ตอนที่ 10
เริ่มต้นการค้าขาย (10)
เด็กน้อยจูเฟยวิ่งตรงไปที่ร้านขายเมล็ดที่นางเคยเห็นผ่านตาอยู่บ้างหลังจากที่เดินอยู่ภายในเมืองอู่หนานนี้มาหลายวัน ร้านขายเมล็ดตั้งอยู่บริเวณถนนเส้นหลักของเมืองที่เป็บริเวณทางเข้า
เด็กน้อยวิ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วเมื่อนางทำสัญญาการซื้อขายกับเถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรได้สำเร็จ
ตอนนี้จูเฟย้าอยู่ 2 อย่างนั่นคือเมล็ดของต้นพฤกษาน้ำและเมล็ดของหญ้าเลื้อยคลาน พืชสมุนไพรทั้งสองอย่างมันเป็พืชสมุนไพรที่ไม่เคยมีอยู่ภายในยุคสมัยที่นางนั้นจากมา
การที่ทำคิดจะทำการซื้อขายกับท่านปู่ผู้ที่เป็เ้าของร้านขายยาผู้นั้นนางก็ต้องปลูกพืชสมุนไพรทั้งสองอย่างนี้ให้สำเร็จ
เมื่อวิ่งตรงไปถึงร้านขายเมล็ด เป็ร้านขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักโดยภายในร้านมีเมล็ดของสมุนไพรและพืชพันธุ์มากมายถูกวางขายเอาไว้อยู่ด้านหน้าร้าน
เด็กน้อยที่วิ่งมาถึงก็หยุดลงตรงหน้าร้านพร้อมกับใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองเมล็ดพืชสมุนไพรที่ถูกวางเรียงรายเอาไว้ด้านหน้า
ไม่ว่าจะมองหาด้วยสายตามากยังไงมันก็ไม่มีอยู่เลยสมุนไพร 2 ชนิดที่นาง้า
..
“ ยัยหนู้าอันใดงั้นรึ ” เสียงของเถ้าแก่เ้าของร้านดังขึ้นมาทำให้จูเฟยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเื่เมล็ดสมุนไพรอย่างขะมักเขม้นเงยหน้าขึ้นมามอง
..
เ้าของร้านขายเมล็ดสมุนไพรแห่งนี้เป็บุรุษไว้ประมาณเลข 3 ที่สวมใส่อาภรณ์เรียบง่ายดูสะอาดตา เหมือนกับรูปร่างหน้าตาที่ไม่ได้ดูพิเศษอันใดแต่ว่าดูหมดจดหน้าเข้าหา เขาดูมีท่าทางเป็มิตรกับลูกค้าเป็อย่างมาก
เถ้าแก่เ้าของร้านขายเมล็ดเห็นเด็กน้อยผู้นี้ก้มๆเงยๆอยู่ด้านหน้าร้านสักพักแล้วเลยเข้ามาถามเผื่อว่า้าความช่วยเหลืออันใด
“ ข้าอยากได้เมล็ดของต้นพฤกษาน้ำกับต้นหญ้าเลื้อยคลานเ้าค่ะ ” เด็กน้อยบอกความประสงค์ของตนเองออกไปอย่างไม่รีรอ ไหนๆเ้าของร้านก็เข้ามาทักทายนางแล้วก็ถามออกไปเลยจะได้ไม่ต้องก้มหาด้วยตนเอง
“ มีหรือไม่เ้าคะ ” นางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอันเป็มิตร
“ มีมีแต่มันอยู่ข้างในเดี๋ยวข้าไปหยิบออกมาให้เ้า้าเท่าใดล่ะ ” เถ้าแก่วัยฉกรรจ์ผู้นั้นกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ ท่านขายเท่าใดหรือเ้าคะ ”
“ ก็ขายเป็ถุงถุงละ 50 อีแปะ 1 ถุงมี 100 เมล็ด ”
“ ทั้งสองอย่างเลยหรือเ้าคะ ”
“ ใช่แล้ว!! ”
“ งั้นข้าเอา 2 อย่างอย่างละถุง ”
เถ้าแก่ร้านขายเมล็ดพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อไปหยิบเมล็ดสมุนไพรออกมาให้กับลูกค้าตัวน้อยของตนเอง
ในขณะที่เถ้าแก่เข้าไปหยิบเมล็ดด้านในร้าน นางก็เดินดูเมล็ดมากมายที่ถูกวางเรียงรายเอาไว้เพื่อขายอยู่ด้านใน มันมีพืชที่นางไม่เคยเห็นอีกมากมายและมันก็มีพืชที่ท่านยายหวังไม่ได้ปลูกอีกด้วย
“ มาแล้ว!! มาแล้ว!! ” เถ้าแก่ร้านผู้นั้นเดินออกมาพร้อมกับถุงผ้าสีน้ำตาล 2 ถุงที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
ทั้งสองได้ทำการแลกเปลี่ยนกันจูเฟยก็เอาเงินจำนวน 100 อีแปะส่งให้กลับเถ้าแก่ร้านขายเมล็ดส่วนอีกฝ่ายก็ส่งถุงสีน้ำตาล 2 ถุงมาให้กับนาง การซื้อขายครั้งนี้เป็การลงทุนของตัวนางเอง นางมีเงินติดตัวในการเก็บหอมรอมริบของการทำงานอยู่ประมาณ 1 ตำลึงใช้ขายพวกนี้ไปมันก็ลดไปประมาณนึง
แต่นางก็สามารถซื้อเยอะกว่าจำนวนเท่านี้ได้แต่ว่านางก็อยากจะซื้อมันไปลองปลูกดูสัก 1 แปลงก่อนถึงตัดสินใจว่าจะทำการค้าขายสิ่งนี้เป็อาชีพเสริมดีหรือไม่
เมื่อทำการซื้อขายสำเร็จเรียบร้อยจูเฟยไม่เว้นช่องว่างนางรีบถามเถ้าแก่ผู้นั้นออกไปก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในร้าน
“ เถ้าแก่เ้าคะ~ ” นางใช้น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับแสดงหน้าตาใสซื่อ
“ ว่าเยี่ยงไร.. ” เถ้าแก่ผู้นั้นทำหน้าตาฉงน
“ อ๋อ~ คือ~ ข้าอยากจะรู้ว่าสมุนไพร 2 อย่างนี้มันต้องทำการเพาะปลูกอย่างไรหรือเ้าคะ ” นางใช้ใบหน้าที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยถามเถ้าแก่ร้านขายเมล็ดออกไป
ตอนนี้สิ่งที่นางกำลังขาดอยู่นั่นก็คือวิธีการเพาะปลูกพืชสมุนไพร 2 อย่างนี้ ภายในยุคสมัยที่นางจากมามันไม่มีพืชสมุนไพร 2 อย่างนี้เพราะฉะนั้นมันก็คงจะไม่ใช่ใช้วิธีการเพาะปลูกธรรมดาทั่วไปอย่างเช่นการฝังลงดินอย่างแน่นอน
เพราะเช่นนั้นการที่จะล่วงรู้วิธีการเพาะปลูกถ้าถามกับเถ้าแก่ร้านขายเมล็ดผู้นี้ที่เป็คนขายเมล็ดเขาคงจะรู้วิธีเพาะปลูก
“ สมุนไพร 2 อย่างนี้งั้นรึ??? ”
“ เ้าค่ะ!! ”
เถ้าแก่ผู้นั้นก็ย่อกายลงให้ลงมาอยู่ในระดับเดียวกับจูเฟยก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบายออกมา
“ เ้าต้นพฤกษาน้ำมันเป็พืชสมุนไพรที่จะเติบโตได้เฉพาะใกล้ๆบริเวณผิวน้ำเท่านั้น หว่านเมล็ดเอาไว้บริเวณริมแม่น้ำ ส่วนการดูแลของมันก็ง่ายดายไม่ต้องทำอันใดเลยเพียงแค่คอยดูว่ามันเติบโตและไม่ถูกฉกชิงไปก็พอ ”
“ ฉกชิงงั้นรึเ้าคะ?? ฉกชิงจากอันใด ” นางเอียงคอสงสัยพร้อมกับมองเถ้าแก่ด้วยความฉงน
“ พวกปลาอย่างไงล่ะ เ้าต้นพฤกษาน้ำมันเป็ของโปรดพวกปลาเลยแหละ ” เถ้าแก่ผู้นั้นตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
นี่ก็เป็ข้อมูลที่ดีข้อมูลนึงจูเฟยเก็บมันเอาไว้ภายในสมองนางในทันที ถ้านางไม่รู้ข้อมูลนี้แล้วปล่อยต้นหญ้าพฤกษาน้ำโดยไม่ดูแลเลยก็คงจะโดนพวกปลากินไปหมด
“ แล้วมันนานเท่าไหร่ถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้หรือเ้าคะ ” นี่เป็อีกหนึ่งเื่ที่นางอยากรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพวกมันว่ารวดเร็วเพียงใด
เถ้าแก่ทำท่าทางครุ่นคิดเขาใช้นิ้วมือยกขึ้นมาลูกปลายคางของตนเองพร้อมกับมองขึ้นไป้า “ อืม~ ก็ประมาณ 7 วันละมั้ง ตัวเขาเองก็ไม่เคยเพาะปลูกเองหรอกเพียงแต่ได้ยินจากผู้คนมา ” เถ้าแก่ผู้นั้นตอบกลับไปตามที่ตนเองรู้
เมื่อได้รู้เช่นนั้นคราวนี้มาถึงตาของยัยหนูตัวน้อยที่มาอยู่ในท่าทางครุ่นคิดเช่นเดียวกับเถ้าแก่ร้านขายเมล็ดก่อนหน้านี้ จูเฟยกำลังคิดเกี่ยวกับเื่เวลาในการเติบโตของมัน ถ้ามันเป็ 7 วันตามที่เถ้าแก่ร้านผู้จำนวนของเ้าสมุนไพรพฤกษาน้ำก็คงแทบจะเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน
“ แล้วเ้าต้นหญ้าเลื้อยคลานล่ะเ้าคะ ” นางเริ่มโยงไปถึงเื่สมุนไพรอีกอย่างนึงทันที
“ เ้าต้นหญ้าเลื้อยคลานเ้าต้องนำมันไปปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ๆ ”
“ ต้นไม้ใหญ่ๆหรือเ้าคะ ”
“ ใช่แล้ว!! ใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะว่าต้นหญ้าชนิดนี้มันจะเติบโตได้โดยการที่มันจะเลื้อยพันตามต้นไม้ขึ้นไป ”
“ พูดอย่างง่ายๆก็คือถ้าไม่นำมันมาปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ๆ ตัวของเ้าต้นหญ้าเลื้อยคลานก็จะไม่ได้คุณภาพ ”
“ อ๋อ!! ” จูเฟยทำหน้าตาเข้าใจในคำอธิบายขึ้นมาทันที นางพอจะคิดภาพออกพวกมันน่าจะเหมือนเถาวัลย์ภายในยุคที่นางจากมา
“ ขอบคุณเ้าค่ะ!! ” นางไม่ลืมมารยาทโค้งคำนับเถ้าแก่ร้านขายเมล็ดผู้นั้นก่อนจะวิ่งกลับไปที่ร้านแกะสลักแผ่นป้ายไม้ ยังไม่ลืมสิ่งที่นางว่าจ้างเอาไว้เื่ป้ายคิวของร้านที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้
วิ่งกลับไปถึงบริเวณร้านที่แกะสลักป้ายไม้ ป้ายไม้ประจำตัวเลขที่นางได้ว่าจ้างเอาไว้มันก็ถูกแกะสลักเอาไว้จนเสร็จทั้งหมดแล้ว โดยเลขของบัตรคิวมันมีั้แ่ 1-20 โดยถ้าในวันข้างหน้ามีจำนวนคนมากกว่านี้นางก็ค่อยมาว่าจ้างให้ทำเพิ่ม
หลังจากที่รับป้ายไม้ที่ตัวเองได้ว่าจ้างจนเสร็จเรียบร้อยเด็กน้อยผู้นั้นวิ่งกลับไปที่แผงผักของตัวเองแล้วจัดแจงวางป้ายคิวเอาไว้ด้านหน้าของแผงผัก จุดที่นางวางเอาไว้มันเป็จุดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและลูกค้าของนางก็คงจะรู้
หลังจากที่จัดแจ้งเื่ทุกอย่างเสร็จก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังเพื่อหวังจะไปทำงานในยามบ่ายต่อ
วิ่งตรงกลับไปที่บ้านของท่านยายหวัง กว่าจะไปถึงมันก็ถึงเวลาที่ท่านแม่ท่านยายหวังได้เริ่มทำงานใน่บ่ายในการลงสวนแล้ว
เด็กน้อยที่ยังไม่ได้กินข้าวท่านแม่และท่านยายหวังก็ให้จูเฟยนั่งกินมื้อเที่ยงก่อนที่จะเริ่มทำงาน
จูเฟยหลังจากที่กินมื้อเที่ยงเสร็จนางก็เริ่มลงแรงทำงานต่อ มันจะมี่จังหวะนีงที่ตัวของนางว่างกับงานหลังจากการลงสวน
ตอนนี้แปลงผักถูกขยับขยายขึ้นมาหน้าที่ของนางก็มีเพียงแค่การหว่านเมล็ดเมื่อหว่านเมล็ดจนเสร็จก็แทบจะไม่มีงานอันไดให้นางทำแล้ว
เมื่อได้เวลาว่างงานก็รีบมาหยิบถุงสีน้ำตาลทั้ง 2 ถุงของนางขึ้นมาแล้ววิ่งไปที่ลำธารขนาดใหญ่ด้านหลังของที่ดินของท่านยายหวัง บริเวณจุดนี้มันเป็ลำธารขนาดใหญ่ที่มีเรือสินค้าคอยวิ่งผ่านเข้าสู่เมืองอู่หนาน
ผืนน้ำกว้างใหญ่ตัดผ่านระหว่างกลาง ในยามบ่ายแก่ๆแสงแดดส่องประกายแสงสว่างไสวลงมาด้านล่างกระทบเข้ากับผิวน้ำเกิดเป็ประกายระยิบระยับอันงดงาม จูเฟยเองก็ยืนชื่นชมทัศนียภาพด้านหน้าของนางอยู่สักพัก ก่อนที่จะเริ่มลงมือในการปลูกพืชสมุนไพรชนิดแรก
อย่างแรกที่นางเริ่มที่จะปลูกขึ้นมามันก็คือต้นพฤกษาน้ำที่เถ้าแก่ร้านขายเมล็ดบอกกับนางว่าต้องหว่านเมล็ดและปลูกบริเวณดินใกล้แม่น้ำเท่านั้น
ถือว่ายังดีที่บริเวณนี้ที่มีแม่น้ำตัดผ่าน มันเป็พื้นที่ราบเรียบที่เด็กเช่นนางสามารถเข้าใกล้ได้โดยที่ไม่เป็อันตรายมากนัก
นางได้ลองเปิดสิ่งที่อยู่ด้านในของถุงผ้าสีน้ำตาลดู มันเป็เมล็ด 2 อย่างที่มีสีสันแตกต่างกัน 1 เมล็ดมีสีสันเป็สีเขียวส่วนอีกหนึ่งเมล็ดมีสีสันเป็สีฟ้า
จูเฟยคาดการณ์ได้ว่าเ้าเมล็ดสมุนไพรสีฟ้ามันน่าจะเป็เมล็ดสมุนไพรของต้นพฤกษาน้ำนางเลยเก็บถุงผ้าสีน้ำตาลที่มีเมล็ดสีเขียวอยู่ด้านในก่อน จากนั้นนางก็เริ่มหยิบเมล็ดสมุนไพรที่มีสีสันเป็สีฟ้าเข้มออกมาจำนวนหนึ่งแล้วเริ่มทำการหว่านเมล็ด
โดยการที่เพาะปลูกนางต้องฝังมันลงไปภายในดินที่มีน้ำปกคลุมผิวดินชั้นนอกอยู่ เถ้าแก่ร้านขายเมล็ดบอกว่ามันจะเติบโตภายในน้ำ ถ้าตามที่เขาบอกว่ามันเติบโตได้ภายใน 7 วันจูเฟยคิดว่านางต้องใช้เวลารอประมาณ 2 วันในการให้พวกมันเติบโต เพราะผลจากที่ดินของท่านยายหวังที่สามารถทำให้พืชพันธุ์เจริญเติบโตได้รวดเร็วมากกว่าทั่วไป
แล้วถ้าสองวันมันสามารถเติบโตได้จริงๆตัวของนางจะสามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้จากการเพาะปลูกต้นพฤกษาน้ำ
เด็กน้อยจูเริ่มหว่านเมล็ดชุดแรกลงไปประมาณ 20 เมล็ดหรือว่า 2 ใน 10 ส่วนของเมล็ดทั้งหมดที่นางซื้อมา มันเป็การลงเมล็ดครั้งแรกนางไม่อยากจะใช้จำนวนที่มันมากนักเพราะเกรงว่าจะมีข้อบางอย่างผิดพลาด
หลังจากที่กระทำจนสำเร็จแล้วก็หันหลังหวังจะไปลองปลูกต้นหญ้าเลื้อยคลานที่เป็พืชสมุนไพรอีกอย่างทันที
จบตอน