หลายวันผ่านไป
“เจเจ บ้านปลูกสวนดอกไม้เหรอ” นับดาวมองจิณณวัตที่มักจะเอาดอกไม้มาให้สามเวลา ทั้งเช้า กลางวัน เย็น จนตอนนี้เธอไม่รู้แล้วว่าต้องไปซื้อแจกันอีกกี่อันถึงจะพอ จะเอาไปทิ้งก็เสียดายและกลัวเขาจะเสียใจด้วย แต่นี่ก็เยอะเกินไป ช่อหนึ่งมีดอกไม้เป็สิบยี่สิบดอก
“อยากปลูกนะคะ แต่ว่ามันคงตายหมดเพราะไม่มีเวลาดูแล อันนี้ซื้อมาให้พี่นับดาวค่ะ แต่ผมเลือกและจัดช่อเองนะ” จิณณวัตตอบอย่างภาคภูมิใจ
วันนี้เขาเลือกดอกไฮเดรนเยียสีฟ้ามาให้เธอ ส่วนความหมายที่เ้าของร้านดอกไม้บอก เขาเองก็จำไม่ได้แล้วเพราะซื้อมาฝากเธอบ่อยจนบางครั้งก็ลืมแม้กระทั่งชื่อดอกไม้ด้วยซ้ำ
“พอแล้ว ไม่ต้องซื้อมาอีกแล้วนะ” นับดาวรับดอกไม้จากมือเขา
“ทำไมคะ ไม่ชอบดอกไม้เหรอ”
“ชอบ แต่นายซื้อมาเยอะจนฉันไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน แจกันทั้งร้านก็แน่นหมดแล้ว” เธอพูดพลางชี้ไปยังแจกันบนโต๊ะทุกตัวในร้านที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดปักอยู่
“พอได้ช่อใหม่ก็ทิ้งช่อเก่าไปสิคะ” จิณณวัตยิ้มพลางมองดูดอกไม้ที่ตัวเองตั้งใจเลือกและนำมาจัดใส่ช่อให้กับนับดาวในวันนี้
เธอดูเหมาะกับดอกไม้ที่เขาเลือกมาอย่างพิถีพิถันมาก ที่จริงเขาก็เพิ่งเคยทำแบบนี้ให้ใครสักคนเป็ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ซื้อแต่ถุงยางอนามัยให้สาวอย่างเดียว
“เปลืองเงินนายมากกว่า ไม่ต้องซื้อมาแล้วล่ะ ถ้าอยากซื้อมากขอแค่อาทิตย์ละช่อก็พอ” นับดาวไปอยากให้เขาเสียน้ำใจจึงรับไว้บางส่วน
ั้แ่เลิกกับแฟนเก่าเมื่ออาทิตย์ก่อน ชีวิตที่น่าจะเงียบเหงาของสาวโสดกลับมีจิณณวัตเข้ามาทำให้ชีวิตเธอมีสีสันมากกว่าเดิม เขามีเวลาให้เธอตลอด ตอนเย็นก็มักจะชวนไปเดินเที่ยวเล่นหรือกินข้าวด้วยกัน ไม่เหมือนกับคนเก่าที่แค่จะคุยกันก็ยังยากเพราะเอาเวลาไปให้คนอื่นหมด
“ก็ได้ค่ะ เอาที่คนสวยบอก เจเจเชื่อฟังทุกอย่างค่ะ” จิณณวัตไม่เคยมีประสบการณ์ในการตามจีบสาวมาก่อน เพียงแค่เพื่อนแนะนำว่าผู้หญิงชอบดอกไม้เขาก็รีบสรรหามาให้เธอ
“แล้วนี่กินข้าวมาหรือยัง” นับดาวถามหลังจากยื่นช่อดอกไม้ให้พนักงานเอาไปเก็บ
“ยังค่ะ ว่าจะชวนคนสวยไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน” ถ้า่กลางวันที่คาเฟคนน้อยเหมือนวันนี้เขาก็มักจะชวนเธอออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ถ้าคนเยอะจนปลีกตัวออกไปไหนไม่ได้เขาก็จะนั่งเล่นในร้าน คอยเฝ้ามองเธอขณะอ่านหนังสือไปด้วย
“เดี๋ยววันนี้ฉันทำให้กิน เอาไหม” ั้แ่รู้จักกันมานับดาวยังไม่เคยได้ทำอาหารให้จิณณวัตได้ลองทานสักครั้ง ปกติเธอจะทำให้แต่คนสนิทเท่านั้น
“จริงเหรอ อร่อยมากแน่เลย เดี๋ยวเจเจช่วยนะคะ” จิณณวัตยิ้มแป้นทันทีเมื่อได้ยิน
นับดาวทำให้เขาชอบเธอมากกว่าเดิมอีกแล้ว สำหรับเขาผู้หญิงที่ทำอาหารเป็ดูมีเสน่ห์มากกว่าใส่แบรนด์เนมทั้งตัวอีก
“เจเจทำเป็ด้วยเหรอ” นับดาวเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“พอได้ค่ะ ตอนเด็ก ๆ ผมเข้าครัวไปช่วยคุณแม่บ่อย ๆ แต่โตมาก็ไม่ได้ทำเท่าไหร่เลยทำเป็แต่เมนูง่าย ๆ ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร”
“งั้นมาเป็ลูกมือให้ฉันละกัน ตามมา” นับดาวเดินนำไปยังชั้นบนโซนส่วนตัวที่เธอสร้างเอาไว้สำหรับพักผ่อนเวลาที่ต้องทำเค้กดึกดื่นจนบางคืนต้องนอนพักที่นี่
“คนสวยชอบทำขนมกับอาหารมากเลยเหรอคะ” จิณณวัตเดินตามมาก็เห็นห้องโถงใหญ่ ซึ่งมีห้องที่น่าจะเป็ห้องนอนของนับดาวทางซ้ายมือเพราะมีชื่อเธอติดอยู่หน้าประตู และห้องครัวไซซ์มินิอยู่ทางขวา
“ใช่ คุณพ่อฉันเป็เชฟน่ะ ทำอาหารเก่งมาก ส่วนคุณแม่เองก็ชอบทำขนมอร่อย ๆ ให้ทาน” นั่นจึงเป็สาเหตุให้นับดาวได้ลองฝึกทำทั้งอาหารและขนมมาั้แ่เด็ก จนหลายคนติดใจในรสชาติและบอกว่าเธอสามารถเปิดร้านขนมได้ เธอจึงค่อย ๆ เก็บเงินแล้วมาเช่าที่เพื่อเปิดคาเฟที่นี่
“รู้สึกว่าว่าที่แฟนคนแรกของเจเจจะต้องทำให้เจเจอ้วนแน่ ๆ เลย” เขาเดินยิ้มตามเธอเข้าห้องครัว
“ใครบอกว่าจะเป็แฟนด้วย” นับดาวหันไปโวยทันที
“ไม่ต้องมีใครบอกหรอกค่ะ เจเจบอกเอง” จิณณวัตลอยหน้าลอยตาตอบจนคนฟังได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
“มั่นหน้าจริง ๆ แล้วนี่อยากกินอะไรล่ะ” นับดาวเปิดตู้เย็นดูของสดและผักที่ยังพอมี เพราะจะมีแม่บ้านคอยไปซื้อและใส่ไว้ให้ทุกสุดสัปดาห์ เวลาที่อยู่คาเฟทั้งวันนับดาวก็มักจะขึ้นมาทำอาหารไว้ทานเองและทำเผื่อให้พนักงานในร้านที่มีกันสองสามคน
“อะไรก็ได้ค่ะ เจเจกินได้หมดทุกอย่างโดยเฉพาะฝีมือของคนสวย” จิณณวัตช่วยหยิบของจากมือนับดาวไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าวกลางห้อง
“งั้นเอาเป็ข้าวผัดไข่ใส่กุ้งกับปลาหมึกไหม” นับดาวเสนอเมื่อประเมินวัตถุดิบ
“ได้ค่ะ เจเจก็ทำเมนูนี้เป็ พอช่วยได้ค่ะ” เมนูง่าย ๆ แบบนี้เขาทำเป็เพราะคุณแม่เคยสอน และมักทำให้เขากินตอนยังเด็กแทบทุกตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน
“ไม่รู้จะทำเมนูอะไรเพิ่มดี สุกี้ด้วยดีไหม”
“บอกแล้วไงคะ ไม่ว่าคนสวยจะทำเมนูอะไรเจเจก็กินหมด” จิณณวัตยิ้ม
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบและประกอบอาหาร