ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 สถานที่ปลดทุกข์

            กลิ่นคาวเลือดหมื่นปีก่อนและความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์สัตว์ปีศาจทำให้นักฝึกตนไม่กล้ารุกรานพวกมันอีก

            และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนักฝึกตนจึงหลงใหลในพลังของสัตว์ปีศาจแต่กลับมีนักฝึกตนส่วนน้อยที่สามารถทำสัญญาใจกับสัตว์ปีศาจสำเร็จสัตว์ปีศาจที่ขั้นยิ่งสูง พลังของฝูงมันก็ยิ่งแกร่งกล้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่นักฝึกตนสามารถฆ่าได้ง่ายๆ

            แต่การปรากฏตัวของจอมยุทธ์ในตำนานนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงแห่งกฎธรรมชาติได้

            โลกนี้เดิมทีเป็นโลกที่ผู้อ่อนแอมักตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งกว่า

            เจ้าแห่งเผ่าพันธุ์สัตว์ปีศาจนั้นเพียงแค่ให้พลังที่แกร่งกล้ากับพวกมันแต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ฉันอริของนักฝึกตนกับสัตว์ปีศาจแต่อย่างใดดังนั้นการเข่นฆ่าก็ยังคงมีสืบต่อกันมา แต่ไม่ใช่การฆ่าเพียงฝ่ายเดียวเช่นหมื่นปีก่อน

            นับแต่นั้นมา จอมยุทธ์แห่งตำนานก็หายตัวไปจนถึงห้าพันปีก่อนเคยปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่นับจากนั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลยมีคนกล่าวว่าจอมยุทธ์แห่งตำนานนั้นจากแผ่นดินหลงเสียงไปแล้วมีบ้างที่กล่าวว่าเขากำลังหลับใหลอยู่ บ้างก็ว่าเขาอาจกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่งในแผ่นดินหลงเสียงตอนนี้…

            ไม่ว่าคำตอบคืออะไร สำหรับเผ่าพันธุ์สัตว์ปีศาจแล้วจอมยุทธ์ท่านนั้นก็คือเทพเจ้าของพวกมัน เป็นผู้นำของพวกมันยิ่งกว่านั้นยังเป็นตำนานกล่าวขานของเผ่าพันธุ์สัตว์ปีศาจด้วย!

            โหยวเสี่ยวโม่ชะงัก คิดไม่ถึงว่าเมื่อหมื่นปีก่อนระหว่างนักฝึกตนกับสัตว์ปีศาจจะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นด้วย

            ถึงว่าเขาไม่เคยเห็นสัตว์ปีศาจที่ทำสัญญาใจในสำนักเทียนซินมาก่อนสัตว์ปีศาจพลังทั่วไปนั้น นักฝึกตนกับนักหลอมยาไม่มีทางทำสัญญาอย่างสิ้นเปลืองโดยง่ายและสัตว์ปีศาจพลังสูงก็หาได้ยาก เลือกไปเลือกมา คนที่ทำพันธสัญญากับสัตว์ปีศาจได้จึงมีน้อยมาก

            ส่วนการก่อตั้งของดงงูหลามปีศาจ แน่นอนว่ามีการปกป้องจากเจ้าแห่งสัตว์ปีศาจแต่เขาไม่ได้ปรากฏตัวมาร่วมหลายพันปีไม่มีใครรู้ว่าเขาออกจากแผ่นดินหลงเสียงไปหรือยังดังนั้นเทียบกันความน่าเกรงกลัวจึงไม่เท่าแต่ก่อน

            ทว่าที่พวกสำนักใหญ่มีอำนาจทั้งหลายไม่ได้จู่โจมดงงูหลามปีศาจนั้นยังมีสาเหตุอื่น

            ดงงูหลามปีศาจนั้นถูกปกคลุมด้วยชั้นบรรยากาศสีเทาที่เป็นพิษตลอดทั้งปีนั่นคือพิษที่แปรสภาพมาจากพิษที่งูหลามปีศาจกว่าหมื่นตัวพ่นออกมาสามารถทำลายการป้องกันของจอมยุทธ์ชั้นอรุณลงมาได้อย่างง่ายดาย

            ดังนั้นนอกเสียจากว่าสำนักใหญ่เหล่านั้นกล้าเสียสละชีวิตจำนวนมากของลูกศิษย์พวกเขาจึงไม่มีทางกล้าลงมือกับดงงูหลามปีศาจแน่ อีกอย่าง เจ้าแห่งดงงูหลามปีศาจซึ่งมีพลังขั้นเก้าก็ฝึกฝนจนสามารถแปลงกายในรูปลักษณ์มนุษย์มีขุนพลทั้งแปดใต้บังคับบัญชา ล้วนมีพลังขั้นแปดพลังอำนาจนี้เทียบเท่ากับสำนักเทียนซินทีเดียวเชียว

            อีกทั้ง ดงงูหลามมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เดาว่ายังไม่ทันเจองูหลามปีศาจก็คงตายไปไม่น้อย

            โหยวเสี่ยวโม่แอบสะกิดหลิงเซียวจังหวะที่ศิษย์พี่ทั้งสองกำลังคุยกันเขาก็แอบคุยกับหลิงเซียวว่า “ศิษย์พี่หลิงท่านว่าเจ้าแห่งสัตว์ปีศาจเก่งกาจเพียงนั้นเขาจะใช่เจ้าของแดนสวรรค์วิมานนี่รึเปล่า พวกเราเข้าไปแบบนี้ จะทำให้เขาโกรธมั้ย?”

            หลิงเซียวถอนสายตาอภิรมย์ที่ทอดมองวิวทิวทัศน์แววตาลุ่มลึกนั้นจ้องมองสีหน้าคาดหวังของโหยวเสี่ยวโม่มุมปากยกสูงยิ้มอย่างคาดเดาไม่ออก “ไม่น่า”

            “ทำไมไม่น่าล่ะ?” โหยวเสี่ยวโม่ถามกลับ

            หลิงเซียวตาเป็นประกายจ้องมองเขา ยิ้มหรี่ตาแล้วเอ่ย “เจ้าแห่งสัตว์ปีศาจถึงขั้นสร้างความเกรงกลัวให้กับนักฝึกตนได้เห็นทีคงไม่มีใครสู้เขาได้ ก็เท่ากับว่าไม่มีใครทำร้ายเขาได้ดังนั้นตอนนี้เขาน่าจะมีชีวิตอยู่แต่เจ้าของแดนสวรรค์วิมานนั้นมีมาตั้งแต่หมื่นปีก่อน เป็นจอมยุทธ์ที่ยาวนานกว่ามากตอนนี้คงตายจนไม่เหลือซากแล้ว(ดวงวิญญาณแตกซ่าน) แล้วจะเป็นเขาได้ไงกัน?”

            โหยวเสี่ยวโม่วิเคราะห์ตาม เห็นด้วยกับที่หลิงเซียวพูดมาเจ้าแห่งสัตว์ปีศาจนั้นดูเหมือนจะโผล่มากะทันหันมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ใช่คนในแผ่นดินหลงเสียงดังนั้นเรื่องเวลาคาบเกี่ยวเป็นไปไม่ได้

            “ศิษย์น้องเล็กอันที่จริงการมีอยู่ของดงงูหลามปีศาจนั้นซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด” จังหวะนั้นเองหลิงเซียวก็โน้มลงมากระซิบกับเขา

            โหยวเสี่ยวโม่เงยหน้ามองใบหน้าที่ยังมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ไม่ใช่รอยยิ้มสบายๆ หากแต่แฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลน แววตาราวกับกำลังมองพวกเห็บอยู่พลันอธิบายไม่ถูก

            อันที่จริงเหตุผลที่ทั้งสามกลุ่มอำนาจไม่ลงมือเสียทีเพราะความสมดุล

            ตัวตนของสำนักเทียนซิน สำนักชิงเฉิงและพรรคซิงหลัวนั้นสร้างสมดุลของอำนาจในแดนใต้ของแผ่นดินหลงเสียงหากว่าอำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลดลงก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจถูกอีกสองเจ้าโค่นล้มได้

            ยกตัวอย่างเช่น สำนักเทียนซินและสำนักชิงเฉิงต่างสนใจดงปีศาจงูหลามมากพวกเขาสามารถร่วมมือกันรับมือกับงูหลามปีศาจตนนั้นได้ แต่อย่างที่รู้กันพลังป้องกันของงูหลามปีศาจขั้นเก้านั้นไม่ธรรมดาอยากฆ่าเขาต้องแลกมาด้วยการลงทุนมหาศาล เท่านี้พวกเขาก็ต้องได้รับบาดเจ็บหนักหากไร้ซึ่งความน่าเกรงขามของจอมยุทธ์ชั้นราชันแล้ว อำนาจก็จะเสียสมดุลพรรคซิงหลัวก็อาจลงมือกับพวกเขาแทนได้

            หากว่าสามกลุ่มอำนาจไม่มีใครลงมือกลุ่มอำนาจทั้งสองที่เหลือก็ไม่ลงมือเช่นกันได้แต่มองเนื้ออันโอชะอย่างดงงูหลามปีศาจที่ยิ่งอยู่ยิ่งขุนจนโตแต่ทำอะไรไม่ได้

            “ศิษย์พี่หลิงท่านว่าเจ้าแห่งสัตว์ปีศาจนั่นยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?”

            ความสัมพันธ์ของกลุ่มอำนาจพวกนี้ช่างซับซ้อนโหยวเสี่ยวโม่ขี้เกียจไปทำความเข้าใจ แต่เขาสนใจตัวเจ้าแห่งสัตว์ปีศาจมากกว่า

            หลิงเซียวก้มลงมองเขา เอ่ยเสียงเบา “ยังอยู่แน่นอน”

            โหยวเสี่ยวโม่ตาหมุนเป็นวงกลม เอ่ยเสียงดีใจ “แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหน?”

            “เขาน่ะเหรอ...” หลิงเซียวลูบคางมองตาลุกวาวของเขา จู่ๆ ก็ถามกลับว่า “เจ้าถามถึงเขาทำไมกัน?”

            “ข้า ข้าก็แค่ถามดูเฉยๆ” โหยวเสี่ยวโม่หัวเราะทะเล้น เหมือนที่เขาบอกว่าแค่ถามเฉยๆ

            คนทั่วไปคงไม่ถามจี้ต่อ แต่หลิงเซียวไม่ใช่คนทั่วไปยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ถามต่อคงเป็นไปไม่ได้ฉับพลันก็ฟาดหัวเข้าให้ หัวเราะแล้วเอ่ย “บอกความจริงมา”

            โหยวเสี่ยวโม่ขบริมฝีปากล่าง หมอนี่น่ารำคาญจริงต้องจับไต๋เขาให้ได้ทุกครั้งสิน่า

            โหยวเสี่ยวโม่รวบรวมคำพูดแล้วเอ่ย “ที่จริงข้าคิดว่า ท่านผู้นั้นเขาเก่งกาจขนาดนั้นสมบัติล้ำค้าที่เขาเฝ้าอยู่คงไม่ใช่ธรรมดาทั่วไปแน่ดังนั้นหากรู้สถานที่ที่เขาเคยอยู่ละก็ พวกเราก็ลองไปหาได้ไม่แน่อาจได้หญ้าเซียนขั้นสิบขึ้นไปสักต้น ท่านว่าใช่รึเปล่า?”

            หลิงเซียวรู้สึกว่าตัวเองประเมินนักหลอมโอสถน้อยคนนี้ต่ำเกินไปกระทั่งกล้าวางแผนเรื่องเขาเสียด้วย แต่ว่า...เขามองสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดล่างพบว่าก็มีแต่สมบัติล้ำค่าจริงเท่านั้น อืม จุดนี้เขาเห็นด้วย

            “ศิษย์พี่หลิง ท่านว่าแผนข้าเป็นไง?”

            โหยวเสี่ยวโม่เห็นเขาไม่พูด ก็เอ่ยถามย้ำท่าทีกระตือรือร้นเขาอยากรู้ให้ได้ตอนนี้

            “แน่นอน เป็นความคิดที่เข้าท่า” หลิงเซียวยิ้มตาหยีแล้วพยักหน้า

            ความเป็นจริงแหล่งที่มีหญ้าเซียนชั้นสูงย่อมต้องมีสัตว์ปีศาจแน่แต่แหล่งที่มีสัตว์ปีศาจไม่แน่ว่าจะมีหญ้าเซียน ชัดว่าโหยวเสี่ยวโม่ลืมจุดนี้ไปเมื่อได้ยินหลิงเซียวเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง เขาก็มีความสุขคิดว่าตัวเองนั้นหลักแหลมใช้ได้

            หลิงเซียวเห็นเขาใบหน้าดีใจ แววตาฉายแววยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยต่อ “ศิษย์น้องเล็กข้าคิดๆ ดูแล้ว ความคิดนี้ดีมาก แต่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่”

            ทันใด โหยวเสี่ยวโม่ก็เก็บสีหน้ายิ้มแย้ม ถามอย่างฉงน “ไม่สมเหตุสมผลตรงไหน?”

            หลิงเซียกล่าวท่าทีจริงจัง “เจ้าลองคิดดูให้ละเอียด เจ้าจะหาที่ที่เขาเคยอยู่มาก่อน ถ้างั้นคงมีมากมายหากเยอะเกินไป พวกเราก็ต้องตระเวนหาทั่วทุกที่ไม่ใช่รึไง?”

            “นั่นก็ถูกอยู่” โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกว่าเขาพูดมีเหตุผล “ถ้างั้นเราหาจากที่ที่มีพลังปราณหนาแน่นสิ ที่ที่มีพลังปราณอ่อนบาง คิดๆแล้วคงไม่มีหญ้าเซียนชั้นสูงอยู่แน่ ท่านคิดว่าไง?”

            “ถ้าแบบนี้ข้าก็พอรู้อยู่ว่าที่ไหนที่เจ้าแห่งสัตว์ปีศาจจะไปแน่นอนและที่นั่นต้องมีพลังปราณหนาแน่นอีกด้วย” หลิงเซียวยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์เผยคำใบ้ให้เขาก่อน

            “จริงเหรอ งั้นท่านรู้ว่าคือที่ไหนงั้นสิ?” โหยวเสี่ยวโม่ตาลุกวาวทันใด

            “ที่นั่นก็คือ…” หลิงเซียวเอ่ย

            คำพูดประโยคหลังนั้นเสียงเบาจนโหยวเสี่ยวโม่รีบเงี่ยหูเข้าไปฟังใกล้ๆ

            หลิงเซียวก้มลงมองใบหูแดงก่ำ แอบหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยต่อ “นั่นก็คือ..ที่ที่เขาปลดทุกข์ยังไงล่ะ”

            โหยวเสี่ยวโม่ “...”

            น่าดีอกดีใจ ฉับพลันเปลี่ยนเป็นหน้าอึไม่ออก

            โธ่เอ๊ย แกล้งกันหรือที่ที่ปลดทุกข์คือที่ที่พลังปราณหนาแน่นที่สุด?

            โหยวเสี่ยวโม่คิดได้ว่าตัวเองถูกแกล้งอีกแล้วที่เขารู้คือที่ปลดทุกข์คือที่ที่เหม็นที่สุดในโลกต่างหาก

            ในที่สุดเขาก็พบว่า หลิงเซียวไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดเขาแต่แรกตั้งแต่ต้นจนจบแค่อยากแกล้งเขา แต่เขาก็ติดกับอีกจนได้…

            “ฮ่าๆๆๆ!!” หลิงเซียวมองหน้าที่เปลี่ยนสีไปมาของโหยวเสี่ยวโม่ในที่สุดก็กลั้นไม่อยู่หัวเราะออกมาดังลั่น และไม่หยุดง่ายๆ

            โหยวเสี่ยวโม่หน้าดำหน้าแดง ทนไม่ไหวผลักเขาออกจากนั้นหมายจะเตะขาขวาเขา

            หลิงเซียวไม่ใช่พวกยอมอ่อนข้อจึงรีบยกขาขวาหนีถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            โหยวเสี่ยวโม่วิ่งตาม ชี้หน้าขู่ฟ่อ “เก่งจริงยืนอยู่ตรงนั้นอย่าหนีเซ่”

            หลิงเซียวไม่มีทางยืนรอตรงนั้นอย่างเชื่องๆ อยู่แล้วแม้ถูกเขาเตะจะไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เขาก็ไม่ให้โหยวเสี่ยวโม่สมหวังหรอกกระนั้นแล้ว คนหนึ่งวิ่ง คนหนึ่งตาม วิ่งวนกลุ่มฟางเฉินเล่ออยู่เช่นนั้น

            หลิงเซียวหาได้หัวเราะดังลั่นตามอำเภอใจแบบนี้ที่ไหนมาก่อนจากที่ทุกคนรู้ ‘หลินเซียว’ เป็นคนมีกาลเทศะ สุภาพอ่อนน้อม ไม่เคยเห็นเขาหัวเราะมีความสุขเช่นนี้ก่อน

            แต่ที่ทำให้พวกเขาเบิกตาโตก็คือ ‘หลินเซียว’ กลับเย้าแหย่ล้อเล่นกันกับนักหลอมโอสถน้อยขึ้นมาเสียได้ดูท่าทางมีความสุขนั้นแล้วยังชอบใจเสียอีก

            ภาพนี้ทำให้หลายคนตกตะลึง ที่แท้ ตัวตนจริงๆ ของ ‘หลินเซียว’ คือแบบนี้นี่เองแต่ถ้าจะพูดถึงคนที่ตะลึงที่สุดเห็นจะเป็นบรรดาศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเทียนซินมากกว่า

            พวกเขาตกใจมากกว่าคนสำนักชิงเฉิงเสียอีกเพราะเป็นเพื่อนร่วมสำนักกัน ดังนั้นจึงรู้ดีว่าหลินเซียวเป็นคนเช่นไรพูดจาประนีประนอม แต่กลับไม่เคยสนิทสนมกับศิษย์คนไหนมาก่อนแม้เขาจะดีกับโหยวเสี่ยวโม่มาก ทั้งยังปกป้อง แต่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้วทั้งสองนั้นจะอยู่กันอย่างในภาพที่เห็นตอนนี้

            ยังไม่พูดถึงพรรคพวกของเซียวหลงลำพังฟางเฉินเล่อที่ถูกทั้งสองคนวิ่งล้อมอยู่ก็อ้าปากเหวอทีเดียว เห็นกับตาในที่สุดเขาก็รู้ว่าศิษย์น้องเล็กกับ ‘หลินเซียว’ นั้นสนิทสนมกันมากกว่าที่คิด

            ถัดออกไปไม่ไกล ทังอวิ๋นฉีจ้องมองอย่างเดือดดาลสายตามองทั้งสองแข็งกร้าว

            ศิษย์พี่ศิษย์น้องข้างๆ ไม่กล้ามองหน้านางแต่ก็รับรู้ถึงความโมโหของนางได้ เห็นทีคนที่กระทบมากที่สุดจากภาพที่เห็นนี้คงจะเป็นนาง

            แต่ไม่มีใครกล้าปลอบประโลมนาง เพราะอยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน

            “พอได้แล้ว คนมากมาย กระเซ้าเย้าแหย่กันมันดูไม่งาม!”

            ในที่สุดขงเหวินก็ทนไม่ไหวกล่าว สีหน้าดำทะมึนตักเตือนพร้อมจ้องมองโหยวเสี่ยวโม่

            โหยวเสี่ยวโม่เห็นสายตาเยือกเย็นของเขาพลันรู้สึกขนลุกเก้อเขินจนรีบเม้มปาก รีบวิ่งกลับไปอยู่ข้างหลิงเซียว ไม่กล้าทำอีก

            หลิงเซียวก็ไม่ได้วิ่งหนีเขาอีก มองเขาท่าทีหยอกล้อ

            โหยวเสี่ยวโม่ตบหน้าตัวเองอาศัยจังหวะที่ทุกคนมองไปยังดงงูหลามปีศาจ รีบยกขาแล้วกระทืบลงไปเหยียบขาหลิงเซียวทีหนึ่งไม่พอ เหยียบซ้ำอีก เพราะหมอนี่แท้ๆ ทำให้เขาขายหน้าอีกแล้ว

            หลิงเซียวยังยิ้มไม่เปลี่ยน ราวกับว่าคนที่โดนเหยียบไม่ใช่เขามองไปทางม่านมิติเหมือนทุกคน

            โหยวเสี่ยวโม่เหยียบอยู่พักหนึ่ง เห็นเขาไม่มีท่าทีเจ็บปวดอะไรจึงชักเท้ากลับไม่สบอารมณ์ แต่เมื่อเขาเห็นรองเท้าขาวปักลายสวยกลายเป็นสีเทาพลันยิ้มแฉ่งอย่างได้ใจ

            หลิงเซียวได้ยินเสียงหัวเราะเขามองตามลงไปเห็นรองเท้าสกปรกของตัวเอง มองเขาแล้วยิ้มมุมปาก “ศิษย์น้องเล็ก ตอนนี้พอใจรึยัง?”

            โหยวเสี่ยวโม่ยิ้มกริ่มพลางพยักหน้า

            หลิงเซียวยื่นมือมาเคาะกะโหลกเขาทีหนึ่งขณะที่โหยวเสี่ยวโม่กำลังจะโมโหอีกก็รีบชี้ไปยังทังฝานและลั่วเฉิงหยวนที่กำลังเดินกลับมาทางพวกเขา “ดูนั่น เขตอาคมเปิดออกแล้ว”

            โหยวเสี่ยวโม่ไม่เชื่อ นึกว่าหลิงเซียวหลอกเขาแต่วินาทีถัดมาก็ได้ยินเสียงเกรียวกราวของผู้คนดังขึ้น

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530