เวลาล่วงเลยไปสองเดือน... สำหรับคนอื่นมันอาจเป็เพียง่เวลาสั้นๆ แต่สำหรับ หลินซูหว่าน มันคือ่เวลาที่โลกทั้งใบของเธอเริ่มสั่นคลอน
ร่างกายที่เคยแข็งแรงของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างประหลาด ทุกเช้าเธอต้องรีบตะเกียกตะกายลุกจากเตียงเพื่อไปอาเจียนในห้องน้ำอย่างเอาเป็เอาตาย กลิ่นอาหารที่เคยชอบกลับกลายเป็กลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนจนแทบจะทนไม่ไหว ใบหน้าของเธอซีดเซียวซูบผอมลงจนรอยคล้ำใต้ตาเด่นชัด
"อุ๊ย! พี่ซูหว่าน เป็อะไรไปคะ? ทำไมหน้าซีดเหมือนคนจะตายแบบนั้นล่ะ" หลินอวี่ เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยันขณะที่เห็นพี่สาวเดินโงนเงนลงมาที่โต๊ะอาหาร "หรือว่า... แอบไปทำอะไรไม่ดีมาจนร่างกายรับไม่ไหว?"
ซูหว่านเม้มปากแน่น เธอพยายามสะกดกลิ่นปลาทอดบนโต๊ะที่กำลังทำให้น้ำย่อยในกระเพาะตีกลับขึ้นมา "ฉันแค่พักผ่อนน้อย... ไม่ต้องมาลำบากใจแทนฉันหรอก"
ทว่าสายตาคมกริบของ แม่เลี้ยงเฉิน กลับจ้องมองเธอไม่วางตา นางเป็ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน มีหรือจะดูไม่ออกว่าอาการ "คลื่นไส้อาเจียน" และ "หน้ามืด" ของหญิงสาวโสดนั้นหมายถึงอะไร
ความจริงที่สั่นะเืคฤหาสน์
ซูหว่านตัดสินใจแอบไปโรงพยาบาลเล็กๆ ท้ายเมืองที่ไม่มีใครรู้จัก มือของเธอสั่นเทาขณะรับแผ่นกระดาษรายงานผลตรวจจากพยาบาล ตัวอักษรบนนั้นชัดเจนจนเธอรู้สึกเหมือนลมหายใจหยุดชะงัก
'ผลการทดสอบ: เป็บวก (ตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์)'
หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอท้อง... เธอท้องกับผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อ และไม่มีทางที่คนในตระกูลหลินจะยอมรับเื่นี้ได้
ทันทีที่เธอกลับถึงบ้าน ความหวาดกลัวของเธอก็กลายเป็ความจริง เมื่อพบว่าห้องนอนของเธอถูกรื้อค้น และแม่เลี้ยงเฉินกำลังถือใบผลตรวจที่เธอพยายามซ่อนไว้ในกระเป๋า ยืนรออยู่พร้อมกับ หลินเจิ้ง ผู้เป็พ่อที่มีสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
"แก! นังลูกไม่รักดี!" หลินเจิ้งตวาดลั่นจนแจกันบนโต๊ะะเื "นี่มันหมายความว่ายังไง! แกไปท้องกับใครมา!"
ซูหว่านทรุดเข่าลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม "หนู... หนูบอกไม่ได้ค่ะพ่อ หนูไม่รู้..."
"ไม่รู้เหรอ! แกมั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็ผัวแกงั้นเหรอ!" แม่เลี้ยงเฉินสำทับด้วยความสะใจ "ดูสิคะคุณพี่ ฉันบอกแล้วว่ามันไว้ใจไม่ได้ มันทำตัวเงียบๆ แต่ลับหลังไปแรดร่อนจนท้องไม่มีพ่อแบบนี้ ตระกูลหลินเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
"บอกมา! ใครเป็พ่อเด็ก!" หลินเจิ้งก้าวเข้าไปคว้าไหล่ลูกสาวแล้วเขย่าอย่างแรง "ถ้าแกไม่บอก ฉันจะถือว่าแกจงใจทำอัปยศให้วงศ์ตระกูล!"
ซูหว่านสะอื้นจนตัวโยน เธอจะบอกได้อย่างไรว่าพ่อของเด็กคือชายแปลกหน้าที่เธอพบเพียงชั่วคืนเดียวภายใต้ฤทธิ์ยา และเธอก็ไม่อยากดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะคิดว่าเขาอาจเป็คนเลวร้ายที่ทำร้ายเธอในคืนนั้น
การลงทัณฑ์ที่โหดร้าย
"ในเมื่อแกไม่พูด ก็แปลว่าแกอยากจะปกป้องไอ้ผู้ชายสารเลวนั่น!" แม่เลี้ยงเฉินแสยะยิ้ม "คุณพี่คะ เื่นี้ยอมไม่ได้นะคะ ถ้าคนข้างนอกรู้เข้า หลินอวี่จะหาสามีดีๆ ได้ยังไง ใครจะอยากแต่งงานกับบ้านที่มีลูกสาวสำส่อนแบบนี้"
หลินเจิ้งมองดูใบหน้าที่นองน้ำตาของซูหว่าน ในใจของเขามีความสงสารแวบผ่านขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอคือลูกสาวของภรรยาคนแรกที่เขาเคยรัก ทว่าความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและคำยุยงของแม่เลี้ยงกลับมีอำนาจเหนือกว่า
"จัดการตามกฎของบ้าน..." หลินเจิ้งเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะหันหลังเดินหนีไปเพราะทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้ "สั่งสอนมันเสียให้เข็ด ว่าอย่าได้ทำเื่งามหน้าแบบนี้อีก"
แม่เลี้ยงเฉินยิ้มกริบ นางหยิบไม้เรียวหนาที่เตรียมไว้ขึ้นมา "มานี่! นังตัวดี แกต้องรู้ว่าความอัปยศที่แกทำมันต้องชดใช้อย่างไร!"
เพียะ! เพียะ!
เสียงไม้เรียวกระทบผิวเนื้อดังสนั่นห้องโถง ซูหว่านกัดฟันแน่นไม่ยอมส่งเสียงร้อง เธอพยายามขดตัวปกป้องหน้าท้องของตัวเองอย่างสุดชีวิต ความเ็ปที่แผ่นหลังยังไม่เท่าความเจ็บช้ำที่หัวใจ พ่อของเธอยืนอยู่ตรงนั้น... เขาเห็นแต่เขากลับเดินหนีไป
"หยุดนะ! พอได้แล้ว!" ซูหว่านรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายะโออกมา "ถ้าคุณแม่เลี้ยงจะตีหนูให้ตาย หนูก็ไม่มีชื่อผู้ชายคนนั้นให้หรอกค่ะ! แต่จำไว้เถอะ... วันนี้ที่พวกคุณทำกับหนู หนูจะไม่มีวันลืม!"
สายตาที่เด็ดเดี่ยวและแค้นเคืองของซูหว่านทำให้แม่เลี้ยงเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ท่าทางของหญิงสาวที่เคยหัวอ่อนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"แก... แกยังกล้าเถียงเหรอ! ท้องไม่มีพ่อแล้วยังจะมาอวดดี!" แม่เลี้ยงเฉินเตรียมจะฟาดอีกครั้ง แต่หลินอวี่รีบเข้ามาห้ามไว้ไม่ใช่เพราะสงสาร แต่เพราะกลัวว่าถ้าซูหว่านตายจะเป็เื่ใหญ่
"พอเถอะค่ะแม่ เดี๋ยวเืจะเปื้อนบ้านเปล่าๆ ให้มันไปอยู่ห้องเก็บของท้ายสวนนู่นเถอะค่ะ อย่าให้มันมาเสนอหน้าในคฤหาสน์ให้คนใช้หัวเราะเยาะอีกเลย"
ซูหว่านถูกลากตัวไปยังห้องเก็บของหลังบ้านที่ทั้งมืด ชื้น และหนาวเหน็บ เธอถูกทิ้งไว้บนฟูกเก่าๆ พร้อมกับความบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ
ท่ามกลางความมืดมิด ซูหว่านวางมือลงบนท้องที่ยังคงราบเรียบ น้ำตาที่ไหลพรากค่อยๆ เหือดแห้งไป แทนที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
"ลูกจ๋า... แม่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องมาลำบาก" เธอพึมพำเบาๆ "แต่แม่สัญญา ไม่ว่าใครจะเกลียดเรา ไม่ว่าใครจะตราหน้าหนูว่าไม่มีพ่อ... แม่จะรักหนูที่สุด และแม่จะปกป้องหนูด้วยชีวิตของแม่เอง"
ในวินาทีนั้นเอง... ลมพัดแรงวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในห้องเก็บของ ราวกับเป็สัญญาณจาก์ว่าคำอธิษฐานของเธอได้รับการรับรู้ และทารกที่กำลังเติบโตในท้องของเธอนั้น ไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่เป็ถึง "ดาวนำโชค" ที่จะกลับมาพลิกโฉมชะตาชีวิตของเธอให้รุ่งโรจน์เกินกว่าที่ใครในบ้านหลินจะจินตนาการถึง