- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
“แกคิดดูสิ น.ส.ต. มันก็รู้ว่าเค้าชอบพี่นะอยู่ มันยังทำอย่างนี้อีก” เสียงฉันโวยวายดังรอบทิศเมื่อฉันพูดถึง น.ส.ต. (อ่านว่า นอสอตอ) ที่เป็ Codeที่ฉันเรียก ‘ยัยติ๊ก’ จอมจุ้นเพื่อนร่วมคณะที่มักมาก่อกวน กีดกันและขัดขวางทางรักระหว่างฉันกับพี่นะ...พี่ปี2 สุดหล่อที่ฉันหมายปองทั้งๆ ที่ ยัย น.ส.ต. ก็บอกเองว่าไม่ได้คิดอะไรกับพี่นะที่ใกล้ชิด ที่ชอบคุยด้วยก็เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน รู้จักกันั้แ่เด็กๆแล้วที่ตามติดพี่นะตลอดก็เพราะจะช่วยเื่ฉัน
แต่จริงๆ แล้วนะ ฉันว่า ยัย น.ส.ต. คือ “มารหัวใจ” ของฉันตัวจริงเลยแหละ!!
“เค้าว่ามันต้องแอบชอบพี่นะอยู่แน่เลย” ยัยไวน์ เฮ้ย!! ไม่ใช่ๆ นายไวน์ต่างหากล่ะ เพื่อนผู้ชายแต่ใจเป็หญิงมาดแมน หุ่นบึ้ก เพื่อน love ที่นั่งโซ้ยบะหมี่ตรงข้ามเป็คนบอกเพราะขณะนี้ เรา 2 คน มานั่งโซ้ยบะหมี่เกี๊ยวรอบดึกที่ร้านรถเข็นหน้า7 – 11 แถวๆ หอพัก
“แล้วพี่นะจะรู้มั้ยแก” ฉันถามด้วยความกังวล นี่ถ้าพี่นะหลงรักยัย น.ส.ต. ขึ้นมาจะทำยังไง รักแท้ยิ่งแพ้ใกล้ชิดอยู่ด้วย
“ไม่หรอกแก แต่ถึงรู้ก็คงไม่สนใจหรอกระหว่างยัย น.ส.ต. กับแกนะ ไอ้ดรีม! ฉันว่าพี่เค้าเลือกแกว่ะ” ยัยไวน์ตอบด้วยความมั่นใจ ( หรือเปล่า ) ทำให้ฉันยิ้มกว้าง แม้ว่ายัยไวน์จะโกหกหรือไม่ก็ตาม
แต่มันก็คงจะจริงแหละ หุหุ ก็ยัย น.ส.ต. ทั้งเตี้ย ใส่แว่น หน้าเห่ย ผิดกับฉัน หุหุลืมแนะนำตัว ฉันชื่อ ดรีม เป็นิสิตสัตวแพทย์ ปี 1 มหาวิทยาลัยย่านบางเขนฉันตัวสูง ผิว 2 สี ผมยาว หน้าตาดี นิสัยเรียบร้อย อ่อนหวาน พูดคำหยาบไม่เป็ ใสซื่อ ไม่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านโกหกไม่เป็และที่สำคัญ ฉันไม่เคยหลงตัวเอง!
“เค้าก็ว่างั้นแหละ” แล้วฉันก็หัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ ยัยไวน์หันมามองหน้าฉันด้วยสายตาประมาณว่า‘กล้าเนาะ’
“แล้ววันนี้ยัย น.ส.ต. มันทำอะไรแกอีกล่ะ” ยัยไวน์ถามพร้อมก้มหน้าโซ้ยบะหมี่ต่อ
“อ๋อ! ก็ตอนเย็นเค้าไปเจอพี่นะที่ชมรมRabies1 มา พี่นะเข้ามาคุยกับเค้าก่อนด้วย” ฉันเริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น
“ก็ดีแล้วนี่ที่พี่นะมาคุยกับแกก่อนมันไม่ดีตรงไหนอะ” ยัยไวน์ถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ดีบ้าอะไรล่ะ พี่นะมาหาฉันแล้วก็บอกว่า ‘พี่อ๊อฟยังไม่มีแฟน น้องดรีมสู้ๆ นะ ” ฉันพูดเลียนเสียงและท่าทางของพี่นะ
“อ้าว!ทำไมพี่นะพูดงั้นล่ะ”
“ก็ใช่น่ะสิ เค้างี้งงเลย พี่อ๊อฟไหนเค้าก็ไม่รู้จัก เค้ายังไม่ทันจะอธิบาย ยัย น.ส.ต.ก็วิ่งมาหาชวนพี่นะไปกินข้าวเย็น พี่นะก็เลยบอกว่าจะชวนพี่อ๊อฟไปด้วยยัย น.ส.ต. ก็หันมาชวนเค้าแล้วแกคิดว่าเค้าจะไปมั้ยอะ เค้าก็ไม่ไปอยู่แล้ว” แล้วฉันก็ก้มหน้าคีบหมูแดงเข้าปาก
“แกก็เลยโมโหที่ไม่ได้ไปกินข้าวเย็นกับพี่นะแต่ต้องมากินบะหมี่กับฉันเหรอ?” ยัยไวน์ทำสีหน้าเซ็งๆ ใส่ฉันฉันรีบส่ายหน้า
1ชมรม Rebies คือชมรมควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
“ไม่ใช่ๆ คืองี้ หลังจากที่ ยัย น.ส.ต. กินข้าวเสร็จ ก็โทรมาหาฉันถามว่า‘ทำไมดรีมไม่ไปกินข้าวด้วยกันล่ะเราอุตส่าห์วางแผนให้ดรีมไปกินข้าวกับพี่นะ’เค้าก็เกือบจะขอบคุณล่ะ แต่เค้าก็นึกถึงเื่พี่อ๊อฟก็เลยถามว่า รู้เื่พี่อ๊อฟมั้ย ยัย น.ส.ต. ตอบหน้าตาเฉยว่า ‘อ๋อ! ก็ดรีมเคยบอกเราว่า ชอบผู้ชายใจดี เป็ผู้ใหญ่ เรียบร้อย นี่นาเราก็เลยไปบอกพี่นะว่าดรีมชอบผู้ชายแบบพี่อ๊อฟปี 3’ โอ้โหแก!! เค้านะ โกรธม๊ากมาก โมโหขั้น Peak แทบจะเอาเก้าอี้ทุ่มหัวมันเลย แบบควายก็รู้ว่าผู้ชายที่เค้าพูดถึงหมายถึงพี่นะไม่ใช่พี่อ๊อฟอะไรนั่น น.ส.ต.มันยังทำเสียงหวานบอกอีกนะว่า ‘พี่นะจะได้ปรับปรุงตัวให้เหมือนที่ดรีมชอบไง แล้วก็จะได้หึงดรีมด้วยเราทำเพื่อดรีมเลยนะ’ โอ้โหแก!! เค้านะโมโหมากมายขอโทษเค้าสักคำก็ไม่มี เค้าอยากกระชากคอเสื้อมันขึ้นมา” ฉันพูดพร้อมทำท่ากระชากคอเสื้อประกอบหน้าตาโหดมากมาย ยัยไวน์หน้าเสีย
“แกหันไปทางอื่นสิ” แล้วก็ผลักฉันจากที่หันหน้าไปทางยัยไวน์ให้หันออกไปด้านนอกที่มีคนเดินผ่านไปมา
“แล้วก็ถามว่า” ฉันยังคงทำท่ากระชากคอเสื้อต่อ หน้าโหดเหมือนฆาตกรโรคจิตและน้ำเสียงน่ากลัวดุจดั่งยัย น.ส.ต. อยู่ตรงหน้าฉันพร้อมประกาศก้องว่า...
“มึงจะเอายังไงกับกู!!!
...กึ๊ก!!...
ฉันถึงกับอึ้ง ตะลึงอยู่ท่านั้น เพราะผู้ชายคนหนึ่งตัวสูง ผิวขาวจัด หุ่นนายแบบ ผมทรงรากไทร หน้าตาแนวโอปป้าเกาหลี จัดว่าดีถึงดีที่สุดแล้วที่ฉันอึ้งก็ไม่ใช่เพราะตะลึงในความหล่อ แต่เป็เพราะว่า...อีตาหน้าหล่อคนนี้เขาเดินผ่านมาเจอประโยค‘มึงจะเอายังไงกับกู’ เต็มๆ และตอนนี้นายหน้าหล่อก็หยุดเดินแล้วยืนจ้องหน้าฉันด้วยสายตาอาฆาตสุดๆ
ฉันรีบหันกลับมาสนใจบะหมี่เกี๊ยวในชามโดยอัตโนมัติแต่นายคนนั้นก็ยังไม่ยอมไป ฉันใจหายวูบ ปากหนอปาก หาเื่เอาเท้ามาจูบอีกแล้ว นี่ถ้าอีตาหน้าหล่อตอบกลับมาว่า
‘แล้วมึงจะเอายังไงกับกู’ ขึ้นมาฉันคงแย่แน่เลย
ฉันรีบก้มหน้าคีบบะหมี่เข้าปากรวดเร็วพยายามทำท่าสนใจอาหารอร่อยสุดฤทธิ์ แล้วก็แอบชะเลืองมอง ก็ยังเห็นนายหน้าหล่อคนนั้นกำลังหันไปจ้องหน้ายัยไวน์ตายล่ะหว่า ยัยไวน์มันจะโดนต่อยหรือเปล่านี่ แต่ถ้าโดนก็ดีเหมือนกันนะมันจะได้ไปคุยอวดลูกอวดหลานว่า ครั้งนึงนะ พ่อเคยถูกต่อยเพราะผู้หญิงด้วย หุหุหุ แต่ว่าไปแล้วอย่างยัยไวน์มันจะมีโอกาสเป็พ่อคนหรือเปล่าหนอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
และแล้ว...นายหน้าหล่อคนนั้นก็เดินออกไป
“เฮ้อ!!” ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกเกือบไปแล้วมั้ยล่ะ
“กรี๊ดดดดดดดดดดด” ยัยไวน์กรี๊ดเสียงดังลั่น ฉันรีบตะครุบปากแทบไม่ทัน
“คนอะไร๊!หล่อจังเลยอะ เมื่อกี้เค้าสบตาฉันด้วยแกกรี๊ดๆ” ยัยไวน์พูดถึงนายหน้าหล่อคนนั้นต่อด้วยความเพ้อเป็ที่รู้กันทั้งคณะ ว่ายัยไวน์เค้าปิ๊งผู้ชายขาวสูง
“พ่อแม่ให้กินอะไรเป็อาหารเนี่ยหล่อจังเลย เคยเห็นที่ไหนนะ หน้าคุ้นมากๆเลย สงสัยว่าฉันเคยเห็นเมื่อชาติที่แล้วที่เป็เนื้อคู่ฉันน่ะ” ยัยไวน์หันมาโม้กับฉันต่อ
อืม...ว่าไปแล้ว อีตาหน้าหล่อเมื่อกี้ก็คุ้นๆจริงๆ นั่นแหละ เหมือนว่าเคยเห็นที่ไหนนะ....อ๋อ!! นึกออกแล้ว
“ไอ้โหด!!” ฉันโพล่งออกมาอย่างนึกได้
“อะไรของแก ใครไอ้โหดคนหน้าตาดีคนนั้นเหรอ?” ยัยไวน์ถามเสียงแข็ง มองด้วยสายตาหาเื่เต็มที่
“ไวน์ แกจำวันงานประกวดเดือนดาวได้ปะ”แล้วฉันก็เริ่มเล่าย้อนไปเมื่อเทอม 1 ในงานประกวดเดือนดาวมหาวิทยาลัยนายหน้าหล่อหรือ ‘ไอ้โหด’ ที่ฉันเรียกเขาก็ประกวดแถมยังผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เป็ตัวเก็ง คู่แข่งคนสำคัญของนายอิ๊ก เดือนคณะฉันที่ส่งเข้าประกวดแต่อยู่ดีๆ ไอ้โหดก็ะโลงจากเวทีไปชกคนที่เดินอยู่ที่ถนน เลยถูกตัดสิทธิ์ แล้วนายอิ๊กก็ได้เป็เดือนมหาวิทยาลัย
พวกฉันก็เลยตั้งฉายาให้นายนั่นว่า ‘ไอ้โหด’
“จำได้ละ อุ้ย! เจอใกล้ๆ นายนั่นหน้าตาดีกว่าวันประกวดอีกนะ” ยันไวน์ยังเพ้อถึงไอ้โหดไม่เลิก
“แกไม่กลัวโดนต่อยเหรอ ตาคนนั้นยิ่งโหดๆนะแก เมื่อกี้เค้าโคตรลุ้นเลย กลัวมันจะต่อยแก ดูหน้าดิ อย่างโหดอะ” ฉันพูดด้วยความสยองเมื่อนึกถึงหน้าหล่อๆ แต่โหดนั่น
“ถ้าฉันถูกต่อย- - - ก็เพราะใครล่ะ?” ยัยไวน์หันหน้ามาทางฉัน ส่งสายตาประมาณว่า‘เพราะเมิง’
“แต่ว่าไปแล้ว ถ้าถูกต่อยก็ดีนะ เค้าจะได้ััมือของสุดหล่อคนนั้น” ยัยไวน์กุมมือทำท่าเพ้อฝัน
เฮ้อ!! ดูท่า...ยัยไวน์มันจะเป็เอามากจริงๆนะเนี่ย
หลังผ่านการเรียนอันโชกโชนถึง 2 สัปดาห์ของการเรียนภาคเรียนที่2 แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเรียน 2 ปีมากกว่า 2 สัปดาห์ ก็เพราะว่า งานเยอะ เรียนหนัก เวลาพักก็ไม่มีคณะก็ไกลผู้ไกลคน แม้ว่าจะติดถนนก็เถอะ ยิ่งบางวันเรียนที่คณะแล้วก็เข้าไปเรียนในศูนย์เรียนรวมที่อยู่ในข้างในมหาวิทยาลัย( ทุกคนคงสงสัยว่าแล้วคณะฉันไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยหรือไง... นั่นคือความคิดที่ถูกค่ะคณะเรารักสันโดษห่างไกลจากผู้คนสุดๆ ) เสร็จแล้วก็มาเรียนที่คณะอีก ฉันงี้! วิ่งไปมาอย่างกะนักวิ่งทีมชาติ ยกตัวอย่างเช้าวันจันทร์วันนี้เป็ต้น
ขณะที่ฉันกำลังเซ็งๆ เพราะต้องเรียน Gross2 แต่เช้าข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน เดี๋ยวค่อยรอไปกินพร้อมเพื่อนตอนเรียนlab gross ละกัน
“ดรีม” เสียงห้าวแต่นุ่มชวนฟังดังขึ้นฉันที่กำลังก้มหน้าเดินด้วยสภาพดังซอมบี้รีบเงยหน้าไปยิ้มหวานสุดชีวิตก็เพราะเสียงนี้ ฉันจำได้ว่าเป็...
“พี่นะ!! สวัสดีค่ะ”ฉันยิ้มหวานดุจดั่งได้มงกุฏนางสาวไทย 20 สมัยซ้อนพี่นะยิ้มให้ ฉันงี้ แทบละลายตรงนั้นเลย
“มาเรียน Gross เหรอ?” เห็นมั้ย พี่นะรู้ด้วยว่าฉันมาเรียน Gross หุหุ พี่นะต้องแอบสนใจฉันอยู่เหมือนกันแน่ๆ เลย ( ความจริงปี1 มีเรียนในคณะแค่ตัวเดียว คือ Grossถ้าเดาไม่ถูกก็แปลก )
“ค่ะ แล้วพี่นะจะไปไหนคะ”
“พี่จะไปทานข้าวน่ะ แล้วดรีมทานข้าวเช้ามาหรือยังล่ะไปทานด้วยกันมั้ย”
หุหุหุ ทุกคนคงจะรู้คำตอบใช่มั้ยว่าฉันจะตอบว่าอย่างไรถ้าไม่ใช่…
“ตกลงค่ะ” แล้วฉันก็รีบดึงมือพี่นะไปอย่างรวดเร็วเพราะอะไรหนะเหรอ ก็ถ้าช้าแล้วยัย น.ส.ต.มาฉันจะทำยังไงล่ะ
แล้วเราก็ไปกินอาหารเช้าที่ Vet Place โรงอาหารสุดไฮโซของคณะเรา พี่นะกินข้าวผัดกุ้ง ของโปรดพี่นะ ส่วนฉันก็บะหมี่เกี๊ยวของโปรดฉันนั่นเอง
“วันลอยกระทงปีนี้ปี 1 ทำอะไรล่ะ” พี่นะถามถึงงานวันลอยกระทงที่ทุกปีเด็กปี 1 ต้องขายของเพื่อหาเงินเข้ารุ่น
2 Veterinary Gross Anatomy (กายวิภาคศาสตร์ ) เรียกสั้นๆ ว่า Gross
“ขายลูกชิ้นปิ้งค่ะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้ม พยายามทำท่าให้น่ารัก
“แล้วตอนปีพี่นะทำอะไรคะ”
“ก็ขายลูกชิ้นปิ้งนั่นแหละ ฮะฮะ เป็ร้านอาหารประจำคณะเลยนะ” แม้มุขมันแป้ก แต่ฉันก็ขำ ก็เพราะคนน่ารัก พูดอะไรก็น่ารักไปหมด
“แล้วดรีมขายหรือเปล่า” พี่นะถามต่อ
“ขายค่ะ ปี 1 ทุกคนต้องเปลี่ยนเวรกันมาขาย พี่นะต้องมาช่วยซื้อนะคะ” ฉันทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู
“จ๊ะ” พี่นะรับคำฉันงี้ ยิ้มจนปากจะฉีก ก็ถ้าพี่นะมาพี่นะจะได้ไปลอยกระทงกับฉันไง
“แล้วไปลอยกระทงกันนะคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสดใส พยายามไม่ให้สั่น ไม่ตื่นเต้น พูดให้เหมือนกับชวนรุ่นพี่คนอื่นๆพยายามไม่เขิน พี่นะยิ้มให้แล้วพยักหน้า
“ครับ” ฉันงี้หน้าบานเป็จานดาวเทียมเลยแหละ อีก 2 วันก็จะถึงวันลอยกระทงแล้ว อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ จังเลย ^_^