บทที่ 7 โอบกอด
ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็มาถึงบ้านอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยมาถึงก่อนแล้วและได้เข้าห้องตนเองไป ต้นหนาวรออยู่ข้างล่างหมือนกับทุกๆวัน เขารอที่โต๊ะกินอาหาร รอจนเด็กน้อยรู้ว่าต้องลงมาเวลาไหนแล้วก็ค่อยสังเกตอีกฝ่าย
ใบหน้าของปลายฝนนั้นเรียบนิ่งแล้วในตอนนี้ เขากระทั่งยังใส่คอนแทกเลนส์มาปกปิดไม่ให้คนอื่นรู้ด้วยว่าเขาเพิ่งร้องไห้มาอย่างหนัก ต้นหนาวรู้สึกโกรธตนเองที่เขาไม่เคยรู้ว่าน้องชายต้องเจอกับความรู้สึกบ้าๆนี้มาก่อน อีกฝ่ายทำตัวเงียบๆเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อก่อน นี่ยิ่งเป็การตอกย้ำว่าน้องชายของเขาที่ผ่านมาแล้วต้องเก็บงำความเ็ปของตนเองแล้วแสดงท่าทางต่อต้านเขา
ในขณะที่เขาโกรธทุกครั้งที่ได้คุยกับปลายฝนที่ไม่เข้าใจความห่วงใยของเขาเลย กลับกลายเป็ว่าเขาต่างหากที่ไม่เข้าใจความห่วงใยของน้องชาย
“ไปเรียนมาเป็ยังไงบ้าง” ต้นหนาวเอ่ยถามเด็กน้อยที่ก้มหน้าก้มตากินอาหาร ปลายฝนชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามามอง สายตาไม่ชอบใจถูกใช้ออกมา แต่มันกลับมีความสั่นไหวเล็กๆให้จับผิดได้
“ก็เหมือนเดิม ทำไม? พี่จะบ่นเื่เรียนกับผมอีกแล้ว?” ปลายฝนแสยะยิ้มร้ายออกมา ท่าทางกวนประสาทที่เคยใช้ได้ผล ตอนนี้กลับไม่ได้ทำให้คนในบ้านรู้สึกว่าเด็กน้อยกำลังหาเื่อีกแล้ว กลายเป็ว่าทุกคนได้ยินเื่นี้กันหมด คลิปเสียงนั่นทำให้ทุกคนในบ้านได้แต่มองคุณชายน้อยของพวกเขาเสียใหม่
“ขอโทษนะ” ต้นหนาวมองดูการแสดงที่ไม่แเีของอีกฝ่ายทั้งยังใช้อารมณ์ฉุนเฉียวมากลบเกลื่อนอีก ที่ผ่านมาเขาไม่รู้ว่าตนเองโง่งมขนาดไหนแล้วถึงได้เชื่อว่าน้องชายตัวน้อยของตนเองเปลี่ยนเป็คนเอาแต่ใจน่ะ
ปลายฝนชะงักค้างไป เขามองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะรีบปัดสีหน้านั้นออกแล้วทุบโต๊ะอย่างแรง
“ผมไม่อยากคุยกับพี่แล้ว รำคาญ! พี่ห่วงเื่ของตัวเองไปเถอะ ป่านนี้ผลิตส่งลูกค้าไม่ทันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก พี่มันไม่รู้จักเอาใจลูกค้าเลย ถ้าพี่ส่งก้อนใหญ่ทีเดียวไม่ได้ พี่ก็แค่ support partial shipment ให้ทันก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง? ลูกค้าก็ได้ประโยชน์จะได้ไม่ต้อง stock ของไว้นาน ทางเรายอมเสียค่าจัดส่งให้บ่อยหน่อยแต่อ้างว่าเป็การสนับสนุนลูกค้าใน่ demand ขึ้นก็พอแล้วนี่ แค่นี้ก็ยังคิดไม่ได้ พี่มันเป็พี่ไม่ได้เื่จริงๆ พี่เลิกสนใจว่าผมจะเป็ยังไงเถอะ ผมเอาตัวรอดได้แล้วกัน!” แม้ว่าคำพูดที่ออกมาจะดูฉุนเฉียวมาก แต่กลับมีคำแนะนำออกมาเป็ชุด
ดวงตาของเชษเบิกกว้างเหมือนกับเจอแสงสว่าง แม้แต่ต้นหนาวก็ชะงักไปเหมือนกัน เขาเอาแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้รักษามาตรฐานการส่งสินค้าของตนเองให้ตามทันเวลาได้ ไม่ได้นึกถึงการเอาอกเอาใจลูกค้าอย่างที่เด็กน้อยว่า
แต่แทนที่เขาจะดีใจที่คิดออก ดวงตาของเขากลับเศร้ามากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ที่จริงแล้วน้องชายที่ได้เห็นปัญหานี้ก็คาดไว้แล้วว่าจะต้องส่งของไม่ทัน ทั้งยังไปคิดเื่นี้เผื่อเขาอีกงั้นหรอ? แต่ในฐานะพี่ชาย เขากลับไม่รู้อะไรเื่นี้เลย ทั้งยังเอาแต่คาดคั้นเื่เรียนกับอีกฝ่ายตลอดอีก ให้ตายเถอะ! เขามันเป็พี่ที่แย่ขนาดไหนกัน
“ปลายฝน มาหาพี่นี่มา” เขาใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงไปอีก ทั้งยังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่เด็กน้อยมีหรือจะยอม เขาเชิดหน้าก่อนจะสะบัดตัวไป แม้ว่าท้องเ้ากรรมส่งเสียงออกมาประท้วงว่าหิวมากขนาดไหน ทว่าคนก็ไม่คิดเดินหันหลังกลับเลย
ต้นหนาวถอนหายใจออกมาก่อนจะก้าวยาวๆไปรวบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน ปลายฝนใมาก เขาผลักคนอายุมากกว่าให้ปล่อยตนเอง ทว่าต้นหนาวไม่ยินยอมที่จะทำเช่นนั้น เขามองปลายฝนที่ดวงตาแดงก่ำชนิดที่ว่ามีคอนแทคเลนส์ก็ไม่สามารถปกปิดมันได้อีกต่อไปแล้ว
“อย่าร้อง” คนอายุมากกว่าอึ้งไป แม้จะรู้ว่าน้องชายตัวเล็กของตนเองต้องทนทุกข์ทรมานมาก่อน แต่เขาก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องน้อยจริงๆ มือหนาของเขาแตะไปที่หลังมือของคนที่หันหลังให้ตนเอง โอบกอดไปพร้อมกับปลอบโยนไปด้วย เมื่อได้รับความอบอุ่นเช่นนี้ ปลายฝนก็หยุดน้ำตาไว้ไม่ได้อีก เขาร้องไห้ออกมาจนตัวสั่น เสียงสะอื้นไห้นั้นทำให้คนเป็พี่กระชับอ้อมแขนของเขาให้มากขึ้น แสดงออกให้เด็กน้อยได้รับรู้ว่าเขานั้นอยู่ข้างเ้าตัวเสมอ
สองคนพี่น้องยืนกอดกันท่ามกลางสายตาหลายคู่จากคนในบ้าน ทุกคนต่างก็ลอบเช็ดน้ำตากันเป็แถว ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามา กลายเป็ว่าที่ผ่านมาพวกเธอนั้นเข้าใจผิดมาโดยตลอดเสียนี่ คุณชายรองแท้จริงแล้วกลับเป็เด็กดีเหลือเกิน
เื่นี้เป็เื่โชคดีด้วยที่ป้านิ่มไม่อยู่ที่บ้านในวันนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเธออาจจะมาขัดจังหวะที่อบอุ่นนี้ก็เป็ได้ โดยที่ป้านิ่มยังไม่รู้ตัว หลังจากที่เธอลางานไปวางแผนกับหลานชายแค่ครึ่งวัน กลายเป็ว่าคนทั้งบ้านมองปลายฝนเปลี่ยนไปเสียแล้ว
ผ่านไปคนตัวเล็กก็ค่อยๆสงบลง เขากระแอมออกมาอย่างเคอะเขินที่จู่ๆก็ร้องไห้เหมือนกับวัวบ้าต่อหน้าที่ชายที่ห่างเหินกันไปนาน แน่นอนว่าทั้งหมดล้วนเป็การแสดงชั้นยอดของเขาทั้งนั้น แม้ว่าจะรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ถ้าคิดจะเปลี่ยนใจทุกคนให้รู้ว่าเขาเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้น
ระหว่างแสดงออกว่าเขาเป็เช่นนี้มาั้แ่แรกแต่พยายามซ่อนมัน กับการแสดงว่าเขาเปลี่ยนแปลงแล้ว อย่างหลังนั้นดูไม่น่าเชื่อและอาจจะทำให้หลายๆคนรู้สึกระแวดระวังอยู่ โชคดีที่อิมเพื่อนรักของเขายังเป็คนเดิม นิสัยเ้าหล่อนก็เหมือนเดิม ดังนั้นั้แ่เช้า....ปลายฝนจึงพยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายกระวนกระวายจนต้องพูดเื่นี้ขึ้นมา เริ่มจากการที่เขายอมรับการเลิกราของคีย์ ยาวไปถึงการที่เขาแสดงออกว่าสนิทสนมกับเพื่อนคนอื่นๆ ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้คนอื่นเป็คนพูดมันขึ้นมาแทน
จากนั้นเขาก็แสร้งทำเป็คนโมโหร้ายคนเดิมที่พยายามจะซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ด้วยความสามารถของพี่ชายตัวดีจะต้องรับรู้ถึงความผิดปกติอย่างแน่นอน แล้วมันก็เป็แบบนั้นจริงๆ
“พะ พี่ ปล่อยครับ ผมหิวแล้ว” ปลายฝนดันแขนแกร่งของต้นหนาวออกอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอับอาย ต้นหนาวเองก็ชอบปล่อยคนที่สูงเท่าแต่อกของเขาออก ในแววตายังมีความเสียดายอยู่บ้าง กระนั้นเขาก็ยังอยากเห็นสีหน้าของน้องชายว่าดีขึ้นหรือยังมากกว่า
ปลายฝนก้มหน้า ซ่อนใบหน้าที่น่าเกลียดของตนเองเอาไว้ ทำให้ต้นหนาวเห็นแค่หัวทุยๆที่ทำเหมือนไม่อยากจะมองหน้าของเขา มือหนาของคนเป็พี่ช้อนคางเ้าตัวเล็กเพื่อให้เงยหน้ามองตนเอง สองคนสบสายตากันอยู่อย่างนั้น พร้อมกับบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นเกินกว่าพี่น้อง
“อะ อะไรครับเนี่ย พี่ไม่หิวก็ไม่ต้องกิน ผมกินก่อนแล้วไม่รอพี่ล่ะนะ” ปลายฝนรู้สึกตัวในเวลาต่อมา เขาโบกไม้โบกมือแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่เก้าอี้ของตนเอง ใช้มือตักอาหารมาที่จาน แต่ก็ยังไม่กินมันในทันทีราวกับรอคนอายุมากกว่าให้มากินด้วยกัน
การแสดงออกนี้น่ารักอย่างมาก เหล่าสาวใช้ต่างก็กุมมือด้วยความปลื้มใจในความน่ารักนี้ แน่นอนว่าคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็ยังเป็คนเป็พี่ชายที่คิดไม่ซื่อคนนี้ เขาเดินมาที่นั่งของตนเองเช่นกัน มองดูเด็กน้อยรอให้เขาตักอาหารก่อนจะค่อยลงมือกินด้วยความหิวแล้วรู้สึกอยากจะจับเ้าหมาน้อยนี้มาฟัดสักที
“พี่” ขณะที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย จู่ๆคนตัวเล็กก็ชะงักแล้วก็เอ่ยขึ้น
“อืม”
“...........” ปลายฝนรู้สึกลังเล แต่ท้ายที่สุดเขาก็เงียบแล้วก็ไม่พูดอะไร ต้นหนาวรู้ว่าเด็กน้อยมีเื่อยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าบอกออกมา เขาจึงเป็ฝ่ายรวบช้อนของตนเองแล้วมองไปยังเด็กที่กินข้าวกับน้ำตา
“พี่เป็นักธุรกิจไม่ใช่ดารา ถ้าชื่อเสียงไม่ดีแค่เพราะพี่จะเลี้ยงเด็กสักคนมันก็ไม่ได้กระทบอะไร” ต้นหนาวพูดขึ้นอย่างจริงจัง น้ำเสียงของเขายังเข้มงวดเหมือนเดิม ทว่าคำพูดของคนทำให้ปลายฝนชะงัก เขาเบิกตากว้างพร้อมกับช้อนที่ร่วงจากมือของเขา ท่าทางการแสดงนั้นนับเป็ที่หนึ่งจริงๆ หากว่าผู้กำกับอยู่ตรงหน้าจะต้องยิ้มร่าแล้วบอกว่าผ่านั้แ่เทคแรกอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นผู้คนที่นี่ไม่ใช่นักแสดง และพวกเขาไม่เคยคิดด้วยว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะเป็อดีตดาราดังที่เข้าชิงรางวัลนักแสดงชั้นนำหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นทุกคนจึงเชื่ออีกฝ่ายจริงๆ การแสดงนี้บ่งบอกว่าปลายฝนนั้นใที่ต้นหนาวรับรู้เื่นี้ และเป็คนพูดมันขึ้นมาเองเสียด้วย
“พี่ พี่....พี่รู้...” เด็กน้อยอึกอัก เขามองซ้ายขวาเหมือนกับไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี
สำหรับเครื่องอัดเสียง เครื่องติดตาม ของทุกอย่างที่คนเป็พี่ชายซื้อให้ล้วนแต่มีสิ่งพวกนี้ติดอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ ชีวิตก่อนเขารู้ทีหลังและโกรธมากๆที่พี่ชายไม่ให้ความเป็ส่วนตัวเลย นั่นเป็เหตุผลให้ทำไมเขาออกจากบ้านที่น่าอึดอัดใจนี้ ทว่าคนที่เคยผ่านการเป็ดาราซึ่งไม่เคยมีชีวิตส่วนตัวมาก่อน กลับไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการคุกคามอีกแล้ว
เอาเถอะ อย่างน้อยๆก็มีแค่พี่ชายโรคจิตคนนี้ที่ติดตามเขา เมื่อก่อนเขาเจอคนเป็ล้านๆวิ่งตามรถตู้ที่เขานั่ง ตอนนั้นรู้สึกว่าน่ากลัวกว่านี้เยอะเลย
“ทำไมมีอะไรไม่ปรึกษาพี่” ต้นหนาวเข้าโหมดซักถามที่น่ากลัวอีกครั้ง แม้ว่าทางนั้นจะเป็ห่วง แต่ไอ้ท่าทางการตั้งคำถามที่เหมือนเ้านายกับลูกน้องนี้จะทำให้ผู้คนชื่นชอบได้อย่างไร
ถึงอย่างนั้นคำพูดของเขาก็ไม่ได้เรียกแทนตัวเองว่านาย กับฉันอีก นี่ทำให้ปลายฝนรู้ว่าเ้าตัวนั้นอ่อนให้ตนเองมากมายแล้ว
ปลายฝนรู้สึกอยากจะหยิกพี่ชายสักทีสองที รู้นะว่าเป็คนแสดงออกไม่เก่ง แต่ก็ช่วยทำให้เหมือนคนปกติมากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง เฮ้อ...
“เอ่อ....” ปลายฝนไม่กล้าตอบในทันที เขาก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด ไม่ได้โวยวายซักถามว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร เขาเพียงมองมุมที่ตัวเองผิดเท่านั้น
“ครั้งต่อไปถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ต้องมาบอกพี่เข้าใจไหม” ต้นหนาวพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ปลายฝนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอีกครั้งอย่างเก็บไว้ไม่อยู่
“ผมจะกล้าปรึกษาพี่ได้ยังไง ั้แ่พี่อายุเท่าผม พี่ก็ต้องรับมือกับงานมากมายแล้ว แต่ผมนอกจากจะเป็ตัวถ่วงให้พี่แล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย ฮึก ผมก็พยายามอยู่ อยากจะเก่งให้ได้เหมือนกับพี่ แต่ถ้ามันทำไม่ได้ ผมก็แค่อยากอยู่เงียบๆ เป็คนไร้ตัวตน มีชีวิตอยู่ในโลกของผมที่จะไม่ไปทำให้พี่ต้องลำบาก แล้วถ้า...ฮือ แล้วถ้าผมยังหน้าด้านเอาเื่ไปให้พี่ ผมจะยังกล้าเรียกพี่ว่าพี่ได้ยังไง ทุกวันนี้ผมมันก็เหมือนกับ “กาฝาก” จริงๆแล้ว!” ปลายฝนที่เหมือนกับถูกจี้ไปยังจุดที่เ็ปที่สุด จุดที่เขาไม่้าให้ใครมาแตะต้อง เมื่อโดนมันเข้าอย่างจัง เขาก็ไม่อาจจะเก็บงำความรู้สึกของตนเองไว้ได้อีกเลย
คนพูดแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบคำว่ากาฝาก แต่คำพูดของเขามันเป็การเย้ยหยันตนเอง เหยียบซ้ำตนเองให้จมดิน เหล่าแม่บ้านพ่อบ้านที่อยู่มานานได้แต่ทาบอกด้วยความใ ใครจะคิดว่าคุณชายรองมีความคิดเช่นนั้นมาตลอด ทุกคนยังใ แล้วต้นหนาวจะไม่ใได้อย่างไร
เขากำมือแน่นด้วยความโกรธ ก่อนหน้านี้ในคลิปเสียงก็ได้ยินคำว่า “กาฝาก” มาแล้ว มาตอนนี้น้องชายตัวน้อยของเขาก็ยังเอาคำว่ากาฝากทุเรศๆนี่มาใส่ใจอีก
“อย่าพูดอย่างนั้นอีก” เขาพูดออกมาอย่างไม่พอใจ ไม่ใช่ไม่พอใจปลายฝน แต่เขาอยากจะคิดบัญชีกับคนที่พูดมันออกมาจะแย่แล้ว ถึงจะเป็ผู้หญิง ทว่าเขาก็ไม่คิดละเว้นหรอกนะ ตัวเขานั้นไม่ใช่สุภาพบุรุษที่จะยอมให้กับผู้หญิงปากเสียที่กล้าทำให้น้องน้อยของเขาต้องเสียใจ
“ทำไม อึก ก็ผมเป็...อ๊ะ!!” ปลายฝนเหยียดยิ้มหยันตนเอง ทำแสดงออกเหมือนกับเกลียดตนเองเสียเหลือเกินแล้ว แต่ยังไม่ทันจะพูดว่าตนเองก็เป็กาฝากจริงๆออกมา ต้นหนาวก็คว้าคอคนให้มาที่อกของเขาอย่างแแ่ราวกับไม่้าให้เด็กน้อยพูดอย่างนั้นออกมาอีก
“เธอเป็คนสำคัญของฉัน อย่าได้บอกว่าตัวเองไร้ค่าอีก”
“แต่ผม....”
“ถ้าเธอยังมองว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับพี่ อยากจะลองดีกับพี่ดูไหมล่ะ พี่จะทำให้เห็นว่าปลายฝนของพี่สำคัญกับพี่มากขนาดไหน” คนพูดน้อย แต่เมื่อพูดออกมา ทุกคำกลับดูมั่นคงเป็ที่สุด
ปลายฝนชะงักไป ถ้าเขาเป็เด็กอายุ 17 ปีที่ไร้ความคิดคนเดิม เขาจะต้องไม่เข้าใจแน่ๆว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร ทว่าตอนนี้ิญญาของคนแก่เช่นเขาได้อยู่ในร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาจึงเข้าใจว่าคนพี่นั้นคิดอะไรไม่ซื่อแน่ๆ
“แล้วผม....เป็คนสำคัญจริงๆหรอครับ” เด็กหนุ่มไม่พูดต่อเื่การพิสูจน์ของพี่ชาย เขาช้อนตามองคนตัวสูงด้วยสายตาที่คาดหวังและสับสน ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำให้ต้นหนาวต้องเม้มปากของตนเอง เขาซ่อนอาการอยาก “จูบ” ลงไปให้มิดชิด เด็กน้อยของเขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจคำที่เขาพูดออกมาจริงๆ
“พี่....ถ้าพี่ถูกมองไม่ดีเพราะผม พี่จะโกรธผมไหมครับ”
“ไม่มีทาง”
“แต่ถ้าคนพูดว่าผมยั่วยวนพี่....” ปลายฝนไม่กล้าพูดต่อ เขาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด แต่ต้นหนาวกลับจับคางของคนตัวเล็กให้เงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
“เธอไม่จำเป็ต้องยั่วยวนนี่” คำพูดของต้นหนาวนั้นหมายถึงว่าต่อให้เด็กน้อยไม่ยั่วยวนเขา แต่เขาก็รู้สึกมันเองอยู่แล้ว ทว่าปลายฝนที่แสดงเป็หนุ่มน้อยใสซื่อกลับแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“เพราะผมเป็น้องพี่ ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นให้เสียความรู้สึกใช่ไหมครับ ขอบคุณครับพี่ ผมเข้าใจแล้ว” เด็กน้อยพูดออกมาอย่างดีอกดีใจ เหมือนกับว่าเื่ทุกอย่างได้กระจ่างแจ้งกับเขาแล้ว
ท่าทางเหมือนเด็กเล็กนั่นทำให้ต้นหนาวอดไม่ได้ที่จะจับแก้มนุ่มบีบไปมา เด็กน้อยไม่เข้าใจ คิดว่าพี่ชายเอ็นดูก็เลยแสร้งยู่ปากใส่ ทำเอาคนเป็พี่มองปากแดงๆของน้องชายด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
เหล่าคนงานที่รู้ว่านายของตนเองกำลังคิดอะไร พวกเขาก็ได้แต่นึกสงสารอีกฝ่าย คุณชายรองนั้นไม่รู้เื่พวกนี้ด้วยเลย กระทั่งตอนที่คุณชายใหญ่โต้เถียงกับมารดายามที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ว่าไม่อยากรับปลายฝนมาเป็น้อง แต่อยากให้มาเป็เ้าสาวของตัวเอง เ้าหนูน้อยปลายฝนก็ยังลืมมันไปแล้ว
ตอนนั้นคุณชายรองก็ยังเด็กจริงๆ ทว่าคุณชายใหญ่นั้นรับรู้ความรู้สึกของตนเองเสียแล้ว ตอนที่คุณนายรับเอาคุณชายรองมาเลี้ยง ทั้งหมดก็เป็เพราะความ้าของลูกชายเธอนี่แหละ
…………………………………………………….