"ทำไมพวกน้องๆ ถึงมาสายกันครับ!!"
ขณะที่วินเทอร์และหลานๆ ของเขากำลังเดินเข้าสู่อาคารหอประชุม เสียงะโก็ได้ดังออกมาจากภายในอาคาร
"รู้ไหมครับว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว! พวกพี่ได้แจ้งกับอาจารย์ไปแล้วว่านัดน้องๆ เวลาเก้าโมงยี่สิบไม่ใช่เหรอครับ?"
ภายในอาคารมีกลุ่มใส่เสื้อยืดสีดำกำลังยืนจ้องมองกลุ่มเด็กนักเรียนม.4 ที่กำลังเดินเข้าไปในอาคารด้วยใบหน้าที่ดูขึงขัง บรรดาคนที่เดินเข้าไปในอาคารก็รู้สึกสลด ได้แต่ก้มหน้าก้มตากัน พร้อมพากันบ่นในใจว่า 'ก็พวกพี่แจ้งกับอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็ปล่อยช้าอีก ความผิดพวกผม/หนูเหรอ?' แต่พวกเขาก็ได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าที่จะพูดออกมา
ทันใดนั้นกลุ่มของวินเทอร์ก็เดินเข้ามาภายในอาคาร วินเทอร์กวาดสายตาไปมองดูรอบๆ เขาเห็นกลุ่มคนที่ใส่เสื้อยืดสีดำ มีทั้งชายและหญิง ยืนล้อมไปทั่วอาคาร และตรงกลางอาคารก็มีกลุ่มเด็กนั่งรวมกันอยู่มากกว่าสามร้อยสี่ร้อยคน ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจจะเป็พี่ม.5 หรือไม่ก็อาจจะเป็พี่ ม.6 เพราะเด็กม.4 พึ่งจะมาถึงและกำลังยืนออรวมกันอยู่ตรงหน้าทางเข้า
กลุ่มของวินเทอร์นั่นเป็กลุ่มสุดท้ายที่พึ่งมาถึง เพราะพวกเขาไม่ได้รีบเร่งในการเดินทางมา พวกเขาพากันเดินเล่นกินลมชมวิว มองดอกไม้ ต้นไม้ต่างๆ ริมทาง พูดคุยหยอกล้อสนทนาไปตามทาง ไม่รีบร้อนหรือกระตือรือร้นที่จะมาเข้ากิจกรรมรับน้องเลย
เมื่อหนึ่งในกลุ่มคนชุดดำเห็นกลุ่มวินเทอร์พึ่งมาถึง เขาที่พึ่งจะบ่นกลุ่มก่อนหน้านี้ไปเองว่าทำไมถึงมาสายกัน แต่ต้องมาเจอกับกลุ่มวินเทอร์ที่เรียกว่ามาสายของจริง ถ้ากลุ่มสุดท้ายที่ได้มาถึงก่อนวินเทอร์คือเร็วไปสองนาที กลุ่มวินเทอร์ก็เลทไปเกือบสิบนาทีเลย แน่นอนว่ากลุ่มคนชุดดำจะทนได้ที่ไหนกัน พวกเขาจึงเดินเข้าไปต่อว่าพวกวินเทอร์ทันที
"พวกเธออยู่ห้องไหนกัน ทำไมถึงมาส-!" ยังไม่ทันที่ชายชุดดำคนนี้จะพูดจบ เพื่อนของเขาที่เป็ตากล้องก็วิ่งเข้ามาปิดปากเอาไว้ด้วยสีหน้าที่แตกตื่น ราวกับว่าเขาได้เห็นผี
"ไอ้ฉัตร! ถ้ามึงไม่พูดก็ไม่มีใครบอกว่ามึงเป็ใบ้!" เพื่อนที่เป็ตากล้องได้ลากตัวนายฉัตรถอยไปทันที
"มึงทำอะไรของมึงวะโอ๊ต ตอนนี้กูกำลังทำหน้าที่พี่ระเบียบอยู่นะเว้ย!" ฉัตรไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนที่ชื่อโอ๊ตเป็ตากล้องจะเข้ามากวนเขาทำไม
"มึงแหกตาดูด้วย มึงกำลังจะขึ้นเสียงใส่ใคร! มึงจำไอเด็กนั่นไม่ได้เหรอ ที่มันยิงปืนกลางห้องไง ปืนจริงนะเฮ้ย! ไม่ใช่ปืนก๊อบแก๊บ" โอ้ตพูดด้วยนำเสียงสั่นเครือ และใบหน้าที่ซีดเซียว
ฉัตรค่อยๆ หันไปดูเด็กคนที่เพื่อนเขาบอก เด็กคนนั้นยืนจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่สงสัยใคร่รู้ แต่สิ่งที่ฉัตรเห็นคือ ยมทูตที่กำลังมารอรับิญญาของเขาไปพิพากษา เวลานี้ฉัตรไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาอีก เขาไม่สนใจกลุ่มเด็กม.4 อีกต่อไป เขาลืมบทลงโทษต่างๆ ที่คิดมาหมดแล้ว ตอนนี้เขาอยากจะหนีไปไกลๆ และภาวนาว่าอย่าให้เด็กคนนั้นจำเขาได้
รุ่นพี่ที่เป็พี่ระเบียบคนอื่นมองมาที่ฉัตรด้วยความเห็นใจ พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของฉัตรตอนนี้เป็อย่างดี บทลงโทษ คำพูดต่างๆ แผนที่วางไว้ก็เป็อันต้องพับเก็บลงไปทันที ต่อให้พวกเขาเป็พี่ระเบียบที่ได้รับอำนาจ อภิสิทธิ์ต่างๆ มาจากอาจารย์ ที่จะจัดกิจกรรมหรือลงโทษเด็กยังไงก็ได้ ขอเพียงแค่ไม่เกินขอบเขต
อย่างเช่น การลุกนั่งหรือวิ่งรอบอาคาร สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็เื่เกินขอบเขตไป การลงโทษอาจเป็การให้ออกไปเต้น ร้องรำทำเพลง หรือจะเป็โดนจับไปนั่งแยกคนเดียว การกระทำที่ไม่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความาเ็ อย่างบางคนอาจวิ่งรอบอาคารได้สบายๆ บางคนวิ่งไปเดียวก็เหนื่อยหอบแล้ว หรือการลุกนั่ง คนที่สมรรถภาพแข็งแรงย่อมไม่มีปัญหาอะไร แต่คนที่มีน้ำหนักเยอะละ? ก็อาจได้รับาเ็กล้ามเนื้อฉีกได้
แต่ว่าตอนนี้ด้วยบารมีของวินเทอร์จึงทำให้พวกเด็กม.4 ที่เหลือ รอดจากการถูกลงโทษไปโดยปริยาย พี่ระเบียบที่เตรียมบทลงโทษมาก็จนด้วยเกล้าไม่รู้จะทำยังไงต่อ เลยส่งสัญญาณให้พี่อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาดำเนินการต่อแทน
"อะแฮ่ม! จากนี้ไปจะให้พี่สันทนาการเข้ามารับ่ต่อนะคะ!"
กลุ่มพี่ระเบียบที่ใส่เสื้อยืดสีดำที่ยืนล้อมอาคารอยู่ ก็พากันรีบชิ่งหนีกันไปทันที ปล่อยให้เด็กๆ กลุ่มใหญ่ และอาจารย์ที่กำลังรับชมอยู่นั่งงงกันเป็ไก่ตาแตก แม้แต่เด็กม.4 ที่ยืนออกกันตรงหน้าทางเข้าอาคารก็ยืนมึนๆ เหมือนกับว่าพวกเขาตามเื่ต่างๆ ไม่ทันแล้ว
ที่คิดไว้มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ? มันต้องให้พี่ระเบียบดุ ทำโทษพูดคุยเื่ระบบระเบียบต่างๆ และจากนั้นก็ให้พี่สันทนาการเข้ามาพาน้องๆ ทำกิจกรรม แล้วนี่มันอะไรกัน? พี่ระเบียบยังไม่ทันแนะแนวอะไรเลย ชิ่งหนีกันไปหมดแล้ว! เป็พี่ระเบียบกันจริงเปล่าเนี่ย!??? เฮ้ย! กลับมาก่อน!!!
สุดท้ายแล้วกลุ่มพี่สันทนาการก็เข้ามารับ่ต่อแทน มาแนะนำสิ่งต่างๆ ให้น้องแทนพี่ระเบียบ และพาน้องทำกิจกรรมต่อ...
"เอ่อ...ส..สวัสดีจ้าน้องๆ ฮ่าๆ ฮะ..ฮะ..ฮา......" พี่สันทนาการคนหนึ่งเดินเข้ามาหาน้องๆ ม.4 ที่ยืนรวมกันอยู่ พยายามจะสร้างสีสัน ทักทายน้องๆ แต่สุดท้ายแล้วก็เงียบพูดไม่ออก
พี่สันทนาการคนนี้อยากจะร้องไห้ออกมา ณ ที่ตรงนี้เลย สุดท้ายแล้วพี่ๆ สันทนาการคนอื่นก็เข้ามาช่วยเหลือเพื่อกู้สถานการณ์ พวกเขาพาน้องๆ ไปนั่งตรงกลางอาคารข้างๆ กับกลุ่มที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นพวกเขาก็เดินไปด้านหน้าของน้องๆ เพื่อที่เตรียมจะประกาศเริ่มกิจกรรมรับน้องอย่างเป็ทางการ
หนึ่งในพี่สันทนาการได้รับไมค์มาจากทีมซัพพอร์ต และพูดขึ้นมาว่า "สวัสดีจ้าน้องๆ ม.4 พี่มีชื่อว่าอิงฟ้า หรือจะเรียกพี่ฟ้าก็ได้นะ! น้องๆ สามารถสังเกตชื่อของพวกพี่ได้ที่ป้ายห้อยคออันนี้เลยนะจ๊ะ และเ้าป้ายห้อยคออันนี้ก็ยังสามารถบอกได้ว่าเ้าของป้ายมีตำแหน่งอะไร"
พี่อิงฟ้าถอดป้ายชื่อที่ทำจากกระดาษแข็งออกจากคอ แล้วชูขึ้นมาให้น้องดู "ของพี่สันทนาการจะแวววับหลากสีแบบนี้ และของพี่ๆ ม.6 จะเป็สีน้ำเงิน และพี่ๆ หน่วยซัพพอร์ต ไม่ว่าจะเป็พี่พยาบาล พี่ตากล้อง หรือพี่แรงงานต่างๆ จะใช้เป็สีม่วงอ่อนนะจ๊ะ"
"แล้วของพี่ระเบียบ กับพี่ม.5 เป็สีไหนครับ?" มีคนได้ยกมือถามขึ้นมาจากทางกลุ่มของห้อง ม.4/3
พี่อิงฟ้ายิ้ม ตอบกลับไปว่า "ของพี่ระเบียบจะไม่มีจ้ะ พวกเราจะสังเกตได้จากการแต่งกายของพวกพี่เขา เช่นใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงพละหรือกางเกงยีน เป็ต้น สำหรับพี่ๆ ม.5 จะไม่มีป้าย เพราะพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้"
"ขอบคุณครับ"
"และที่สำคัญ! ทุกคนต้องจำชื่อพี่ระเบียบทุกคนให้ได้นะ" พี่อิงฟ้าได้กล่าวเสริมเพิ่มไปอีก
"แล้วป้ายของพวกหนูจะเป็สีอะไรคะ?" เด็กสาวจากห้อง ม.4/8 สายศิลป์-คหกรรม ยกมือถามขึ้น
"ถ้างั้นพี่จะเอาอธิบายให้ฟังทีเดียวเลย ของพวกน้องๆ จะใช้เป็สีเดียวกับพี่โดมหรือก็คือพี่เลี้ยงที่คอยดูแลพวกเรา พวกพี่ได้ไปสอบถามอาจารย์แล้วว่าพวกน้องมีกันอยู่ 369 คน พี่จะแบ่งเป็กลุ่มละสิบคนนะ ทุกคนจะคละห้องกัน และจะมีพี่โดมกลุ่มละ 3 คน พี่ม.6 กลุ่มละ 2-3 คน" อิงฟ้าดูรายชื่อในแผ่นกระดาษที่พวกของเธอได้แบ่งเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย
"เอ่อ...พี่ฟ้าครับ ห้อง 10 ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องครับ โดดหนีหายไปกันหมดแล้ว" หนุ่มเนิร์ดใส่แว่น จากห้องหนึ่งพูดขึ้นมา
แม้ว่ามันจะเป็เื่ดีที่ช่วยบอก เพื่อให้พวกพี่ๆ ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ก็เป็คราวซวยของไอหนุ่มคนนี้แล้ว เกรงว่าหลังจากนี้ไปถ้าห้องสิบมารู้เข้า คงได้โดนพวกนั้นกระทืบเละแน่ๆ
พี่อิงฟ้าเมื่อได้ยินว่าห้องม.4/10 ได้โดดรับน้อง เธอก็พอจะเข้าใจได้อยู่ เพราะว่าห้องสิบก็เป็แบบนี้คล้ายๆ กัน ทุกชั้นปี
เธอเลยถามกลับไปว่า "ถ้าอย่างนั้นพวกน้องจะเหลือกันอยู่กี่คนจ๊ะ ตอนนี้?"
"313 คนครับ" ไอหนุ่มเนิร์ดตอบกลับไปด้วยเสียงที่พยายามเก๊กเท่ที่สุดในชีวิต
เด็กหนุ่มเนิร์ดจากห้อง ม.4/1 คนนี้ พยายามทำตัวให้ดูดีที่สุดในสายตาของเพื่อนๆ พี่ๆ เพื่อให้พวกเขาเห็นว่าตนมีความสามารถ มีความเก่งขนาดไหน และยิ่งอยู่ต่อหน้าพี่อิงฟ้าคนสวยที่เป็ถึงดาวโรงเรียนด้วยแล้ว เขาจึงพยายามทำตัวให้เท่ที่สุด
แต่เด็ก ม.4 ทุกคนกับมองไปที่หนุ่มเนิร์ดคนนี้ด้วยสายตาเวทนา พวกเขาไม่มีความหมั่นไส้ หรือรู้สึกอิจฉาเลยสักนิดเดียว จบงานนี้ไปจะโดนห้องสิบกระทืบแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ในระดับชั้น ม.4 จะมีสิ่งต้องห้ามอยู่สามอย่างคือ 1.วินเทอร์จากห้องสี่ 2.เมฆาจากห้องหนึ่ง และ 3.คนจากห้องเก้าและสิบ นี่เป็เื่ที่ทุกคนในระดับชั้น ม.4 ต้องรู้
แต่สำหรับทุกระดับชั้นแล้ว สิ่งต้องห้ามที่สำคัญที่สุดก็คือ 'วินเทอร์จากห้อง ม.4/4 และเมฆาจากห้อง ม.4/1' สำหรับนักเรียนทุกอาจคิดว่าสองคนนี้เป็ยิ่งกว่านักเลง อาจเป็ถึงมาเฟีย คนที่กล้ายิงปืนลั่นในที่สาธารณะและยังเกือบฆ่าคนตายไปอีก เื่ต่อยตีคงไม่ต้องพูดถึงเลย แค่ลักษณะกายภาพของทั้งสองคนก็เกินกว่าจะเป็มัธยมปลายทั่วไปแล้ว และยังมีรอยสักประดับให้ดูเกรงขามนั่นอีก เด็กมัธยมปลายที่ไหนจะสามารถสักเต็มตัวมาโรงเรียนได้? แถมอาจารย์ฝ่ายปกครอง หรือทางโรงเรียนยังไม่ต่อว่าอะไรอีก?
ทางโรงเรียนนั้นทราบดีเลยว่า ชายหนุ่มทั้งสองคนนี้เป็มาเฟียของจริง โดยเฉพาะคณะบริหารของโรงเรียน พวกเขาทั้งหมดก็เป็ลูกน้องคุณฟู่ทั้งนั้น สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าโรงเรียนนี้ก็เป็หนึ่งในธุรกิจภายใต้คุณฟู่ ผู้อำนวยการคนปัจจุบันก็ไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นเชิด พวกเขาเปิดโรงเรียนมาก็เพื่อฟอกเงิน
โดยเฉพาะเด็กห้องเก้าและห้องสิบของทุกระดับชั้น ก็ยังเป็เด็กที่วนๆ เวียนๆ ในแวดวงนี้อีก บ้างก็เป็เด็กเดิน รับของผิดกฎหมายและไปปล่อยขายต่อ แน่นอนที่ขาดไม่ได้เลยก็คือยาเสพติด และบางครั้งก็ยังมีหลอกให้คนหูเบามาลงพนัน หรือการลักเล็กขโมยน้อย เป็หูเป็ตาให้กับทางแก๊ง
คิดหรือว่า? โรงเรียนเอกชนชื่อดังประจำจังหวัด ที่มีเหล่าคุณหนู คุณชาย เด็กนานาชาติ เด็กเรียนเกียรตินิยม แล้วทำไมถึงมีห้องเก้าและห้องสิบที่เป็เด็กเกเรขัดกับที่กล่าวมาตอนต้นเลย?
เพราะทางโรงเรียนได้เลี้ยงพวกเขาไว้ยังไงละ! และเื่ที่ห้องสิบโดดเรียนไป ทางโรงเรียนก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ บางทีตอนนี้ห้องสิบอาจจะไปกระจายปล่อยของอยู่แถวไหนสักแห่งก็ได้ บางทีอาจจะกระจายๆ แทรกแซงเข้าไปตามโรงเรียนแห่งอื่น
เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของตำรวจพวกเขาเลยใช้เด็กเพื่อส่งของผิดกฎหมาย เด็กพวกนี้ส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานมาจากสลัมกันทั้งนั้น ไม่มีเงินที่เพียงพอต่อจ่ายค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งนี้แน่ๆ อย่างที่รู้กันว่ากลิ่นเงินมันหอม ยิ่งทำแล้วยิ่งได้เงิน ได้เงินมาก็กลับไปซื้อยามาเสพ ซื้อเหล้ามาดื่ม ซื้อบุหรี่มาสูบ ลงพนันเพราะความโลภ พอเงินหมดก็กลับไปทำงานหาเงินต่อ เป็วัฏจักรวนเวียนกันไปอยู่แบบนี้
แล้วใครละที่เป็เ้าของสิ่งที่ว่ามาเ่าั้? ก็ต้องเป็ทางแก๊งอยู่แล้ว สุดท้ายเงินค่าจ้างที่จ่ายไปก็วนกลับมาหาพวกเขาอยู่ดี และยังได้กระจายต่อไปเรื่อยๆ อีก สำหรับพวกเขาแล้วแบบนี้ก็หวานหมูเลย เงินก็ไม่เสียเลยสักบาท แม้จะมีคนที่เก็บเงินไว้ ต้านทานสิ่งเย้ายวนนี้ได้ แต่คิดหรือว่าพวกเขาจะเก็บไปได้นานแค่ไหน? สุดท้ายก็ต้องใช้เงินส่วนนี้อยู่ดีแต่จะใช้ไปกับอะไรก็ไม่ทราบได้ แต่ที่สุดแล้วเงินก็วนกลับมาหาทางแก๊งอยู่ดี
และไม่ใช่ว่าจะมีแค่โรงเรียนี้แห่งเดียวเท่านั้น ในภาคตะวันออกทั้งเจ็ดจังหวัดก็มีโรงเรียนแบบนี้อยู่จำนวนไม่น้อย ถึงแม้ว่าภาคตะวันออกจะถูกคุณฟู่ผูกขาดอยู่แก๊งเดียว และทางตำรวจก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่แน่นอนว่าในขาวย่อมมีดำ ในดำก็ย่อมมีขาว ไม่ใช่ว่าจะมีตำรวจเลวทุกที่ ตำรวจดีๆ ก็มีเหมือนกัน
แต่เื่ราวส่วนนี้เราจะยังไม่ขอพูดถึง เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่คุณปู่ของเราจะออกโรง เวลานี้ให้คุณปู่ได้พัก และััชีวิตที่สดใสในรั้วโรงเรียนก่อนละกัน!
Writer : มาช้า แต่ก็มานะ!