แม้จะขึ้น ม.4 แล้ว แต่เพื่อนในห้องก็ยังคงมีพวกหน้าเดิมๆอยู่หลายคน ยกเว้นมาริสา ที่ ม.4 หล่อนเลือกเรียนสายวิทย์จึงแยกไปอยู่อีกห้องหนึ่งแต่บางครั้งหล่อนก็จะมาขลุกอยู่กับพวกเพื่อนเก่าอยู่บ่อยๆ ยามาเลือกเรียนสายศิลป์ หล่อนเล่าว่าทะเลาะกับแม่อยู่เป็เดือนเพราะว่าแม่อยากให้เป็หมอ
“จะอะไรกับหมอนักหนาอาชีพอื่นที่หาเงินได้เยอะกว่าหมอก็มี ปลาทูจะหาเงินให้เยอะกว่าและทำงานสบายกว่าอีกด้วยคอยดู”ยามาร้องไห้บ่นกับภารดีตอนที่หล่อนทะเลาะกับแม่
“มันอนาคตของปลาทูนะ จะไปแข่งกับใครทำไม?” พริมาได้แต่นั่งฟังเพื่อนบ่นหล่อนโชคดีที่แม่ไม่บังคับอะไรเลย จะไม่เรียนต่อก็ยังได้ แต่ถึงพริมาจะไม่ชอบเรียนหนังสือแต่หล่อนก็รู้อะไรควรทำไม่ควรทำ
“แม่หาว่าปลาทูติดเพื่อน!และที่เรียนสายศิลป์ก็เพราะตามเพื่อน...แม่ยังไม่รู้เลยว่าปลาทูชอบอะไร” ยามาพูดไปร้องไห้ไปแต่หล่อนก็ใจแข็งยืนยันหนักแน่นว่าหล่อนจะเรียนตามใจตัวเอง ไม่เรียนตามใจแม่
“ปลาทูหาค่าเทอมเองก็ได้...ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าจะเรียนหมอก็ต้องหาทุน ความอยากกับสิ่งที่เป็ไปได้น่ะมันสวนทางกันนะ” ภารดีเสนอจะออกค่าเทอมให้และถ้ายามาเป็หมอแล้วค่อยเอาเงินมาใช้หล่อน
“ไม่เอาหรอกค่ะ...ค่าเทอมก็ส่วนหนึ่งแต่ปลาทูไม่ได้อยากเรียนหมออยู่แล้ว”
“งั้นมาทำงานให้พี่เดี๋ยวให้เงินเดือนเท่า ป.ตรีเลย สนใจไหม? จบ ม.3 ได้เงินเท่าป.ตรี” ยามามองภารดีตาโตเท่าที่รู้ภารดีเป็ผู้จัดการตลาด หล่อนจะฝากงานให้อย่างนั้นหรือ? ภารดีคงเส้นใหญ่ไม่เบา เพราะฝากงานให้เด็กอย่างหล่อนไม่พอ ยังเรียกเงินเดือนให้หล่อนได้อีกด้วย
“เอาแค่เงินเดือน ม.3 พอค่ะแค่ช่วยได้ปลาทูก็ขอบคุณมากแล้ว” ยามาไม่อยากให้ภารดีเสียชื่อ และหล่อนไม่อยากได้ชื่อว่าเป็เด็กเส้น
“ก็ได้ อืม...8,000 พอได้ไหม?” ภารดีให้ข้อเสนอและนั่นมันมากกว่าที่ยามาคิดเสียอีก
“แต่ปลาทูจะทำงานยังไง?” เด็กสาวอยากทำงานแต่หล่อนก็ยังต้องเรียน
“เข้าไปวันเสาร์ อาจจะมีวันอาทิตย์บ้าง ที่เหลือเอาไปทำที่บ้านโอเคไหม?”
“ได้ค่ะ” เด็กสาวยกมือไหว้แม่ของเพื่อนถ้าหล่อนได้เงินมาช่วยแม่ อย่างน้อยก็ในส่วนของค่าเทอมก็น่าจะดีขึ้นบ้าง
“ดีๆพี่จะให้ปลาทูทำบัญชีตลาดนะ ดูร้านค้าด้วยไม่ยากหรอกทำไปสักพักก็ได้เองเดี๋ยวสอนให้ คราวนี้พี่จะได้มีเวลาไปเที่ยวช้อปปิ้งซื้อของบ้างอยากไปเดินดูเองมั่ง เบื่อช้อปปิ้งออนไลน์แล้ว” ยามาคิดคำนวณตาม...บางทีภารดีอาจจะแบ่งเงินเดือนของหล่อนมาให้ยามาถ้าเงิน 8,000 บาท แบ่งให้คนอื่นง่ายๆ แบบนี้เงินเดือนภารดีจะมากขนาดไหน
“คอยดูนะปลาทูจะเรียนจบที่อยากเรียนและทำงานให้ได้เงินเยอะๆแม่จะได้รู้ว่าปลาทูไม่ได้ดื้ออยากเอาชนะแต่ปลาทูทำได้จริง”
ในห้องพริมาแม้จะมีเพื่อนเก่าๆอยู่หลายคน แต่ก็มีเพื่อนใหม่ที่มา จากโรงเรียนอื่นอยู่เกือบครึ่งในห้องมีการโหวตหัวหน้าห้องใหม่และเสียงส่วนใหญ่เลือกยามาเพราะมาริสาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแล้ว มีคนลงแข่งเป็หัวหน้าห้องด้วยคนหนึ่งพริมาไม่เคยเห็นหน้าหล่อนมาก่อน แต่มารู้จักชื่อตอนที่ให้เพื่อนๆโหวตคะแนน เธอคนนั้นชื่อพลอยใส...หล่อนมาจากโรงเรียนอื่น ที่มาเรียนต่อม.4 ที่นี่ หล่อนมีเพื่อนมาด้วยสองสามคนและเพื่อนๆหล่อนนั่นเอง ที่เป็คนเสนอชื่อ ตอนได้ยินชื่อตัวเองพลอยใสดูเขินๆหล่อนหันไปตีแขนเพื่อนที่เสนอชื่อหล่อน เด็กสาวดูเป็คนร่าเริงและยิ้มเก่งหล่อนแจกยิ้มและแนะนำตัว พริมาคิดว่าพลอยใสมีเสน่ห์...ไม่ใช่สวยในแบบแรกเห็น แต่พอยิ่งมองถึงเห็นว่าสวยและท่าทางกิริยาที่น่ารักของหล่อนนั่นแหละที่เพิ่มเสน่ห์ให้เด็กสาวหน้าตาธรรมดาดูมีเสน่ห์ดึงดูดและน่ามองแต่เพราะเพื่อนในห้องมีเด็กโรงเรียนเก่ามากกว่าและส่วนใหญ่จะรู้จักกันมานานพวกนั้นเลยลงคะแนนเลือกยามาเป็หัวหน้าห้องได้คะแนนเสียงนำ...มติเป็เอกฉันท์!
“งั้นฉันขอสละสิทธิ์ได้มะ มีคนเต็มใจทำหน้าที่แบบนี้ก็เหมาะแล้ว”ยามาออกความเห็นเพราะหล่อนไม่ได้อยากเป็หัวหน้าห้องั้แ่แรก
“ไม่ได้! แกซี้ ผ.อ.ได้ผู้มีอิทธิพลเป็หัวหน้าห้องน่ะดีแล้ว มีอำนาจต่อรองกับอาจารย์”เพื่อนคนหนึ่งออกความเห็น เพราะปีที่แล้ว ยามาอยู่ๆก็ได้อยู่ห้องเดิมทั้งที่ชื่อหล่อนอยู่ห้อง 1 จนหลายคนลือกันว่ายามาเป็หลาน ผ.อ.
“ใช่...ไอ้ปลาทูเรียนเก่งคุยภาษาเดียวกับอาจารย์ได้ ส่งไปเป็ผู้แทนราษฎรน่ะเหมาะแล้ว”ศศิธรเห็นด้วยอย่างแข็งขันปีนี้หล่อนก็ยังอยากมีเพื่อนเป็หัวหน้าห้องเหมือนปีก่อน(มาริสาไม่ได้เรียนห้องนี้) เป็เพื่อนกับหัวหน้าห้องมันก็ยืดได้เหมือนกันเว้ย...
“ไม่เอาเว้ย!ฉันในฐานะหัวหน้าห้องในตอนนี้ขอสั่งให้พวกแกเลิกโหวตฉันเป็หัวหน้าห้องและยกหน้าที่นี้ให้พลอยใสแทน อย่ามาบังคับไม่ชอบ!” เห็นท่าเท้าสะเอวของเพื่อนพวกที่มาจากโรงเรียนอื่นนั่งมองอย่างตกตะลึง แต่พวกเพื่อนเก่าๆ เห็นจนชินตาเสียแล้ว
“ตกลงเธอเป็หัวหน้าห้องนะมีอะไรให้ช่วยก็บอก” ยามาตบไหล่พลอยใส ก่อนเดินกลับไปนั่งที่ ก่อนนั่งหล่อนและยังมีน้ำใจหันไปแลบลิ้นใส่ศศิธรที่นั่งมองอยู่ด้วย
ขึ้น ม.4และตอนนี้เป็ที่แน่ชัดแล้วว่ามีใครเป็ดาวเด่น...ภารดีนั่ง ฟังยามาเล่าเื่ที่โรงเรียนก็คิดตามและนั่งขำความคิดของเด็กๆที่จัดลำดับหน้าตาของเพื่อน...ในวัยนี้สิ่งที่ดึงดูดความสนใจคงเป็แค่เื่หน้าตาและรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นหล่อนเคยผ่านมาแล้ว สมัยเรียนภารดีติด 1 ใน 10 สาวงามประจำโรงเรียนและหล่อนก็ภูมิใจนักหนาแต่ใครจะคิดว่าเป็คนดังในตอนนั้นก็ใช่ว่าโตขึ้นมาจะได้ดีกันเสียที่ไหนหล่อนเองก็หลงไปกับสิ่งพวกนั้นจนเกือบถอนตัวไม่ขึ้นภารดีได้ข่าวมาบ้างว่าสาวงามสิบคนเพื่อนเก่าของหล่อนสมัยนั้น...ได้ดีจริงๆไม่ถึงสามคน และหล่อนไม่ได้อยู่หนึ่งในสาม ที่เหลือก็พื้นๆ ธรรมดาทั่วไปภารดีเคยเจอเพื่อนคนหนึ่ง (หนึ่งในสิบสาวงาม)ที่ตลาด...ตอนนี้จากสาวงามในตอนนั้นเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้
“ไอ้พิมพ์!”ผู้หญิงคนหนึ่งเรียกหล่อนที่ตลาดภารดีหันไปมอง...หล่อนต้องคิดอยู่ตั้งนานว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร...อืมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่หล่อนคนนั้นดูแก่กว่าภารดีหลายปีอยู่หรือจะเป็รุ่นพี่...ใครหว่า?
“กูเอง...แต๋มไง!”ภารดีนึกย้อนถึงความหลังสมัยเรียน เพื่อนชื่อแต๋ม หล่อนมีคนเดียว และแต๋มคนนั้น...พวกหล่อนแข่งกันสวยมาหลายเทอม แต่แต๋มคนนี้...ไม่เหลือเค้าเลย
“อืม...พอดีกูยังลดไม่ลงน่ะเพิ่งคลอดลูก” แต๋มบอกเพราะอ่านสายตาเพื่อนออก
“ก็อย่างว่าคนมันมีผัว...ลูกสามแล้วเว้ย”แต๋มยังอุตส่าห์อวดกลายๆ ว่าหล่อนมีสามีและตอนนี้มีลูกสามคนและที่น้ำหนักไม่ลดเพราะหล่อนเพิ่งคลอดลูกคนที่สามแต่ดูเหมือนลูกคนที่สามหล่อนจะสองขวบแล้ว...แต๋มเพิ่งคลอดมาได้สองปีเท่านั้นเอง! พวกหล่อนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟสองสาวและเด็กอีกสาม ลูกๆ ของแต๋มอายุไล่ๆ กัน สี่ขวบ สามขวบ และสองขวบ เป็เด็กผู้ชายทั้งหมดและดูท่าว่าจะซนมากทีเดียว
“ไม่เจอกันกี่ปีแล้ววะเนี้ยไม่ได้ข่าวเลย รู้แต่ว่าแกหนีตามผัวฝรั่งไปอยู่เมืองนอก” ภารดียิ้ม...ใช่หล่อนได้ผัวฝรั่งและออกโรงเรียนั้แ่ยังไม่จบม.6 ไม่ใช่แค่แต๋มที่รู้...แต่เค้ารู้กันทั้งตลาด
“จะสิบเจ็ดปีแล้ว”ภารดีจำได้เพราะมันเท่ากับอายุของลูกสาวพอดี
“แล้วนี่ยังไง?กลับมาเมื่อไหร่ แล้วผัวล่ะ? มีลูกรึยัง?”เพื่อนถามมาเป็ชุดยิ่งกว่าสอบสัมภาษณ์เวลาสมัครงานเสียอีก
“กลับมาเป็สิบปีแล้วฉันเคยไปหาแกที่บ้าน...เค้าบอกว่าแกย้ายตามผัวไปนานแล้ว...ส่วนผัวฉันก็เลิกกันั้แ่สองปีแรกนั่นแหละได้ลูกสาวมาคนหนึ่ง” ภารดีเล่าความหลังและเอารูปพริมาให้เพื่อนดู
“โห!ลูกสาวสวยนะเนี้ย กูก็ไม่ได้กลับบ้านมานานมาก ส่วนใหญ่อยู่ที่เพชรบูรณ์ที่นี่ก็ไม่มีใครพ่อกับแม่ก็ตายหมดแล้ว มาคราวนี้ก็มางานศพญาติที่สนิท หมดคนนี้ก็ไม่เหลือใคร ไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่”ภารดีคิดถึงความหลังหล่อนกับแต๋มเป็เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน รู้จักสนิทสนมกันแต่ก็แข่งกันอยู่กลายๆ (ตามวิถีคนสวย)
“เสียดายแกเลิกกับผัวไปแล้วเหรอฉันยังจำได้ มันเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนใช่ไหม? ชื่ออะไรน้า โจๆ “
“โจนาธาน”ภารดียิ้ม...เพื่อนยังจำสามีเก่าของหล่อนได้
“เออๆใช่ ตอนนั้นเรียกกันว่าโจน่าทาน ผู้หญิงทั้งโรงเรียนนี่แย่งกันน่าดู...แล้วไอ้พิมพ์ดาวเด่นก็เอาไปทานจริงๆโห!ตอนนั้นนะมีแต่คนอิจฉา แต่ใครจะคิดว่าแกก็กล้าบ้าบิ่นออกจากโรงเรียนบินหนีตามมันกลับบ้านข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลขนาดนั้นได้แถมโจน่าทาน...ทานได้ไม่ถึงสองปีก็คายซะแล้ว”ภารดีขำยิ้มกับคำเปรียบเทียบของเพื่อนใครจะว่าอะไรหล่อนไม่เคยโกรธเพราะมันเื่จริง
“พี่พิมพ์”ยามาเห็นภารดีเหมือนจะฟังอยู่...แต่ก็ดูใจลอยแปลกๆ เพื่อนรักพริมาหยุดเล่าเื่ที่โรงเรียนแล้วเรียกแม่เพื่อนกลับมาจากภวังค์
“ฮ้า!โทษทีพอดีนึกถึงสมัยเด็กๆ ที่เป็ดาวโรงเรียน” ภารดียิ้มขำ
“ไม่แปลกหรอกก็พี่พิมพ์สวยแต่นั่นแหละกลายเป็ว่าดาว ม.4 ปีนี้ มีหลายคนแล้วเชื่อไหมมีอยู่คนหนึ่งดูเผินๆ ไม่น่าจะติดโผกลับเป็ม้ามืดซะงั้น”ยามาเอารูปเพื่อนในห้องหล่อนให้ภารดีดูภาพในมือถือที่ปรากฏเป็รูปเด็กสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง
“มีผู้ชายแย่งกันจีบยัยนี่หลายคนเลยตอนแรกปลาทูก็สงสัยนะ ยัยนี่ไม่เห็นจะสวยโดดเด่นหรือสะดุดตาอะไรอืม...ถ้าเป็ยัยแพรวพณิตก็ว่าไปอย่าง...อันนั้นยอมรับก็ได้ว่าสวยจริง”วันนี้ยามาลงทุนชมคู่อริ ถึงหล่อนจะไม่ชอบแพรวพณิตแต่อย่างน้อยก็มีสายตายุติธรรมพอ
“แต่พอได้คุยนะพี่พิมพ์ ปลาทูรู้แล้วทำไมผู้ชายถึงชอบยัยพลอยใสน่ะน่ารักพูดจาก็ไพเราะอ่อนหวานดูน่าทะนุถนอม พอดูนานๆ จากหน้าตาธรรมดาก็สวยซะงั้น”ยามาเล่าถึงเพื่อนในห้องให้ภารดีฟัง หล่อนดูจะชื่นชมเด็กคนนั้นอยู่ไม่น้อย
“เค้าเรียกว่าสวยพิศ...ยิ่งมองยิ่งสวย”
“ใช่ๆสวยพิศ ถ้าปลาทูเป็ผู้ชายนะก็ชอบแบบยัยนี่แหละ”
“แล้วลูกแก้วไม่ติดโผกับเค้าบ้างเหรอ?”ภารดีแปลกใจลูกสาวหล่อนออกจะน่ารัก
“ติดซิ!อันนั้นยกไว้ไม่ต้องเล่าหรอก พี่พิมพ์ดูถูกลูกสาวตัวเองเกินไปแล้วนี่ปลาทูก็ต้องทำหน้าที่เป็ไม้กันหมาอยู่ทุกวัน เหนื่อยเหมือนกันหมามันมาจากไหนนักหนาก็ไม่รู้”ภารดีหัวเราะกับคำเปรียบเทียบนั้นหล่อนนั่งมองหน้าเพื่อนลูกสาว...ถ้าเป็ผู้ชายหล่อนคงจะชอบยามามากกว่าเ้าตัวจะรู้ไหมว่าตัวเองนั้นก็จัดอยู่ในสาวงามเหมือนกันเพียงแต่ตอนนี้เ้าตัวเก็บมันไว้...มันถึงยังไม่ฉายแววออกมาเท่านั้น
“แล้วปลาทูล่ะปีนี้โตเป็สาวแล้วนะ มีหนุ่มๆ มาจีบบ้างรึเปล่า?”
“หนุ่มๆไม่กล้าหรอกพี่พิมพ์ สงสัยกลัวปาก ฮ่าๆ” ภารดีคิดว่ายามา เองก็รู้ตัวว่าปากเสียๆของหล่อนนั้น ทำให้เสน่ห์ของหล่อนหายไปมากอยู่ แต่ดูเ้าตัวจะตั้งใจให้เป็อย่างนั้น
“แล้วปลาทูไม่อยากเป็ดาวกับเค้าบ้างเหรอ?พี่ว่าปลาทูสวยนะ” ยามาส่ายหัวดิก หล่อนไม่สนใจเื่จัดลำดับหน้าตาหรือความเด่นดังเหมือนที่เพื่อนๆวัยเดียวกันสนใจนัก หล่อนสนใจเรียนมากกว่าบางทีพวกที่ไม่ดังอาจจะไปได้ดีกว่าติดโผก็ได้
“ก็จริงนะเพื่อนพี่ตอนเรียนมันเป็ถึงกีฬาเขตตอนนี้เห็นมันขายประกันอยู่...นึกว่าจะไปเป็นักกีฬาอาชีพเสียอีกส่วนคนที่ไม่เด่นดังอะไรบางคนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเรียนอยู่ห้องเดียวกันตอนนี้เป็ผู้บริหารเงินเดือนเป็แสนๆ”หล่อนเปรียบเทียบให้ฟังว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่เป็อย่างที่คิด ตอนนี้พวกยามายังเด็ก...มองอะไรไม่ไกลกันนักยังสนใจแต่สิ่งที่เห็นภายนอก แต่เมื่อโตขึ้นแล้วมองกลับไปจะรู้เองว่าเื่แบบนี้มันตลกและไร้สาระแค่ไหนแต่ภารดีไม่อยากขัดมันเป็ความสุขของ่วัย...ตอนหล่อนวัยเท่าพวกยามามันก็สนุกและตื่นเต้นดีเพียงแต่หล่อนไม่มีคนคอยบอกหรือแนะนำให้เดินไปให้ถูกทิศถูกทางเท่านั้นแต่พริมาไม่เหมือนกันลูกสาวหล่อนจะโตขึ้นอย่างสวยงามเพราะภารดีจะทำทุกอย่างให้ลูกสาวได้โตขึ้นอย่างปลอดภัยและมีความสุข
แรกๆ พลอยใสกับยามาก็คุยกันดี แต่หลังๆพวกหล่อนไม่ค่อยจะ ลงรอยกันนัก พริมาเคยพยายามจะเข้าไปไกล่เกลี่ยเพราะรู้จักนิสัยของเพื่อนรักดีว่าอาจจะมีเหวี่ยงหรือวีนบ้างและพวกพลอยใสเองก็เป็เด็กที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่นไม่เคยคลุกคลีหรือสนิทสนมกันมาก่อน...อาจจะไม่ค่อยพอใจนิสัยตรงไปตรงมาของยามานัก แต่พออยู่ไปสักพักพริมาก็ได้รู้เองกับตัวว่าพลอยใสเองก็มีอะไรซ่อนอยู่เหมือนกันและถ้าไม่มีใครอยู่หรือไม่มีคนเห็น พริมารู้สึกได้ว่าพลอยใสแทบไม่อยากจะคุยกับหล่อนแต่หัวหน้าห้องกลับให้ความสนใจกับยามาเป็พิเศษ เหมือนจะพยายามเอาชนะคะคานกันอยู่ตลอดเวลา