ตอนที่ 11
ฮูหยินชวี่
ฮูหยินชวี่เป็ฮูหยินไม่กี่คนในเมืองหลวงที่นับว่าน่าอิจฉา หญิงสาวทั่วทั้งเมืองล้วนริษยานาง
ต้องกล่าวก่อนว่ารัชสมัยฮ่องเต่ไท่สุ่ยในตอนนี้ คำสอนเก่าแก่ให้บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุอย่างไรก็เป็เื่ปกติ แม้เคร่งครัดเป็สุภาพชนเพียงใดส่วนใหญ่เหล่าบุรุษก็ล้วนมีสาวใช้ข้างเตียงเป็การเตรียมพร้อมสู่การเป็บุรุษเต็มตัวต่อมาผู้คนล้วนมองกันเป็เื่ปกติ น้อยนักที่จะมีผู้ที่ยึดมั่นกับหญิงสาวเพียงคนเดียว
แน่นอนว่าเื่เหล่านี้ใช้ไม่ได้กับฮูหยินชวี่
สกุลเดิมนางแต่เดิมไม่สูงส่งกระนั้นกลับก้าวหน้ารุ่งเรืองจากท่านทวดสมัยต้นตระกูลที่แต่เดิมเป็เพียงนางในธรรมดา แต่ในเวลาต่อมาที่มีการก่อฏเกิดขึ้นนางคือผู้ที่เคยช่วยชีวิตฮ่องเต้สมัยนั้นในตอนที่เป็รัชทายาทเอาไว้
นางในผู้เป็ทวดของฮูหยินชวี่แม้ไม่สูงส่งกลับได้ถูกแต่งตั้งเป็สนมชั้นเฟยเป็จุดเริ่มต้นที่ต่อมาทำให้สกุลเดิมของฮูหยินชวี่สร้างบัณฑิตขึ้นมาไม่น้อยจากเดิมสูงส่งเพราะมีสนมชั้นเฟยอยู่เื้ั ไม่นานก็สร้างอิทธิพลจากคนในสกุลได้เองส่วนตัวของฮูหยินก็ถูกแต่งเข้ามาในตระกูลชวี่
ใต้เท้าชวี่อำนาจที่ถือครองยิ่งใหญ่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็ผู้คานอำนาจกับทางจวนแม่ทัพหากเ้าบู๊กำจัดศัตรูผู้มาก่อกวนภายในแคว้นข้าย่อมเป็ฝ่ายบุ๋นวางแผนให้เมืองรุ่งเรืองและกำจัดพวกที่ทะเยอทะยานจนเกิดขอบเขต
อำนาจล้นมือพอกันแต่ที่ไม่เหมือนย่อมเป็เื่ราวภายในจวน
ผู้คนชื่นชอบข่าวลือกันมาช้านานยิ่งเป็เื่ของขุนนางชั้นสูงที่ใช่ว่าจะได้เป็กันง่ายๆ วันนี้เ้ารุ่งวันพรุ่งเ้าตกต่ำ ส่วนผู้ที่อยู่ด้านล่างคอยมองผู้อื่นตกต่ำก็ซ้ำเติมสนุกสนานกันไป
ในขณะที่จวนแม่ทัพวุ่นวายไปด้วยผู้คนฮูหยินเอกตายจาก ฮูหยินรองทรงเสน่ห์นิสัยร้ายกาจ อนุที่มีก็ทะเยอะทะยานไม่รู้แม่ทัพบูรพารับรู้หรือไม่ แต่รับรู้หรือไม่นั้นไม่สำคัญสำคัญที่ว่าเื่ราวจากสกุลเฉินช่างน่าเอามาลอบพูดคุยเป็ที่สุด
เทียบกันแล้วจวนเสนาบดีกลับเรียบง่ายและน่าชื่นชมกว่ามากผู้ที่น่าชื่นชมและน่าริษยาที่สุดย่อมเป็ฮูหยินชวี่
จวนเสนาบดีไร้อนุมีเพียงฮูหยินเอกถือครองอำนาจเรือนหลังแต่เพียงผู้เดียวอีกทั้งยังมีบุตรชายที่โดดเด่นให้สกุลอีกถึงสามคนชวี่ซื่อจื่อก็โดดเด่นเพียบพร้อมจนสตรีทั่วเมืองหลวงเพ้อพกลอบฝันถึง
ส่วนบุตรอีกสองคนถึงไม่โดดเด่นเท่าชวี่ซื่อจื่อแต่ก็เรียบง่ายกตัญญู ไม่สร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นไปทั่วเหมือนบางสกุล
หญิงที่แข็งแกร่งอาจไม่ใช่หญิงที่จับดาบฟาดฟันแต่อาจหมายถึงหญิงที่สามารถครองใจสามี และดูแลเื่ราวในสกุลให้ไม่ขาดตกบกพร่องมองแล้วน่านับถือเป็อย่างยิ่ง
ฮูหยินชวี่ในสายตาของเฉินชิงเหลียนนางเป็ฮูหยินที่ไม่ได้งดงามสะดุดตา ทว่าน่าหวั่นเกรงเป็ที่สุด
“แขนข้าเป็อย่างไรบ้าง”น้ำเสียงเรียบเฉื่อยแฝงความละมุ่นเอ่ยถามเฉินชิงเหลียน ร่างบอบบางของสาวน้อยสะดุ้งเล็กน้อยจนฮูหยินชวี่ลอบขบขันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกเย้า “ข้าแค่ไถ่ถามเ้า ไม่ได้จะจับเ้ากิน กลัวอันใดกัน”
เด็กสาวเมื่อได้ฟังก็พอใจชื้นมองดูแผลบนแขนของฮูหยินชวี่อีกครา หลังจากที่เฉินชิงเหลียนล้างแผลด้วยน้ำเย็นแล้วก็ค่อยๆ ควักเอากระปุกอันเล็กหน้าตาดูประหลาดออกมา
ฮูหยินชวี่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วอาจเพราะในสกุล เวลาจะหยิบจับอะไร สิ่งของทุกอย่างล้วนงดงามน่าเหลียวมองถึงไม่งดงามแต่ก็ไม่อัปลักษณ์เท่าเ้ากระปุกหน้าตาน่าเกลียดที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้แน่ๆ
“มันคืออะไร”
“เป็บัวหิมะผสมน้ำมันงูแล้วก็ เอ่อ...มีสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่ลดอาการาเ็จากแผลที่เกิดจากของร้อนเ้าค่ะกระปุกอันนี้ทำมาจากเปลือกไม้อัดแน่น ช่วยการคงอยู่ของฤทธิ์สมุนไพรเ้าค่ะขอฮูหยินอย่าเพิ่งรังเกียจ ของสิ่งนี้ใช้ได้ผลมากนะเ้าคะ”
เอ่ยจบมือเรียวบางก็เอาของที่นำมาทาลงไปบนรอยแผลสีแดงของฮูหยินชวี่
และถึงกับทำให้ฮูหยินชวี่อุทานขึ้นมาเพียงชั่วครู่หลังจากทายาจากเ้ากระปุกประหลาดนั่น อาการปวดแสบปวดร้อนบนแขนเริ่มมีความเย็นเข้ามาแทนที่พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นจากตัวยาที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
นางใช้ยาเลิศสรรพคุณสมุนไพรพันปีมาก็มากมายมีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่เห็นฤทธิ์ที่ช่วยได้ทันท่วงนี้และได้ผลขนาดนี้
ฮูหยินชวี่ลอบมองใบหน้าของเด็กสาวที่ถึงขลาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ฉะฉานไม่หัวหดจนน่าหงุดหงิดและพยายามทำสิ่งตรงหน้าให้ดีสุดช่างเป็ผู้ที่ให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยยามอยู่ใกล้
หากบุตรชายของนางมีสตรีเช่นนี้อยู่เคียงข้างใบหน้าที่มักจะฉาบไปด้วยความเรียบเฉยคงจะเริ่มมีสีสันอื่นปรากฏขึ้นมาบ้าง
ฮูหยินชวี่ไม่ค่อยจะชมชอบสตรีจากสกุลขุนนางพวกนางดื้อรั้น ความอ่อนน้อมยามพบเจอช่างเสแสร้งไปเสียทุกนางยามนึกถึงชื่อเสียงในเร็วๆนี้ที่เริ่มจะโด่งดังขึ้นมาของบุตรีคนโตตระกูลเฉินเื่ความเอาแต่ใจที่ฉีกหน้าคุณหนูจากตระกูลหวังครั้งแล้วครั้งเล่าในงานเลี้ยงครั้งล่าสุดฮูหยินชวี่ยิ่งรู้สึกไม่ชมชอบ
อย่างไรเด็กที่อ่อนน้อมและเชื่อฟังอย่างเด็กสาวตรงหน้าก็น่าพึงใจมากกว่า
“เ้าชื่ออะไร?”ฮูหยินชวี่เอ่ยถามอย่างใคร่รู้
“เฉิน...เฉินชิงเหลียนเ้าค่ะ”เฉินชิงเหลียนตอบกลับอย่างไม่คุ้นชินนามที่แท้จริงของตนเองอยู่บ้าง
นางถูกเรียกว่าชิงเหลียนจากอาจารย์มาโดยตลอดจวบจนเมื่อรู้ฐานะที่แท้จริง การกล่าวนามย่อมเปลี่ยนแปลง
ตอนนี้นางคือเฉินชิงเหลียน บุตรีคนรองตระกูลเฉิน
“เฉินชิงเหลียน?”ฮูหยินชวี่งงงัน ในเมืองนี้มีสกุลเฉินอยู่กี่สกุลกัน
“คือ...ข้า...”เฉินชิงเหลียนไม่รู้จะกล่าวต่อไปอย่างไร
“นางคือบุตรีคนรองของตระกูลเฉินที่หายสาบสูญ”ทันใดนั้นซ่งหลิวหยางที่อยู่ด้านข้างอย่างเงียบงันมาโดยตลอดก็เอ่ยตอบคำถามแทน“ตอนนี้ข้ากำลังพานางกลับจวนแม่ทัพ”
กับฮูหยินชวี่ไม่ช้าไม่เร็วข่าวคราวการกลับมาของเฉินชิงเหลียนอย่างไรก็ต้องรู้ทั่วเมืองหลวงอยู่แล้วสำหรับบางคน การปกปิดตัวตนนับเป็การหลบจากอันตราย
แต่สำหรับบางคนการเปิดโปงตัวตน อาจหมายถึงการป้องกันตัว
กับเฉินชิงเหลียนมีเขาเป็ผู้ปกป้องอยู่ผู้เดียว อย่างไรก็ไม่สะดวก ให้เทียบกับความน่ากลัวภายในจวนแม่ทัพการมีผู้สนับสนุนที่มากอำนาจเพิ่มขึ้นมาอีกสักคนถือเป็เื่ดี
อีกทั้งจากการที่ซ่งหลิวหยางสังเกตฮูหยินชวี่มาสักพักฮูหยินชวี่ไม่ได้กล่าวถึงอุบัติเหตุรถม้าชนกันแม้แต่น้อย นางเพียงสนใจในเื่ของการรักษาจากยาประหลาดของเฉินชิงเหลียนดูค่อนข้างชื่นชมเด็กสาวกว่าที่คาดการณ์ไว้
เงาดำข้างกายเหลือบมองเ้านายของตนทั้งหมดนี้คือแผนของนายท่าน?
ชินอ๋องคงรับรู้อยู่แล้วว่านั่นคือรถม้าของสกุลใดก่อนจะจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้คุณหนูคนรองตระกูลเฉินแสดงฝีมือและต้องตาผู้มีอำนาจ เพื่อที่จะได้มียันต์คุ้มภัยอีกใบนอกจากตัวชินอ๋องเอง
ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ทำมาจากใจจริงหรือทำเพียงเพื่อรักษาสัญญาจากหมอเทวดาว่าจะปกป้องคุ้มครองคุณหนูคนรองตระกูลเฉินให้กลับจวนอย่างปลอดภัยและทำให้นางไม่น้อยเนื้อต่ำใจยามก้าวเข้าสู่ฐานะที่แท้จริง
นี่คือความจริงใจหรือความเห็นใจเขาก็ไม่สามารถอ่านใจเชื้อพระวงศ์ได้
เมื่อเห็นซ่งหลิวหยางออกปากกล่าวแทนนางเด็กสาวก็มองซ่งหลิวหยางอย่างพึ่งพิงขึ้นไปอีกขั้น
ชินอ๋องผู้นี้นอกจากจะพานางกลับสู่จวนแม่ทัพอย่างเคร่งครัดทุกเื่ที่เกิดขึ้นและทำให้นางไม่สามารถรับมือได้เนื่องจากความไม่คุ้นเคยเขาจะเข้ามาจัดการให้หมดไปเสียทุกเื่ น่าเลื่อมใสเป็อย่างยิ่ง
บุญคุณเช่นนี้จะตอบแทนอย่างไรได้หมดกัน นางหลุบเปลือกตาลงซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้
“บุตรีคนรองตระกูลเฉิน?เด็กผู้นั้นที่สาบสูญไปนานแล้วน่ะหรือ?”
ซ่งหลิวหยางพยักรับเคร่งขรึมชายหนุ่มหาใช่ผู้ที่พูดล้อเล่นกับใคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอะไรไร้ประโยชน์ออกมา หากผู้อื่นมากล่าวเช่นนี้ฮูหยินชวี่ย่อมไม่เชื่อ แต่นี่คือชินอ๋อง และถึงแม้เป็คำโป้ปด ก็ไม่รู้จริงๆว่าจะมาโป้ปดแก่นางด้วยเหตุใด
เช่นนั้นเด็กสาวที่แสนชวนน่าเอ็นดูผู้นี้อีกทั้งยังรู้วิชาแพทย์ไม่ธรรมดา เป็ถึงบุตรีสายตรงจากฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วของตระกูลเฉิน?
ฮูหยินชวี่หลุบตาซ่อนประกายความตื่นเต้นเอาไว้ภาพบุคคลผู้ยืนอยู่เคียงข้ายบุตรชายคล้ายเริ่มมีเค้าโครงเด่นชัดปรากฏขึ้นมา
“คุณหนูรองเฉินนี่เอง”ฮูหยินชวี่พูดด้วยน้ำเสียงคาดไม่ถึง “เ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ”
“ข้าเติบโตมาจากอาจารย์ที่เชี่ยวชาญวิชาแพทย์เ้าค่ะไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย” เฉินชิงเหลียนกล่าวตอบอย่างประหม่า
“เ้าถ่อมตัวเกินไปสตรีในเมืองหลวง จะมีสักกี่คนที่รู้วิชาแพทย์” พวกนางล้วนยุ่งอยู่เกี่ยวกับโคลงกลอนใส่ใจกับการวาดภาพที่ไร้ซึ่งจิติญญา กับเขียนตัวอักษรที่ดีเพียงแค่สละสลวย แต่หาได้รับรู้ความหมายลึกซึ้ง
แต่เด็กสาวหรือสตรีที่มีความรู้ด้านการรักษาฮูหยินชวี่ยังไม่เคยพบเจอ น่าแปลกใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้มาเจอกับบุคคลที่หายสาบสูญและโดดเด่นแบบนี้อย่างบังเอิญเข้า
อุบัติเหตุรถม้าในครั้งนี้หาใช่รางล้ายแต่เป็ความโชคดีสำหรับฮูหยินชวี่
“พวกเ้ากำลังเดินทางกลับจวนงั้นหรือ”
“เ้าค่ะ”
จวนแม่ทัพฮูหยินเอกล่วงลับไปเพราะตรอมใจเนื่องจากบุตรีของนางถูกลักพาตัวหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเบาะแส จนนางสิ้นใจ
แท้จริงแล้วนั่นคือการตรอมใจจริงหรือไม่นั้นก็ไม่สามารถมีใครรู้ได้ ฮูหยินชวี่ถอดถอนหายใจออกมาช่างเป็เด็กสาวที่ให้ความรู้สึกอยากถนอมนางไว้ และดูแลให้ดีดุจไข่ในหิน ไม่ให้ภยันตรายใดๆเข้ามากร้ำกราย
ฮูหยินชวี่หันไปมองชายหนุ่มข้างกายเด็กสาวแสงสายัณห์สีทองส่องแสงอาบลูบไล้ไปตามกรอบหน้าคมสัน โดดเด่นสะดุดตาไม่แพ้บุตรชายของนาง
ชินอ๋องมีกิตติมศักดิ์โด่งดังในเื่ไม่กริ่งเกรงผู้ใดไม่ใจอ่อนให้กับคนผู้ไหน
ทว่าราวกับว่าคุณหนูคนรองตระกูลเฉินจะมาทำลายความเข้าใจข้อนี้ของนาง
ภาพของสตรีทียืนอยู่เคียงข้างบุตรชายเริ่มสลายหายไปยามเมื่อมองไปที่ชินอ๋อง ฮูหยินชวี่ขมวดคิ้ว ไม่ทันได้เริ่มผูกมิตรกับเด็กสาวก็คล้ายจะถูกแย่งคนไปง่ายๆเช่นนี้น่ะหรือ?
ย่อมไม่เข้ากับวิสัยของฮูหยินชวี่ที่จะย่อมแพ้สิ่งใดง่ายๆ
“ไว้เ้ากลับไปที่จวนแม่ทัพข้าจะเทียบเชิญเ้าให้มาหาข้าบ่อยๆ รถม้าชนกันอย่างไรก็เป็อุบัติเหตุไม่มีผู้ใดอยากให้เกิด แต่ที่เ้ามารักษาาแให้ข้ามากน้อยเพียงใดย่อมต้องตอบแทน”
สกุลชวี่ยึดถือเื่บุญคุณความแค้นเล็กน้อยแค่ไหนกระนั้นต้องตอบแทน ถือเป็การสร้างกัลยามิตร ทำให้ในตอนนี้สกุลชวี่มีเส้นสายไปทั่วเมืองหลวงแต่แน่นอนว่าก็สร้างศัตรูไว้มากหลายไม่แพ้กัน
ที่เฉินชิงเหลียนกังวลมีเพียงแค่กลัวว่าจะไปทำให้ฮูหยินตระกูลขุนนางไม่พอใจ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายไม่ถือเื่ไว้เอาไปโกรธแค้นและยิ่งมีการเชิญชวนอย่างเป็มิตร นางยิ่งยินดีรับปาก
“ชิงเหลียนย่อมตอบรับเทียบเชิญของฮูหยินชวี่อยู่แล้วเ้าค่ะ”สายลมหนาวพัดโฉบมาเล็กน้อย ดอกไม้ตามริมทางแกว่งไหวน่ามอง เส้นผมสีดำเข้มของเด็กสายสยายโบกพลิ้วงดงามน่าเอ็นดูจนฮูหยินชวี่แย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ยิ่งมองยิ่งน่าพึงใจแม้แต่งตัวสีขาวเรียบง่าย กลับไม่อาจกลบความเป็บุตรีของภรรยาเอกไปได้ นางมีความอ่อนหวานที่น่ามองมีความกระตือรือร้นให้เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ เข้ากับผู้อื่นได้ดี ไม่เชิดคอประจบสอพลอจนน่าสะอิดสะเอียน
“รอเ้ากลับจวนไปอย่างปลอดภัยก่อนแล้วกันคงต้องฝากชินอ๋องให้พระองค์ดูแลนางให้ดีๆ”
ซ่งหลิวหยางปรายตามองเข้าเพียงรับคำเรียบเฉย “เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ฮูหยินชวี่ไม่จำเป็ต้องกังวล”
เอาเป็ว่ายันต์คุ้มภัยใบนี้ของเฉินชิงเหลียนใบนี้ใหญ่โตไม่น้อยและพึงใจเด็กสาวไม่เลว แถมดูเหมือนอยากได้ตัวคน คาดไม่ถึงเลยว่ามาถูกใจเด็กสาวที่ไม่ได้เติบใหญ่จากเมืองหลวง
ก็คงเหมือนเขาที่หากไม่ใช่เพราะนางเป็เช่นนี้ ถึงเป็หมอเทวดาคุกเข่าร้องขอให้พานางกลับจวนแม่ทัพเขาก็หาได้สนใจแม้แต่น้อย
ชินอ๋องเช่นเขาไม่จำเป็ต้องเห็นใจใครไม่จำเป็ต้องพาผู้ไม่เกี่ยวข้องกับตนมาผูกติดไว้และคุ้มครองเดินมาถึงขนาดนี้
แต่อาจเพราะนางคือเฉินชิงเหลียนที่มีขั้วตรงข้ามกับเฉินอวี้เยี่ยนที่เขาไม่พึงใจจึงคิดอยากให้เฉินชิงเหลียนมาปราบพยศเฉินอวี้เยี่ยนที่โดดเด่นที่สุดของสกุลในตอนนี้
เขาไม่เข้าใจเฉินอวี้เยี่ยนที่ร้ายกาจแบบนั้น เหตุใดจึงถูกพูดถึงในเื่ความมีชื่อเสียงให้เขาได้ยินในทุกๆวัน
ผู้คนบอกนางมีความสามารถมีความเป็กุลสตรี สิ่งใดที่เป็ความกุลสตรี เด็กสาวที่ขยันเกี้ยวพาจนเขาปวดเศียรเวียนเกล้าบ่อยๆนั่นคือกุลสตรีบ้านใด
ยามเมื่อบุตรีสายตรงได้กลับไปบุตรีจากฮูหยินรองผู้นั้นจะทำเช่นไรปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารอดูเื่ราวต่อจากนี้ไม่น้อย
“ซ่งหลิวหยางท่านได้ยินหรือไม่”
“...ว่าอย่างไร?”
เฉินชิงเหลียนเอียงคอมองชายหนุ่มผู้โดดเด่นข้างกายอย่างฉงนเมื่อครู่เขาค่อนข้างเหม่อลอย ดวงตาคมเข้มเหม่อมองออกไป มีประกายราวคลื่นน้ำแตกกระจายกระเพื่อมซ่อนอยู่ในห้วงความคิดของเขานางเรียกเขาหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่รู้ชายหนุ่มคิดสิ่งใดอยู่
“ข้ารักษาเบื้องต้นให้ฮูหยินชวี่แล้วให้ยาฤทธิ์เย็นเพื่อให้นางเอาไปใช้บรรเทาแผลน้ำร้อนลวกและทำให้แผลสมานได้รวดเร็วแก่ฮูหยินชวี่แล้วนางกำลังจะกลับจวนแล้วเ้าค่ะ”
เฉินชิงเหลียนพูดจบเขาก็เห็นเพียงฮูหยินชวี่มองมาทางเขาอย่างนิ่งเฉย แตกต่างจากสายตาที่มองเฉินชิงเหลียนครู่ไม่น้อย
“เช่นนั้นขอฮูหยินชวี่เดินทางปลอดภัย”
“ขอให้พระองค์เดินทางกลับปลอดภัยเช่นกันเพคะ”
ก่อนที่รถม้าของทั้งสองสกุลจะแยกย้ายทันใดนั้นบ่าวผู้หนึ่งก็เดินเข้าบอกกล่าวเื่บางอย่างให้ฮูหยินชวี่ฟังด้วยเสียงไม่ดังไม่เบากระนั้นก็ได้ยินค่อนข้างชัดเจน
“ชวี่ซื่อจื่อเดินทางไปที่จวนแม่ทัพเมื่อสักครู่นี้ขอรับ”
ฮูหยินชวี่และซ่งหลิวหยางขมวดคิ้วฉับพลันยกเว้นเพียงเฉินชิงเหลียนที่ไม่รู้เื่ราวใดๆ แต่ก็พอคาดเดาได้ว่าชวี่ซื่อจื่อคือบุตรชายของฮูหยินชวี่
“เขาจะไปที่จวนแม่ทัพทำไม?”
“คุณหนูใหญ่เฉินเป็การเทียบเชิญมาให้ชวี่ซื่อจื่อเมื่อไม่นานมานี้ขอรับ”
คิ้วเรียวตัดแต่งดงามของฮูหยินชวี่และคิ้วคมเข้มกระบี่ของซ่งหลิวหยางขมวดมุ่นเข้าหากันอีกครา เสมือนได้ยินแต่เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คุณหนูใหญ่เฉินนำเทียบเชิญให้แก่ชวี่ซื่อจื่อว่าแปลกประหลาดชวี่ซื่อจื่อที่ตอบรับเทียบเชิญและเดินทางไปจวนแม่ทัพประเดี๋ยวนั้นเลยยิ่งประหลาดกว่า
ซ่งหลิวหลางพอรับรู้มาบ้างว่าชวี่ฮุ่ยิติดหนี้บุญคุณกับอวี้เยี่ยนเนื่องด้วยนางช่วยเขาขึ้นมาจากธารน้ำ แต่อย่างไรชวี่ฮุ่ยิก็ไม่ใช่คนจะไปหาและพบเจอใครได้โดยง่ายเขาค่อยข้างประหลาดใจ
และอาจเพราะในส่วนลึกเขามีความรู้สึกว่าสองคนนี้ไม่สมควรมาเจอกัน ไม่ใช่ต้องเคร่งครัดจารีตประเพณีงั้นหรือ?เหตุใดจึงเดินมาพบกันง่ายๆ เช่นนี้กัน
ฮูหยินชวี่ก็รับรู้ในเื่นี้บุตรชายนางติดหนี้บุญคุณหนูใหญ่เฉินจริงๆอีกทั้งมีการเดินทางไปเพื่อกล่าวขอบคุณแล้วไม่ใช่หรือเขาจะมีธุระอันใดให้ต้องพบเจอกับคนในจวนแม่ทัพอีกเล่า
แต่จะให้นางไปหาบุตรชายที่จวนแม่ทัพอีกคนก็ดูไม่สมควร ดังนั้นจึงจำใจเดินทางกลับจวน รอให้บุตรชายมาแจ้งแก่นางเองว่าแท้จริงแล้วเขามีธุระใดกับจวนแม่ทัพกันแน่
“เดินทางไปจวนแม่ทัพ”ซ่งหลิวหยางกล่าวอย่างเคร่งครึม กำบังเหี้ยนควบคุมอาชาเดินนำหน้ารถม้าเพื่อนำทางไปสู่จวนแม่ทัพ
เฉินชิงเหลียนเหมือนรับรู้ว่าอารมณ์ของซ่งหลิวหยางคล้ายไม่ปกติเหมือนจะั้แ่ที่เขาเกิดอาการเหม่อลอยเมื่อสักครู่ ไม่รู้จริงๆ ว่าในใจคิดอะไรอยู่นางมีความรู้สึกว่าความหนักใจของเขาอยากให้ระบายมันออกมาเพื่อให้เขาสบายใจขึ้นบ้าง
แต่นางในตอนนี้มีสิทธิ์อะไรไปแจ้งให้เขาบอกกล่าวเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนาง
เฉินชิงเหลียนคิดอย่างไม่สบายใจ
ในการกลับจวนแม่ทัพเพื่อหวนคืนสู่ตำแหน่งที่แท้จริงในครั้งนี้จะมีสิ่งใดรอนางอยู่กันหนอ
เฉินอวี้เยี่ยน: ข้าไม่ออกแต่ก็ยังมีคนกล่าวชื่อถึง ใครจ่ายค่าตัวให้ข้ากัน!
เฉินโจวฉี: ย่อมเป็พี่ชายของเ้า!
ชวี่ฮุ่ยิ : … //กำเงินตำลึงที่จ่ายไม่ทันออกมาเงียบๆ
ซ่งหลิวหยาง: … //คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น เขาเอาเงินออกมาถือทำไมนะ
เฉินชิงเหลียน: พวกท่านทำอะใดกันน่ะ...