หลังจากที่รินรดา ปาดน้ำตาและตอบตกลงที่จะช่วยเหลือล้างมลทินให้พริมาบรรยากาศที่โต๊ะอาหารในร้านกาแฟเงียบ ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็ความจริงจังนนทพัทธ์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะกางพิมพ์เขียวและเอกสารบางอย่างที่เขาเตรียมมาลงบนโต๊ะ
"พี่นนท์คะ...แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคุณอาภพเก็บตรายางหรือเครื่องลอกลายเซ็นชิ้นนั้นไว้ที่ไหน?"รินรดาเอ่ยถามด้วยความกังวล "คุณอาภพมีทั้งบ้านพักตากอากาศเซฟเฮาส์ แล้วก็คอนโดส่วนตัวตั้งหลายที่เราจะแน่ใจได้ยังงัยคะ...ว่าแกจะเก็บเครื่องนั้นไว้ในห้องทำงานของแก"
นนท์ส่งยิ้มอบอุ่นเพื่อลดความตึงเครียดให้หญิงสาวก่อนจะชี้ไปที่เอกสารประวัติการปรับปรุงห้องทำงานของอาภพที่ตึกใหญ่
"พี่ใช้สิทธิ์ทนายความขอดูประวัติการซ่อมบำรุงทรัพย์สินของบริษัทในรอบสิบปีครับริน"นนทพัทธ์อธิบายเป็ขั้นเป็ตอน "มีจุดหนึ่งที่น่าสงสัยมาก คือเมื่อสิบปีก่อนหลังจากเกิดเื่คดีทุจริตได้ไม่ถึงเดือนคุณอาภพได้สั่งช่างฝีมือจากต่างประเทศเข้ามาปรับปรุงห้องทำงานประธานบริหารเป็การส่วนตัวและมีบันทึกการสั่งซื้อ ‘ตู้เซฟนิรภัยฝังผนังระบบตัดสัญญาณรบกวน’มูลค่าหลายแสนบาท"
รินรดาเบิกตากว้าง"ในห้องทำงานที่ตึกออฟฟิศเหรอคะ? แต่รินเคยเข้าออกห้องนั้นบ่อยๆ ไม่เคยเห็นตู้เซฟเลยนะคะมีแต่เฟอร์นิเจอร์หลุยส์กับภาพวาดฝาผนังเต็มไปหมด..."
พูดถึงตรงนี้รินรดาก็ชะงักกึกไปเหมือนนึกอะไรออก นนทพัทธ์ยิ้มรับทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มปะติดปะต่อเื่ได้
"ใช่ครับ...ภาพวาดฝาผนังนั่นแหละ" นนทพัทธ์สำทับ"ตามหลักจิตวิทยาของคนประเภทคุณอาภพของที่อันตรายที่สุดและเป็หลักฐานมัดตัวชิ้นสำคัญ เขาจะไม่เอาไปซ่อนไว้ไกลตัวเพราะความหวาดระแวงจะทำให้เขาอยากเห็นและตรวจสอบมันบ่อย ๆการซ่อนไว้หลังภาพวาดสีน้ำมันบานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัว ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่มย่ามคือจุดที่ปลอดภัยและแเีที่สุดครับ"
"จริงด้วยค่ะ...คุณอาภพรักภาพวาดรูปวิวทิวทัศน์ตรงผนังฝั่งซ้ายมากใครจะไปจับหรือช่วยเช็ดทำความสะอาดแกจะโกรธจัดตลอดเลยค่ะ"รินรดาพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเต็มที่
เมื่อล็อกเป้าหมายชิ้นสำคัญได้แล้วนนทพัทธ์จึงเริ่มอธิบายแผนการที่เขา้าให้รินรดาช่วยเหลือ
"รินครับ...แผนนี้อันตรายมาก และพี่ไม่อยากให้รินต้องเสี่ยงเลยแต่มีเพียงรินคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าตึกใหญ่ในยามวิกฤตได้โดยไม่ถูกสงสัย" นนทพัทธ์สบตาเธอด้วยความรู้สึกผิดและเป็ห่วง"พี่อยากให้รินใช้ฐานะหลานสาวแสร้งทำเป็แวะเข้าไปเอาเอกสารให้คุณอาภพกลางดึกพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่กล้าตรวจค้นรินอย่างละเอียด"
"แล้วพี่นนท์ล่ะคะ?"
"พี่จะรออยู่ใต้อาคารคอยแฮกระบบสัญญาณกล้องวงจรปิดในช่องทางเดินหน้าห้องทำงานให้ดับชั่วคราวเป็เวลา 5นาที เพื่อไม่ให้มีภาพของรินปรากฏในกล่องบันทึกภาพครับ"นนท์ยื่นหูฟังบลูทูธจิ๋วให้เธอ
"แต่มันเป็ตู้เซฟนะคะพี่นนท์"รินรดาส่ายหน้าทันควัน ใบหน้าหวานฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัดมือเรียวเผลอกำสายกระเป๋าสะพายแน่น "ต่อให้รินเข้าไปในห้องนั้นได้ แล้วรินจะเอารหัสมาจากไหนคะ? รินไม่รู้รหัสเซฟของคุณอาภพหรอกค่ะ ถ้าต้องไปนั่งสุ่มนั่งเดานอกจากจะเสียเวลามากเกินไปจนคนอื่นมาเห็นเข้า... ที่สำคัญ ตู้เซฟระบบดิจิทัลพวกนี้ถ้าเรากดรหัสผิดติดต่อกันไม่กี่ครั้งมันจะไม่ล็อกระบบอัตโนมัติจนส่งสัญญาณเตือนไปที่มือถือของคุณอาภพหรือระบบรักษาความปลอดภัยของตึกเลยเหรอคะ?แบบนั้นเราโดนจับได้แน่ ๆค่ะ"
นนทพัทธ์มองท่าทางหวาดหวั่นของหญิงสาวด้วยสายตาที่เข้าใจดีเขารีบขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นคอยช่วยดึงสติเธอให้กลับมามั่นใจ
“พี่เข้าใจความกังวลของรินครับและพี่คงไม่ปล่อยให้รินเข้าไปเสี่ยงโดยไม่มีแผนรองรับแน่ ๆ" นนทพัทธ์ยิ้มบางๆ เพื่อคลายความกดดัน ก่อนจะอธิบายต่อ
"เื่ระบบล็อกของเซฟรินสบายใจได้ครับ จากข้อมูลที่พี่ได้มาตู้เซฟรุ่นที่อาภพใช้ในห้องทำงานเป็รุ่นเก่าที่เน้นความปลอดภัยเชิงกลไกควบคู่กับดิจิทัลมันจะยอมให้กดผิดได้สูงสุดสี่ครั้งก่อนจะล็อกตัวเองนานสามสิบนาทีโดยไม่มีการส่งสัญญาณไซเรนเตือนภัยออกไปข้างนอก...แปลว่าเรามีโอกาสสุ่มรหัสที่น่าจะเป็ไปได้สามครั้งอย่างปลอดภัย"
"สามครั้งงั้นเหรอคะ..."รินรดายังคงขมวดคิ้ว "แล้วเราจะเอาตัวเลขพวกนั้นมาจากไหนล่ะคะ?"
"อาภพเป็คนหลงตัวเองและยึดติดกับความสำเร็จครับริน"นนทพัทธ์เลื่อนไอแพดส่งให้เธอพร้อมกระดาษโน้ตบนหน้าจอมีรายการตัวเลขสำคัญไม่กี่ชุด "รหัสสี่ตัวหรือหกตัวที่เขาใช้ประจำไม่พ้นวันสถาปนาบริษัทอัครเดชโภคิน วันเกิดของตัวเขาเองหรือไม่ก็ตัวเลขอัปมงคลที่เป็วันที่พ่อของคุณอคินเสียชีวิต...รินลองกดตามรายการที่พี่เตรียมไว้ให้ แค่สามชุดนี้เท่านั้นครับ ถ้ายังไม่ใช่...ให้ถอยออกมาทันทีห้ามดื้อรั้นกดต่อเด็ดขาดนะครับ"
รินรดาชะงักไปอึดใจหนึ่งความสงสัยแล่นเข้ามาแทนที่เธอเหลือบมองกระดาษโน้ตในมือแล้วเงยหน้าถามทนายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลง
"เดี๋ยวนะคะพี่นนท์... รหัสพวกนี้มันเป็ข้อมูลส่วนตัวมากขนาดตำรวจสืบคดียังหาได้ยากเลย แล้วพี่ไปเอาตัวเลขสำคัญพวกนี้มาจากไหนคะ? คงไม่ใช่ว่าเดาสุ่มเอาเองหรอกใช่ไหมคะ"
นนทพัทธ์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมฉายแววเ้าเล่ห์และเปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงของคนที่ทำงานสายสืบสวนมานาน
"วิชาชีพทนายไม่ได้มีแค่การว่าความในศาลหรอกครับริน" นนทพัทธ์อธิบายพลางขยับเนกไทให้เข้าที่
"ตัวเลขพวกนี้พี่ไม่ได้เดาสุ่มแต่ได้มาจากสองแหล่งหลัก ๆ แหล่งแรกคือ‘ฝ่ายบุคคลและแผนกประชาสัมพันธ์ของอัครเดชโภคิน’ ประวัติการก่อตั้งบริษัทและวันเกิดของอาภพมันเป็ข้อมูลเปิดเผยที่หาได้ไม่ยาก...ส่วนแหล่งที่สองที่สำคัญที่สุดคือ ‘เลขาส่วนตัวของอาภพ’"
"ชานนท์น่ะเหรอคะ?" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย"เขาบอกพี่เหรอคะ?"
"คนอย่างชานนท์ไม่มีทางบอกพี่ตรง ๆ หรอกครับ" นนทพัทธ์ยิ้มกริ่ม"แต่เขาเป็คนประเภทที่ชอบใช้ชีวิตหรูหราเกินตัว และมีหนี้สินพะรุงพะรัง พี่แค่ส่งสายให้แกล้งทำทีเป็เข้าไปตีสนิทในวงเหล้าชวนคุยเื่เ้านายอย่างอาภพ... คนเราเวลาแอลกอฮอล์เข้าปากบวกกับความอัดอั้นตันใจมักจะหลุดปากบ่นเื่พฤติกรรมแปลก ๆ ของเ้านายออกมาเสมอ"
นนทพัทธ์แตะนิ้วลงบนไอแพดอีกครั้ง
"ชานนท์เคยหลุดปากบ่นกับสายของพี่ว่า ‘ไอ้แก่ตัวแสบชอบใช้ตัวเลขเดิม ๆ ซ้ำๆ วนเวียนอยู่แค่ปีเกิดตัวเองกับวันตั้งบริษัทเป็รหัสผ่านทุกอย่างั้แ่รหัสอีเมล รหัสผ่านคอมพิวเตอร์ ยันเซฟหลังห้องทำงานเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ลืม’ พอได้คำใบ้สำคัญนี้มา พี่ก็แค่เอามาจับคู่กับฐานข้อมูลตัวเลขสำคัญทั้งหมดของอาภพแล้วคัดเอาชุดที่มีความเป็ไปได้สูงที่สุดสามชุดนี้ออกมาให้รินไงครับ"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายที่เป็ฉากๆ และรัดกุมของทนายหนุ่ม รินรดาก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งในความสามารถของเขาความกังขาในตอนแรกมลายหายไป เหลือไว้เพียงความนับถือในความรอบคอบของชายตรงหน้า
รินรดารับหูฟังมาบีบไว้แน่นพลางพับกระดาษโน้ตรหัสลับเก็บใส่กระเป๋าด้วยความระมัดระวัง ความกลัวยังมีหลงเหลืออยู่บ้างแต่เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาที่มุ่งมั่นและจริงใจของนนทพัทธ์หัวใจของเธอกลับรู้สึกอบอุ่นและเชื่อมั่นอย่างประหลาด อีกทั้งแผนการที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีของทนายหนุ่มทำให้ความกลัวในใจของรินรดาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ความกล้า หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกพยักหน้ารับคำอย่างเด็ดเดี่ยว
"รินเชื่อพี่นนท์ค่ะ..ตกลงค่ะ...รินจะลองดู...จะเอาหลักฐานชิ้นนั้นมาให้ได้"หญิงสาวส่งยิ้มให้ เพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล
นนทพัทธ์เอื้อมมือไปกุมมือบางของรินรดาไว้เบาๆ ความผูกพันของทั้งสองขยับแแ่ขึ้นท่ามกลางแผนการที่เดิมพันด้วยความถูกต้อง
"ขอบคุณมากนะริน...ขอบคุณที่เชื่อใจพี่"