เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 143 เหตุผลอะไร

            แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจางเสี่ยวเสียและครอบครัวของหลินกั๋วผิงจะไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่เธอก็ยังหน้าทนแวะเวียนไปดูทีวีที่บ้านนั้นอยู่เป็นประจำ

            เมื่อขยับปรับเสาอากาศจนเข้าที่ ภาพบนหน้าจอก็ปรากฏขึ้นอย่างคมชัด

            ช่วงเวลานี้เป็นเวลาออกอากาศรายการข่าว ในยุคที่ยังไร้ซึ่งเคเบิลทีวี รายการโทรทัศน์นั้นหาดูได้ยาก การรับสัญญาณผ่านเสาอากาศทำให้รับชมได้เพียงไม่กี่ช่อง หลักๆ ก็มีช่องประจำอำเภอ ช่องจังหวัด ช่องมณฑล และช่อง CCTV 1 เท่านั้น

            “พี่เสียวเสวี่ย ผมอยากดูหนังกำลังภายใน” หลินหงจวินจ้องมองผู้ประกาศข่าวบนหน้าจอด้วยแววตาเบื่อหน่าย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องให้พี่สาวเปลี่ยนช่อง

            ทิงเสวี่ยปรายตามองลูกพี่ลูกน้องที่กำลังตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่มีหนังกำลังภายในฉายหรอก”

            หลินหงจวินหน้ามุ่ยพูดไม่ออก เมื่อไม่ได้ดั่งใจ เด็กชายก็หมดสนุกและเดินหนีไป ทันใดนั้น จางเสี่ยวเสียที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ลุกขึ้น เรียกหลินหงเหมยให้เดินกลับบ้านตามไปด้วย

            ระหว่างมื้อเย็น จางเสี่ยวเสียก็หยิบยกประเด็นเรื่องทีวีสีขึ้นมาสนทนากับสามี

            “คุณว่าเจ้ารองเขาไปเอาเงินถุงเงินถังมาจากไหนกัน? ปีที่แล้วก็เพิ่งถอยตู้เย็น ตอนที่พี่ใหญ่คลอดลูกเกินกำหนดจนโดนปรับ เขาก็เป็นคนควักกระเป๋าจ่ายให้ มาปีนี้ยังสร้างร้านซาลาเปาอีก ฉันว่าเขาต้องแอบเอาเงินของเจ้าสามมาถลุงแน่ๆ

            คุณลองคิดดูสิ ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ เจ้าสามขายหมูไปร่วมยี่สิบตัว ในมือน่าจะมีเงินเก็บอย่างน้อยๆ ก็สองสามพันหยวนแล้ว ปกติเจ้าสามก็เป็นคนมัธยัสถ์ ไม่ค่อยใช้จ่ายอะไร ส่วนเจ้ารองถึงจะขายซาลาเปาได้กำไรดี แต่ก็ไม่น่าจะโกยเงินได้มหาศาลขนาดนี้ในเวลาแค่ปีเดียว”

            เธอเว้นจังหวะหายใจนิดหนึ่งก่อนจะร่ายยาวต่อ

            “ฉันลองดีดลูกคิดดูเล่นๆ นะ ตั้งแต่ซื้อมอเตอร์ไซค์ ตู้เย็น ให้บ้านป้าใหญ่ยืมเงิน แล้วไหนจะค่าก่อสร้างร้านซาลาเปา กับทีวีสีเครื่องใหม่อีก รวมๆ แล้วยังไงตัวเลขก็ต้องแตะหลักสี่ห้าพันหยวนแน่ๆ

            แถมยังต้องเลี้ยงลูกสาวจอมฟุ่มเฟือยอย่างเสียวเสวี่ยนั่นอีก รายนั้นนะเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ข้ามปีตลอด ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหลิวกุ้ยหลานจะใจป้ำซื้อให้ อีกอย่างตั้งแต่มีรถโดยสารเข้าถึงอำเภอ เด็กนั่นก็เทียวเข้าเทียวออกไปเที่ยวเตร่เป็นว่าเล่น ฉันมั่นใจเลยว่าเงินที่เจ้ารองเอามาปรนเปรอความสุขสองพ่อลูก จะต้องเป็นเงินเก็บของเจ้าสามทั้งนั้น!”

            หลินกั๋วเซิ่งฟังคำวิเคราะห์ของภรรยาแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น

            “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เจ้ารองก็ทำเกินไปหน่อย เงินทองของเจ้าสามหามาด้วยความยากลำบาก เขายังตัวคนเดียว ยังไม่ได้แต่งงาน ก็สมควรจะเก็บเงินไว้เป็นทุนรอนขอเมีย จะได้มีคนมาช่วยดูแลบ้านช่อง มีลูกมีเต้าไว้สืบสกุล”

            ในความคิดของหลินกั๋วเซิ่ง การที่น้องชายอย่างหลินกั๋วอันจะแต่งงานด้วยวิธีปกติอาจเป็นเรื่องยาก แต่หากมีเงินมากพอ การซื้อภรรยาก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

            ใช่แล้ว... การซื้อภรรยา

            ในชนบทแห่งนี้ เรื่องพรรค์นี้ไม่ใช่ความลับ หากชายใดไร้วาสนาจะหาคู่ครองตามประเพณี แต่ต้องการแรงงานผู้หญิงมาช่วยงานและต้องการทายาท วิธีการหนึ่งที่นิยมทำกันทั้งที่ผิดกฎหมาย ก็คือการซื้อหญิงสาวจากพื้นที่ห่างไกลและยากจนมาทำเมีย

            หรือหากมีภรรยาแล้วแต่ไม่มีลูก ก็ยังสามารถหาซื้อเด็กมาเลี้ยงได้เช่นกัน ตราบใดที่ความต้องการเหล่านี้ยังมีอยู่ ขบวนการค้ามนุษย์ก็ยังคงแทรกซึมอยู่ในสังคมชนบท แม้เวลาจะผ่านไปอีกกี่สิบปีก็ตาม

            หลินกั๋วเซิ่งวาดหวังไว้ลึกๆ ว่าอนาคตจะหาทางจัดแจงเรื่องคู่ครองให้เจ้าสาม เพื่อจะได้มีทายาทสืบสกุลหลินต่อไป

            ส่วนหลินกั๋วผิงนั้นเขาไม่ค่อยห่วง ด้วยฐานะและคุณสมบัติ หากเจ้าตัวคิดจะแต่งงานใหม่ แค่กระดิกนิ้วก็คงหาแม่หม้ายมาคลอดลูกชายให้ได้ไม่ยาก อย่างปีที่แล้วแม่หม้ายพราวเสน่ห์อย่างหลี่กุ้ยจือก็ยังแสดงท่าทีสนใจเขาออกนอกหน้า

            ติดอยู่แค่อย่างเดียว... หลินกั๋วผิงไม่มีความคิดที่จะแต่งงานใหม่ เขาพอใจกับการมีลูกสาวเพียงคนเดียว

            หลินกั๋วเซิ่งเชื่อว่า สักวันหนึ่งเจ้ารองจะต้องคิดได้เอง หาเงินมาได้มากมายก่ายกองขนาดนั้น หากไร้ลูกชายสืบสกุล ทรัพย์สมบัติที่มีจะมีความหมายอะไร? สำหรับผู้ชายแล้ว ตราบใดที่มีเงินทองมากพอ ต่อให้อายุล่วงเลยไปเท่าไหร่ ก็ยังสามารถหาภรรยาสาวๆ มามีลูกให้ได้เสมอ

            ในฐานะพี่ชายคนโต หลินกั๋วเซิ่งย่อมปรารถนาดี อยากเห็นน้องๆ มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีลูกชายไว้สืบทอดวงศ์ตระกูล        

            แต่จางเสี่ยวเสียกลับคิดต่าง เธออยากเห็นน้องสามีทั้งสองตกต่ำ เพื่อที่พวกเขาจะได้ยอมศิโรราบและกลายเป็นแรงงานฟรีให้เธอโขกสับ

            ตามประสาพี่สะใภ้ใหญ่ที่มักมองว่าน้องสามีที่ยังโสดคือแรงงานส่วนเกินที่ควรตักตวงผลประโยชน์ จางเสี่ยวเสียคิดเข้าข้างตัวเองว่า ในเมื่อหลินกั๋วผิงยังผลาญเงินเจ้าสามได้ แล้วทำไมพี่ใหญ่อย่างบ้านเธอจะมีสิทธิ์บ้างไม่ได้? มันจะยุติธรรมได้อย่างไรถ้ามีแต่คนน้องที่ได้ดิบได้ดี!

            วันรุ่งขึ้น หลังมื้อเช้า จางเสี่ยวเสียก็รีบตรงดิ่งไปที่บ้านของหลินกั๋วอันทันที

            เวลานั้น หลินกั๋วอันกำลังง่วนอยู่กับการให้อาหารหมู จางเสี่ยวเสียยืนรอจนเขาทำงานเสร็จ จึงค่อยเริ่มเปิดประเด็น

            “เจ้าสาม ฉันได้ยินเขาพูดกันให้แซ่ดว่าเงินที่พี่รองของแกเอาไปซื้อทีวีสีน่ะ ยืมมาจากแกใช่ไหม?”

            เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคำถามนำเพื่อล้วงความลับ แต่คนซื่ออย่างหลินกั๋วอันย่อมตามเล่ห์เหลี่ยมไม่ทัน เขาเข้าใจว่าพี่รองคงเป็นคนบอกเรื่องนี้เอง จึงพยักหน้ารับตามตรง “ใช่ครับ”

            นั่นไง! เงินของเจ้าสามตกไปอยู่ในมือเจ้ารองจริงๆ ด้วย!

            สีหน้าของจางเสี่ยวเสียเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันควัน

            “เจ้าสาม ในเมื่อแกมีเงินถุงเงินถังขนาดนี้ ก็แบ่งให้พี่สะใภ้ใหญ่ยืมบ้างสิ หลานชายคนโตของแกกำลังจะเข้าโรงเรียนแล้วนะ ถึงจะเป็นแค่ชั้นเด็กเล็ก แต่ก็ต้องมีค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ค่ากระเป๋า ต้องใช้เงินทั้งนั้น”

            พอได้ยินคำว่ายืมเงิน หลินกั๋วอันก็ระวังตัวแจทันที ถึงเขาจะซื่อและหัวอ่อน แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆ

            เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบปฏิเสธ

            “พี่สะใภ้ใหญ่ เงินสดของผมให้พี่รองยืมไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแต่สมุดบัญชีเงินฝากประจำที่ยังถอนไม่ได้ครับ”

            ถือเป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลและรักษาน้ำใจที่สุดแล้ว ทว่าคำตอบนี้กลับจุดไฟโทสะในใจจางเสี่ยวเสีย

            “เจ้าสาม! แกหมายความว่ายังไง? มีเงินแต่ไม่ยอมให้พี่สะใภ้ใหญ่ยืมงั้นสิ? ทำไมล่ะ! ทีกับเจ้ารอง แกยังให้ยืมได้ แต่กับพี่ใหญ่แกกลับใจดำ? มันเป็นเพราะอะไร หรือเพราะแกเป็นลูกแม่เดียวกับเจ้ารอง ไม่ใช่ลูกแม่เดียวกับพี่ใหญ่? อย่าลืมนะว่าพวกแกก็ลูกพ่อเดียวกัน!

            อนาคตแก่ตัวลงไป ใครจะเลี้ยงดูถ้าไม่ใช่หลานชายคนโตของแก? หรือแกหวังจะไปพึ่งพานังเด็กเสียวเสวี่ยให้มันมาดูใจตอนตาย แล้วจัดงานศพให้กันฮะ!”

            วาจาเชือดเฉือนของจางเสี่ยวเสียรุนแรงราวกับน้ำร้อนสาดใส่หน้าคนฟัง หากเป็นคนอื่นคงโกรธจนตัวสั่นหรือด่าสวนกลับไปแล้ว แต่หลินกั๋วอันผู้ใจเย็นกลับยังคงสีหน้าเรียบเฉย

            “พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไม่เคยดีกับผมเหมือนที่พี่รองทำ หลานๆ อย่างหงเหมยกับหงจวินก็ไม่เคยมาสนใจไยดีผม มีแต่เสียวเสวี่ยที่ดีกับผม พี่รองก็ดีกับผม อนาคตผมก็จะพึ่งพาเสียวเสวี่ยนั่นแหละ”

            ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าพูดจาหักหาญน้ำใจกันขนาดนี้ หลินกั๋วอันก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป แม้เสียงพูดของเขาจะอู้อี้ฟังยากเพราะอาการปากแหว่ง แต่จางเสี่ยวเสียกลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ

            “ดี! ดีมากหลินกั๋วอัน! ฉันมองคนผิดไปจริงๆ ไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นคนหัวแข็งเนรคุณขนาดนี้!”

            จางเสี่ยวเสียแค่นเสียงด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินกระแทกเท้าจากไปอย่างหัวเสีย

            ทว่าบทสนทนาอันเผ็ดร้อนเมื่อครู่ กลับไม่ได้จบลงแค่ระหว่างคนสองคน ภรรยาของหลินหงเจี้ยนที่บังเอิญแวะมายืมของ ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเข้าพอดี

            เมื่อจางเสี่ยวเสียลับเดินสายตาไปแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปหาหลินกั๋วอัน

            “อาสาม... เรื่องเมื่อกี้ฉันได้ยินหมดแล้วนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเห็นใจ

            “จริงๆ ฉันเป็นคนนอกไม่ควรจะยุ่ง แต่ฉันทนดูไม่ได้จริงๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ทำเกินไปแล้ว เธอแค่อิจฉาที่อาหาเงินได้ อาต้องเก็บรักษาเงินของอาไว้ให้ดีนะ นิสัยป้าสะใภ้ใหญ่เป็นยังไงอาก็น่าจะรู้ดี เงินถ้าหลุดไปอยู่ในมือเธอแล้ว ก็เหมือนโยนซาลาเปาให้หมากินนั่นแหละ ไม่มีวันได้คืนหรอก ผิดกับอารองกั๋วผิง รายนั้นยืมไปเดี๋ยวเขาก็เอามาคืนแน่นอน”

            หลินกั๋วอันพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับรู้และขอบคุณในความหวังดี

            เมื่อยืมของเสร็จ ภรรยาของหลินหงเจี้ยนก็ขอตัวกลับ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนปากสว่าง และโดยส่วนตัวก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับจางเสี่ยวเสียอยู่แล้ว มีหรือที่เธอจะพลาดโอกาสทองในการทำลายชื่อเสียงอีกฝ่าย?

            หลังจากนั้น ไม่ว่าเธอจะไปร่วมวงสนทนาหรือนั่งทำงานฝีมือที่ไหน เรื่องราววีรกรรมของจางเสี่ยวเสียที่พยายามจะรีดไถเงินจากน้องสามีผู้พิการ แล้วพอไม่ได้ดั่งใจก็ด่าทอสาดเสียเทเสีย ก็ถูกนำไปเล่าขยายความต่ออย่างออกรสออกชาติ

            เมื่อวงสนทนาของเหล่าแม่บ้านเริ่มทำงาน ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปไวราวกับติดปีก เพียงชั่วข้ามคืน เรื่องฉาวโฉ่ของจางเสี่ยวเสียก็เป็นที่รู้กันไปค่อนหมู่บ้านต้าเหอ

            แน่นอนว่าจางเสี่ยวเสียเองก็มีพรรคพวก หูตาของเธอไวพอที่จะรู้ว่าต้นตอของข่าวลือนี้มาจากใคร

            “นังเมียหลินหงเจี้ยน! หน้าไม่อายจริงๆ! คอยดูเถอะ ฉันจะไปฉีกปากมัน!”

            ทว่านั่นก็เป็นเพียงคำขู่ระบายอารมณ์ เธอไม่กล้าบุกไปฉีกปากใครจริงๆ หรอก แต่ความแค้นนี้ต้องได้รับการชำระ... ในแบบของเธอ

            ภรรยาของหลินหงเจี้ยนมีที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ติดกับที่นาของจางเสี่ยวเสีย ซึ่งปลูกข้าวโพดเอาไว้ ตอนนี้ต้นกำลังสูงใหญ่และเริ่มแทงยอดออกฝักอ่อนๆ

            ด้วยความชะล่าใจ เธอไม่ได้แวะไปดูที่นานานสองสามวัน พอไปดูอีกทีก็ต้องช็อกตาตั้ง เมื่อพบว่าต้นข้าวโพดในไร่ถูกมือดีหักยอดทำลายไปกว่าหนึ่งในสาม!

            ฝักข้าวโพดอ่อนๆ ที่ถูกหักทิ้งเกลื่อนกราดอยู่บนพื้นดิน เป็นภาพที่บาดใจเกษตรกรยิ่งนัก เพราะนั่นหมายถึงผลผลิตที่สูญสลายไปโดยเปล่าประโยชน์

            ภรรยาของหลินหงเจี้ยนโกรธจนตัวสั่น สายตาเหลือบไปเห็นแปลงนาข้างๆ โดยไม่ตั้งใจ ก็พบร่องรอยการถอนหญ้าใหม่ๆ ในที่นาของจางเสี่ยวเสีย

            นาของเธอเพิ่งถูกถอนหญ้า... ส่วนข้าวโพดของตนถูกทำลาย...

            มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหม?

            ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร! จางเสี่ยวเสียแน่ๆ! ต้องเป็นเธอแน่ๆ!

            ความโกรธแค้นสุมอกจนแทบระเบิด เธออยากจะบุกไปเอาคืนให้สาสม แต่จิตใต้สำนึกยังห้ามไว้ เธอทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นไม่ลงจริงๆ แต่จะให้ปล่อยผ่านไปเฉยๆ ทั้งที่โดนรังแกขนาดนี้อย่างนั้นเหรอ?

            ภรรยาของหลินหงเจี้ยนเดินกลับบ้านด้วยไฟแค้นที่สุมอยู่ในอก ตอนนี้หลินหงเจี้ยนยังไม่กลับจากขายถั่วงอกที่ตลาด เธอจึงตัดสินใจหอบความคับแค้นใจไปปรึกษาแม่สามี

            ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทิงเสวี่ยมาช่วยเฝ้าร้านซาลาเปา ทำให้ภรรยาของหลินกั๋วจวินผู้เป็นแม่สามีของเธอ ซึ่งมาช่วยงานที่ร้านในช่วงเช้าสามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้นทันทีที่ช่วยเก็บกวาดร้านเสร็จ

            การได้ทำงานที่ร้านซาลาเปาทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น หลินกั๋วผิงจ่ายค่าแรงให้อย่างงามเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจิปาถะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ภรรยาของหลินกั๋วจวินพอใจเป็นอย่างมาก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730