“แล้วใช่คนผู้นั้นจริงหรือไม่?”เถียนฮุยใจเต้นแรงขึ้นมา
ในยุทธภพยุคนี้ชื่อเสียงของมารตะวันจันทราหาใช่ธรรมดาไม่?ฝีมือของคนทั้งสองนับได้ว่าติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของฝ่ายมารวิชาของพวกเขาดุดันและอำมหิตยิ่งนัก
“ข้าไม่เคยเห็นมารตะวันมาก่อนทั้งยังมีข่าวว่ามีผู้พยายามปลอมตัวเป็คนผู้นี้ปรากฏตัวในหลายแห่งข้าจึงไม่อาจจะยืนยันได้ ชายผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดสีแดงไม่มีลวดลายปลอกและด้ามกระบี่ของเขาก็เป็สีแดงด้วยเช่นกัน”
เหล่าลั่วเองเคยท่องยุทธภพอยู่่หนึ่งก่อนจะมาทำงานให้กับสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟจึงเคยได้ยินสมญานามของมารตะวันจันทรา
“อืม...แม้จะแต่งกายเหมือนเพียงใดแต่ยามนี้มีผู้ปลอมตัวเป็มารตะวันจันทราออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านยากนักจะรับรองได้ว่าที่ท่านเห็นเป็ตัวจริง แล้วครั้งที่สองเล่า?”
“ครั้งที่สองผู้ที่มาช่วยเป็จอมยุทธ์สามคนหนึ่งในสามบอกว่าตนเองคือมารจันทรา คนผู้นี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวนวลกระบี่เป็สีขาวนวล ผมก็เป็สีเงินขอรับ”
“หา! นี่ท่านได้เจอทั้งมารตะวันกับมารจันทรามาช่วยอย่างนั้นหรือ?”เถียนฮุยถึงกับใดูเหมือนการปรากฏตัวของจอมมารทั้งสองไม่ใช่เื่บังเอิญเสียแล้ว
“ข้าเองก็ใเหมือนกับท่านพวกเขาบอกชื่อเพียงคนเดียวแล้วก็ลาจากไปครั้งนี้ข้าเชื่อว่าเขาคือมารจันทราตัวจริงเพราะข้าเคยพบผู้ติดตามทั้งสองของเขามาก่อนในการประลองหาประมุขยุทธจักรสองคนนั้นคือกระบี่ขวาขาวกับกระบี่ซ้ายดำ คนของพรรคัเทพ”
“หากท่านพบกับกระบี่ซ้ายขวาด้วยจริงๆก็แสดงว่านั่นคือมารจันทราแน่ๆ ว่าแต่...เื่บังเอิญในโลกนี้มีจริงหรือ?”
เถียนฮุยรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่กับดักของบางคนเขาข้องใจว่าซิวเชี่ยนเกี่ยวพันกับเหล่าชาวยุทธ์ได้อย่างไร?ในเมื่อกิจการค้าเครื่องเรือนซึ่งเป็กิจการหลักของสกุลซิวห่างไกลจากการต่อสู้ฆ่าฟันกันยิ่งนักและคราวนี้สินค้าที่นางขนมาด้วยเพื่อไปจำหน่ายยังเมืองเชียนเยาคือพวกถ้วยชามกระเบื้องที่นำเข้ามาจากแคว้นเหลียน
ชายหนุ่มไปถึงเตียงเล็กก็ล้มตัวลงนอนเขาสังเกตเห็นร่างบอบบางบนเตียงใหญ่พลิกกายมามองเขาแล้วก็เงียบไปดูเหมือนนางจะรู้แล้วว่าเขาเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนคิดวนเวียนไปมาก็ยังจับต้นชนปลายไม่รู้ แต่เขาเริ่มรู้แล้วว่าซิวเชี่ยนผู้นี้ยังปกปิดอีกหลายสิ่ง
เช้าวันต่อมาเหล่าลั่วก็แจ้งให้เถ้าแก่หลุนกับนายท่านเถียนทราบว่ามีผู้แอบเข้ามาหวังจะขโมยสิ่งของในรถม้าทว่าผู้คุ้มภัยไล่ตะเพิดไปได้
“จับไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกบางทีพวกเขาก็แค่อยากลองดูเท่านั้นว่าพวกเราจะป้องกันทรัพย์สินได้หรือไม่?”นางเอ่ยด้วยท่าทีเนือยๆ แล้วหันไปกินอาหารบนโต๊ะต่อ
“เ้าไม่กลัวพวกเขาจะวางแผนปล้นหรอกหรือ?”
คำถามของเถียนฮุยคล้ายจะทำให้นางนึกได้ว่านางไม่ได้เดินทางเพียงลำพังอย่างครั้งก่อนหากแต่มีสามีกำมะลอผู้นี้ติดมาด้วย
“อ้อ! กลัวสิเ้าคะ! แต่ว่าพวกเมื่อคืนแค่ถูกส่งมาดูลาดเลาเท่านั้นพวกเขาไม่กล้าปล้นละแวกนี้แน่เลยอำเภอเทียนถังไปเมื่อใดนั่นล่ะถึงจะเป็เขตอันตรายท่านพี่อย่าเพิ่งเป็กังวลไปเลยรีบกินอาหารก่อนเถิด”
เถียนฮุยพยักหน้าเขาคาดเดานางไม่ถูกเลยสักนิด หากแต่คิดว่าคงอีกไม่นานจะได้คำตอบชายหนุ่มไม่เชื่อว่าที่นางเอาเขามาด้วยก็แค่เหตุผลเพียงเพราะเอามาบังหน้าฮุ่ยห่าวอู๋สัญชาตญาณของจอมเสเพลกลับคืนมาอีกครั้งเื่ที่เหล่าลั่วเล่าให้ฟังเมื่อคืนก็น่าสนใจจริงความจริงเถียนฮุยก็ถือเป็ชาวยุทธ์ผู้หนึ่งแม้จะเคยไปแอบดูการประลองหาประมุขยุทธจักรเพียงครั้งสองครั้งก็เถอะ
การเดินทางจากอำเภอเฉียนเช่าซึ่งเป็เมืองหน้าด่านไปจนถึงอำเภอเทียนถังเป็ไปด้วยความสงบเรียบร้อยพวกเขาแวะพักโรงเตี๊ยมชานเมืองหนึ่งคืนแล้วก็ออกเดินทางต่อ
แม่น้ำสาย์ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาัทะยานเป็สัญญาณบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานพวกเขาจะต้องผ่านเนินเขาอันตรายที่มีคดีปล้นฆ่าอยู่บ่อยๆ “แถบนี้เรียกว่าป่าหางัเป็ป่าสนปนกับป่ารกชัฏ ท่านคงเคยได้ยินเื่ของเนินหางัมาบ้างที่นี่เหมาะแก่การดักปล้นเป็ที่สุด เมื่อปีก่อนใต้เท้าหลัวก็ถูกดักปล้นที่นี่”
เถียนฮุยพยักหน้า“ใต้เท้าหลัวเป็ผู้ถวายฎีกากล่าวหาท่านพ่อของข้าว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตเสบียงของคนงานสร้างเขื่อนทั้งๆ ที่เงินพวกนั้นท่านพ่อของข้าไม่ได้จับต้องเลยสักนิด”
“ข้าเชื่อว่าใต้เท้าเถียนมิได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าให้สกุลเถียนกู้ยืมเงินหนึ่งแสนตำลึงนั่นหรอก”
ใบหน้าของนางไม่ล้อเล่นเลยสักนิดเถียนฮุยกล่าวขอบคุณที่นางเชื่อมั่นในตัวบิดาของเขา
“เอาไว้เราไปถึงเมืองเชียนเยาแล้วข้าจะให้คนช่วยท่านหาหลักฐานล้างมลทินให้ใต้เท้าเถียนเอง”
“ก๊า! ก๊า! ก๊า!”
ซิวเชี่ยนตะลึงหันไปมองนอกหน้าต่างรถม้ากาสีดำตัวใหญ่บินโฉบลงมาเกาะหลังคารถม้าคันข้างหน้า
“หยุดรถก่อน!” นางร้องสั่งเสียงดัง
เหล่าลั่วรีบส่งสัญญาณให้รถม้าทั้งหมดจอดเขาขี่ม้ากำกับขบวนกับคนคุ้มกันจำนวนหนึ่งเมื่อเห็นนางร้องสั่งก็รีบชักบังเหียนเข้ามาใกล้
“เกิดเหตุใดหรือขอรับเถ้าแก่?”
“ข้างหน้าอาจจะมีคนกำลังซุ่มรอปล้นสั่งคนของพวกเราเตรียมตัว!”
เถียนฮุยทำหน้าฉงนยังไม่ทันจะอ้าปากถามว่านางรู้ได้อย่างไร? หญิงสาวก็หันมาสั่งเขา“ท่านพี่เตรียมกระบี่เถิด ข้าจะส่งคนไปจัดการพลธนูบนเขาก่อนเกิดพวกเขาโจมตีเรารอบด้านจะลำบาก”
นางหยิบเอาพัดไปเคาะบนหลังคารถม้าห้าครั้งกาสีดำตัวใหญ่นั้นก็บินจากไป นางเรียกเหล่าลั่วมาใกล้แล้วกระซิบสั่ง
“ได้ขอรับ!”
คนของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟล้วนเป็ยอดฝีมือพวกเขาเก่งทั้งการต่อสู้ซึ่งหน้าตลอดจนการซุ่มโจมตีเหลาลั่วสั่งให้มือแม่นธนูสิบคนลอบขึ้นเขาไปตามจุดที่เถ้าแก่ซิวสั่งเมื่อสองปีก่อนที่นางว่าจ้างเขามาทำงานให้เหล่าลั่วแทบจะไม่เชื่อว่าสตรีนางนี้สามารถคาดเดาการปล้นสินค้าได้แม่นยำนักแต่ทุกครั้งที่นางสั่งให้เตรียมการล้วนเกิดเหตุอย่างที่นางบอกไว้
“เชี่ยนเอ๋อร์เ้าให้พวกเขาไปทำสิ่งใด?”
“ข้างบนมีคนรอซุ่มยิงขบวนพวกเราข้าให้พวกเขาไปจัดการพวกข้างบนเสียก่อนแล้วค่อยลงมาสมทบที่ร่องเนินด้านล่างพวกมันคงรอโอบล้อมตีขบวนเราที่นั่น”
**************************

