“นายคือซัสพายใช่มั้ย” เสียงหนึ่งดังเคียงข้างเอลฟ์รูปงาม
ทว่าเพราะใบหน้างดงามนั่นแหละที่ก่อเป็ปมยากของชีวิต มันทำให้เอลฟ์บางคนหมั่นไส้และทำให้ชีวิตที่เขาอุทิศให้กับลัทธิฮีโร่แท้ต้องยากลำบากจากพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แสนพิสูจน์ ควรเป็ประดุจสรวง์กลับกลายเป็นรกบนดินเพียงถวายตัวเข้าเป็ศิษย์คืนแรก เขาก็ถูกทำโทษหนักจากเอลฟ์ครูชั้นผู้ใหญ่
แม้จะทำคะแนนสอบในทุกด้านได้อย่างโดดเด่นก็ไม่เคยเป็ที่รักหากแต่ยังเหมือนถูกผลักไสไล่ส่ง ตำรับตำราถูกฉีกเผาด้วยเวทย์เอลฟ์จงใจให้รู้ว่าไม่ใช่ฝีมือใครอื่น แต่เป็เอลฟ์ร่วมลัทธินี่แหละร่วมปีแห่งความเงียบงันมีเพียงคำสอน ความเชื่อที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขาไว้กับลิทธิ
จากความเงียบกลายเป็แปลกแยก นำพามาสู่ความเกลียดชังแบ่งแยกและปกครองคงเป็วิธีปกครองที่ง่ายดายกว่ารวมจิตใจเป็หนึ่งเดียว
“หากแกทนไม่ได้ แกก็ไม่เหมาะสมก็เป็นักบวช”เอลฟ์ครูชั้นผู้ใหญ่เอ่ยขณะลงโทษให้เขาเปลือยกายในข้อกล่าวหาว่าซัสพายยิ้มหัวเราะเป็ท่าทีที่ไม่สำรวมของนักบวชโดยเพื่อนร่วมชั้นต่างหัวเราะกันเสียงดังเยอะเย้ย
“จงวิสุทธิ์ จงวิสุทธิ์ ด้วยตีนของพวกเรานี่ละ ฮ่าฮ่าฮ่า” เอลฟ์หัวหน้าห้องว่าพลางนำเพื่อนๆมารุมทำร้ายเขานอกรั้วโรงเรียนลิทธิฮีโร่แท้
ใบหน้าเปื้อยเื ตาข้างหนึ่งบวมช้ำ เขาหมดแรงทั้งแรงกายจะเคลื่อนไหว ทั้งแรงใจที่จะสู้ต่อในสายทางของนักบวชผู้คนในมหานครไครซิตี้ผ่านไปมา หลบสายตามองไม่เห็นร่างอ่อนแรงของเขาเว้นเพียงออร์คผู้หนึ่งที่เดินเคียงใกล้ก่อนเอ่ยขึ้น
“นายคือซัสพายใช่มั้ย”
นักบวชนิ่งงัน ปลายตามองพอรู้เพียงว่าเป็ออร์คและออร์คคงไม่ทำอะไรนอกจากเื่เลวร้าย โอเค วันนี้คงถึงจุดสิ้นสุดแล้วละจะเอาอะไรก็เอาไปเลย เอ แต่เดี๋ยวก่อน ออร์ครู้ชื่อเขาได้อย่างไร
“นายเป็ใคร” นักบวชหนุ่ยตอบกลับด้วยเสียงอ่อนโรยมองเพียงปลายของอีกฝ่าย
“ฉัน ดีมัสไง นายดูแย่มาก ให้ฉันช่วยนายนะ”
เอลฟ์นักบวชมองอีกฝ่าย รอยยิ้มผุดขึ้นในรอบสองปี นับแต่มาอยู่ที่ลิทธิฮีโร่แท้แล้วเขาก็หมดสติไป
“จงวิสุทธิ์ จงวิสุทธิ์ จงวิสุทธิ์” สรรพเสียงเข้มข้นมั่นคงดังมาจากภายในอาศรมไม้สีเข้มเรียบหรู
เสียงแว่วมาจากบานหน้าต่างแต่งสีเป็รูปเอลฟ์สูงสง่าแต่งกายด้วยชุดยาวขาวผ่องพร้อมออร่าเจิดจรัส แวดล้อมด้วยป่าอุดมสมบูรณ์ลายล้อมด้วยสัตว์น้อยใหญ่โค้งเคารพ
ทว่าเรายังอยู่กันในมหานครไครซิตี้แสงสลัวรางยังคงอยู่ในทุกแห่งหนมิเว้นอาศรมศักดิ์สิทธิ์วิสุทธิ์ผุดผ่องเพียงใดก็ทอประกายได้เพียงอ่อนโรย ซึมเซา
“ผู้วิสุทธิ์แห่งเผ่าเอลฟ์คือผู้ปลดปล่อย ฮีโร่แท้จริงกำเนิดจากมหาอัคคีบีทาสิ้นอสุนี พลีชีพพิชิตมหาวานร ครองคุ้มทุกชีวี” เอลฟ์สวมแว่นหน้าตาเปี่ยมเสน่ห์ในชุดยาวสีขาวเอ่ยนำเบื้องหน้าก่อนเอลฟ์อื่นเอ่ยถ้อยตาม
ทรงกลมวิสุทธิ์เบื้องหน้าคือรูปเคารพของลัทธิฮีโร่แท้มันคือความพยายามจะจำลองรูปลักษณ์อันเป็ปริศนาของฮีโร่แท้ตามคำทำนายฮีโร่ผู้ปกป้องทุกชีวิตจากมหามหันตภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่นานนับจากนี้ (หรืออาจเป็เพียงเล่ห์อุบายงมงายเพื่อลวงล่อให้บ้าคลั่งให้สิ่งยากพิสูจน์เท่านั้น)
พิธีเสร็จสิ้นด้วยกราบไหว้บูชานอบน้อมต่อทรงกลมที่วางอยู่เื้ับานกระจกแต่งสีสาวกต่างแยกย้ายมีเพียงเอลฟ์หญิงชราคนหนึ่งที่ตรงมายังนักบวชหนุ่มรูปงาม
“ท่านซัสพายได้โปรดช่วยข้าด้วย” เอลฟ์หญิงชราตรงมาร้องทุกข์หลังเอลฟ์อื่นเริ่มแยกย้าย
“ศิษย์ข้ามีอะไรให้ข้าช่วยเหรอ?”
เอลฟ์หญิงชรายิ้มกริ่ม“ลูกสาวข้าอาการไม่ค่อยดีเลย” ว่าแล้วเธอก็เปิดรูปลูกสาวงามสะพรั่ง
ซัสพายยิ้มรับอบอุ่นพลางรับคำจะช่วยเหลือ
ภาพทั้งหมดที่เกิดถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องจากโดรนแมงมุมลอบสังเกตและด้วยสายตาเฝ้าระวังของฟาคาร์ จากในห้องทึบเทาบนตึกซอมซ่อฝั่งตรงข้ามลูกครึ่งออร์คเสี้ยวัเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายใจที่เฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว2 วัน
“ผู้ว่าจ้างเป็ใครเหรอครับ? ทำไมอยากจับตานักบวชลัทธิฮีโร่แท้นัก”
“เฮ่ย เธอไม่รู้จักท่านซัสพาย ผู้เรืองรองเหรอ นักบวชคนนี้กำลังดังมากน่ะ”ลุงเนียร์ว่าเลื่อนนิ้วไปทางแทคแพดเปิดเพลงแจ๊สคลอเบาๆ “ในกลุ่มลัทธิฮีโร่แท้ก็มีการแข่งขันกัน ใกล้ๆ นี้ก็มีอาศรมใหญ่ของเขต 5 แต่ระยะหลังมานี้กลับความนิยมลดน้อยลงเรื่อยๆมีเื่เสียๆ หายๆ ของพวกนักบวชเยอะขึ้น อาศรมรองของซัสพายผู้เรืองรองก็อย่างที่เห็นแหละนักบวชรูปงาม แถมยังไม่เคยมีข่าวเสียหาย ในเว็บเขาดังมากนะ”
“นึกออกละ! ดังจริงๆ ด้วย เหมือนเคยภาพเห็นเป็มีมในเว็บมืดอยู่่นึงเลยนะครับ”
“อืมแฮะมาดวัดความดังระดับคลาสสิกคือการถูกนำไปล้อเลียนนี่เนอะ” ลุงรำพึง
“ว่าแต่มันก็ดีกับลิทธิแล้วนี่ครับมีคนศรัทธามากขึ้น” ครึ่งออร์คตอบกลับ
“อาจจะดีกับลัทธินะแต่กับอาศรมใหญ่ประจำเขต 5 น่ะ ไม่ดีแน่ ลองคิดดู อาศรมเล็กๆ กลับมีลูกศิษย์มีผู้ศรัทธามากหน้าหลายตา แต่อาศรมใหญ่ผู้คนกลับเงียบหาย”
“อิจฉาเหรอครับ?”ฟาคาร์ว่าหัวเราะเบาไม่อยากเชื่อ
“ก็มีประเด็นเด็กๆอย่างนั้นอยู่บ้างนะ” ลุงเนียร์ว่า “แต่ถึงขั้นจ้างให้ค่าแรงระดับนี้สำหรับเฝ้าติดตามคงเป็เื่ของผลประโยชน์แหละฉันขอเ้านี่ไปก่อนนะ” เนียร์เอ่ยพลางอุ้มสุนัขไซบอร์กในหมายภารกิจตามหาซึ่งฟาคาร์บังเอิญเจอระหว่างผลัดเวรพักก่อนก้าวออกจากห้อง “มีอะไรก็ติดต่อมาแล้วกัน”
“ครับ” ฟาคาร์รับคำ
โดรนลอบสังเกตยังคงจับจ้องนักบวชหนุ่มที่เข้าไปยังห้องทำงานหยิบเอาหนังสือเล่มออกมาอ่าน ซูมภาพใกล้ เป็คัมภีร์เวทย์ลัทธิฮีโร่แท้
น่าเบื่อฟาคาร์ทานของว่างสลับจับตาความเคลื่อนไหวไม่มีอะไรนอกจากดวงตาและปากที่ขยับท่องบางอย่าง
นักบวชโบกแขนชูมือแสงเรืองปรากฏตาม คงเป็เวทย์จากคัมภีร์ แต่ดูยังไม่สมบูรณ์นัก
ผ่านไปชั่วโมงเศษนักบวชจึงปิดหนังสือ ออกจากห้อง
ซัสพายมองที่แทคแพดปากขยับ พยักหน้าใส่ ฟาคาร์บังคับโดรนพยายามสอดส่อง นักบวชเอลฟ์ออกจากอาศรมในพลันเดียวกับที่ฟาคาร์ยกแทคแพดขึ้นติดต่อเนียร์
“เป้าหมายกำลังจะออกจากอาศรมแล้วครับ”
“บังคับโดรนตามบันทึกภาพไว้”ลุงเนียร์ตอบกลับทันใด
ซัสพานเดินไปยังรถ โดรนแมงมุมเคลื่อนมาตามเพดาลก่อนโรยตัวลงยึดเกาะหลังคามั่นรถคันเล็กรูปทรงมาตรฐานแต่เด่นที่ความสะอาดคมกริบทุกระเบียบนิ้วขยับเคลื่อนก่อนพุ่งออกถนน
ฟาคาร์ตาลุกวาว โอกาสได้ออกไปลุยมาแล้ว
หนุ่มน้อยรุดออกจากห้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเก่ากังหมายซอกแซกลอบติดตาม เขาเบิ้นเครื่องเร่งความร้อนมองจับจ้องเป้าหมายในแทคแพดที่เคลื่อนไป ต้องเร่งแล้วมอเตอร์ไซค์กระตุกเคลื่อนได้สองขยัก ตอบกลับเพียงเงียบงัน
เวร ฟาคาร์อุทานกับตัวเองตาลุงซื่อบื้อเอ้ย เช่าของถูกมาแหง
เขาจึงต้องวิ่งอย่างรวดเร็ว ทะยานขึ้นไปตามบันไดไม่มีอะไรมาหยุดเขาจากภารกิจได้ เปิดประตูผ่าง! เขากลับเข้าห้องนั่งลงควบคุมโดรนต่อพลางหายใจ น่าเบื่อชะมัด ลุงนะลุง
“ช่วยด้วยนะคะท่านนักบวช โปรดเห็นใจลูกสาวฉันเถอะค่ะ” เอลฟ์หญิงชราคนเดิมจับจูงมือซัสพายเข้าห้องลูกสาว
โดรนแมงมุมติดชายเสื้อคลุมขาวโดดลงพื้นก่อนเคลื่อนไปบนเพดานเร็วลี่เล็ดรอดมาจับจ้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอลฟ์สาวสวยสะพรั่งอยู่ในเสื้อสายเดี่ยวบางนอนสลบไสลอยู่บนเตียง
“เรามาเพราะทางอาศรมใหญ่เขต5 ้าให้มานะ” ซัสพายเอ่ยแจ้งก่อน หยิบคัมภีร์เปิดออก
“เดี๋ยวฉันขอออกไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้นะ”เอลฟ์ชราคนแม่ว่าแล้วออกไปจากห้องไป ทิ้งลูกสาวที่ยังสะลึมสะลือไว้กับนักบวช
ซัสพายเอ่ยถาม“อาการเป็ยังไงบ้าง?”
หญิงสาวชันตัวขึ้น“กอดหนูหน่อยสิคะ”
ซัสพายถอนหายใจยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่าย ทันใดฝ่ายหญิงเอลฟ์พุ่งเข้ากอดนักบวช
“หนูคิดถึงท่านเหลือเกิน อยากให้ท่านมาหา”
ภาพปรากฏในจอจับจ้องฟาคาร์ตะลึงงัน
“เนียร์ ผมว่ามันแปลกๆ นะ”
นักบวชกอดปลอบอีกฝ่ายท่าทีกอดปลอบโยน มือค่อยๆ เขากางคัมภีร์ออก เริ่มสวดมนต์ด้วยภาษาเอลฟ์โบราณเสียงมนต์อ่อนโยนหนักแน่นชัดเจน มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์มั่นอีกข้างโอบกอดหญิงสาวไว้อย่างอ่อนโยน
“ได้ภาพอะไรน่าสนใจมั้ย?” เนียร์เอ่ยกลับ
“นักบวชกอดกับสาวเอลฟ์ในห้อง แต่เหมือนฝ่ายหญิงจะเริ่มก่อน”
“อืม แปลกจริง แต่นายจ้างเราคง้า ส่งข้อมูลแล้วทำโน๊ตไว้หน่อยแล้วกัน”
“ครับ”
“เออ” เนียร์เอ่ยต่อก่อนวางสาย “นายจ้างเคสสุนัขอยากอยากเลี้ยงขอบคุณฉัน นายอยากได้อะไรมั้ยฉันจะได้สั่งกลับไปให้ด้วย”
“แพนเค้กสตรอเบอรี่ก็ดีครับ”
“รับทราบ เ้าหนุ่ม”
อีกฝ่ายวางสายฟาคาร์จับจ้องครุ่นคิดเหตุการณ์ตรงหน้า ความเป็ไปได้มีอยู่สองทางหากไม่เป็แผนของสาวเอลฟ์กับแม่ที่หลงใหลศรัทธาในรูปลักษณ์และความผ่องแผ้วของเอลฟ์นักบวชก็คงมีเื้ัเป็แผนร้ายของอาศรมสาขาหลัก
แต่ไม่ว่าจะเป็อย่างไรภาพที่ถูกบันทึกไว้ก็เข้าทางนายจ้าง ตรงตามเป้าหมายการทำงานของเขาแล้ว เพียงแต่มันถูกต้องแล้วเหรอคำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ทว่านิ้วบนเดสแพดก็กดปุ่มบันทึกคลิปแนบโน้ตแจ้งรายละเอียด ส่งข้อมูลไปให้ผู้ว่าจ้างเรียบร้อยเสียแล้ว
อย่างมากก็คงปิดอาศรมละมั้ง? ฟาคาร์คิดในใจ
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวฉายผ่านจอใหญ่ของอาศรมสาขาหลักเขต5 เอลฟ์เฒ่าใบหน้ามีรอยบากพยักหน้าพอใจแสยะยิ้มอย่างไม่รู้ตัว เอลฟ์ในชุดขาวยาวยืนเรียงรายลอบมองสีหน้านั้นอย่างโล่งอก
“แจ้งเข้าไปยังลิทธิฮีโร่แท้ศูนย์ใหญ่ประสานสหพันธ์ฮีโร่ เื่นี้เื่ใหญ่นะ”เอลฟ์เฒ่าเอ่ยเสียงเรียบนิ่งก่อนลุกขึ้นเดินจากไป
เอลฟ์ทุกคนพยักหน้ารับเอลฟ์เ้าของรอยบากเดินผ่านแถวที่เรียงราย เขาชะงักหยุดไปจังหวะนึง กระซิบเบาๆขึ้นราวรำพึง
“เื่นี้ถ้าพวกสื่อรู้เข้าอาจารย์ซัสพายคงแย่น่าดูเลยนะ”
“ครับ”เอลฟ์เรียงรายต่างตอบรับ
เอลฟ์เฒ่าเดินตรงเข้าห้องส่วนตัวในมุมมืดหนึ่งของห้อง เขาคว้าเอารูปใบเล็กใส่กรอบ สิ่งของประดับโต๊ะเพียงชิ้นเดียวของเขามันคือรูปของลูกชาย หากยังมีชีวิตอยู่คงอายุเท่ากับซัสพายอย่างแน่นอนก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะลูกชายของเขาคือหัวหน้าห้องร่วมรุ่นเดียวกับซัสพาย
เอลฟ์เฒ่าลูบรอยบากที่ใบหน้าเขายังจำได้ดีถึงวันแห่งความสูญเสีย...
มันเป็วันปกติธรรมดาเหมือนเช่นทุกวันลูกชายทำหน้าที่หัวหน้าห้อง นำสวดเช้า นำฝึกเวทย์เที่ยง นำท่องนิมิตแห่งเวลา การกลั่นแกล้งระหว่างนักบวชฝึกหัดเกิดขึ้นเป็ปกติมันเกิดขึ้นก็เพื่อความแน่นแฟ้นเพียงเท่านั้นและเพื่อผดุงไว้ซึ่งความจงรักภัคดีในกลุ่มนักบวช เพื่อพิสูจน์ความรักที่แท้จริงที่มีให้กับลัทธิแน่นอน นักบวชฝึกหัดบางคนที่ทนไม่ได้ก็ต้องออกไป
แท้จริงแล้วมันต้องเป็เ้านั่นที่ออกไปไม่ใช่ลูกชายของเขาที่ต้องจากไปตลอดกาล
เย็นนั้นเขาพาซัสพายมายังห้องแสดงวัตถุโบราณเพื่อสอบสวนถึงคะแนนสอบที่มาเกินจนผิดปกตินักบวชฝึกหัดตัวปัญหาที่สร้างแต่ปัญหากลับทำคะแนนได้เต็มในแทบทุกวิชาต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ลักลอบใช้แท็กแพดในห้องสอบ? เวทย์อะไรหรือเปล่า?หรือเล่ห์กลเทคโนโลยีบางอย่าง?
“เธอคงตัวนะว่าตัวเองเป็ผู้ต้องสงสัยในการทุจริตคะแนนสอบคะแนนเต็มแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และฉันในฐานะอาจารย์ประจำชั้นก็ต้องสอบสวนเื่นี้”เขาเอ่ยเปรยกับซัสพาย
นักบวชฝึกหัดยืนนิ่งสายตาเย็นะเื
“ตามกฎของลัทธิฮีโร่แท้ในยุคเริ่มต้น”ว่าแล้วเขาก็เปรยมือไปทางแผ่นหินโบราณ “มีวิธีสอบสวนหนึ่งที่ใช้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาโดยใช้เวทย์มนต์นั่นก็คือวงเวทย์สีนิลวิสุทธิ์ วงเวทย์ที่จะทรมานผู้อยู่ในวงเวทย์อย่างรุนแรงหากสามารถทานทนได้ คนผู้นั้นจะเป็ผู้บริสุทธิ์ทันที โดยปกติเวทย์ดังกล่าวจำเป็จะต้องขอความเห็นชอบจากสภาสูงของลัทธิทว่ากรณีนี้ยังเล็กน้อยเกินกว่าจะเข้าสู่วาระประชุมสภาสูง เธอเข้าใจใช่มั้ย”
ซัสพายพยักหน้า
“ยอมรับการทดสอบมั้ย?”
“มีทางเลือกด้วยเหรอครับ?”
“ฉลาดมาก”เขา - ครูประจำชั้นผู้บัดนี้กลายเป็เอลฟ์ผู้เฒ่าเ้าอาวาสแห่งอาศรมใหญ่เขต 5เอ่ยตอบ “ออกมาได้แล้วลูกพ่อ มาช่วยพ่อหน่อย”
แล้วลูกชายของเขาก็เปิดประตูเข้ามาทั้ง 2 ร่ายเวทย์ วงเวทย์สีดำปรากฏตามเนื้อตัวซัสพายเกิดประกายสีดำกระพริบคล้ายสายฟ้าเสียดแทงเอลฟ์ผู้ถูกทดสอบร้องสะอึกเ็ป มือกำแน่น รอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าของลูกชาย เขาก็เช่นกันพ่อลูกยิ้มอย่างมีความสุขขณะปฏิบัติการเพื่อพิสูจน์ความจริง
แต่แล้วยิ่งเวลาผ่านไปรอยยิ้มก็ยิ่งจางหาย เจื่อยลงจนกลายเป็หน้าซีด วงเวทย์หายไปเสียงร้องเ็ปเงียบลง ร่างของเอลฟ์นักบวชฝึกหัดยังคงนิ่งงันแม้ไร้เรี้ยวแรงหากยังมั่นคง
“ไม่จริง”ลูกเอ่ย “ผมเห็นว่ามันโกงชัดๆ”
“พ่อเชื่อลูก”เขาเอ่ยบอกก่อนหันหาซัสพาย “แกใช้เล่ห์กลอะไรอีกที่ยอมรับบททดสอบก็เพราะรู้ว่าจะช่วยซักฟอกความชั่วให้แกได้ง่ายๆ ใช่มั้ยละ”
“เกินไปแล้ว...”ซัสพายเอ่ยเบา
“แกพูดอะไร?”
“มันมากเกินไปแล้ว”ซัสพายเสียงดัง
“ก็แกมันขี้โกงจริงๆนี่นา คนอย่างแกน่ะเหรอจะมาทำคะแนนได้เยอะกว่าฉัน พ่อฉันเป็ครูฉันเป็ถึงหัวหน้าห้อง คะแนนของแกมันโกงมาเห็นๆ อยู่แล้ว”
ซัสพายเงียบไปกำมือแน่น
“หึเงียบไปเลยสิฉันจะถือว่าคำให้การของลูกชายฉันเป็หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเื่นี้แล้วกันนะ” เขาเอ่ยรับคำลูกชาย“แล้วฉันจะสอบปากคำจากศิษย์ในชั้นเรียนคนอื่นๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแน่”
“พวกเอลฟ์นักบวชนี่เวลาชั่วมันก็ชั่วได้ใจจริงๆนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ใครน่ะ”เขาเอ่ยหันหาเสียง เสียงนั้นดังมาจากด้านในห้องแสดงวัตถุโบราณ“หัวขโมยอย่างนั้นเหรอ?”
“ให้ตายเถอะ เกิดเป็ออร์คนี่ลำบากนะ ไปไหนใครก็มองว่าเป็โจรบ้างเป็ผู้ร้ายบ้าง เป็นักเลงบ้าง อ่านคอมมิกของพวกสหพันธ์มากเกินไปละมั้ง”
ออร์คนั่นปรากฏตัวพร้อมปืนในมือหันมาจากลูกชายเขานิ่งงันไม่กล้าทำอะไรเมื่อเห็นว่าในมืออีกข้างถือกริชแห่งโชคชะตาอาวุธในตำนานของชนเผ่านักล่าัที่ถูกเก็บไว้เพื่อเป็หลักฐานทางประวัติศาสตร์
แต่ลูกชายกลับไม่หยุดเฉย
“เ้าออร์คชั่ว”ลูกชายว่าพลางร่ายเวทย์ไฟจู่โจม แสงไฟยิงเข้าใส่ปืนอีกฝ่าย
แต่ปืนก็ไวพอกัน!
เอลฟ์คนลูกจนล้มลง
ออร์คถูกเวทย์ไฟจนมือถือปืนได้รับาเ็
เขาถลาเข้าประคองลูกไว้ในอ้อมกอด“ลูกต้องไม่เป็ไร” เขาว่าแล้วหันมองฝ่ายที่ยิงเืขึ้นหน้าร่ายเวทย์ไฟขั้นสูงก่อนจู่โจม
ออร์คยกกริชขึ้นป้องกันเวทย์ไฟะเิเพลิงโพยพุ่ง กระจกภายในห้องแสดงวัตถุโบราณแตกกระจายเขาถูกสะเก็ดะเิาเ็ แต่ยังคงเดือดดาล ลูกชายอ้อมกอดจากไปอย่างไม่มีวันกลับหัวใจสะลาย เขามองหาออร์คผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบ
ทันใดกระจกบานใหญ่ก็ล่วงหล่นลงมามันคล้ายคิโยตินบั่นคอเขาที่ทำให้ผิดบาปไม่สามารถปกป้องชีวิตลูกชายที่รักของตนไว้ได้เขาปล่อยวางให้ชีวิตวายสิ้น กลับเป็ซัสพายที่ขัดขวางความตายนั้นไว้ขัดขวางการชำระล้างบาปด้วยเวทย์
กระจกแตกกระจายเศษเสี้ยวหนึ่งพุ่งเข้าที่ใบหน้าของเขา เกิดเป็รอยบากรอยบากบนใบหน้าที่ย้ำเตือนถึงเหตุการณ์นั้น
“อาจารย์”ซัสพายเอ่ยด้วยเสียงห่วงใย แต่จอมปลอม เขารับรู้ได้ทันที
“เพราะแกเพราะแกถึงทำให้เป็แบบนี้” เอลฟ์อาจารย์ว่าเสียงกร้าว ก่อนเวลาผันผ่านเขาลาออกจากการเป็อาจารย์หันหน้าเข้าหาคัมภีย์บริสุทธิ์จนท้ายที่สุดก็ถูกผลัดดันให้มาเป็เ้าอาวาสของอาศรมเขต5 โชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง
“เพราะแก”เขารำพึงถึงวันวาน มือที่ลูบรอยบากกดที่แท็กแพด ยิ้มหอมหวานของการแก้แค้นปรากฏขึ้น“ฉันส่งหลักฐานไปยังสหพันธ์ฮีโร่แล้วนะ อยากให้นายส่งฮีโร่ที่หัวรุนแรงมาสักหน่อยได้มั้ย?”
ไม่นานฮีโร่ทีมหนึ่งก็ถูกส่งตัวมานำโดยนินจาสาว ตามด้วยเอลฟ์แว่นทรงกระบอก และปิดท้ายด้วยไซบอร์กหนุ่มร่างสีน้ำเงิน!