พวกเธอโบกรถเพื่อขอติดรถเข้าตัวเมือง ด้วยความสวยของยูกิโบกเพียงครั้งเดียวก็มีรถจอดดังใจ ถึงคนขับจะหน้าหม้อไปนิดแต่เมื่อยูกิไม่เล่นด้วย ซ้ำยังแผ่ไอเย็นะเื ชายคนนั้นจึงไม่กล้าเล่นต่อพวกเธอได้รับอนุญาตให้นั่งที่ท้ายรถซึ่งมีตระกร้าใส่ผักหลากหลายชนิด
“เหม็นเขียวแย่”
ยูกิย่นจมูก มองก้านธูปที่จัดตระกร้าแต่ละใบให้มีพื้นที่สำหรับนั่ง
“เอาน่า ทนนั่งแค่แป็บเดียวเอง เดี๋ยวก็ถึงตัวเมืองแล้ว” ก้านธูปะโขึ้นไปเป็คนแรก แล้วยื่นมือมาดึงตัวยูกิตามขึ้นไป “มาเร็ว”
ยูกิยอมขึ้นไปนั่งด้วยสีหน้าบึ้งๆ พิมพ์ไหมที่สวมกระโปรงยาวมาค่อนข้างก้าวขึ้นลำบากพิมพ์ไหมจึงต้องช่วยเธอขึ้นรถ แต่ก็ยังไม่วายเหยียบชายกระโปรงแล้วล้มใส่ก้านธูป
“ว้าย!!”
“ระวัง ไหม!”
ตึง!
พิมพ์ไหมร้องด้วยความใถึงเธอจะล้มใส่ร่างของก้านธูปและไม่ได้รับาเ็ แต่แฟนของเธอหัวโขกกับตระกร้าใส่ผักเข้าเต็มๆแถมยังทำให้ผักชีที่อยู่ในตระกร้ากระเด้งมาปรกหน้าปรกตาอีกด้วย
“โอ๊ยๆ!”
“ก้านธูป ขอโทษนะ!”
พิมพ์ไหมจะช่วยประคองก้านธูปขึ้นมาทว่ายูกิมือไวกว่าเป็ฝ่ายจัดการเอาผักชีทั้งหมดยัดใส่ตระกร้าโอบไหล่จัดให้ก้านธูปได้นั่ง เห็นแบบนั้นพิมพ์ไหมก็ชะงัก สีหน้าเลิ่กลั่กยูกิจึงตวัดสายตาใส่
“ซุ่มซ่ามจริง!”
“ขอโทษจ้ะ...”
พิมพ์ไหมเสียงหงอย ยูกิสะบัดหน้าไม่สนใจเธอ
“ไปนั่งเงียบๆ มุมนู่นไป ฉันจะรักษาแผลของก้านธูป”
อีกฝ่ายชี้ไปที่นั่งข้างตระกร้าผักคะน้า พิมพ์ไหมไม่มีสิทธิ์โต้เถียงเพราะเธอทำให้ก้านธูปเจ็บจึงยอมไปนั่งตรงนั้นตามที่สั่ง
ยูกิเอามือแนบลงบนหัวที่โนขึ้นมา ใช้ไอเย็นจากมือประคบแผลส่วนตัวเธอเป็มนุษย์ธรรมดาที่ทำได้แค่ไปนั่งหงอยแล้วมองยูกิกับก้านธูปใกล้ชิด
น่าอิจฉา… เธอเองก็อยากมีพลังพิเศษบ้าง จะได้ช่วยก้านธูปได้
“เฮ้! ข้างหลังเอะอะอะไรกัน! ขึ้นเรียบร้อยหรือยังเนี่ย!” คนขับะโถามมา
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ออกรถได้เลย!”
ก้านธูปที่หายจากอาการมึนหัวแล้วตอบกลับไป ยูกิขมวดคิ้วใส่คนในอ้อมกอด
“อย่าขยับสิ ฉันยังรักษาไม่เสร็จเลย”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว ขอบใจนะ ยูกิ”
ก้านธูปยิ้มหวานให้คนข้างกาย แต่ก็ไม่ช่วยให้ยูกิหายกังวลได้ และยังไม่ยอมปล่อยมือจากหัวของก้านธูป
“ดีขึ้นแล้วอะไรกัน ไม่ได้หรอกประคบไว้ก่อนเถอะ หัวเธอยังไม่หายโนเสียหน่อย”
เห็นยูกิคลึงๆ บนหัวของก้านธูปเห็นเป็รอยปูดชัดเจน พิมพ์ไหมก็ยิ่งรู้สึกผิดหนักขึ้น
“ก้านธูป ขอโทษจริงๆ นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็ไร ฉันแค่หัวโนนิดหน่อยเองน่า”
ก้านธูปกล่าว ไม่โกรธความซุ่มซ่ามของพิมพ์ไหมเลยสักนิด ในขณะที่ยูกิไม่ใจดีแบบนั้น
“หัดระวังบ้างสิ เกิดก้านธูปหัวกระแทกกับพื้นแข็งๆ ล่ะก็ หัวได้แตกแน่เลยนะ”
ยูกิหันไปต่อว่าพิมพ์ไหม คนทำผิดจึงยิ่งจ๋อยหนัก
“ขอโทษจ้ะ...”
“ไม่เอาน่า ยูกิ อย่าไปว่าไหมแบบนั้นสิไหมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยมันเป็อุบัติเหตุนะ”
ก้านธูปช่วยปราม แล้วยูกิก็ทำหน้าบึ้งใส่
“ไม่ต้องช่วยพิมพ์ไหมเลย จะเป็อุบัติเหตุหรือไม่ก็ตามพิมพ์ไหมก็ต้องระวังตัวสิ”
“คนเรามีพลาดพลั้งกันได้ อย่าคิดเป็จริงเป็จังนักสิ ยูกิ”
“ไม่ได้!” คราวนี้ยูกิไม่ยอมจริงๆ แล้ว สำหรับสาวหิมะอันตรายที่เกิดขึ้นกับคนที่เธอรักเป็เื่ใหญ่ที่สุด“ฉันคิดมาสักพักแล้วว่ามาต่างจังหวัดแบบนี้ยังจะใส่กระโปรงยาวแทนที่จะใส่กางเกงรู้อยู่ว่ากระโปรงยาวจะทำให้ก้าวขึ้นรถหรือขยับตัวลำบากก็ไม่ควรใส่มาทำไมไม่รู้จักแต่งตัวให้มันเหมาะกว่านี้ล่ะ!”
“คือว่าเื่นี้น่ะ…”
ก้านธูปจะช่วยพูด แต่ก็โดนตาเขียวปั้ดของยูกิ ทำให้ริมฝีปากสีกุหลาบต้องหุบฉับกลายเป็หน้าที่พิมพ์ไหมต้องแก้ต่างเอาเอง
“พิมพ์ไหมใส่ตัวนี้มา เพราะอยากอวดกระโปรงตัวสวยให้ก้านธูปเห็นสินะ คิดอะไรเป็เด็กๆ”
ดูท่ายูกิจะเก็บกดมามากจริงๆ ถึงได้พ่นใส่เธอฟ้าแลบแบบนี้ พิมพ์ไหมปล่อยให้สาวหิมะต่อว่าไปก่อนพออีกฝ่ายหยุด เธอก็ยกมือขึ้นมาแล้วยิ้มเจื่อน
“ขอแก้ตัวอะไรหน่อยได้ไหม?”
“อะไรล่ะ”
“ความจริงก็คือกระโปรงตัวนี้ก้านธูปเป็คนขอให้ใส่น่ะ” พิมพ์ไหมตอบเสียงแ่
ถ้ามาต่างจังหวัดแบบนี้เธอคงเลือกจะใส่กางเกงอยู่หรอกแต่เพราะกระโปรงตัวนี้ก้านธูปเป็คนซื้อมาให้ แถมยังขอร้องให้เธอใส่มาด้วยจะทำยังไงได้ล่ะ
ยูกิอึ้ง จากนั้นหันไปมองก้านธูป คนถูกจ้องยอมสารภาพออกมา
“ทีแรกจะบอกยูกิแล้ว แต่เธอบอกให้ฉันหุบปากนี่นา…”
“หมายความว่ากระโปรงตัวนี้…”
“อืม ฉันเป็คนขอให้ไหมใส่กระโปรงตัวนี้เองแหละ”
ยูกินิ่งค้าง จากนั้นก็ทำแก้มป่องหน่อยๆ เธอนั่งห่างจากก้านธูปออกมากอดอกแล้วเมินโดยสิ้นเชิง
อา งอนอีกแล้วสิ...
พิมพ์ไหมส่งสายตาเห็นใจให้กับก้านธูปที่ต้องเหนื่อยตามง้อยูกิอีกเช่นเคยตลอดการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟนของเธอเลยต้องออดอ้อนง้อคืนดีสารพัดกว่าสาวหิมะจะอารมณ์ดีขึ้นก็เมื่อพวกเขาได้เข้าห้างสรรพสินค้า ััแอร์เย็นๆ แล้วนั่นแหละ
“ถ้าก้านธูปยอมให้ฉันกินไอ้นั่น ฉันจะยอมหายโกรธก็ได้”
“อะไรเหรอ?”
พอก้านธูปหันไปตามที่ยูกิชี้ ก็พบป้ายเมนูอันใหญ่สีสันสดใสเป็ภาพขนมหวานที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้
นั่นก็คือ บิงซู
ที่จริงมันคล้ายกับน้ำแข็งไสเพียงแต่ตกแต่งด้วยผงโกโก้ บราวน์นี่ผงชาเขียว กล้วย สตรอเบอร์รี่ คุกกี้และอะไรอีกสารพัดราคาก็อัพไปตามของที่ใช้ด้วยเหมือนกัน
“บิงซู น่ากินดีนะ”
พิมพ์ไหมออกความเห็น เธอเห็นเ้าขนมหวานอันนี้ผ่านตามาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้กินเสียที
เห็นว่ายูกิอยากกินและพิมพ์ไหมก็ไม่เคยกิน ก้านธูปจึงพยักหน้า
“เอาสิ ในเมื่อยูกิอยากกินก็กินเลย”
เพื่อให้ยูกิหายงอน ก้านธูปจึงยอมตามใจ สาวหิมะระบายรอยยิ้ม แล้วเดินนำหน้าเข้าร้าน
พวกเธอเลือกนั่งริมนอก ซึ่งไม่ค่อยมีคนนั่งใกล้ๆ เท่าไหร่ การปรากฏตัวของทั้งสามดึงดูดความสนใจของคนอื่นพอสมควรแต่พิมพ์ไหมชินเสียแล้วเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้จ้องเธอหรือว่าก้านธูปแต่เป็ความงดงามของยูกิต่างหาก
ก้านธูปนั่งลงก่อน ยูกิเลือกที่นั่งข้างๆ ทันที ส่วนพิมพ์ไหมเลือกนั่งฝั่งตรงข้ามแบบที่หันหน้าเข้าหาแฟนของเธอพอดี
จากตรงนี้ตำแหน่งที่พิมพ์ไหมนั่งมองเห็นทีวีจอใหญ่ของศูนย์อาหารด้วยถึงเสียงจะดังเซ็งแซ่จนไม่ได้ยินเสียงโทรทัศน์ แต่ก็พอจับใจความได้บ้าง
พนักงานเอาใบเมนูมาให้กับบริการน้ำดื่ม แล้วเดินจากไปเพื่อให้เวลาลูกค้าได้เลือกอาหาร
“ฉันจะสั่งเ้านี่”
ยูกิชี้ไปที่เมนูเป็บิงซููเาไฟราสด้วยน้ำเชื่อมราสเบอร์รี่และมีสตรอเบอรี่ลูกโตๆวางตกแต่ง ดูจากราคาเปรียบเทียบกับบิงซูอื่นๆแล้วคงเป็จานใหญ่ที่กินได้สองสามคนเลย
“เอ่อ... อันนี้กินคนเดียวเหรอ?”
ก้านธูปมองเมนูที่ยูกิสั่งแล้วยิ้มแห้งเพราะมันดูเหมือนจะสั่งจานเดียวแล้วตัดแบ่งกันได้เลย
“คนเดียวสิ เท่านี้จะแบ่งคนอื่นได้ยังไงกันล่ะ”
“แต่จานมันใหญ่มากนะ อันนี้นะ”
ก้านธูปว่า แล้วทำท่าบอกขนาดให้ดู
“เหรอ แต่ฉันว่ามันกินได้แค่คนเดียวนะ” ยูกิยังคงยืนกรานจะกินบิงซูจานนี้คนเดียวตามเดิม
กระเพาะของยูกิต้องใหญ่แค่ไหนเนี่ยถึงได้บอกว่าบิงซูจานนี้กินแค่คนเดียวน่ะ!?
พิมพ์ไหมยิ้มแห้ง ก้านธูปก็คร้านจะไปต่อปากต่อคำด้วยถ้ายูกิบอกว่ากินหมดก็คงแล้วแต่ล่ะ
“จะสั่งบิงซูอันนี้ก็ตามใจ แต่ถ้ากินไม่หมดนะ ฉันลงโทษยูกิจริงๆ ด้วย”
ยูกิหันขวับ “ลงโทษยังไง”
“ก็วันพรุ่งนี้จะทำของที่ยูกิไม่ชอบให้ทานน่ะสิ”
ฟังคำนั้นยูกิก็นิ่วหน้าทันที “งั้นถ้าฉันกินหมดจะทำอาหารที่ฉันชอบหรือเปล่าล่ะ”
“ก็ได้นะ”
ก้านธูปไม่มีปัญหา ยูกิก็ยิ้มกว้าง
“งั้นฉันกินหมดแน่นอน เตรียมตัวทำกุ้งเทมปุระให้ฉันได้เลย”
“ทำไมของที่เธอชอบถึงเป็อะไรที่ทำยุ่งยากนักนะ…”
ก้านธูปทำหน้ายู่ รู้สึกคิดผิดที่ท้าไปแบบนั้น พิมพ์ไหมมองทั้งสองคนแล้วยิ้มบางเห็นดังนั้นคนรักของเธอก็มาพูดจาเอาใจบ้าง
“ว่าแต่ไหมอยากกินอะไรล่ะ? เลือกได้ตามสบายเลยนะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”
“ได้ไงกันล่ะ มื้อนี้ฉันจ่ายเองดีกว่า ก้านธูปอุตส่าห์ได้เงินมาทั้งทีเก็บไว้ใช้ดีกว่านะ”
พิมพ์ไหมปฏิเสธไป เธอไม่ถึงขั้นลำบากจะต้องให้แฟนเลี้ยงไหนก้านธูปจะต้องมาจ่ายค่าบิงซูมหาโหดของยูกิอีกเธอไม่อยากเบียดเบียนเงินของแฟนมากนัก
“ฉันก็ใช้เพื่อตัวเองนี่ไงล่ะ ด้วยการเลี้ยงเธอนี่แหละ ไม่เป็ไร ใช่ว่าฉันจะเลี้ยงเธอบ่อยๆเสียเมื่อไหร่”
พอก้านธูปเกลี้ยกล่อม พิมพ์ไหมก็ลังเลแฟนของเธออยากจะเลี้ยงให้จากใจจริง เธอคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ก็ได้จ้ะ งั้นฉันเอาอันนี้แล้วกันนะ”
พิมพ์ไหมเลือกบิงซูชาเขียวที่มีขนาดเล็กลงมา เหมาะสำหรับกินคนเดียว
“โอเค เอาอันนี้นะ... คุณพนักงานคะ!”
ก้านธูปเป็ฝ่ายจัดแจงสั่งขนมหวานให้ตัวคนสั่งเลือกบิงซูมะม่วงขนาดเดียวกับพิมพ์ไหมพนักงานเสิร์ฟรับออเดอร์ไปก็บอกให้พวกเธอรอสักครู่ จากนั้นก็ผละจากโต๊ะพวกเธอ
ระหว่างที่รอพิมพ์ไหมก็ให้ความสนใจกับข่าวที่อยู่บนทีวีซึ่งตอนนี้กำลังรายงานข่าวฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังเป็ข่าวดังอยู่ในขณะนี้
“ฆาตกรต่อเนื่องอยู่ในกรุงเทพฯ เหรอเนี่ย น่ากลัวจัง” พิมพ์ไหมพึมพำ
“สมัยนี้อันตรายสุดๆ ไปเลย แค่ไปจ้องหน้าคนก็โดนว่าหาเื่ชนนิดหน่อยก็จะเอาปืนยิง”
ก้านธูปออกความเห็นเอี้ยวคอไปดูข่าวบนหน้าจอโทรทัศน์เหมือนกัน
ยูกิเท้าคาง แต่ไม่สนใจไปมองทีวี “มนุษย์ขีดความอดทนต่ำจังนะ แถมเป็เผ่าพันธุ์เดียวกันแท้ๆยังคิดจะฆ่ากันอีก เหลือเชื่อเลย”
“มนุษย์ก็เป็สิ่งมีชีวิตแบบนี้แหละ ตกอยู่ในวังวนของความโลภ โกรธ หลง”ก้านธูปหันกลับมาแล้วถอนหายใจ
“ยังจับตัวฆาตกรไม่ได้ใช่ไหมน่ะ” ยูกิถาม
“อืม เห็นว่าสถานที่เกิดเหตุมักอยู่ในที่ลับตาคน ไม่มีกล้องวงจรปิดคนร้ายก็โรคจิตไม่เลือกเหยื่อ ใครที่ผ่านไปเจอก็ถือว่าโชคร้ายไป”
พิมพ์ไหมตอบ ดวงตาจ้องไปที่จอโทรทัศน์ซึ่งกำลังเผยสถานที่เกิดเหตุทั้งหลายอยู่
เหตุร้ายมักเกิดในตอนกลางคืน ถึงกรุงเทพฯจะเป็เมืองหลวงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากแค่ไหน แต่กล้องวงจรปิดที่ใช้ได้จริงๆมันมีสักกี่จุดกัน? การหาตัวคนร้ายเลยพลอยยากลำบากไปด้วย
“ยังไงไหมก็ระวังตัวด้วยล่ะ ่นี้กลับดึกอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ” ก้านธูปพูดด้วยความเป็ห่วง
พอเข้ามหาวิทยาลัยชีวิตของพิมพ์ไหมก็วุ่นวายมากขึ้น ไหนจะรายงานไหนจะชมรม แล้วยังมีกิจกรรมจุกจิกอีก ที่สำคัญคือใกล้มีงานเทศกาลตลาดนัดหกภาคของมหาวิทยาลัยแล้ว่นี้พิมพ์ไหมเลยต้องไปช่วยคณะของตัวเองจัดเตรียมข้าวของออกร้านหรือซุ้มต่างๆ ด้วย
“จ้ะ ฉันจะระวังนะ”
ยูกิมองค้อนก้านธูป “ห่วงแต่พิมพ์ไหม แล้วฉันล่ะ?”
“ฉันว่าฆาตกรต่อเนื่องมาเจอเธอคงน่าเป็ห่วงกว่านะ”ก้านธูปบอกตรงไปตรงมา
ยูกิงอนอีกครั้ง “อะไรกันเล่า!ฉันก็เป็ผู้หญิงบอบบางที่้าให้คนมาปกป้องเหมือนกันนะ!”
อย่างนี้น่ะเหรอ ้าให้คนปกป้อง...
พิมพ์ไหมยิ้มไม่ออกเมื่อนึกภาพตอนที่ยูกิใช้พลังหิมะจัดการกับิญญาร้ายจนพวกมันแหลกกลายเป็เกล็ดหิมะไป
“ไม่ต้องห่วงน่าถ้ายูกิตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ฉันก็กระโจนไปช่วยอยู่แล้ว”
ก้านธูปปากหวานใส่พร้อมกับอมยิ้มน่ารัก ยูกิจึงได้อารมณ์ดีขึ้นประจวบเหมาะกับที่พนักงานเอาบิงซูมาเสิร์ฟพอดี
ยะ ใหญ่กว่าที่คิดนะ...
มองปริมาณบิงซูของยูกิเทียบกับทางเธอและก้านธูปแล้วเรียกว่าแตกต่างประหนึ่งูเากับกองข้าวเท่าแมวดม
“อิตาดากิมัส!”
ยูกิพนมมือแล้วพูดว่า'ทานแล้วนะคะ'แบบญี่ปุ่นจากนั้นก็ลงมือกินทันทีโดยไม่รอใคร
ก้านธูปมองยูกิที่กินอย่างมีความสุขแล้วยิ้มเอ็นดู
“ไม่ต้องรีบทานล่ะ เดี๋ยวติดคอ”
“รู้แล้วน่า”
ถึงจะบอกแบบนั้นความเร็วของยูกิก็ไม่ลดลงเลย พิมพ์ไหมส่ายหน้าแล้วก็รีบกินบิงซูของตัวเองก่อนที่มันจะละลาย
ในตอนที่ทั้งสามทานบิงซูอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นไม่ได้สนใจเลยว่ารายงานข่าวฆาตกรต่อเนื่องนั้นมีเบาะแสบางอย่างเพิ่มเติม
“โอ๊ะ มีรายละเอียดแทรกเข้ามาล่ะค่ะฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ได้ทิ้งสัญลักษณ์ประจำตัวเอาไว้ด้วย เป็ขนแมว...นี่้าจะสื่อถึงเื่อะไรกันแน่นะคะ....”