เสียงผู้คนเซ็งแซ่ ตลาดแห่งนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตาทำมาค้าขายกันอย่างครื้นเครง ผู้คนต่างจับจ่ายใช้สอยกันถ้วนหน้า ทั้งอาหารการกิน ทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับ ถูกนำมาวางขายเต็มไปหมด เมื่อครั้งยังเด็กโจวเจียอี้เคยติดตามมารดามาขายของที่ตลาดอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อต้องฝึกวิชาหลายสิบปีมานี้ เขาไม่เคยได้ออกจากป่าจากเขาเลยสักครั้งเดียว
โจวเจียอี้เดินจูงเ้ามาแดงไปตามทางในตลาดหมายมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมเล็กๆ สักแห่งในเมือง เพื่อพักผ่อนร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงะโดังลั่นขึ้นมา
“หัวขโมย! ใครก็ได้ช่วยจับโจรที!”
โจวเจียอี้เดินตามเสียงไป ก็ได้เห็นคนผู้หนึ่งท่าทางดูแล้วเหมือนกับขโมยวิ่งไปตามเส้นทางที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ทั้งสองข้างทาง จากนั้นก็มีชายผู้หนึ่งแต่งชุดสีขาวท่าทางเหมือนดั่งนักพรตเข้ามาสกัดขัดขวางไว้ นักพรตผู้นั้นหยิบไม้พู่ออกมาจากแขนพลันสะบัดราวกับว่าคิดจะใช้พู่นั้นในการจัดการกับโจร แต่โจรผู้นี้นั้นหาใช่โจรกระจอกทั่วไปที่ไร้ฝีมือไม่ ทันทีที่นักพรตสะบัดพู่เข้าใส่ โจรผู้นี้ก็ได้เบี่ยงตัวหลบได้ นักพรตจึงงสะบัดพู่ใส่หัวไล่โจร โจรกลับใช้แขนปัดพู่นั้นออกไป นักพรตเห็นว่าโจรผู้นี้ไม่ใช่โจรธรรมดา จึงสะบัดพู่โจมตีใส่โจรซ้ายขวาสลับกัน แต่โจรก็สามารถเอี้ยวตัวเบี่ยงหลบ หรือบัดทิ้งได้ทุกครั้ง
นักพรตหนวดดำผู้นี้พยายามจะใช้ก้านพู่แทงเข้าใส่โจร แต่โจรกลับะโขึ้นเหยียบบนปลายพู่ และวิ่งเข้าใส่หมายจะเตะหัวนักพรต เมื่อนักพรตเห็นจึงรีบเบี่ยงหัวหลบทันที โจระโขึ้นไปบนหลังคาของกำแพง นักพรตจึงะโขึ้นตาม โจรหมายชกเข้าใส่นักพรตที่หน้าอก นักพรตพยายามกัน และโต้ตอบกลับด้วยก้านพู่ก้านนั้น นักพรตชิงจังหวะที่โจรถอยหลังไล่ฟาดซ้าย ฟาดขวาใส่โจร ส่วนโจรกลับปัดป้องได้ทุกกระบวนท่า นักพรตลอยตัวขึ้นขาชี้ฟ้า หัวชี้พื้น พลางสะบัดปลายพู่ฟาดโจรจากที่สูงจนโจรต้องะโลงสู่พื้นเบื้องล่าง
เมื่อโจรแสดงท่าทีล่าถอย นักพรตได้ทีเลยรีบะโลงมาและใช้พู่ไล่ฟาดอีกครั้ง โจรผู้นั้นกลับรับพู่ที่โจมตีมาทั้งหมดด้วยมือเปล่า แม้มือทั้งสองข้างของโจรจะเต็มไปด้วยรอยแดง แต่ก็ไม่แสดงท่าทีแห่งการเ็ปเลยสักนิด ก่อนจะใช้ฝ่ามือและหมัดเท้าเตะและต่อยนักพรตจนเสียหลัก จากนั้นเมื่อนักพรตเสียงหลักแล้วโจรได้ฉวยโอกาสใช้ฝ่ามือกำลังภายในซัดใส่นักพรต จนนักพรตกระอักเืาเ็
โจวเจียอี้มองดูการต่อสู้อย่างตั้งใจ เมื่อมองดูกระบวนท่าของนักพรตผู้นี้แล้ว เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า ‘นี่อาจจะเป็คนของสำนักชีอัน หากว่าเราเข้าไปช่วยเหลือเขาอาจจะเป็โอกาสที่ดีในการเข้าใกล้สำนักชีอันก็เป็ได้ หากทำได้ก็จะมีโอกาสได้ล้างแค้นให้แก่ท่านพ่อง่ายขึ้น’
เมื่อโจวเจียอี้เห็นนักพรตเสียหลักโดนซัดฝ่ามือใส่ครั้งหนึ่งแล้ว โจรก็ตั้งใจจะซัดใส่อีกครั้งหนึ่ง โจวเจียอี้เห็นจึงะโเข้ามาขวางและซัดฝ่ามือปะทะกับฝ่ามือของโจร จนทั้งโจรและโจวเจียอี้ถอยหลัง เจียอี้รีบตั้งหลักและะโใส่โจร เจียอี้เตะเข้าที่ท้องของโจร โจรก็รับขาของเจียอี้ไว้และจับไว้แน่น โจวเจียอี้จึงใช้ขาอีกขายันตัวเองให้ลอยสูงขึ้น และใช้สองฝ่ามือซัดกำลังภายในใส่โจร เมื่อโจรเห็นดังนั้นจึงรีบปล่อยเจียอี้เพื่อตั้งรับฝ่ามือทั้งสอง โจรสามารถตั้งรับได้แต่ก็ได้รับาเ็ไปไม่น้อย โจรถอยหลังไปตั้งหลักก่อนจะมองหน้าโจวเจียอี้ครั้งหนึ่งและวิ่งหนีไป โจวเจียอี้เห็นโจรวิ่งหนีไปแล้วก็ไม่คิดที่จะตาม เพราะเป้าหมายของเขาคือการพยายามเข้าใกล้สำนักชีอัน ไม่ใช่จับโจร
“ท่านนักพรต ท่านเป็อะไรหรือไม่” โจวเจียอี้พูด พร้อมกับประคองนักพรตขึ้น
“ประเสริฐแท้จอมยุทธหนุ่ม ข้าติดหนี้บุญคุณเ้าแล้ว” นักพรตท่านนั้นกล่าว
“ข้าช่วยเพราะเห็นว่าท่านเพลี่ยงพล้ำโจรชั่ว ไม่ได้้าให้เป็บุญคุณต่อผู้ใด” โจวเจียอี้กล่าว
นักพรตผู้นั้นลุกยืนด้วยตัวเองได้ ก่อนจะพูดต่อว่า “ไม่ทราบว่าจอมยุทธ์หนุ่มมีชื่อแซ่ว่าอะไร ช่วยบอกให้ข้าได้รับรู้ได้หรือไม่”
โจวเจียอี้นึกขึ้นได้ว่า บิดาของตนมีเื่บาดหมางกับสำนักชีอัน หากบอกแซ่ที่แท้จริงไปอาจจะถูกเล่นงานได้ จึงตอบไปว่า “ข้าแซ่หวัง นามเจียอี้ หวังเจียอี้ แล้วท่านผู้าุโเล่าท่านชื่อแซ่ว่าอะไร”
“ข้าเจียงฉีเคอ เป็ญาติห่างๆกับท่านเ้าสำนักชีอัน เจียงหวังฉา จอมยุทธ์หวัง แค่เพียงเห็นก็พอรู้ว่าฝีมือของท่านไม่ธรรมดา ไม่ทราบว่าท่านฝึกวิชามาจากสำนักใด พอจะบอกให้ข้าทราบได้หรือไม่” เจียงฉีเคอกล่าว
“ท่านผู้าุโ พอดีว่าอาจารย์ของข้าไม่ให้บอกว่าร่ำเรียนวิชามาจากผู้ใด เพราะถือเป็การอวดอ้างสรรพคุณ ข้าน้อยจึงมิอาจบอกท่านได้” โจวเจียอี้กล่าว
“เชื่อฟังอาจารย์ นับเป็สิ่งที่ประเสริฐ ท่าทางท่านจะเดินทางมาไกล ไม่ทราบว่าจอมยุทธหวังจะรังเกียจหรือไม่ หากข้าจะชวนท่านไปพักที่สำนักชีอันของข้า” เจียงฉีเคอกล่าว
“รบกวนท่านผู้าุโแล้ว แต่ในเมื่อท่านให้เกียรติข้าน้อย ข้าน้อยก็จะขอรับน้ำใจจากท่าน” โจวเจียอี้พูด
โจวเจียอี้จูงมาแดงตามเจียงฉีเคอไปยังสำนักชีอันที่แสนยิ่งใหญ่ มีลูกศิษย์จำนวนมากหน้าหลายตาเข้ามาฝึกฝนมากมาย สมกับเป็สำนักอันดับหนึ่งทางภาคตะวันตก
“จอมยุทธ์หวัง คืนนี้ท่านพักที่นี่นะ อาจจะไม่ได้สะดวกสะบายอย่างในโรงเตี๊ยม” เจียงฉีเคอกล่าว
“กล่าวเกินไปแล้วท่านผู้าุโ ที่ๆข้าจากมาลำบากกว่านี้หลายเท่า แค่เพียงท่านหยิบยื่นไมตรีให้แก่ข้าน้อยก็เป็พระคุณแล้ว” โจวเจียอี้กล่าว
โจวเจียอี้เดินสำรวจภายในห้องพักที่ดูกว้างขวางโอ่อ่ากว่าบ้านของเขาหลายเท่านัก กว่าสิบแปดปีที่ผ่านมา โจวเจียอี้ไม่เคยได้ัักับบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน แต่ถึงแม้ว่ามันจะดูหรูหรามากมายขนาดไหน เขาก็ไม่เคยลืมคำสอนของแม่เขา ว่าอย่าหลงระเริงในความหรูหราและความสุขสบายจนลืมเป้าหมายที่ต้องทำ
‘หากว่าที่นี่และคัมภีร์สะกดมารเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อข้า ก็น่าจะต้องหลงเหลือหลักฐานอะไรบางอย่าง’ โจวเจียอี้ฉุกคิดขึ้นมาในใจ ก่อนจะเปิดประตูห้องและก้าวเดินออกจากห้องพัก เพื่อสำรวจบรรยากาศรอบๆ ของสำนักชีอัน
ภายในสำนักชีอันมีการจับกลุ่มกันฝึกซ้อวิชาแขนงต่างๆ ทั้งวิชาดาบ วิชากระบี่ วิชาทวน วิชากระบอง และอีกหลากหลายวิชา บางคนก็ฝึกฝนกำลังภายในวิ่งทะยานบนอากาศ โจวเจียอี้เดินชมการฝึกฝนอย่างตื่นเต้น ไม่คิดว่าจะมีคนจำนวนมากมายที่มีวิทยายุทธ
“จอมยุทธ์หวัง ท่านจะไปที่ใด” ลูกศิษย์คนหนึ่งของสำนักชีอันพูด…