“กู้ชางฉง ไอ้หมาแก่ตายแล้วรึ”
กู้ชิงเกอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะใบหน้างามวิจิตรบัดนี้แข็งค้าง ปากเล็กเผยออ้าเล็กน้อยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เป็ไปได้อย่างไร...
ในอนาคต ไอ้แก่นั่นยังมีชีวิตอยู่ได้อีกเป็พันปีไม่เพียงแต่แย่งชิงร่างของกู้อี้เท่านั้น ยังกลายเป็มหาเซียนผู้ยิ่งใหญ่ เป็หนึ่งในผู้นำของแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนอีกด้วย
หากมิใช่เพราะนางบรรลุถึงขั้นกึ่งจักรพรรดิลำดับที่เก้าแล้วตบไอ้แก่นั่นตายด้วยฝ่ามือเดียว เกรงว่ามันคงจะเหิมเกริมต่อไปเรื่อยๆ
ทว่าบัดนี้ เหตุใดมันจึงตายก่อนกำหนดเล่านี่ไม่เหมือนกับความทรงจำที่บันทึกไว้เลย
หรือว่า การกลับชาติมาเกิดของนางเป็เพียงเื่สมมุติกันแน่
“ไม่ ไม่ถูกต้อง ภาพฉากในความทรงจำของข้านั้นไม่ผิดพลาดเป็แน่ทั้งเคล็ดวิชาเวทต่างๆ และประสบการณ์ของข้า ล้วนเป็เื่จริง หรือว่าเป็เพราะการกลับชาติมาเกิดของข้าทำให้เกิดสถานการณ์ผิดคาดกัน”
กู้ชิงเกอสงบสติอารมณ์ลง
ในฐานะจักรพรรดินีรุ่นแรกนางมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลม ล่วงรู้ดีว่าสิ่งต่างๆ ในความทรงจำของนางไม่มีทางเป็เื่โกหก
แม้ว่าจะมีผู้ทรงพลังที่ทำให้สิ่งลวงตาดูเสมือนจริงได้แต่ก็ไม่มีความจำเป็ที่ต้องมาล้อเล่นกับมดตัวเล็กๆ เช่นนางหรอกกระมัง
ถ้าเช่นนั้น คงมีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวซึ่งนั่นคือการกลับชาติมาเกิดของนางเองที่ทำให้เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด
ทำให้ไอ้หมาแก่ที่สมควรตายด้วยน้ำมือของนางต้องตายไปก่อนกำหนด
“น่าเสียดาย ข้าอยากจะสังหารไอ้หมาแก่นี่อีกครั้งแท้ๆ!”
กู้ชิงเกอพึมพำกับตัวเอง
“อย่างไรเสีย ในเมื่อไอ้หมาแก่นี่ตายก่อนกำหนดนั่นก็พิสูจน์ได้ว่าภาพอนาคตในความทรงจำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ข้าต้องรีบลงมือแล้ว”
กู้ชิงเกอครุ่นคิดอย่างใจเย็นดวงตาคู่งามเปล่งประกาย ในฐานะผู้กลับชาติมาเกิด นางรู้ว่ามีโอกาสอันน่าทึ่งมากมายซึ่งบางโอกาสนั้น แม้แต่ใน่เวลาที่นางอยู่จุดสูงสุดในชาติที่แล้ว ด้วยฐานะจักรพรรดินีหมื่นภัยพิบัติก็ยังปรารถนาที่จะไขว่คว้ามัน
หากนางได้รับทั้งหมด ความสำเร็จในอนาคตอาจเกินกว่าจะจินตนาการไว้เสียอีกการก้าวข้ามระดับจักรพรรดินั้นก็คงเป็เื่ง่ายดายเช่นเดียวกัน
“ในชาติที่แล้ว ข้าเป็จักรพรรดินีหมื่นภัยพิบัติควบคุมเพลิงะบัวแดง ในระดับเดียวกันแทบมิมีผู้ใดเทียบเคียง เผาจักรพรรดิตายมานับไม่ถ้วนทว่ายังมิอาจบรรลุเป็เซียนได้ สุดท้ายต้องจบชีวิตลงในการต่อสู้ครานั้น ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมทำผิดซ้ำสองเด็ดขาด!”
ดวงตาของกู้ชิงเกอเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาจากนั้นนางก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่อาศัยอยู่ และพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ จึงนั่งขัดสมาธิเพื่อเตรียมบำเพ็ญเพียร
แม้ว่าร่างกายของนางจะยังไม่ได้รับการปลุกพลังทว่าด้วยเคล็ดวิชาอันน่าอัศจรรย์ต่างๆ ที่นางเชี่ยวชาญใน่เวลาที่ยังเป็จักรพรรดินีนางจึงมั่นใจว่าภายในไม่กี่วัน จะสามารถบรรลุระดับความสามารถศักดิ์สิทธิ์ได้ จากนั้นก็จะใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อหลบหนีออกไปจากตระกูลกู้
แค่ให้เวลานางสักวันก็เพียงพอแล้ว
“ใช้เคล็ดวิชาปีศาจกลั่นโลหิตฉบับเร่งรัดก็แล้วกัน!”
ในไม่ช้า กู้ชิงเกอก็เลือกเคล็ดวิชาได้เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาลับมากมายที่นางเชี่ยวชาญ มาจากพลังสืบทอดจากจักรพรรดิในยุคโบราณ
เคล็ดวิชานี้ช่วยเพิ่มระดับขั้นได้รวดเร็วอย่างถึงที่สุดทว่าก็อันตรายอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการฝึกฝนพวกทหารราบเป้าลูกะุปืนใหญ่ก็เท่านั้น
วือ!
ภายในห้อง จากการบำเพ็ญเพียรของกู้ชิงเกอพลังปราณในอากาศได้หลั่งไหลรุดเข้าสู่ร่างของนาง ใบหน้าซีดเซียวไร้เืฝาด บัดนี้มีสีแดงระเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็ว
พลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ตูม!
หนึ่งชั่วยามต่อมา กู้ชิงเกอลืมตาขึ้นทันทีแสงสว่างวาบผ่าน พลังปราณแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
ใบหน้างามโสภณยิ่งดูสง่างามมากขึ้น
ระดับทะเลปราณ!
ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามสั้นๆพลังของกู้ชิงเกอเพิ่มขึ้นจากบุคคลธรรมดาเป็ระดับทะเลปราณ
หากผู้อื่นล่วงรู้เข้าคงต้องตกตะลึงและอุทานด้วยความประหลาดใจ
ตูม!
และในเวลานี้เอง ทันใดนั้นรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวพลันแผ่ออกมาจากร่างของกู้ชิงเกอเฉกเช่นกับจักรพรรดินีผู้ไร้เทียมทานเสด็จลงมาโปรด ทรงอิทธิพลมาอย่างยาวนาน มองลงมาจาก์เบื้องบนสู่โลกา
ดวงตากวาดมองทะลุผ่านกาลเวลาและห้วงมิติเพียงดีดนิ้ว กาลเวลาอาจพลิกผัน สรรค์สร้างความเจริญและความโชคดีในบัดดล
กู้ชิงเกอในสภาพเช่นนี้ดั่งจักรพรรดินีที่จุติลงมา ทั้งเ็าและสง่างามหาที่เปรียบมิได้
เพียงแต่ไม่นานนัก กู้ชิงเกอก็ถอนตัวออกจากสภาพลักษณะเช่นนั้นดวงตาที่ลืมขึ้นฉายแววตกตะลึงสั่นไหว
“ไม่นึกเลยว่าชิ้นส่วนิญญาของข้าจะติดตามมาเกิดใหม่ด้วยขณะนี้สามารถปลุกพลังได้บ้างแล้ว จริงสิ ความทรงจำของข้าเป็เื่จริง!” กู้ชิงเกอพึมพำด้วยความตื่นเต้น
หากจะให้ยอมรับตรงๆ ก่อนหน้านี้นางยังคงสงสัยในการกลับชาติมาเกิดของตนเองอยู่บ้าง
ตอนนี้ก็มั่นใจได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
นางกลับชาติมาเกิดจริงๆ
ชิ้นส่วนิญญานี้คือหลักฐานที่ดีที่สุด
มันคือสิ่งที่ติดตามนางกลับมาเกิดใหม่บรรจุพลังบางส่วนจากชาติที่แล้วแฝงเอาไว้ด้วย
และจะขึ้นอยู่กับระดับพลังความแข็งแกร่งของนางสามารถแสดงบางส่วนจากชาติที่แล้วได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ด้วยพลังระดับทะเลปราณของนางในปัจจุบันน่าจะสามารถแสดงพลังในระดับสำแดงกฎได้ เพียงแต่ไม่อาจคงอยู่ได้นาน
อย่างไรก็ตาม เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว
ตราบใดที่นางเข้ากันได้ดีกับความทรงจำของนางและไปคว้าโอกาสต่างๆ ที่นางปรารถนาในชาติที่แล้วอีกครั้ง การจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในชาตินี้ก็เป็เพียงเื่ของเวลาจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น
“เคล็ดวิชาปีศาจกลั่นโลหิตสมกับที่เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาเร่งรัดที่แข็งแกร่งที่สุดของตำหนักจักรพรรดิกลั่นโลหิตสามารถทะลวงขีดจำกัดของระดับได้ในเวลาอันสั้นที่สุด ทว่าน่าเสียดายที่เคล็ดวิชานี้มีข้อบกพร่องมากเกินไป”
กู้ชิงเกอใจเย็นลง นางรู้ว่าความเร็วในการเพิ่มระดับเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปกติเคล็ดวิชามีข้อบกพร่องมากเกินไป และพลังต่อสู้ก็ไม่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน เพียงใช้สำหรับฝึกฝนทหารราบทั่วไปก็เท่านั้น
ในไม่ช้า นางก็หลับตาลงอีกครั้งเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อ
นาง้าบำเพ็ญเพียรให้ถึงระดับความสามารถศักดิ์สิทธิ์โดยเร็วที่สุดจากนั้นก็แยกตัวออกจากตระกูลกู้เพื่อค้นหาโอกาสในการปลุกพลังร่างะหมื่นภัยพิบัติของนางและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นยุคสมัย
ในชาตินี้ นางจะต้องก้าวไปถึงจุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนแซงหน้าชาติที่แล้วให้จงได้
ตูม!
จากนั้น ในเวลานี้เองเสียงปะทะอันน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้นบนตระกูลกู้
จากนั้น สิ่งที่ตามมาคือการเกิดการสั่นะเือย่างรุนแรงเมืองเป่ยจี๋เทียนทั้งเมืองสั่นสะท้าน
“เกิดสิ่งใดขึ้น”
กู้ชิงเกอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงหรือว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกแล้ว
วินาทีต่อมา รัศมีอันน่าเกรงขามของเซียนนักบุญก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเ็าที่ดังกึกก้อง
“สมาชิกตระกูลซูทั้งหลายจงทำลายตระกูลกู้เสียให้สิ้น!”
เสียงนี้ราวกับฟ้าคำรามสะท้านทั่วเมืองเป่ยจี๋เทียนในชั่วขณะหนึ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรและมนุษย์ธรรมดานับไม่ถ้วนในเมืองต่างก็หวาดผวากันถ้วนทั่ว
“เซียนนักบุญเสด็จลงมาแล้วรึเป็เซียนของตระกูลซูเสียด้วยสินะ”
กู้ชิงเกอตกตะลึงอีกครั้งไม่ใช่ว่าในวันนี้ตระกูลซูถูกกู้ชางฉงไอ้หมาแก่สารเลวยกคนไปทำลายหรอกรึ
เหตุใดตระกูลซูไม่เพียงแต่ไม่ถูกทำลายทว่ายังปรากฏเซียนนักบุญขึ้น ทั้งยังจะมาทำลายตระกูลกู้อีกด้วย
โลกนี้มันกลับตาลปัตรไปแล้วรึ
นางกลับชาติมาเกิดจริงๆใช่หรือไม่
……
“นี่คือเซียนนักบุญที่เสด็จลงมาตระกูลซูหรือ ไม่ใช่ว่าตระกูลซูกำลังจะล่มสลายไปแล้วหรอกหรือ เหตุใดจึงมีเซียนนักบุญปรากฏขึ้นได้เล่า”
“ชิ ยิ่งไปกว่านั้น เซียนนักบุญผู้นี้ยังมุ่งเป้าไปยังตระกูลกู้นี่คือจะทำลายตระกูลกู้เลยนี่”
“ตระกูลกู้จบสิ้นแล้วเซียนนักบุญเสด็จลงมา ตระกูลกู้จะเอาสิ่งใดไปต่อกรได้”
“ท่านอาจารย์ ท่านกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือว่าตระกูลซูจะล่มสลายเหตุใดตอนนี้มันถึงกลับกันเช่นนี้”
ภายในโรงเตี๊ยมจุ้ยเซียนเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรมองไปยังอาจารย์วัยกลางคนด้วยสายตาประหลาดที่เคลือบแคลงสงสัย ทำให้แก้มของอาจารย์วัยกลางคนร้อนผ่าวมุมปากกระตุกเล็กน้อย
ราวกับเขากำลังถูกตบหน้า!
ไม่สิ เขาได้คำนวณอย่างถูกต้องแล้วโชคชะตาของตระกูลกู้รุ่งโรจน์ อนาคตต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน มีความเจริญรุ่งเรืองนับพันปีส่วนตระกูลซูนั้น โชคชะตากำลังเสื่อมถอย มีสัญญาณของการล่มสลายอย่างชัดเจน
ไม่เพียงเท่านั้น ตระกูลกู้ยังมีเซียนนักบุญแม้ว่าจะเป็เพียงเซียนจอมปลอมที่บกพร่องและเพิ่งเลื่อนขั้น ทว่าก็เพียงพอที่จะทำลายตระกูลซูได้อย่างง่ายดายเหตุใดตอนนี้มันถึงกลับตาลปัตรได้กันเล่า
อาจารย์วัยกลางคนขมวดคิ้วเมื่อเห็นสายตาที่เคลือบแคลงสงสัยของทุกคนเขายื่นนิ้วออกไปราวกับจะคำนวณสิ่งใดบางอย่าง
ด้วยพลังของเขา การจะคำนวณเซียนนักบุญนั้นไม่ใช่เื่ยาก
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาเตรียมจะคำนวณก็รู้สึกถึงความหนาวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยที่ตนไม่อาจต้านทานได้
ตูม!
ในความมึนงง ราวกับว่ามีดวงตาเ็าคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาจากแม่น้ำนิรันดร์กาล
“อั่ก!”
วินาทีต่อมา เขาราวกับถูกฟ้าผ่าสีหน้าซีดเผือด กระอักโลหิตออกมาคำโต
โลหิตนั่นเปล่งประกายสะท้อนแสงระยิบระยับรัศมีล้อมรอบ บรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ธรรมดาแฝงเอาไว้
เพียงแต่พลังศักดิ์สิทธิ์ในโลหิตนั้นถูกพลังลึกลับบางอย่างลบออกไปมิฉะนั้นเพียงโลหิตอึกเดียวก็สามารถก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่และลบล้างแผ่นดินทั้งหมดได้
ตูม!
ร่างของอาจารย์วัยกลางคนในชุดคลุมยาวสั่นะเือย่างรุนแรงดวงตาพร่ามัว เกือบจะล้มลงกับพื้น
“จักรพรรดิสง่าวาววับจับตาดั่งไม่อาจต้านทานได้นี่คือการกำเนิดขึ้นของผู้ยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าจินตนาการเลยนี่!”
อาจารย์วัยกลางคนในชุดคลุมยาวมีสีหน้าหวาดกลัวนิ้วมือสั่นเทา
เขาคือหนึ่งในเ้าสำนักของวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าเชียวนะ
ด้วยระดับพลังของเขา อย่าว่าแต่เซียนนักบุญเลยแม้แต่จักรพรรดิ เขาก็ยังสามารถคำนวณได้ไม่น้อย เหตุใดแค่จะคำนวณเซียนนักบุญของตระกูลซูเขาถึงเกือบจะถูกพลังสะท้อนกลับจนจะตายเช่นนี้กัน
“คนผู้นี้แห่งตระกูลซูน่าสะพรึงกลัวเกินไป ข้าไม่กล้ายุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว ไม่เอาแล้ว”
อาจารย์วัยกลางคนเหงื่อแตกพลั่กหัวใจเต้นระทึก เขาไม่สนใจสายตาตกตะลึงของทุกคน หันหลังเดินออกจากโรงเตี๊ยมจุ้ยเซียนรีบออกจากเมืองเป่ยจี๋เทียนไปทันที
เขาสาบานว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่ย่างกรายเข้าสู่ทวีปเจินเซิ่งอีกเลย!
ไม่สิ อย่าว่าแต่ทวีปเจินเซิ่งเลยแม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุน หรือแดน์ฉางเซิง เขาก็ไม่อยากจะมาอีกแล้ว
มันน่ากลัวเกินไป
ส่วนจุดประสงค์ดั้งเดิมถ้ำปีศาจที่เก้ากระไรนั่นถูกทำลายก็ถูกทำลายเสียเถิด ต่อให้ทั้งทำลายทวีปเจินเซิ่งกวาดล้างแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนไปมันจะเกิดอะไรขึ้น
เขาไม่อยากจะสนใจอีกต่อไปแล้ว
ทวีปเจินเซิ่งแห่งนี้มันผู้ใดก็ได้ เขาคิดว่าเขาจะสู้ไม่ได้หรืออย่างไร
“หนีไปแล้วรึ”
เหล่าผู้ฝึกตนในโรงเตี๊ยมจุ้ยเซียนต่างก็ตกตะลึงกับการกระทำของอาจารย์วัยกลางคน
......
ตูม!
ในเวลาเดียวกัน ภายในเมืองเป่ยจี๋เทียนฝ่ามือั์ตบลงมาอีกครั้ง ทำลายค่ายกลคุ้มครองของตระกูลกู้จนแตกยิบ พลังที่เหลือยังทำลายอาคารและตำหนักพระราชวังนับไม่ถ้วน
“ฆ่ามัน!”
“ทำลายล้างตระกูลกู้ ตระกูลซูไร้เทียมทาน!”
ประตูมิติต่างก็เปิดออกกลางอากาศสมาชิกตระกูลซูและกองทัพพุ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับกระแสน้ำที่ไหลบ่าพุ่งเข้าใส่ตระกูลกู้อย่างบ้าคลั่ง
ในชั่วขณะหนึ่ง เหล่าผู้าุโของตระกูลกู้ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกันเสียแล้ว