เป็อย่างที่ลู่สือม่านคาดเดาเอาไว้การฝากตัวเป็ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ด้านการหลอมยาอย่างฉินชวนคือเื่ดีสำหรับนางเพราะนางชอบปรุงยาที่ผ่านมานางเรียนรู้วิธีปรุงยาจากตำราและบันทึกที่มารดาของนางทิ้งเอาไว้ให้เพียงเท่านั้นสำหรับคนที่มีความรู้ครึ่งๆ กลางๆ เช่นนาง การมีอาจารย์เช่นนี้ถือเป็เื่ที่ดี
เพียงแต่ศิษย์พี่ในหอจันทราทั้งสี่คนของนางหาได้ทำให้นางอยู่ในหอจันทราได้ง่ายนักแม้ว่าภายนอกศิษย์พี่ทั้งสี่มักจะยิ้มแย้มแจ่มใสและดูเหมือนว่าจะมีน้ำใจต่อผู้อื่นแต่แท้จริงแล้วทุกคนที่กล้าไหว้วานให้ศิษย์ทั้งสี่ของหอจันทรารักษาและปรุงยาให้จะต้องมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าคืนกลับมาให้พวกเขาด้วยมิเช่นนั้นพวกเขาจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้คนที่กล้าไหว้วานเ่าั้รู้สึกเสียใจที่กล้าไหว้วานให้พวกเขาปรุงยาและทำการรักษาให้
ศิษย์น้องที่พึ่งจะฝากตัวเป็ศิษย์สายตรงของหอจันทราอย่างลู่สือม่านและซวีจื่ออิงจึงถูกจับตามองเป็พิเศษว่าพวกนางจะทนอยู่ที่หอจันทราได้หรือไม่ในเมื่อพวกนางมีศิษย์พี่เช่นนี้
“ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ถ้าหากพวกเราไม่ใช่ศิษย์ของหอจันทรา พี่สาวทั้งสองของข้าจะต้องมารังแกพวกเราแน่” ซวีจื่ออิงเอ่ยออกมาพลางใช้พลังเซียนที่มีอยู่น้อยนิดตัดแต่งกิ่งสมุนไพรส่วนลู่สือม่านที่ไร้พลังเซียนก็ใช้มืออันบอบบางของตนเองถอนหญ้าตามแปลงสมุนไพรออกอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ม่านม่านพวกเราต้องอาศัยบารมีของหอจันทราข้าเข้าใจแต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือศิษย์สายตรงของท่านเ้าสำนักเช่นนางจะมาลำบากที่นี่กับพวกเราทำไม”ซวีจื่ออิงขยับมานั่งข้างกายของลู่สือม่านแล้วพยักพเยิดไปทางลู่สือหลิงที่ยามนี้กำลังควบคุมพลังปราณบังคับน้ำให้โปรยปรายลงมาในแปลงสมุนไพรอย่างตั้งอกตั้งใจพลังปราณในการควบคุมน้ำของลู่สือหลิงทำได้ดีมากจนมุมปากของนางยกยิ้มน้อยๆด้วยความพึงพอใจ
“เ้าอย่าสนใจนางเลยนางมักจะเป็เช่นนี้ทุกครั้งที่มีความก้าวหน้าก็มักจะมาโอ้อวดข้าเช่นนี้เสมอ” ลู่สือม่านเอ่ยพลางก้มลงมาจ้องมองฝ่ามือของตนเองที่ยามนี้แดงก่ำจนดูไม่ได้แล้วนางก็โอดครวญออกมา
“และที่สำคัญนางมีความชื่นชอบที่จะได้มองดูข้าในยามที่ข้ากำลังตกต่ำ”ลู่สือม่านเอ่ยพลางหันไปส่งยิ้มให้ลู่สือหลิง
“ข้าหาได้ชื่นชอบที่จะได้มองดูพี่หญิงตอนที่ท่านตกต่ำแต่ข้าชื่นชอบยิ่งนักที่จะได้มองดูพี่หญิงในตอนที่ท่านไม่สามารถใช้ชีวิตตามความปรารถนาของตนเองได้”ลู่สือหลิงเอ่ยพลางหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆควบคุมน้ำให้รดต้นสมุนไพรอย่างตั้งอกตั้งใจ
ยามนี้นางได้ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเป็ศิษย์สายตรงของเ้าสำนักเช่นเดียวกับพี่ใหญ่ของนางในใจจึงเต็มไปด้วยความยินดีเื่รดต้นไม้เหล่านี้เดิมทีควรจะเป็งานของลู่สือม่านแต่นางรู้ดีว่าพี่สาวของนางไม่มีพลังปราณหากจะต้องรดน้ำต้นสมุนไพรทั้งหมดนี้สตรีร่างกายอ่อนแออย่างลู่สือม่านคงไม่อาจจะทำให้แล้วเสร็จตามที่ศิษย์พี่ในหอจันทรากำหนดเอาไว้นางจึงได้ลงมือช่วยรดน้ำให้
“พวกเ้าพี่น้องคนหนึ่งก็มากทิฐิ ส่วนอีกคนก็ปากแข็งแต่ใจอ่อนทำให้ข้าที่อยู่กับพวกเ้าทุกเช้าค่ำอดรู้สึกเบื่อหน่ายกับท่าทีเช่นนี้ของพวกเ้าไม่ได้จริงๆ”ซวีจื่ออิงเอ่ยออกมาพลางส่ายหน้าแล้วก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อเห็นว่าศิษย์พี่ทั้งสี่ของตนเองกำลังเดินมาทางนี้
“ศิษย์น้องลู่ข้าได้ยินมาว่าเ้ามีความจำดีมากเป็พิเศษแค่เพียงผ่านตาเพียงครั้งเดียวก็สามารถจดจำได้แล้ว”ฉินเหยาเอ่ยพลางจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า
นางและสหายเข้ามาอยู่ในสำนักถงซานหลายปีกว่าจะได้รับการยอมรับจากฉินชวนแต่ศิษย์น้องที่เข้ามาใหม่สองคนนี้กลับใช้เวลาในสำนักแค่เพียงไม่กี่วันก็ได้เข้ามาเป็ลูกศิษย์สายตรงของฉินชวนแล้วทำให้พวกนางอดรู้สึกริษยาไม่ได้
“วันนี้พวกข้าก็เลยมีภารกิจมาให้ศิษย์น้องลู่ทำฮุ่ยจูเ้านำหญ้าปีกค้างคาวไปให้นางดู”เมื่อฉินเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินฮุ่ยจูก็นำกล่องใส่หญ้าปีกค้างคาวมาเปิดให้ลู่สือม่านดูเพียงแต่นางเปิดให้ดูแค่เพียงแวบเดียวแล้วก็ปิดฝากล่องแล้วจ้องมองลู่สือม่านด้วยสายตาข่มขู่
“พวกข้า้าให้เ้าไปหาหญ้าปีกค้างคาวมาให้ในฐานะที่เ้าเป็ศิษย์น้องคงไม่คิดจะปฏิเสธคำขอร้องของศิษย์พี่เช่นพวกข้ากระมัง”คำพูดของหลินฮุ่ยจูทำให้ลู่สือม่านยิ้มออกมาในทันที
“ข้าพึ่งจะเข้ามาพวกท่านก็มอบหมายงานใหญ่ให้ข้าเสียแล้วเพียงแต่งานใหญ่ที่พวกท่านไหว้วานให้ข้าทำมีรางวัลตอบแทนหรือไม่”คำถามของลู่สือม่านทำให้ฉินเหยา หลินฮุ่ยจูเสิ่นหว่านอี้และมู่หนานกวงหันไปสบตาซึ่งกันและกันแล้วสุดท้ายฉินเหยาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
“พวกข้าไม่เคยทำเื่ให้ใครโดยไม่หวังผลตอบแทนในขณะเดียวกันพวกข้าก็ไม่คิดจะไหว้วานผู้ใดโดยไร้ซึ่งผลตอบแทนเช่นเดียวกันหากเ้าไปหาหญ้าค้างคาวมาให้พวกข้าได้พวกข้ายินดีที่จะยอมรับปากเ้าเื่หนึ่ง”เมื่อฉินเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินฮุ่ยจูก็เอ่ยต่อ
“เพียงแต่หากเ้าทำเื่ที่พวกข้ามอบหมายให้เ้าทำไม่ได้เ้าเองก็ต้องทำตามความ้าของข้าเื่หนึ่งเช่นเดียวกัน”
“ได้!หากข้าทำสำเร็จแล้วพวกท่านอย่าได้ลืมคำพูดของพวกท่านเล่า”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ซวีจื่ออิงก็ยื่นมือมาเหนี่ยวรั้งชายแขนเสื้อของลู่สือม่านเอาไว้ในทันที
“ม่านม่าน...”เสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของซวีจื่ออิงทำให้ลู่สือม่านยิ้มออกมา
“เ้าวางใจเถิดหากข้าไม่มั่นใจข้าก็ไม่มีทางรับปากส่งเดชแน่” คำพูดของลู่สือม่านทำให้ฉินเหยาหันไปยิ้มกับสหายของตนเองในทันที
“แต่ข้าได้ยินมาว่าหญ้าปีกค้างคาวจะมีสัตว์อสูรระดับม่วงคอยคุ้มกันอยู่”เสียงกระซิบของซวีจื่ออิงทำให้ลู่สือม่านพยักหน้าพลางเอ่ยชมสหายของตนเองด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า
“ไม่เลวเลยแสดงว่าเ้าอ่านตำราสมุนไพรที่ข้าเคยมอบให้”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ซวีจื่ออิงก็อยากจะดุด่าสหายของตนเองแต่เพราะอยู่ต่อหน้าของบรรดาศิษย์พี่ทั้งสี่นางจึงไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมา
“เื่ที่พวกข้าไหว้วานห้ามให้ผู้อื่นช่วย”มู่หนานกวงเอ่ยออกมาพลางจ้องมองลู่สือหลิงด้วยสายตาเ็าเด็กสาวผู้นี้เข้าออกหอจันทราโดยไม่สนใจถ้อยคำห้ามปรามของเขาทำให้เขารู้สึกไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอันใดนางได้
“แน่นอนเ้าค่ะศิษย์พี่ทั้งสี่ไม่ต้องกังวล ข้าจะต้องทำเื่ที่พวกท่านไหว้วานมาได้สำเร็จด้วยตนเองอย่างแน่นอน”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ศิษย์พี่ทั้งสี่ของนางก็ยิ้มออกมาอย่างสาสมใจส่วนซวีจื่ออิงและลู่สือหลิงต่างก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงแต่ลู่สือม่านกลับไม่ได้มีความกังวลใจด้วยหญ้าปีกค้างคาวนี้อยู่ในบันทึกที่มารดาของนางทิ้งเอาไว้
มารดาของนางเคยเขียนบันทึกเอาไว้ว่าตามปกติหญ้าปีกค้างคาวมักจะขึ้นอยู่ริมหน้าผาบริเวณใกล้ดินแดนของป่าต้องห้ามค้างคาวโลหิตคือสัตว์อสูรที่เฝ้าอารักขาหญ้าชนิดนี้อยู่แต่หากมีของกินที่มันถูกใจนำไปแลกเปลี่ยน ค้างคาวโลหิตก็มักจะตอบแทนด้วยหญ้าปีกค้างคาวชั้นดีความลับนี้มารดาของนางไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดรู้นอกจากบุตรสาวเช่นนางที่ชอบอ่านบันทึกของมารดาที่จากไปแล้วเพียงเท่านั้น