จิ่งชิวหงทำอาหารเช้าให้ทุกคนในบ้าน เป็นบะหมี่น้ำที่ซื้อมาเมื่อวาน มีทั้งหมดสี่ชาม แต่ละชามมีไข่ดาววางโปะอยู่ด้วย
เมื่อจิ่งหลิวหยางเดินเข้ามาเห็นก็เริ่มโวยวายและทำลายข้าวของ “ทำไมเอาบะหมี่ที่แม่ซื้อให้ฉันไปต้มหมด! แม่บอกแล้วว่านั่นเป็นบะหมี่ของฉัน ใครก็กินไม่ได้!”
“แกมันตัวซวย มีสิทธิ์อะไรกินบะหมี่! แกคิดจะทำตามจิ่งเยี่ยนกุย อยากแย่งของของฉันใช่ไหม!”
พูดจบก็คว้าชามบะหมี่แล้วสาดใส่หน้าจิ่งชิวหง “งั้นฉันจะให้แกกิน!”
ที่จริงแล้วโดยปกติความสัมพันธ์ของเขากับจิ่งชิวหงก็ไม่ได้แย่ เวลาอารมณ์ดีทั้งคู่ก็คุยเล่นหัวเราะกันได้ แถมยังแบ่งของกินกันด้วย
แต่เมื่อคืนเขาทั้งถูกสั่งสอนไปชุดใหญ่ ทั้งยังนอนไม่หลับ ทำให้อารมณ์ไม่ดีเป็นพิเศษ
จิ่งชิวหงหลบได้ทันท่วงที แต่ก็ยังโดนน้ำซุปกระเด็นใส่หน้า บะหมี่เพิ่งออกมาจากหม้อ ตอนนี้ยังร้อนอยู่ บริเวณที่โดนน้ำซุปก็ขึ้นเป็นรอยแดงทันที
จิ่งชิวหงโกรธจัด ตบหน้าจิ่งหลิวหยางไปหนึ่งฉาด “ต่อให้แม่ซื้อบะหมี่ให้แก แล้วใครกำหนดว่าฉันจะกินไม่ได้? ทำไมแกถึงได้เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจแบบนี้!”
จิ่งหลิวหยางเป็นอันธพาลประจำบ้าน พอโดนตบเข้าก็ระเบิดทันที และพุ่งเข้าทำร้ายจิ่งชิวหง
ถึงแม้จิ่งชิวหงจะอายุมากกว่าจิ่งหลิวหยางสองปี แต่ก็เป็นผู้หญิงแรงน้อยกว่า จิ่งหลิวหยางจับจิ่งชิวหงเหวี่ยงลงพื้น เศษกระเบื้องที่แตกอยู่บาดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอของเธอ เลือดพลันพุ่งกระฉูดออกมาทันที
จิ่งหลิวหยางตกใจ รีบถอยหลัง “แกล้มเองนะ ไม่เกี่ยวกับฉัน!”
จิ่งชิวหงคลำไปตามตัว พบว่าเต็มไปด้วยเลือด เธอรู้ว่าในบ้านหลังนี้คงไม่มีใครช่วยเธอ จึงเอามือกดแผลที่คอ แล้ววิ่งออกไปข้างนอก ตะโกนเสียงดัง “ช่วยด้วย!”
เพื่อนบ้านที่ไม่อยากยุ่งเรื่องในบ้านตระกูลจิ่ง ก็แค่ชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อเห็นจิ่งชิวหงเต็มไปด้วยเลือดก็ตกใจ และรีบไปตามเชอฉางเกิน
ชีวิตคนเป็นเรื่องใหญ่ แม้เชอฉางเกินจะไม่ชอบหน้าตระกูลจิ่ง ก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้ จึงรีบมาช่วยหาวิธีห้ามเลือดให้จิ่งชิวหง
แต่ยาที่เขามีอยู่ก็ไม่สามารถรักษาแผลร้ายแรงขนาดนี้ได้ สุดท้ายก็นึกถึงยาของจิ่งเยี่ยนกุย และรีบบอกเพื่อนบ้าน “รีบไปบ้านเก่าตระกูลจิ่ง ไปเอายาจากจิ่งเยี่ยนกุย!”
จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่คิดว่าตอนเช้าตรู่ตระกูลจิ่งจะก่อเรื่องขึ้นมาแบบนี้ เธอไม่ชอบจิ่งชิวหง แต่ก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอตายได้ จึงรีบเอายาแล้ววิ่งไปที่บ้านของตระกูลจิ่ง
จิ่งชิวหงนอนจมกองเลือด หน้าซีดเผือด ดวงตาพร่าเลือน เมื่อเห็นจิ่งเยี่ยนกุยก็พูดว่า “พี่ ช่วยหนูด้วย!”
จิ่งเยี่ยนกุยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบเข็มเงินที่พกติดตัวมาฝังลงจุดสำคัญ เมื่อเข็มปักลงไป เลือดก็ไหลช้าลง เธอจึงให้เชอฉางเกินเอายาทาแผลใส่ให้จิ่งชิวหง ไม่นานเลือดก็หยุดไหลในที่สุด
เมื่อจิ่งหลิวหยางเห็นว่าเลือดของจิ่งชิวหงหยุดไหลแล้ว ก็รีบคว้ามีดทำครัวจะมาฟันจิ่งเยี่ยนกุย พลางตะโกนด่า “เพราะแกมันตัวซวย ถ้าไม่ใช่เพราะแก พี่สาวฉันจะบาดเจ็บอย่างนี้ได้ยังไง! ฉันจะฆ่าแก!”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ยอมให้เขาทำร้าย รีบคว้ามีดจากมือเขาอย่างรวดเร็ว แล้วถีบเขาล้มลงกับพื้น จากนั้นพุ่งไปข้างหน้าแล้วกระโจนขึ้นคร่อมตัวเขา กดทับไม่ให้เขาขยับตัว แล้วเงื้อมือตบหน้าเขาอย่างแรง หลายสิบฉาด
เธอตบไปพลางด่าไปพลาง “แกมันไอ้เด็กเหลือขอ หลิวชุนฮวาเลี้ยงดูแกแบบตามใจ แต่ฉันจะไม่ตามใจแกแน่!”
“ไอ้เด็กไร้การอบรม ปกติคนอื่นไม่อยากลดตัวไปมีเรื่องด้วยก็เลยไม่อยากยุ่งกับแก แต่แกคิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหน?”
“ฉันบอกแกไว้เลยว่า ถ้าไม่มีหลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วหนุนหลัง แกก็ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น! ไม่สิ ต่อให้มีพวกเขาหนุนหลัง แกก็ไม่มีค่าอะไรอยู่ดี!”
อันที่จริงแล้วหลังจากเธอช่วยจิ่งชิวหงเสร็จแล้ว ถ้าจิ่งหลิวหยางไม่มายุ่งกับเธอ เธอก็ขี้เกียจจะสนใจเขา ในใจเธอเขาก็แค่เด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างผิดๆ และไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปสั่งสอนเขา
แต่เขาดันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กลับถือมีดจะเข้ามาทำร้ายเธอ! เรื่องนี้ยอมไม่ได้!
ตอนแรกจิ่งหลิวหยางยังโวยวาย “แกมันคนชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฉัน! ฮือๆๆ เดี๋ยวฉันจะให้แม่มาฆ่าแก! ฮือๆๆ พอฉันโตขึ้น ฉันจะเอามีดมาสับแกให้เละ!”
แต่แล้วเขาก็รู้ตัวว่าหลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วที่เป็นเหมือนที่พึ่งของเขา ต่างก็บาดเจ็บกันหมด ไม่สามารถมาช่วยเขาได้ คำพูดของเขาก็ไม่ได้เกิดผลอะไร สุดท้ายจึงคิดจะขอร้อง
คนที่ดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น
จิ่งเยี่ยนกุยในความทรงจำของพวกเขามักจะอ่อนโยน พูดจาไพเราะ มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ
แต่ในวันนี้เธอกลับดุร้ายจนน่าตกใจ!
แม้จะตกใจ แต่เพราะจิ่งหลิวหยางถูกหลิวชุนฮวาเลี้ยงดูจนเป็นอันธพาลประจำหมู่บ้าน ทำให้ไม่มีใครชอบเขา ทุกคนจึงรู้สึกว่าจิ่งหลิวหยางสมควรโดนแล้ว!
บางคนถึงกับตะโกนว่า “ตีได้ดี! ไอ้เด็กเหลือขอนี่ต้องโดนตีตั้งนานแล้ว!”
บางคนก็ยุแยง “จิ่งหลิวหยางกล้าเอามีดมาฟันคน ต้องห้ามปรามเขาไว้ อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด ต้องตัดมือมันทิ้ง!”
หลังจากตีจนพอใจแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็ลากจิ่งหลิวหยางขึ้นมา “เมื่อกี้แกพยายามจะเอามีดมาฟันฉัน ขอโทษซะ!”
จิ่งหลิวหยาง “…”
เขาโดนตีแล้ว ยังต้องขอโทษอีก นี่มันอะไรกัน?
จิ่งเยี่ยนกุยพลันเหลือบมอง เขาถึงกับตัวสั่น พูดตะกุกตะกักว่า “ขะ...ขอโทษ”
จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงเย็น “ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะตีแกทุกครั้งที่เจอหน้า!”
จิ่งหลิวหยางเบะปากอยากจะร้องไห้ แต่ก็ถูกพลังของเธอข่มไว้จนกลืนน้ำตาลงไป
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าจิ่งเยี่ยนกุยที่เขาเคยรังแกตอนเด็ก จะไม่ยอมให้เขารังแกได้อีกต่อไป
ทางด้านจิ่งเจี้ยนกั๋ว เมื่อได้ยินเสียงดังข้างนอก ก็ฝืนอาการเจ็บปวดเดินออกมา เห็นจิ่งเยี่ยนกุยซ้อมจิ่งหลิวหยางตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็อยากจะเข้าไปช่วย แต่เมื่อขยับตัวก็เจ็บแผลจนทนไม่ไหว ล้มลงไปกองกับพื้น แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเขาเลย
เขายังร้องด่าว่า “จิ่งเยี่ยนกุย แกมันชั่วช้า แกทำร้ายน้องชายตัวเองได้ยังไง! แกควรจะถูกฟ้าผ่าให้ตาย!”
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเยาะ “จิ่งเจี้ยนกั๋ว คุณเคยเห็นน้องชายที่ไหนเอามีดมาฟันพี่สาวตัวเองบ้าง? ตอนนี้คุณควรจะดีใจที่เขาไม่ได้ฟันฉัน ไม่งั้นวันนี้เขาคงไม่ได้แค่โดนซ้อม แต่เขาอาจจะต้องเสียแขนเสียขาไปแล้วก็ได้!”
เธอพูดจบก็มองจิ่งเจี้ยนกั๋ว เมื่อจิ่งเจี้ยนกั๋วสบตาเธอ ก็รู้สึกว่าสายตาของเธอราวกับน้ำแข็ง ทำให้เขาขนลุกขึ้นมา
แล้วก็ได้ยินจิ่งเยี่ยนกุยพูดว่า “ต่อไปดูแลลูกชายคุณดีๆ อย่าให้เขามายุ่งกับฉันอีก ไม่งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”