เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 6 บทที่ 152 เจี่ยนอัน อยู่นิ่งๆ

            “พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ”ซูเจี่ยนอันพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะวิ่งไปทางที่นั่งคนขับ

            เธอก้มตัวลงโดยอาศัยแสงไฟจากด้านนอกจึงเห็นลู่เป๋าเหยียนที่กำลังหลับอยู่ในรถโครงหน้าด้านข้างของเขาเด่นชัด ภายใต้ความมืดมิดยิ่งทำให้ดูหล่อเหลา

            ซูเจี่ยนอันเคาะกระจกรถเพื่อเรียกเขา

            “ลู่เป๋าเหยียน”

            ลู่เป๋าเหยียนลืมตาขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นซูเจี่ยนอัน เขาจึงปลดล็อกประตูที่นั่งข้างคนขับ

            “เสร็จแล้วเหรอ?”

            “อื้มที่เหลือเดี๋ยวให้พวกเจียงเส้าข่ายจัดการต่อน่ะ” ซูเจี่ยนอันขึ้นมาบนรถและลงมือรัดเข็มขัด

            “ทำไมนายยังไม่กลับอีกล่ะ”

            “ถ้าฉันกลับแล้วเธอจะกลับยังไงล่ะ”ลู่เป๋าเหยียนมองเวลา อีกสองสามชั่วโมงฟ้าก็คงสว่างถ้ากลับไปที่บ้านในชานเมืองคงจะเสียเวลา เขาเลยถามซูเจี่ยนอันว่า

            “พวกเราไปอพาร์ตเมนต์ในเมืองกันไหม”

            ซูเจี่ยนอันง่วงจนไม่ไหวแล้วจึงได้แต่“อืม” ตอบเขากลับไป เธอหาจุดที่พิงได้อย่างสบายก่อนจะหลับตาลง รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆไม่นานซูเจี่ยนอันก็หลับสนิท

            อพาร์ตเมนต์ของลู่เป๋าเหยียนอยู่ไม่ไกลนักอีกทั้งช่วงเช้ามืดแบบนี้ถนนจึงโล่งเป็นพิเศษ ไม่ถึงสิบนาทีรถก็มาถึงจุดหมาย

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกตัวตื่นขึ้นเองเธอเดินตามลู่เป๋าเหยียนเข้าไปในลิฟต์เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเธอก็เอนกายพิงกับอกแกร่งของเขา

            “ง่วงจัง...”

            ท่าทางออดอ้อนแบบนี้ไม่รู้ว่าเธอทำมันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติได้ตั้งแต่เมื่อไรเวลานี้เธอไม่ได้เขินอายอีกแล้ว

            ลู่เป๋าเหยียนโอบเอวเธอไม่ให้ล้มลงไปขณะที่แขนอีกข้างจับศีรษะเธอไว้ให้แนบกับอ้อมกอดของเขาโดยไม่พูดอะไรไม่ช้าลิฟต์ก็มาถึงชั้นบนสุดซูเจี่ยนอันกึ่งเดินกึ่งโอบลู่เป๋าเหยียนเข้าไปในห้องพัก

            “จะอาบน้ำก่อนไหม”ลู่เป๋าเหยียนรู้ว่าซูเจี่ยนอันมีนิสัยชอบอาบน้ำหลังจากเสร็จงาน

            ซูเจี่ยนอันโน้มตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอีกครั้ง

            “ไม่อาบแล้ว ง่วง”

            ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอลอดผ่านผ้าเนื้อบางปะทะกับอกแกร่งของลู่เป่าเหยียนมันทำให้เขาถึงกับชะงัก ก่อนจะพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            “งั้นพวกเราเข้าไปนอนในห้องเลยดีไหม”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้าเธอสะลึมสะลือจนไม่รู้ว่าเดินไปด้วยตัวเองหรือลู่เป๋าเหยียนอุ้มเธอเข้าไปในห้องกันแน่ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มของเตียงเธอรู้สึกสบายตัวก่อนจะดึงหมอนเข้ามากอดอย่างพอใจไม่นานหลังจากนั้นลู่เป๋าเหยียนก็เอนลงมานอนข้างกายเธอ

            อาจเป็นเพราะเคยนอนเตียงเดียวกันมาแล้วหลายครั้งทำให้เธอไม่รู้สึกประหลาดอะไร ไม่ก็เพราะความง่วงที่เข้าครอบงำจนเธอครองสติไว้ไม่ไหวจึงได้แต่พูดงึมงำกับลู่เป๋าเหยียนไปว่า

            “ฉันเพิ่งออกมาจากที่เกิดเหตุ...นายไม่ถือเหรอ?”

            ลู่เป๋าเหยียนปรับอุณหูมิแอร์ให้พอเหมาะเขายกผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอกับเขาและดึงเธอเข้ามากอด

            “รีบนอนเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกอบอุ่นและสบายใจจนเผลอยิ้มออกมาเธอถูหน้าไปมากับทรวงอกของลู่เป๋าเหยียนราวกับตัวไหม

            ลู่เป๋าเหยียนหลับในรถมาหลายชั่วโมงแล้วจึงไม่ค่อยง่วงเท่าไรพอซูเจี่ยนอันทำแบบนี้...

            เขารีบจับตัวเธอเอาไว้“เจี่ยนอัน อยู่นิ่งๆ”

            “อื้อ”อาจเพราะน้ำเสียงของเขาดูไม่น่าไว้ใจ ซูเจี่ยนอันจึงไม่กล้าขยับตัวอีก

            ลู่เป๋าเหยียนจูบหน้าผากของเธอแผ่วเบาก่อนจะหลับตาลง

            สองชั่วโมงกว่าผ่านไปดวงอาทิตย์ก็เริ่มโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า แสงสว่างสาดส่องไปทั่วทั้งเมือง

            เจ็ดโมงตรงนาฬิกาปลุกของซูเจี่ยนอันกำลังส่งเสียงร้องอยู่ที่บ้านแต่เจ้าตัวกลับนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอพาร์ตเมนท์ใจกลางเมืองเธอหลับยาวจนเก้าโมงแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัวคนที่กอดเธอเอาไว้อย่างลู่เป๋าเหยียนก็เช่นเดียวกัน

            เก้าโมงครึ่งมือถือที่อยู่บนหัวเตียงของลู่เป๋าเหยียนก็เริ่มสั่นอย่างเอาเป็นเอาตายเสียงสั่นของมันทำให้ซูเจี่ยนอันตื่นขึ้นมาในที่สุด

            เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนจะนึกเรื่องเมื่อวานขึ้นมาได้ความซาบซึ้งเริ่มเข้าสู่หัวใจของเธอ

            เมื่อวานลู่เป๋าเหยียนทำงานหนักมาทั้งวันเขาเองก็เหนื่อยมาก เธอถูกเรียกตัวด่วนก็จริง แต่เขาไม่จำเป็นต้องตามมาด้วยก็ได้

            จะว่าไปหากไม่มีลู่เป๋าเหยียนแล้วต้องขับรถคนเดียวจากชานเมืองตอนตีสามเธอก็คงกลัวอยู่เหมือนกัน

            นี่ถ้าขาดลู่เป๋าเหยียนไปเธอจะอยู่อย่างไร?

            ครืด ครืด ครืด...

            มือถือของลู่เป๋าเหยียนเริ่มสั่นอีกครั้งทว่าคนที่อยู่ข้างกายเธอยังไม่มีทีท่าจะตื่น

            ซูเจี่ยนอันจึงหยิบถือวิสาสะหยิบมือถือของเขาเมื่อเห็นว่าเสิ่นเยว่ชวนเป็นคนโทรมาจึงกดรับสาย

            “รับสายสักทีนะครับท่านผอ.!”เสิ่นเยว่ชวนแทบคลั่งอยู่ในห้องทำงาน “จะเริ่มประชุมแล้วนะ นายอยู่ที่ไหนเนี่ย!ทำไมยังไม่โผล่มาฮะ!”

            “เอ่อ ลู่เป๋าเหยียนเขา...”

            “เจี่ยนอัน!?”เสิ่นเยว่ชวนอึ้งไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า“อย่าบอกนะว่าลู่เป๋าเหยียนยังไม่ตื่น...”

            “เอ่อ เขายังไม่...”

            ซูเจี่ยนอันพูดได้ครึ่งประโยคก็ถูกใครบางคนแย่งมือถือไปเธอหันไปมองลู่เป๋าเหยียนที่ตื่นแล้วอย่างงงๆ

            “เสิ่นเยว่ชวนกำลังเร่งให้นายไปทำงานน่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนกดวางสายโทรศัพท์สีหน้าเรียบก่อนจะดึงซูเจี่ยนอันเข้าสู้อ้อมกอดอีกครั้งซูเจี่ยนอันร้องประท้วงเล็กน้อยพลางดิ้น แต่เขากลับกอดเธอแน่น

            “ไม่ง่วงเหรอ”

            “ง่วงสิ”ซูเจี่ยนอันพูดอย่างน่าสงสาร “แต่ฉันโดนโทรศัพท์นายปลุก”

            ลู่เป๋าเหยียนจูบหน้าผากเธอเบาๆคนในอ้อมกอดของเขาจึงเลิกดิ้น เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอ

            “นอนเป็นเพื่อนฉันก่อนเที่ยงเมื่อไรค่อยปลุกฉัน”

            เขามีเวลานอนได้ถึงเที่ยงเลยอย่างนั้นเหรอ?

            “แล้วงานของนายล่ะ?” ซูเจี่ยนอันถามอย่างสงสัย เมื่อคืนเธอโดนเรียกตัวด่วนวันนี้จึงไม่ต้องไปทำงานช่วงเช้า แต่ลู่เป๋าเหยียน...ไม่ใช่ว่ามีคนกำลังรอประชุมกับเขาอยู่งั้นเหรอ?

            “เสิ่นเยว่ชวนจัดการได้ฉันโดดงานสักครึ่งวันบริษัทคงไม่ล้มละลาย” ลู่เป๋าเหยียนตอบเพียงเท่านี้

            ซูเจี่ยนอันพูดไม่ออกเมื่อก่อนลู่เป๋าเหยียนออกจะเป็นคนบ้างานไม่ใช่หรือไง?

            คนบ้างานมาโดดงานซะเองแบบนี้ไม่ใช่แค่ซูเจี่ยนอันคนเดียวที่ประหลาดใจ คนทั้งเครือลู่ก็ฮือฮาเสิ่นเยว่ชวนชักสงสัยแล้วว่าโลกจะแตกหรือเปล่า

            แต่เมื่อกี้เขาได้ยินเต็มสองหูว่าคนที่รับสายคือซูเจี่ยนอันเธอใช้น้ำเสียงเหมือนคนที่เพิ่งตื่นบอกเขาว่าลู่เป๋าเหยียนยังไม่ตื่น!

            ให้ตายคนที่เป็นเจ้าของบริษัทกำลังนอนกอดเมียอยู่บ้านส่วนผู้ช่วยอย่างเขาต้องมาทำงานแทนเนี่ยนะ?

            ไร้มนุษยธรรมที่สุด!

            เสิ่นเยว่ชวนเดินเข้าห้องประชุมไปอย่างหงุดหงิดก่อนจะประกาศเลื่อนการประชุมเป็นตอนบ่ายแทน มีคนถามเขาถึงเหตุผลเขาจึงหัวเราะในลำคอ

            “พวกนายต้องทำใจให้ชินกับผอ.ลู่คนใหม่หน่อยนะคนเขามีเมียแล้ว จะมาสายบ้าง โดดงานบ้าง เดี๋ยวคงได้เห็นเป็นเรื่องปกติ”

            “...”

            เสิ่นเยว่ชวนรวบเอกสารทั้งหมดและเดินเข้าไปในห้องทำงานเพื่อจัดการสะสางงานแทนลู่เป๋าเหยียน เขาทำงานพลางบ่นในใจ

            ลู่เป๋าเหยียนได้สาวในฝันมาอยู่ในอ้อมกอดจนถึงขนาดทิ้งบริษัทซูอี้เฉิงเองก็หารักแท้เจอแล้ว ส่วนเขา...บ้าชะมัด...เขาก็อยากมีความรักเหมือนกันนะจะได้หาเรื่องโดดงานแบบนี้ได้บ้าง!

            เฮ้อหนุ่มโสดรูปหล่อหน้าตาดีมีเงินใช้แบบเขา ทำไมไม่มีสาวคนไหนหันมาสนใจบ้างนะ?

            คิดแล้วชีวิตของเขามันช่างโดดเดี่ยวเดียวดายเหลือเกิน

             ในชั่วพริบตาเวลาเที่ยงก็มาถึง

            ถึงซูเจี่ยนอันจะชอบนอนลากยาวแค่ไหนเธอก็ไม่เคยนอนยาวถึงขนาดนี้ หลังตื่นขึ้นมามองนาฬิกาเธอจึงอดตกใจไม่ได้

            ทว่าลู่เป๋าเหยียน...เขายังหลับอยู่เลย

            เธอคิดอะไรดีๆ ออกจึงพลิกตัวนอนคว่ำพลางเท้าคางจ้องหน้าลู่เป๋าเหยียน

            คงเพราะได้นอนชดเชยอย่างเต็มที่ความอ่อนเพลียจึงได้จางหายไปจากใบหน้าของเขาแล้วตอนนี้เธอจึงเห็นแค่โครงหน้าได้รูปอันหล่อเหลาและผิวนวลเนียนเสียจนผู้หญิงต้องอิจฉาของเขาเท่านั้น

            นี่เขาไม่มีรูขุมขนบ้างหรือยังไง!

            ซูเจี่ยนอันไม่อยากจะเชื่อจึงเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดเธอจะต้องหาข้อบกพร่องสักอย่างให้ได้

            ตอนนั้นเอง จู่ๆ ลู่เป๋าเหยียนก็ลืมตาขึ้นมา

            ซูเจี่ยนอันตกใจแทบสะดุ้งเธอกำลังจะลุกขึ้นแต่กลับถูกลู่เป๋าเหยียนรั้งเอาไว้เพราะไม่อาจฝืนพละกำลังของเขาได้ เธอจึงล้มลงไปทับเขาเต็มๆ

            ตอนนี้เลยเป็นเหมือนว่าเธอขึ้นไปนอนบนตัวเองอย่างสมัครใจไม่มีผิด

            เอ่อ...มันดูจะ...

            ซูเจี่ยนอันยิ้มแห้งเธอลองพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่ลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆเธอส่งยิ้มให้เขาอย่างเอาใจจนหน้าเกร็งไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย

            “ฉันต้องไปทำงานตอนบ่ายโมงตรงนะ”เธอจึงต้องใช้ไม้แข็ง

            “อีกอย่างถ้าตอนบ่ายนายยังไม่ไปบริษัทอีก เครือลู่คงไม่ล้มละลายก็จริงแต่พวกพนักงานจะคิดยังไง?”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ปล่อยให้ซูเจี่ยนอันเปลี่ยนเรื่อง

            “เมื่อกี้เธอดูอะไรอยู่?”เขาใช้มือเรียวยาวรัดเอวเธอไว้แน่นขณะถาม

            จะให้ตีเนียนต่อก็คงไม่ไหวซูเจี่ยนอันจึงตอบตามจริง

            “ดูนายไง”

            ลู่เป๋าเหยียนเหมือนจะพอใจกับคำตอบเขาเลิกคิ้วเล็กน้อย

            “นอนไปแค่ครึ่งวันเธอก็คิดถึงฉันขนาดนี้แล้วเหรอ?”

            ซูเจี่ยนอันอดขำไม่ได้เธอหยิบขนตาที่ติดอยู่บนหางตาของเขาออกมา

            “เพราะขนตานายร่วงมาติดอยู่ตรงนี้ต่างหาก”

            ซูเจี่ยนอันยกมันขึ้นมาดูอย่างละเอียด

            “ไม่เลวนี่ขนตานายเริ่มยาวพอๆ กับของฉันแล้วนะ”

            “…”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มก่อนจะวางขนตาลงบนมือเขา

            “ฉันไปแปรงฟันก่อนนะ”

            เมื่อเดินออกจากห้องนอนเธอก็มองไปรอบๆ อพาร์ตเมนต์อย่างสำรวจ

            ที่นี่กว้างขวางแต่มีห้องนอนแค่ห้องเดียว ห้องครัวกับห้องรับแขกอยู่ติดกัน ซึ่งเป็นครัวแบบเปิดการตกแต่งภายในเป็นสไตล์ยุโรปเรียบง่ายดูโมเดิร์นเหมาะสำหรับให้ลู่เป๋าเหยียนมาพักเป็นครั้งคราว

            ซูเจี่ยนอันเดินไปที่หน้าห้องก่อนจะเปิดตู้รองเท้าออกมาจึงได้เห็นรองเท้าแตะสำหรับผู้หญิงสีชมพูเบอร์ 37 คู่หนึ่งวางอยู่แต่ขนาดรองเท้าเธอคือเบอร์ 36...

            เธอลังเลว่าจะสวมมันดีหรือไม่เธอกำลังข้องใจ เพราะที่นี่ดูอย่างไรก็เหมือนสถานที่ที่ลู่เป๋าเหยียนเอาไว้นอนพักชั่วคราวเวลาขี้เกียจกลับบ้านเท่านั้นแล้วทำไมถึงมีรองเท้าแตะของผู้หญิงอยู่ล่ะ?

            ว่าแล้วเธอจึงสวมมันก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำที่ชั้นวางมีอุปกรณ์อาบน้ำสำหรับผู้ชายวางเรียงอยู่ที่อ่างล้างหน้ามีแปรงสีฟันไฟฟ้าอยู่หนึ่งด้าม ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ลู่เป๋าเหยียนใช้อยู่เป็นประจำ

            นอกจากรองเท้าแตะคู่นี้แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยอีก

            ซูเจี่ยนอันถอนหายใจอย่างโล่งใจนี่ถ้าเธอพบร่องรอยอะไรเพิ่มเติม เธอเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

            ตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็โผล่มาที่หน้าประตูห้องน้ำ

            “มีแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้ใช้อยู่ในลิ้นชักซ้ายมือแต่ไม่มีผ้าเช็ดตัวสำรอง เธอจะใช้ของฉันหรือจะเรียกคนให้เอามาให้?”

            ซูเจี่ยนอันมองเวลาที่กระชั้นชิดก่อนตอบ

            “ฉะ...ฉันใช้ของนายแล้วกัน”ถึงอย่างไรมันก็เป็นผ้าเช็ดตัวที่ซักแห้งเอาไว้แล้ว

            “อืม”ลู่เป๋าเหยียนตอบรับก่อนจะเดินจากไปซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงเขาโทรหาสักคนให้เอาอาหารเที่ยงหรืออะไรสักอย่างมาให้เธอปิดล็อกประตูห้องน้ำก่อนจะอาบน้ำแปรงฟันอย่างง่ายๆเมื่อออกมาก็เห็นอาหารเที่ยงถูกจัดเรียงไว้บนโต๊ะแล้วเรียบร้อย

            ลู่เป๋าเหยียนมือหนึ่งยืนถือเนกไทอีกมือถือโทรศัพท์พลางคุยสั่งงาน เมื่อเห็นเธอออกมาแล้ว เขาจึงยื่นเนกไทมาให้

            พวกเธอใช้ชีวิตร่วมกันมาได้สักระยะแล้วซูเจี่ยนอันจึงรับมันมาอย่างเข้าใจ และเริ่มลงมือผูกเนกไทให้เขา

            แต่เธอสงสัยอยู่อย่างหนึ่งทำไมช่วงนี้ลู่เป๋าเหยียนชอบให้เธอผูกเนกไทให้เขาจัง?

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน