ณ บริเวณชายป่าแห่งหนึ่งที่มีูเาล้อมรอบทั่วทิศทาง ป่าที่กว้างใหญ่ไพศาลมองจนสุดลูกหูลูกตา มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่อาศัยกันในแต่ละส่วนของเขตพื้นที่ หมู่บ้านใหญ่ หมู่บ้านเล็กแล้วแต่สมาชิกทั้งหมดที่อาศัยอยู่รวมกันของแต่ละหมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่ๆขอเป็เ้าของจากทางการด้วยว่าใช้ไปมากน้อยเพียงไรในแต่ละหมู่บ้าน
และหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ผู้คนต่างก็รู้จักกันดีด้วย มีชื่อว่าหมู่บ้านถูเพี่ยน ที่เป็หนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่ในละแวกเขตป่าูเานี้ แต่ถ้าในเมืองหลวงอาจจะไม่เป็ที่รู้จักเพราะเป็แค่หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่นอกชานเมืองตามชนบททั่วๆไปเพียงเท่านั้นไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย
ณ บ้านตระกูลเหอ และตระกูลจิว ในหมู่บ้านถูเพี่ยน
เป็เช้าวันใหม่ที่อากาศดีอีกวันหนึ่งของแถบหมู่บ้านชานเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยป่าและูเาที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามในแบบของธรรมชาติ
เสียงพูดคุยเบาๆจากคนในครอบครัวของบ้านทั้งสองหลังที่ปลูกไม่ห่างกัน สองบ้านนี้จะนับว่าเป็พี่น้องกันโดยสายเืหรือก็ไม่ใช่ แต่ว่ารุ่นบรรพบุรุษของพวกเรานั้นั้แ่เริ่มแรกทั้งสองตระกูลคือตระกูลเหอ และตระกูลจิว เป็พี่น้องร่วมสาบานกันดั่งพี่น้องจริงๆ
และเผอิญว่ามี่รุ่นของปู่ย่า ตายาย ในรุ่นปัจจุบันนี้ที่ทางย่า(เหอไป๋ช่าย) กับยาย(จิวหวงกวา) นั้นเป็พี่น้องกันจริงๆ เสียด้วยยิ่งทำให้ความใกล้ชิดระหว่างตระกูลเหอ กับตระกูลจิวยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีกด้วย
บ้านทั้งสองตระกูลเพียงแค่เดินข้ามฟากไปก็ถึงกันแล้ว เหมือนบ้านหลังเดียวกันเลยถ้าปลูกในลักษณะของเรือนสี่ประสานแบบบ้านคนมีฐานะทั่วๆไปในแบบสมัยโบราณ
บ้านทั้งสองหลังสภาพใช้งานที่ดูเก่าแก่ไม่แตกต่างกันเลย แต่ก็ยังดูแข็งแรงดีอยู่เนื่องจากทำมาจากหิน
ภายในบ้านในห้องๆหนึ่งมีเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา โดยที่คนภายในบ้านไม่ได้รับรู้เลยว่าเด็กน้อยคนนี้ได้จากไปแล้วั้แ่เมื่อคืนด้วยจากการเป็ไข้สูงเนื่องจากโดนไอเย็นมากจนเกินไป และมีคนจากดินแดนแสนไกลเข้ามาอยู่แทนที่แล้ว
“ห๊าาววววว…….เมื่อยตัวจังเลยแหะ”เห็ดน้อย ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ทั้งๆที่ยังนอนบิดแขนไปมาอยู่บนเตียงด้วยความี้เี
เห็ดน้อยเมื่อลืมตาตื่นขึ้นเต็มที่ก็ต้องใตาเบิกกว้างเมื่อสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานบ้านที่มันดูแปลกตาไปมากจนน่าใ เธอสะดุ้งลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยี้ตาตัวเองไปมาอยู่หลายๆครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เหนื่อยจากการทำงานที่อดหลับอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน บางคืนก็นอนน้อยจนเกินไปเลยทำให้เกิดภาพหลอนขึ้นมาได้
แต่สิ่งที่เธอลืมตาและก็ยังคงเห็นอยู่นั้นไม่ใช่ห้องในคอนโดฯที่เธอเคยนอนอยู่เป็ประจำอีกต่อไปแล้ว
“ไม่นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรากันเนี่ยที่นี่มันที่ไหนกัน โอ๊ะ…โอ้!!!ไม่นะ ทำไมเราถึงได้สั้น…สั้น….สั้น….และก็สั้น….ไปหมดแบบนี้ล่ะ”เห็ดน้อย ได้จับตัว จับแขน จับขา จับหน้า ทุกส่วนของร่างกายตัวเองอย่างสำรวจ
จากที่กำลังตื่นตระหนกใกับการตื่นขึ้นมาในที่แปลกประหลาดแห่งนี้ ความทรงจำบางอย่างของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ค่อยๆมาเติมเต็มความว่างเปล่าของเธอทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งเธอได้รับรู้ว่าเธอไม่ใช่ตัวเธออีกต่อไปแล้ว แต่เป็เด็กน้อยนามว่า “เหอโม๋กู” หรือคนในครอบครัวเรียกว่า “น้องเห็ดน้อย” นั่นเอง
“นี่เราตายไปแล้วเหรอ และมาฟื้นในร่างของเด็กคนนี้งั้นเหรอ?? นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”เห็ดน้อย
เธอเองไม่รอช้าค่อยๆประคองตัวไถลลงจากเตียงนอนที่ดูค่อนข้างใหญ่กว่าตัวเอง เพราะน้องเห็ดน้อยคนนี้เมื่อคืนนอนที่ห้องพ่อและแม่ของเธอนั่นเอง
“เฮ้อ…..คงจะต้องปรับตัวให้อยู่กับที่นี่ให้ได้งั้นสินะคงจะหาทางกลับไปที่ที่เราจากมาไม่ได้แล้ว”เห็ดน้อย ทำใจสักพักค่อยๆก้าวขาเดินออกจากห้องนอนของพ่อแม่
เพียงแค่ก้าวเดินออกมาจากห้อง เห็ดน้อยก็ยังคงมองตรวจตราดูสภาพบ้านหลังนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่าในความทรงจำของเด็กคนนี้จะมีอยู่บ้างก็ตามที
เห็ดน้อยเดินไปสำรวจภายในบ้านดูแล้วน่าจะมีห้องนอนประมาณ 5 ห้อง
ห้องแรก คือห้องปู่กับย่า
ห้องที่สอง คือห้องพ่อกับแม่หรือก็คือห้องนอนเก่าของพ่อแต่ดั่งเดิมนั่นเอง
ห้องที่สาม คือห้องของอาเหอโต่วเจี่ยวที่เป็น้องชายคนเดียวของพ่อน้องเห็ดน้อย ที่ตอนนี้อยู่กับภรรยาของเขาหรือเห็ดน้อยเรียกว่าอาสะใภ้รอง
ห้องที่สี่ คือห้องของพวกพี่ชายทั้งสี่คนก็คือพี่ชาย 2 คนของเห็ดน้อย และลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คนที่เป็ลูกของน้องชายคนเดียวของพ่อ
ห้องที่ห้า คือห้องของสองสาวในครอบครัวนี้นั่นก็คือพี่สาวพริกหวาน(เหอเถียนเจียว) และน้องเห็ดน้อย
ห้องที่สี่กับห้องที่ห้านั้นเป็ห้องที่ต่อเติมขึ้นมาภายหลังสำหรับหลานๆ แต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากมายแค่พอให้เด็กๆนอนกันได้ไม่อึดอัดเท่านั้นเอง
“ยังคงอยู่รวมกันเป็ครอบครัวใหญ่ไม่มีใครออกไปไหน ส่วนอีกบ้านหนึ่งที่อยู่ฟากตรงข้ามกัน ถ้าจากความทรงจำของเด็กน้อยคนนี้ก็จะมีห้องเดิมของแม่แต่ว่าตอนนี้เป็ห้องของลูกพี่ลูกน้องเธอแล้ว แต่ว่าตากับยายก็ทำห้องเพิ่มไว้ห้องหนึ่งสำหรับพวกหลานๆได้ผลัดเปลี่ยนกันไปนอนให้หายคิดถึงบ้าง”เห็ดน้อย บ่นพึมพำระหว่างสำรวจภายในบ้าน ที่ตอนนี้ต้องเรียกว่าบ้านจริงๆแล้วสำหรับตัวเธอ
เมื่อสำรวจดูห้องคร่าวๆแล้วตรงกลางบ้านก็มีโต๊ะเก้าอี้เก่าๆชุดหนึ่งวางไว้สำหรับกินข้าวและนั่งพูดคุยรวมกันไปเลย สถานที่ต่อไปที่เดินไปดูก็คือห้องครัว
“ห้องครัวก็ไม่ได้เล็กมากจนเกินไปนัก แต่ว่าสภาพโดยรวมครอบครัวนี้ถือว่าจนแน่ๆ ยังดีที่บ้านยังพอดูแข็งแรงพอสมควร”เห็ดน้อย เดินดูอุปกรณ์การทำครัวถึงกับต้องทอดถอนหายใจและส่ายหน้าเลยทีเดียว เพราะมีน้อยชิ้นมากดูแล้วคงจะมีเท่าจำนวนคนในครอบครัวเกินไปนิดหน่อยเท่านั้น
“กระทะใหญ่เพียงใบเดียว หม้อ 2 ใบดำๆเก่าๆ”เห็ดน้อย มองเตาที่ทำในแบบครัวคนจีนทั่วๆไปที่ตั้งฐานสูงขึ้นมาและมีเป็หลุมเตาที่มีอยู่ 2 เตา
เห็ดน้อยอยากจะดูโต๊ะ้าให้ชัดเจนกว่านี้แต่ติดที่ตัวเองนั้นเตี้ยเกินกว่าจะมองเห็นสิ่งของต่างๆ้า จึงพยายามเขย่งสุดปลายเท้า และะโดูบ้างเป็บางครั้ง
“อ๊ะ…นั่นเก้าอี้”เห็ดน้อย หันไปเจอเก้าอี้ที่วางไว้อยู่มุมสุด ใกล้ๆกับกองฟืน เธอจึงค่อยๆลากออกมาและปีนขึ้นไปอย่างช้าๆอย่างระมัดระวังตัว เพราะถ้าตกเก้าอี้ตัวนี้มาก็เจ็บไม่ใช่เล่นแน่นอน
“ครืด….คราด……”
เห็ดน้อยกวาดตาดูข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะในครัวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็พวกเครื่องปรุงที่มีอยู่พอประมาณ ช่างมีทุกสิ่งทุกอย่าง แบบละนิดละหน่อยเสียจริงๆเลย
“ถังใส่ข้าวก็มีไม่ถึงครึ่งถังเลย ถังก็ไม่ได้ว่าจะใหญ่อะไรมากนักเฮ้อ….แล้วห้องเก็บเสบียงล่ะ”เห็ดน้อย เดินไปที่ทางมุมครัวที่มีประตูปิดดูแล้วน่าจะใช่ แต่พอเปิดดูเท่านั้นแหละต้องทอดถอนหายใจออกมาอย่างยาวๆแบบปลงตกอีกครั้ง
“เฮ้ออออออ……เริ่มจะหิวขึ้นมานิดๆแล้วด้วยสิ”เห็ดน้อย
ในระหว่างที่สำรวจดูภายในห้องครัวอยู่นั่นเอง ก็มีใครบางคนส่งเสียงเรียกเธอมาจากทางด้านหลัง อย่างใ
“น้องเห็ดน้อย…!!”
เห็ดน้อย สะดุ้งใเสียงเรียกชื่อเธอในร่างใหม่ที่เป็เด็กน้อยตัวกะจ้อย และค่อยๆหันมามองจึงได้เจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูตัวโตกว่าเธอไม่มากนัก
“น้องเห็ดน้อย หายเป็ไข้แล้วเหรอไหนๆพี่พริกหวานขอแตะตัวดูหน่อยสิ”พี่สาวพริกหวานหรือเหอเถียนเจียว
“พี่พริกหวาน เห็ดน้อยหายดีแล้วนะจริงๆนะ”เห็ดน้อย ยื่นหน้ายื่นตาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากดูท่าทีแล้วพี่สาวพริกหวานคนนี้จะดูเป็ห่วงเป็ใยเห็ดน้อยมากจริงๆ
พี่สาวพริกหวานนำมือมาจับตรงหน้าผาก แก้ม คอ แขน ขา น้องเห็ดน้อยของเธอ พูดได้ว่าแทบจะทุกส่วนของร่างกายน้อยสาวเลยทีเดียว
“ฮิ…ฮิ…ฮิ……”เห็ดน้อย บิดตัวไปมาด้วยความรู้สึกจั๊กจี้ที่พี่พริกหวานเล่นแตะจับแบบนี้
“พอแล้วพี่พริกหวาน เห็ดน้อยจั๊กจี้นะฮิ….ฮิ….”เห็ดน้อย
“อีกนิดเดียวนะ ให้พี่พริกหวานตรวจดูตัวน้องเห็ดน้อยให้แน่ใจจริงๆว่าไม่มีไข้ตัวร้อนอีกน่ะ”พี่สาวพริกหวาน
“เอ๊ะ….ได้ยินเสียงเหมือนเด็กๆอยู่ในห้องครัวนะ”ย่า
“จริงด้วยค่ะแม่ แต่เดี๋ยวนะคะนั่นเสียงเห็ดน้อยด้วยนี่คะ”แม่ พูดอย่างตื่นเต้นดีใจ รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว
“เห็ดน้อย เห็ดน้อยเหรอลูก”แม่
เห็ดน้อย ที่กำลังบิดตัวไปมาเพื่อหลบมือพี่พริกหวานที่กำลังตรวจสอบอาการตัวร้อนของเธออยู่ไม่หยุดตอนนี้ และเอียงคอมองหญิงสาววัยสามสิบกว่าๆที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนๆ ให้แม่ดูหน่อยว่าหนูหายไข้แล้วเหรอลูก ถึงตื่นขึ้นมามีแรงเกินได้แล้ว”แม่ รีบจับตัวเห็ดน้อยและตรวจดูอาการไม่แพ้พี่พริกหวานเลย
“น้องเห็ดน้อย ตัวเย็นขึ้นแล้วค่ะแม่พริกหวานจับตัวน้องทั้งตัวแล้วจริงๆนะ แบบนี้พริกหวานอยู่เล่นกับน้องและน้องกับน้องได้เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม”พี่สาวพริกหวาน ถามแม่อย่างรัวๆด้วยความดีใจที่น้องเห็ดน้อยของเธอหายป่วยแล้ว
“จริงๆด้วย เห็ดน้อยหนูไม่มีไข้แล้วนี่ลูก”แม่ พูดอย่างดีใจ
“ค่ะ เห็ดน้อยหายป่วยแล้ว”เห็ดน้อย มองผู้หญิงตรงหน้าที่แทนตัวเองว่าแม่
พอสักพักก็มีผู้หญิงมีอายุอีกคนเข้ามาในครัวด้วย ดูแล้วถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็ย่าของเด็กเห็ดน้อยคนนี้อย่างแน่นอน
“ไหนหลานสาวของย่า หายดีแล้วเหรอลูก”ย่า ก็เดินเข้ามาหาและลูบหน้าลูบตาหลานสาวคนเล็กเบาๆ ด้วยความรักและห่วงใย
“เห็ดน้อย ไม่เป็อะไรแล้วค่ะทุกๆคนไม่ต้องกังวลนะ”เห็ดน้อยรับรู้ถึงความรักความห่วงใยของคนในครอบครัวนี้ที่มีให้กัน ถึงแม้นครอบครัวจะยากจนลำบาก และความรักในครอบครัวนั้นมีมากมายเหลือล้นเลย
“ดี ๆ”ย่า
“น้องเห็ดน้อย หิวเหรอถึงเดินเข้ามาในครัวน่ะ”พี่สาวพริกหวาน
“เปล่าค่ะ เห็ดน้อยตื่นมาเรียกแล้วไม่มีใครได้ยินเลยออกมาตามหาทุกๆคน”เห็ดน้อย
“เดี๋ยวดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยนะคนเก่งของแม่ แล้วพากันไปนั่งรอกับพี่พริกหวานนะ เดี๋ยวแม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ และน้าสะใภ้จะทำอาหารเช้าให้กินนะ แต่ว่าตอนนี้มาล้างหน้าก่อนนะ”แม่
“ได้ค่ะ”เห็ดน้อย
เมื่อแม่ล้างหน้าและพาแปรงฟันแล้ว พี่สาวพริกหวานจูงมือน้องเห็ดน้อยออกไปรอด้านหน้าบ้าน ที่มีโต๊ะตัวยาวใต้ต้นไม้ใหญ่
ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้และพวกพี่ชายต่างเห็นเห็ดน้อยเดินออกมาก็พากันดีใจที่เธอหายป่วยแล้ว เพราะไข้ที่ขึ้นเมื่อวานทำให้คนในบ้านต่างก็เป็กังวลกันอย่างมาก ยาสมุนไพรที่หาซื้อจากหมอสมุนไพรในหมู่บ้านดูจะไม่ค่อยได้ผลนัก ครั้นจะพาไปโรงพยาบาลในตัวเมืองเงินก็ไม่พอที่จะไปรักษา
แต่ว่าวันนี้พวกพ่อ ลุง อา ปู่ ตา รวมตัวกันเข้าป่าั้แ่เช้ามืดอีกครั้งหวังว่าจะล่าสัตว์ใหญ่หรือเจออะไรดีๆ เพื่อนำไปขายพอจะมีค่ารักษาไปโรงพยาบาลให้เห็ดน้อยได้บ้าง
พวกพี่ชาย ก็ไม่แพ้พี่พริกหวานเลยพากันรุมล้อมเพื่อตรวจสอบอาการของเธออีกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ว่าเธอหายป่วยจริงๆจนพี่สาวพริกหวานต้องดุและบอกให้หยุดพวกพี่ชายจึงเชื่อฟังเป็อย่างดีเลยล่ะ
“พวกพี่ชายหยุดเลยนะ ไม่ต้องจับตัวน้องเห็ดน้อยแล้ว พริกหวานตรวจสอบแล้วว่าน้องไม่มีไข้แล้วจริงๆ ทำแบบนี้เดี๋ยวน้องก็ปวดตัวและกลับไปไม่สบายอีกหรอก มือไม้พวกพี่ชายล้างหรือยัง และดูสิแต่ละคนมือหนักเสียกว่าอะไรอีก จับน้องเห็ดน้อยไม่เบามือเลยนะ”พี่สาวพริกหวาน
“........................”พวกพี่ชาย แทบอยากจะบอกว่าเวลาแตะต้องพวกน้องสาวเนี่ยแทบจะััอย่างกับกระเบื้องได้เลยเพราะกลัวน้องสาวจะแตกร้าวได้ง่ายไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะจับตัวน้องสาวแรงๆน่ะ
พี่สาวคนนี้จากในความทรงจำของเห็ดน้อย เป็คนที่รักน้องสาวคนนี้เป็อย่างมาก เนื่องด้วยตอนตัวเองเกิดมาและจำได้มีแต่พวกพี่ชายมากถึง 6 คนด้วยกัน
จะชวนเล่นอะไรก็แล้วแต่พี่ชายก็เล่นด้วยไม่นานนัก จึงได้แต่เล่นกับเพื่อนบ้านที่เป็เด็กผู้หญิงรุ่นเดียวกันบ้างเป็บางครั้ง แต่ไม่ได้ออกจากนอกบ้านบ่อยนักด้วยความที่ตอนนั้นพี่สาวพริกหวานเป็เด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวของทั้งสองตระกูล ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ น้าอา พวกพี่ชายค่อนข้างหวง และเป็ห่วงสุดๆเลย
พวกพี่ชายจะมีหน้าที่แบ่งกันคอยตามดูพี่สาวพริกหวาน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม เพราะพวกผู้ใหญ่ในแต่ละวันต้องออกไปหาของป่าบ้าง ทำไร่ ทำสวน ออกหารับจ้างในบางครั้งจึงไม่มีเวลามากนัก จึงได้แต่เป็หน้าที่ของเหล่าพี่ชายที่จะต้องคอยดูแลน้องๆ
ส่วนพวกพี่ชายคนไหนที่โตพอจะทำงานในไร่ ในสวนได้ก็ต้องออกไปช่วยด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่งานที่หนักมากจนเกินไปนักสำหรับเด็กๆ
สำหรับพี่สาวพริกหวานคนนี้หวังตลอดเวลาว่าจะมีน้องสาวสักคนหรือสองคนมาอยู่เป็เพื่อนเสียที แต่เนื่องด้วยว่าครอบครัวของตัวเองก็ไม่ได้จะมีฐานะอะไรมากพ่อกับแม่จึงไม่ได้รับปากว่าจะมีน้องสาวเพิ่มให้ เพียงแต่ยิ้มรับฟังพี่สาวพริกหวานไปเท่านั้นเอง
แต่ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็เป็จริงหลังจากนั้นเพียง 2 ปีแม่ก็ตั้งท้องเธอขึ้นมานี่ไงล่ะพอเห็ดน้อยเกิดมาก็เป็ที่รักของทุกๆคนมากไปอีกโดยเฉพาะพี่สาวพริกหวานเนี่ยตัวหวงน้องสาวเลยทีเดียว ใครจะอุ้มพาไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตพี่สาวคนนี้เสียก่อนไม่อย่างนั้นแล้วจะมีปัญหาขึ้นมาทันทีเลย
พอเมื่อ 2 วันก่อนที่น้องสาวคนนี้ไม่สบายจะต้องนอนแยกกันพี่สาวพริกหวานก็งอแงขึ้นมาอย่างหนัก เพราะส่วนมากจะนอนกับน้องสาวทุกคืนั้แ่น้องสาวเกิดมา เพราะพ่อกับแม่ให้เหตุผลว่าถ้านอนรวมกันจะติดไข้กันได้จำเป็ต้องจับแยกกันก่อนชั่วคราว
********************
น้องเห็ดน้อยของเราฟื้นขึ้นมาในโลกใหม่พร้อมกับสำรวจบ้านตัวเองแบบคร่าวๆแล้วด้วย รับรู้ว่าตัวเองฟื้นมาในครอบครัวนอกเมืองชนบทและยากจนทำอาชีพเกษตรกร และหาของป่าไปขายเพียงเท่านั้นเอง