลูกเราหรอก”
เอรามินต้าเม้มริมฝีปากแน่น แต่สีหน้าของหล่อนยิ้มเยาะอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกล่าวว่า
“ฉันรู้ เพราะถ้าเขาทำอย่างนั้นก็เท่ากับเขาทำลายตำแหน่งคุณนายของท่านวุฒิสมาชิก มีเดอร์ส เหมือนกัน มันก็ออกจะเป็เื่ยากอยู่เหมือนกันนะ คุณว่าไหม...ที่เขาจะไปนั่งอธิบายให้ท่านวุฒิสมาชิกทรงเกียรติคนนั้นฟังว่าเขามีผัวทีเดียวสองคน”
คราวนี้ความพยายามที่จะสำรวมอารมณ์ของชาร์ลส์ดูจะแตกสลายลง
“เอรามินต้า ผมว่าคุณจะพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกหรอกนะ เพราะตอนที่อัลลิสันแต่งงานกับเขาน่ะ เธอคิดว่าผมตายแล้ว และคุณเองก็ไม่ควรจะลืมว่า ถ้าความจริงเื่นี้มันเปิดเผยออกมา คุณเองก็จะต้องได้รับความเสียหายพอๆ กับเขานั่นแหละ”
สีหน้าที่ยิ้มกริ่มของเอรามินต้าเปลี่ยนเป็บึ้งตึงขึ้นมาทันที หล่อนหันไปคว้า ช็อกโกแลตขึ้นมาโยนใส่ปากอวบอูมอีกก้อนหนึ่ง และรีบเอาผ้าเช็ดหน้าริมลูกไม้ซับน้ำหวานที่หยาดย้อยลงมาตามแนวคางสองชั้น
“ผมว่าคุณน่าจะเลิกกินช็อกโกแลตทีละมากๆ อย่างนี้เสียทีนะเอรามินต้า น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวันมันไม่ดีกับหัวใจของคุณเลย” ชาร์ลส์เตือนอย่างห่วงใยในสุขภาพ แต่หล่อนไม่สนใจไยดีกับคำเตือนของสามีแม้แต่น้อย
“ฉันน่ะรู้สึกเสียใจไม่หายเลยจริงๆ ที่จินน่าลูกสาวของเราเกิดไปแอบทำความรู้จักมักคุ้นกับเ้าหนุ่มลูกชายของวุฒิสมาชิกมีเดอร์สคนนั้น ฉันว่ามันเป็การไม่ถูกต้องเลยที่เด็กสองคนนี้...”
“พุทโธ่ เอรามินต้า เด็กสองคนนั้นมันไม่ได้มีสายเืเกี่ยวพันอะไรกันเลยนะ ถ้ามอร์โร่ว์กับนาธานต่างเกิดสนใจกันขึ้นมาสิถึงจะเป็อีกเื่หนึ่ง”
“แหม มันจะเป็ยังงั้นไปได้ยังไง ในเมื่อนาธานมันเพิ่งจะอายุสิบเอ็ดเท่านั้น” เอรามินต้ากระแทกเสียงใส่
“ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างให้ฟังเท่านั้นละน่า”
“นั่นละ ถึงยังไงฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี”
“ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่สำหรับเื่จินน่าน่ะ มันสายเกินกว่าที่เราจะแก้ไขอะไรได้แล้วนะ”
ชาร์ลส์ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างทอดสายตามองออกไปยังถนนสายเงียบสงัดแห่งนครวอชิงตัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างปิดสมัยการประชุมสภา ซึ่งจะเปิดขึ้นอีกครั้งก็เดือนสิงหาคม ดังนั้นสมาชิกสภาส่วนใหญ่ต่างเดินทางกลับบ้าน เพื่อพบปะกับผู้สนับสนุนทางด้านคะแนนเสียง จะมีอยู่ก็เพียงไม่กี่คนที่อาจจะต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าถ้ามันเกิดขึ้น
แม้ว่าดวงอาทิตย์จะยังสาดแสงแรงร้อนอยู่ เนื่องจากเป็่ฤดูร้อน แต่ต้นเอล์มใหญ่ก็ช่วยให้ร่มเงาด้านหน้าของคฤหาสน์ที่ก่อสร้างขึ้นด้วยศิลาสีน้ำตาลที่เขาเพิ่งย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่เมื่อไม่นานนี้
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ชาร์ลส์ก็เห็นรถม้าคันคุ้นตาอันเป็พาหะจากทำเนียบขาวแล่นเข้ามาใกล้ ที่จริงมันก็ไม่ได้ต่างไปกว่ารถม้าทั่วไปเลย ทั้งนี้เพราะการรักษาความลับเป็เื่ที่สำคัญอย่างยิ่ง
“ผมเห็นจะต้องไปก่อนแล้วนะเอรามินต้า” ชาร์ลส์เดินไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ขึ้นมาถือไว้ และบังคับตัวเองให้เดินเข้าไปจุมพิตภรรยาตรงแก้ม “คุณคงติดต่อผมไม่ได้หลายวันทีเดียว แต่ถ้าเป็เื่ด่วนที่จำเป็จริงๆ แล้วละก็ติดต่อไปหาแฮดเลย์ที่โรงพยาบาลก็แล้วกัน”
“ฉันว่ามันเป็เื่ที่ไม่น่าให้อภัยกันเลยนะชาร์ลส์ที่คุณจะมาทิ้งฉันไปในขณะที่มันกำลังมีปัญหาเกิดขึ้น และยังไม่ยอมบอกด้วยว่าคุณจะไปไหน”
“ผมว่าคุณเอาตัวรอดได้แน่ เอรามินต้าคุณเก่งในเื่แก้ปัญหาอยู่แล้วนี่”
มีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตู คนรับใช้เดินเข้ามาพร้อมกับรายงานว่า
“รถมาคอยอยู่แล้วครับ คุณหมอฟอร์ไซท์”
“ขอบใจมาก บาร์ก เอากระเป๋าเสื้อผ้าผมใส่รถหรือยังล่ะ”
“เรียบร้อยแล้วครับผม” หัวหน้าคนรับใช้ในชุดเครื่องแบบสีขาวออกเดินตามนายแพทย์ไป และช่วยเปิดประตูบ้านด้านหน้าให้ เขารู้ดีว่าไม่สมควรอาสาช่วยถือกระเป๋าเครื่องมือใบนั้นให้ เพราะนายแพทย์ฟอร์ไซท์จะไม่ยอมให้ใครถือเด็ดขาด บาร์กรู้ดีอยู่แล้ว
จากหน้าต่างของห้องชั้นบน สาวน้อยจินน่า ฟอร์ไซท์ ผู้ซึ่งกำลังเต็มไปด้วยความวิตกกังวล จับตามองตามร่างบิดาที่เดินไปตามถนนภายในบ้าน เมื่อเขาเปิดประตูรั้วเพื่อจะเดินออกสู่ถนนใหญ่ เธอก็ะโออกไปว่า
“ลาก่อนค่ะ ปาป้า”
นายแพทย์ฟอร์ไซท์รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินเสียงลูกสาว เขาไม่คิดว่าเธอจะอยู่บ้านในตอนบ่ายเช่นนี้ น่าจะอยู่โรงเรียนมากกว่า เขาหวังแต่เพียงว่าลูกสาวจะไม่ได้ยินการเป็ปากเสียงระหว่างเขากับภรรยาเมื่อครู่
“ลาก่อนลูก จินน่า” เขาโบกมือตอบลูกสาว
จากนั้นชาร์ลส์ก็ก้าวขึ้นนั่งบนรถม้าเพื่อเดินทางไปยังท่าเทียบเรือ พรุ่งนี้เขาก็จะถึงนิวยอร์ค ซึ่งคณะศัลยแพทย์ผู้มีความสามารถของประเทศจะมาร่วมประชุมกันที่นั่น และภายหลังจากที่ได้มีการจัดเตรียมห้องผ่าตัดขึ้นบนเรือยอร์ทช์ส่วนตัว ซึ่งขณะนี้ลอยลำอยู่ชายฝั่งของอีสท์ ริเวอร์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนายแพทย์และพยาบาลก็จะต้องขึ้นไปเตรียมตัวเพื่อต้อนรับผู้ป่วยรายสำคัญ นั่นก็คือประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์
งานสำคัญที่รออยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะมันหมายถึงชีวิตที่ท่านประธานาธิบดีผู้นี้ ทำให้ชาร์ลส์ต้องผลักไสความคิดเกี่ยวกับปัญหาในครอบครัวของตนออก เพียงแต่สัญญาอยู่กับตนเองว่าเขาจะแก้ไขปัญหาเื่นี้ในภายหลังเท่านั้น
สำหรับอัลลิสัน ฟอร์ไซท์ มีเดอร์ส เดือนกรกฎาคมเป็เดือนแห่งความหลังที่เธอต้องใช้ความพยายามที่จะลืมมันให้ได้ทุกปี ขณะนี้เธออยู่ในวัยสี่สิบ และอดีตอันเลวร้ายน่าจะเลือนหายไปจากใจนานแล้ว แต่กระนั้นรอยแผลเป็ที่จารึกก็ราวจะเป็เครื่องเตือนใจให้เธอต้องนึกถึงมัน รำลึกถึงาที่เคยเกิดขึ้นในเดือนดังกล่าว และเหตุการณ์นั้นที่ทำให้เธอต้องกลายเป็แม่หม้ายไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ในที่สุดก็ได้เป็ภรรยาของอีกบุรุษหนึ่ง