“คุณตะวันไม่ต้องกลัวนะครับ เครื่องติดตามตัวจะทำให้พวกเรารู้ว่าคุณอยู่จุดไหน เครื่องดักฟังจะทำให้รู้ว่าพวกมันสั่งอะไรคุณบ้าง และกล้องติดตามตัวที่กระดุมเสื้อจะทำให้ได้หลักฐานและหน้าตาของพวกมันมาดำเนินคดีได้ ถ้ามีอะไรฉุกเฉินใช้ปืนเล็กกระบอกนี้ป้องกันตัวทันที วิธียิงก็ตามที่ผมสอนให้เมื่อเช้าเลยนะครับ ไม่ต้องกลัวพวกเราจะไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรแน่นอนครับ”
ทรงกลดที่มาในคราบตำรวจนอกเครื่องแบบกับทีมงานนับสิบจนเต็มคอนโดของจิณณวัตรในเย็นของวันถัดมา หลังจากรู้จุดนัดส่งเงินแน่ชัดแล้ว กระบวนการช่วยเหลือตัวประกันอย่างมืออาชีพก็เริ่มขึ้น
เพื่อเข้าทลายแก๊งโหดที่ใช้วิธีทวงเงินลูกหนี้อย่างเหี้ยมเกรียม เพราะหน่วยของเขาได้รับแจ้งจากผู้เดือดร้อนหลายสิบคนมาก่อนหน้านี้แล้ว พอเพื่อนโทรไปปรึกษาจึงได้โอกาสจับให้ได้คาหนังคาเขาทั้งแก๊ง
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้จริงๆ จิณณวัตรจ้องมองใบหน้าขาวสวยที่ตอนนี้ออกจะซีดด้วยอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาเข้าไปใกล้ๆ แล้วรั้งร่างบอบบางเข้ามากอด
“ระวังตัวด้วยนะตะวัน ผมกับนายกรดจะอยู่ไม่ห่างคุณหรอก อีกหน่อยเรื่องจะจบ คุณกับนายเจจะต้องกลับมาด้วยความปลอดภัยผมสัญญาด้วยชีวิต”
พร้อมกับถ้อยคำปลอบขวัญที่อาทิตยาเห็นว่าอบอุ่นอย่างไม่เคยมีมาก็ว่าได้
แล้วอัลติสสีขาวก็มุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายนอกเมือง ซึ่งเป็นตึกเก่าโกโรโกโสหลายคูหา บริเวณโดยรอบแออัดยัดเยียดไปด้วยร้านรวงเล็กๆ ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาก บ้างก็ร้องตะโกนสั่งอาหารบ้าง น้ำบ้างกาแฟบ้างดังไปทั่วตอก
แม้ทรงกลดจะบอกว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบปะปนอยู่กับคนเหล่านี้นับสิบ แต่อาทิตยาก็ยังอดหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้เมื่อจอดรถอยู่หน้าตึกแล้ว
มองผ่านกระจกไปเห็นลูกน้องหัวหน้าโต๊ะสองคนมายืนรอรับอยู่ ก่อนก้าวลงรถถึงกับต้องหายใจเข้าปอดลึกๆ สองสามครั้ง จึงคว้าเป้เงินสดสิบล้านเดินตามชายร่างยักษ์ไปด้านใน
พอเข้าไปในห้องทำงานตกแต่งสวยงามทันสมัยผิดกับภายนอกลิบลับของหัวหน้าโต๊ะแล้ว ก็เห็นจิรายุถูกอีกสองชายยืนประกบข้างไว้ อาทิตยาส่งเป้ให้หัวหน้าโต๊ะที่ไม่รอช้ารีบรูดซิปออกดูทันที ก่อนจะยกปึกเงินมากรีดดูแล้วหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม
“นับดูให้ละเอียด ขาดแม้แต่ร้อยเดียวก็ไม่ได้”
อาทิตยาให้ร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก จึงพยายามจะดึงตัวจิรายุออกไปให้เร็วที่สุด ตำรวจจะได้บุกเข้ามาตามแผน
“คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอ รับรองฉันไม่โกงคุณหรอก รีบปล่อยน้องชายฉันมาเถอะ”
“ความไม่เชื่อใจใครมันทำให้ผมถึงมาไกลได้จนทุกวันนี้ไง ไม่ต้องห่วงหรอกรับรองว่าถ้าเงินครบคุณกับน้องได้กลับบ้านแบบครบสามสิบสองแน่”
หัวหน้าโต๊ะส่งเสียงเข้มมาหา อาทิตยากำลังจะอ้าปากถามถ้าเกิดเงินไม่ครบอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองและจิรายุ แต่..."
“พี่ๆ ตำรวจมาด้อมๆ มองๆ อยู่ข้างนอกตั้งหลายคน”
ลูกน้องหน้าเหี้ยมก็วิ่งตรงดิ่งเข้ามารายงานก่อน
“แกพาตำรวจมาด้วยเหรอ! นังนี่ตกลงกันดีๆ ไม่ชอบเหรอ ได้! แล้วมึงสองพี่น้องจะได้รู้ว่ากูทำอะไรได้บ้าง”
เผียะ
“ตะวัน!!!”
จิรายุหมายจะวิ่งไปหาร่างบอบบางที่ล้มกลิ้งลงกับพื้นทันทีเมื่อถูกมือหนาตบลงไปกับแก้มขาวอย่างแรง แต่เขาก็ถูกล็อกตัวเอาไว้ก่อน
“จับมันไปทั้งสองคน อ้อมออกไปหารถหลังร้านโน่นแล้วเอามันไปเก็บไว้ที่โกดัง กูจะออกไปเคลียร์กับตำรวจเสร็จงานเมื่อไหร่ กูจะเอาไอ้ห่านี่ไปไว้เรียกค่าไถ่ ส่วนอีนังนี่กูจะเป็นผัวมันก่อน แล้วพวกนี้ค่อยเรียงคิว สะใจเมื่อไหร่กูจะส่งมันไปขาย หรือถ้ามันแผลงฤทธิ์มากนักก็เชือดมันทิ้งเลย”
หัวหน้าโต๊ะสั่งลูกน้องเสียงเข้มแล้วออกจากห้องไป
“ปล่อยฉันนะ!!! ฉันไม่ไป!!! ปล่อย!!!”
อาทิตยาได้โอกาสรีบวิ่งตรงไปหาประตู แต่ก็ช้ากว่าลูกน้องหน้าเหี้ยมที่ก้าวยาวๆ ไปจนทันแล้วขยุ่มผมที่มัดหางม้าเอาไว้จนผงะมือก็ยกขึ้นมากุมหัวไว้ด้วยความเจ็บ เมื่อถูกกระชากผมอย่างแรงจนเซล้มไปอีกรอบ
“เก่งนักนะมึง สงสัยจะยังไม่รู้จักกูดี”
เผียะ แก้มข้างเดิมถูกมือหนาฟาดลงไปแถมหนักกว่ารอบแรกจนเลือดไหลจมูกกับปาก จิรายุถลาเข้าไปช่วยพยุงด้วยความสงสารและห่วงใย
“ตะวัน!!! ทำไมพวกแกต้องทำอย่างนี้กับผู้หญิงด้วย แน่จริงก็มาทำกับกูสิ”
จึงว่าไอ้ลูกน้องหน้าเหี้ยมด้วยความโกรธ แล้วก็พุ่งไปหาเจ้าของมือหนาเพื่อหมายจะเอาคืนแทนเลขาแม่ แต่
“เก่งนักเหรอมึง เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”
หนุ่มน้อยร่างผอมก็ถูกทั้งหมัดทั้งเข่านับไม่ถ้วนจนต้องนอนกองอยู่กับพื้นก่อนจะทันได้เข้าถึงตัวไอ้หน้าเหี้ยมด้วยซ้ำ
“ลากมันไปเร็วๆ เข้า ขืนชักช้าตำรวจก็เข้ามาถึงพอดี เดี๋ยวลูกพี่ด่าตาย”
“หยุด!!! วางอาวุธลงให้หมด ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”
สารวัตรทรงกลดเข้ามาพร้อมปืนและกำลังคนนับสิบกรูเข้ามาในห้อง ส่วนนอกห้องหัวหน้าโต๊ะพนันก็ถูกล็อกตัวใส่กุญแจมือไว้เรียบร้อยแล้ว
จิณณวัตรรีบตรงดิ่งเข้าไปหาอาทิตยาที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือด เพราะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์ระทึกใจอย่างนี้มาก่อน
“ถ้าไม่อยากเป็นข่าวฉันจะให้คนขับรถคุณตะวันออกไปรับท้ายซอยนะ รีบออกทางหลังตึกเลย ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง เจ้าทุกข์ที่ถูกพวกมันทำร้ายรอชี้ตัวอยู่เต็ม น้องแกไม่ต้องยุ่งก็ได้”
ทรงกลดเข้ามากระซิบ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่อาทิตยาปรารถนามาก เพราะห่วงชื่อเสียงของเจ้านายไหนจะอาการหัวใจกำเริบที่อาจจะได้รับจากข่าวอย่างไม่ต้องสงสัยอีก
“ขอบใจมากนะเพื่อน ฉันติดหนี้แกอีกแล้ว”
จิณณวัตรตบไหล่เพื่อนสองสามทีอย่างรู้กัน จากนั้นตำรวจก็รีบปลดกล้องกับเครื่องติดตามตัวในเสื้ออาทิตยาออก เพราะเป็นหลักฐานสำคัญ
“ไปกันเถอะเรา”
จิณณวัตรประคองร่างบอบบางโดยมีน้องชายที่เจ็บไปทั้งตัวถูกตำรวจอีกนายช่วยพยุงขึ้นแล้วพาออกทางหลังตึก ส่วนอีกนายก็ขับอัลติสไปรอเรียบร้อยแล้ว
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่าเจ เดี๋ยวค่อยมาคุยกับพี่”
เมื่อรถไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้านแต่ไปคอนโดของจิณณวัตรแทน เขาสั่งน้องที่มีสภาพมอมแมมใบหน้าบวมเปล่ง แล้วหันไปหาคนที่ยังคงถูกเขาประคองไปนั่งชุดรับแขกด้วยความห่วง มือหนาเชยคางมนขึ้นเพื่อจะได้ดูว่ามีตรงไหนแตกบ้าง
“ผมจะไปเอากล่องยามาดูแผลให้นะ คุณนั่งรออยู่ตรงนี้”
ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล แล้วบรรจงเชยคางที่มีคราบเลือดเปอะเปื้อนขึ้น ใช้สำลีชุบน้ำค่อยๆ เช็ดออกทีละนิดๆ อย่างแผ่วเบาที่สุด
“อุ๊ย!!!”
แต่ก็ทำเอาคนเจ็บสะดุ้งโหยง เมื่อกระเทือนถึงแผลที่แตกอยู่ภายในปากจนได้ คนเช็ดถึงกับหน้าสลดลงด้วยความสงสาร และอยากจะขอบคุณสักร้อยครั้งในความช่วยเหลือของเลขาแม่ครั้งนี้
“ผมขอโทษนะ เจ็บมากหรือเปล่า จะให้ผมพาไปหาหมอไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ มันคงเป็นแผลอยู่ข้างใน แต่ไม่มากถึงขนาดต้องไปหาหมอหรอก”
“ผมจะทำมือเบาที่สุด เสร็จแล้วคุณก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักนะ เหนื่อยมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
อาทิตยาไม่เกี่ยงสักนิด เพราะเหนื่อยและเจ็บตามปากกับจมูกไม่น้อย พอเขาประคองมาส่งถึงหน้าห้องน้ำ ยื่นผ้าเช็ดตัวกับชุดให้แล้วก็รีบออกไป
ตัวเองก็รีบอาบน้ำแล้วแทบจะคลานขึ้นไปนอนบนเตียงก็ว่าได้ มีเรื่องมากมายให้ขบคิดแต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำได้ เลยผล็อยหลับไปทันที สามชั่วโมงเต็มๆ ที่หลับไป
พอตื่นขึ้นมาเลยรีบออกไปดูนอกห้อง เห็นสองพี่น้องกำลังจัดแจงแกะอาหารจากกล่องโฟมใส่จานอยู่เงียบๆ เหลือบไปมองนาฬิกาก็หกโมงเย็นเข้าไปแล้ว จึงเดินไปนั่งโดยไม่รอให้ใครเชื้อเชิญแต่อย่างใด
“ผมสั่งข้าวต้มมาให้คุณด้วยนะ กลัวจะกินของพวกนี้ไม่ได้”
จิณณวัตรยกชามข้าวต้มออกจากไมโครเวฟมีควันโชยออกมาชวนให้ลิ้มลองไม่น้อย จากนั้นก็ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรเพราะต่างก็หิวไม่แพ้กัน กระทั่งท้องอิ่มความคิดถึงได้โลดแล่น
“นายกรดโทรมาบอกว่าอยากจะให้นายเจหลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก เพราะตอนนี้ยังสาวถึงเจ้ามือใหญ่ได้ไม่หมด กลัวมันจะส่งคนมาเล่นงานอีก ไหนจะพวกรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยที่ชอบชักชวนรุ่นน้องไปเล่นหนัก ๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้เปอร์เซ็นต์จากหนี้สินด้วย ถ้าขืนนายเจเข้าไปเรียนตอนนี้ มีหวังโดนพวกมันเล่นแน่ ผมเลยว่าจะให้ไปอยู่บ้านที่เขาใหญ่สักอาทิตย์ แต่ไม่รู้จะบอกคุณพ่อคุณแม่ยังไง”
อาทิตยาคิดตามขณะมองจิรายุที่นั่งนิ่งฟังคำพี่โดยไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเถียงไม่หยุดปากและคงไม่ยอมใครมาบงการชีวิตง่ายๆ แน่ ใจอยากสมน้ำหน้าอยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะลืมเลือกที่จะให้อภัย แถมช่วยเสนอแนะทางออกอีก
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































