(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 79 ทันย่าเลือดออกเป็นครั้งแรก

            เสียงกึกก้องของโลหะกระทบกันดังลั่นห้องโถงกว้างใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นจากวัตถุหายากที่แข็งแกร่งพอจะทนต่อพลังอำนาจเกินมนุษย์ทั่วไป

    แต่ในวันนี้ พลังนั้นกำลังถูกท้าทายโดยการต่อสู้ของสองยอดฝีมือที่ไม่มีใครยอมใคร


            ทันย่า ร่างอรชรสง่างามประดุจเทพธิดา พุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฉายประกายเจิดจ้า มือของเขาชี้สั่งการมีดบินทั้ง 20 เล่มที่ลอยโคจรอยู่รอบตัว มันแหวกอากาศด้วยความเร็วอันน่าทึ่งและเสียงแหลมเฉียดเสียดหู


            แต่ละเล่มเต็มไปด้วยความแม่นยำและพลังทำลายล้างอันน่าทึ่ง มีดส่องประกายด้วยพลังจิตอันทรงพลังและกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าของเขา

    ตรงข้ามกับทันย่า ยืนตระหง่านเป็นชายร่างใหญ่สูงใหญ่ อัลเบี้ยน ราชันสงครามลำดับที่ 30


            ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวไฟร้อนแรงที่สะท้อนถึงพลังที่เขาเชี่ยวชาญ หนึ่งในสองกฎต้นกำเนิดที่เขาถือครอง


            “ครืนนนนนนนนนน!”


            อัลเบี้ยนปลดปล่อยเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมาจากอากาศ เพียงก้าวเท้าของเขา หินใต้ฝ่าเท้าก็ถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ผนังของห้องโถงเริ่มบิดเบี้ยวจากความร้อนมหาศาลที่แผ่ออกมา ไฟแห่งการทำลายล้างพร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า


            “เจ้าไม่เลว แค่ระดับพลังที่ต่างกัน”


            “จะไม่มีวันเอาชนะข้าได้!!”


            ในตอนนั้นอัลเบี้ยนได้พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้น เปลวเพลิงสีทองจากกฎต้นกำเนิดทั้งสองได้พุ่งออกมาจากฝ่ามือ ลุกโชนรอบตัวเขาอย่างรุนแรง ความร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงที่แข็งแกร่ง ทำให้หลี่จิ้งต้องออกมาปกป้องพวกเขาด้วยตนเอง


            [ปากดีจริงๆ สั่งสอนมันหน่อยทันย่า]


            ดาวาลอดที่จะก่นด่าออกมาไม่ได้ แต่ทันย่าไม่ตอบอะไร ในใจเขาก็กลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถยอมแพ้ได้


            มีดบินทั้ง 20 เล่มยังคงลอยรอบตัว


            ร่างของทันย่าสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาเริ่มดึงพลังขั้นสูงสุดออกมา พลังจิตที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเทคนิควิชาคริสตัลจิตดาวฤกษ์ได้พลุ่งพล่านดั่งดวงดาวที่เปล่งแสงอันเจิดจรัส พร้อมกับที่มีดบินทุกเล่มอัดแน่นไปด้วยกฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าและการบิดเบี้ยวของอวกาศแฝงอยู่


            แล้วการโจมตีก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อัลเบี้ยนพุ่งเข้าหาทันย่าด้วยความเร็วสูง ผนึกไฟและทองหลอมรวมกันกลายเป็นหมัดลุกโชนที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งตรงหน้า เปลวไฟที่ติดตามหมัดของเขาปะทุและขยายตัวราวกับดาวตกที่พุ่งเข้าใส่ศัตรู


            ทันย่าขยับมือเบาๆ และในเสี้ยววินาที มีดบินทั้ง 20 เล่มที่ลอยอยู่รอบตัวก็พลันเรืองแสงแสบตา


            “เฟี้ยว!เฟี้ยว!เฟี้ยว!”


            พวกมันแยกตัวออกจากกันด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน วนเวียนไปรอบๆอัลเบี้ยนและห่อหุ้มเขาไว้ในมิติของสายฟ้าและอวกาศ


            “เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!”


            เสียงฟ้าผ่าดังลั่น มีดบินแหวกมิติไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกมันกำลังค้นหาจุดอ่อนบนเกราะทองของอัลเบี้ยน แต่เขาเพียงแค่โบกมือ ทำให้มีดบินพลังจิตของทันย่าต้องปลิวกระเด็น แววตาของเขาแข็งแกร่ง ส่องประกายไปด้วยความบ้าคลั่ง


            การปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง อัลเบี้ยนได้พุ่งตัวเข้าใส่และฟาดหมัดเปลวเพลิงใส่ทันย่า


            แต่เขาได้เปิดใช้กฎแห่งสายฟ้า รีบเค้นความเร็วทำให้หายตัวไปในพริบตา และปรากฏขึ้นอีกครั้งในที่ห่างออกไป


            “เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!”


            มีดบินที่เหลือวนเวียนอยู่รอบตัวอัลเบี้ยน เขาเริ่มถูกโจมตีจากหลายทิศทาง โล่ทองคำที่ปกคลุมผิวหนังรอบตัวเริ่มสั่นคลอนด้วยพลังแห่งอวกาศที่ตัดเข้ามา การโจมตีของทันย่าแต่ละครั้งอาจไม่สามารถทำลายเกราะของเขาได้ทันที แต่ทุกการโจมตีเริ่มบั่นทอนการป้องกันของอัลเบี้ยน


            “พรึ่บ!พรึ่บ!พรึ่บ!”


            ทันใดนั้น ทันย่าก็ปรับเปลี่ยนการโจมตี มีดบินทั้งหมดควบแน่นรวมกันกลายเป็นลักษณะของหอกยาวเล่มหนึ่ง ปลายหอกเปล่งประกายด้วยพลังแห่งสายฟ้าและการบิดเบี้ยวของมิติอวกาศ


            เขายกมือขึ้นและพุ่งหอกเล่มนั้นตรงเข้าสู่ร่างของอัลเบี้ยนด้วยพลังทั้งหมด


            อัลเบี้ยนเห็นแบบนั้นก็ยกมือตอบโต้ หมัดเพลิงอหังการถูกปลดปล่อย


            “ตู้ม!”


            แต่ในที่สุด หอกที่ผสานกับกฎแห่งอวกาศและสายฟ้าก็เจาะทะลุโล่ทองคำที่เขาสร้างขึ้น


            “เจ็บชะมัด! กฎแห่งอวกาศ สมแล้วที่เป็นพลังสูงสุด! แม้แต่กฎต้นกำเนิดแห่งทองคำก็ไม่อาจป้องกันได้!”


            ร่างของอัลเบี้ยนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด เขามองลงไปที่จุดที่หอกทะลุผ่านกฎแห่งทองคำ แต่ในขณะที่เขาพยายามจะต้านทาน ทันย่าก็ไม่ให้โอกาส เขาเร่งพลังจิตให้พุ่งไปสุดแรง หอกแห่งอวกาศได้ระเบิดด้วยกฎแห่งสายฟ้า


            “ปัง!”


            เสียงระเบิดดังกึกก้องเมื่อมีดบินปะทะเข้ากับเกราะทองคำและเปลวไฟของอัลเบี้ยน ปล่อยพลังงานรุนแรงกระจายไปทั่วห้องโถงจนทำให้ผนังเริ่มแตกร้าว บางส่วนพังทลายลงเป็นเศษเหล็กปลิวว่อนกลางอากาศ แต่ทันย่าไม่สะทกสะท้าน เขาเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องราวกับการเต้นรำอันไร้ที่ติ

            

            แต่ละก้าวของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามและความมั่นใจ การหลบหลีกทุกการโจมตีของอัลเบี้ยนอย่างช่ำชอง


            “ดูเหมือนจะปะทะซึ่งๆหน้าไม่ได้!”


            แม้อัลเบี้ยนจะเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เขามีร่างกายที่ใหญ่โตและพละกำลังที่มหาศาล แต่เขาย่อมรู้ดีว่าถ้าต้องโจมตีทันย่า เขาจะต้องใช้สติปัญญาในการต่อกรกับทันย่า ไม่ใช่เพียงพลังล้วนๆ


            ในตอนนั้นเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่รอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุเพลิงที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พายุเพลิงนั้นกลืนกินทุกอย่างที่อยู่ในเส้นทางของมัน ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมของห้องโถง


            “สมแล้วที่เป็นถึงนักสู้ระดับ 5 ดาว”


            ทันย่ารู้สึกได้ถึงความร้อนที่เข้ามาใกล้


            แม้แต่กฎต้นกำเนิดอวกาศก็ไม่สามารถช่วยให้เขาหลบหลีกพายุเพลิงนี้ได้อย่างง่ายดาย


            ไม่รอช้า ทันย่าได้รวบรวมสมาธิ มีดบินของเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พวกมันก่อตัวเป็นรูปทรงประหลาดคล้ายวงล้อแห่งสายฟ้า เขาใช้กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าและอวกาศเสริมความแข็งแกร่งให้กับมีดบินเหล่านั้น


            “เปรี๊ยง!”


            จากนั้นวงล้อสายฟ้าก็พุ่งเข้าชนกับพายุเพลิงของอัลเบี้ยน เสียงระเบิดดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถง พลังงานที่แตกออกมาจากการปะทะนั้นทำให้พื้นดินสะเทือนและผนังแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินลอยกระจายไปทั่ว


            ทั้งทันย่าและอัลเบี้ยนต่างถูกแรงกระแทกผลักออกจากกัน


            [นี่มัน.. เจ้าเลือดออกจริงๆหรือเนี่ย]


            ดาวาลไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่ทันย่าได้ถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะหยุดลงได้ เลือดหยดลงจากมุมปากของเขา


            ไม่ผิด ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บเป็นครั้งแรก แต่ในดวงตาของเขายังคงเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น ขณะที่อัลเบี้ยนก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีกว่า เขาหายใจหนัก เหงื่อท่วมร่างที่ใหญ่โตของเขา แม้ว่าเขาจะมีเกราะทองคำและเปลวไฟคุ้มกัน แต่การโจมตีของทันย่าก็รุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดคิด


            “เจ้าแข็งแกร่งมาก ข้ายอมรับ!”


            อัลเบี้ยนกล่าวขึ้น เสียงของเขาดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง และในน้ำเสียงไม่มีคำเย้ยหยันหรือดูแคลนอีกต่อไป


            “แต่ข้าจะไม่พ่ายแพ้ต่อเจ้า!”


            ทันย่าไม่ตอบกลับ เขายกมือขึ้นอีกครั้ง มีดบินของเขาทั้งหมดลอยขึ้นจากพื้นกลับมาหมุนวนรอบตัว พลังจิตที่รุนแรงแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาราวกับคลื่นพลังอันยิ่งใหญ่ ขณะที่อัลเบี้ยนเริ่มรวบรวมเปลวไฟและทองคำรอบตัวอีกครั้ง เตรียมตัวสำหรับการโจมตีสุดท้าย


            ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง การปะทะของพวกเขาส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ


            “ครืนนนนนนนนนน!”


            พื้นดินรอบตัวพวกเขาแตกร้าวและกระจายเป็นชิ้นเล็กๆ สายฟ้าและเปลวไฟฟาดฟันกันอย่างบ้าคลั่ง มีดบินของทันย่าพุ่งผ่านเปลวไฟของอัลเบี้ยนแต่ถูกเกราะทองคำของเขาป้องกันได้ ขณะที่หมัดของอัลเบี้ยนฟาดเข้าใส่ทันย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โจมตีเข้าใส่ร่างของเขาอย่างรุนแรง


            “พรวด!”


            ชายหนุ่มหน้าสวยโดนการโจมตีระดับสูงไปก็พ่นโลหิตออกมาอย่างหนัก ร่างของเขาปลิวกระเด็นและกระแทกเข้ากับผนังโลหะอย่างรุนแรง แต่ทันย่าเองก็ยังคงต่อสู้ได้ เขาลุกขึ้นจากเศษซากที่พังทลาย แววตาเริ่มแดงก่ำไปด้วยสัญชาตญาณของผู้ล่า


            [ทันย่า! ร่างมนุษย์ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับร่างเบฮีมอทนะ]


            ดาวาลถึงขั้นอุทานออกมาอย่างตกใจ


            การต่อสู้นี้ดุเดือดเกินกว่าจะมีผู้ใดเป็นฝ่ายยอมแพ้ได้ง่ายๆ เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่เริ่มแสดงสัญญาณของความอ่อนล้า


            แต่ไม่มีใครยอมทิ้งโอกาส ทันย่าเริ่มรวบรวมพลังจิตทั้งหมด ดาวเคราะห์จำลองเปล่งแสงสุกสกาว เชื่อมต่อคริสตัลแห่งกฎ ขณะที่อัลเบี้ยนก็ไม่ต่างกัน พวกเขาต่างปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในการโจมตีครั้งสุดท้าย


            “เปรี๊ยง!”


            เมื่อพลังทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง เสียงระเบิดดังกึกก้อง พลังงานที่ระเบิดออกมาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องโถงนี้พังทลายลง ผนังห้องโถงแตกหักเป็นเสี่ยงๆ พื้นดินยุบตัวลง


            แต่เมื่อฝุ่นควันเริ่มจางลง ทั้งทันย่าและอัลเบี้ยนต่างยืนหยัดอยู่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะบาดเจ็บสาหัส ไม่มีใครล้มลงในครั้งนี้


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน