“สวัสดีครับคุณหญิง ผมมารับคุณพิมพ์ขวัญครับ และท่านประธานภาคินแจ้งเพิ่มเติมว่า ไม่ต้องเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไปนะครับ ทางท่านประธานภาคินได้เตรียมให้แล้วครับ และนี่เป็ชุดสำหรับเดินทางสำหรับคุณพิมพ์ขวัญ เพื่อความปลอดภัยสำหรับคุณพิมพ์ขวัญเอง”
สมเจตน์ได้ยื่นชุดให้พิมพ์ขวัญเพื่อนำไปเปลี่ยน ซึ่งทั้งคุณหญิงประภาและนภาได้เห็นชุดที่สมเจตน์ส่งให้พิมพ์ขวัญแล้ว ก็รู้สึกสงสารพิมพ์ขวัญจับใจที่ต้องรับการโดนกดขี่ข่มเหง ซึ่งพิมพ์ขวัญรับชุดไปโดยไม่ปริปากและยอมทำตาม
“ได้ค่ะ คุณสมเจตน์รอพิมพ์สักครู่นะคะ”
“ครับผม”
พิมพ์ขวัญได้เปลี่ยนชุดเป็เสื้อยืดคอกลมสีดำ และกางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อน และรวบมัดผมไปไว้ข้างหลัง และสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว แต่เมื่อสมเจตน์เห็นพิมพ์ขวัญแต่งตัว เสื้อยืดกางเกงยีนส์แล้ว ก็ยังมองเห็นถึงความสวยมากอยู่ดี ซึ่งจริงๆ แล้วพิมพ์ขวัญเป็คนสวยมาก รูปร่างบอบบาง ผิวขาวอมชมพู ผมเป็ลอนยาวสีดำ ซึ่งทุกคนที่ยืนอยู่ ก็รู้สึกไม่ต่างกัน รวมทั้งสมเจตน์เองก็รู้สึกเป็ห่วง ที่ต้องขึ้นรถทัวร์ไปเชียงใหม่ตามลำพัง
“คุณแม่คะ พิมพ์ไม่อยู่แล้ว ฝากดูแลคุณพ่อและดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ อย่าเครียดมาก พิมพ์เป็ห่วงคุณแม่และคุณพ่อเสมอ”
“พี่นภาเองก็เช่นกันนะคะ ทานข้าวให้ตรงเวลา และอย่าทำงานหนักมาก”
“เราเองก็เช่นกันนะ ยัยพิมพ์ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ พี่และคุณแม่รอเรากลับมานะ”
พิมพ์ขวัญได้กราบลาคุณหญิงประภาและนภา ทั้งสามคนแม่ลูกได้มองหน้าซึ่งกันและกันพร้อมน้ำตาคลอเบ้า แต่ต้องกลั้นความรู้สึก พิมพ์ขวัญได้ก้าวขึ้นรถตู้พร้อมกับสมเจตน์ที่มารับพิมพ์ขวัญออกจากคฤหาสน์ของท่านประธานนาวินไปยังหมอชิต
“คุณพิมพ์ขวัญครับ ผมขอเก็บมือถือคุณพิมพ์ขวัญด้วยนะครับ หวังว่าคุณพิมพ์ขวัญจะเข้าใจผมนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ พิมพ์เข้าใจคุณสมเจตน์ค่ะ”
“นี่ครับคุณพิมพ์ขวัญ ค่ารถทัวร์ และแผนที่คฤหาสน์ที่อำเภอแม่ริมของท่านประธานภาคินครับ”
“ขอบคุณคุณสมเจตน์มากนะคะ ที่มาส่งพิมพ์”
“ดูแลตัวเองดีๆนะครับคุณพิมพ์ขวัญ ท่านประธานภาคินและผมจะเดินทางไปรอคุณพิมพ์ขวัญที่คฤหาสน์ที่แม่ริมนะครับ”
พิมพ์ขวัญได้ก้าวลงจากรถตู้และเดินเข้าอาคารหมอชิต แต่ด้วยความเป็ครั้งแรกที่เดินทางด้วยรถทัวร์และไม่เคยเดินทางลำพัง ทำให้พิมพ์ขวัญรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เมื่อพิมพ์ขวัญเข้ามาที่ภายในอาคาร พิมพ์ขวัญถูกชักชวนจากตัวแทนบริษัทรถทัวร์ต่างๆ และสอบถามว่าจะเดินทางไปไหนจากคนแปลกหน้า ทำให้พิมพ์ขวัญระมัดระวังตัวสุดๆ พิมพ์ขวัญพยายามเดินหาช่องขายตั๋วที่จะไปเชียงใหม่ จึงมาพบช่องขายตั๋วบริษัทเดินรถบริษัทหนึ่ง เธอเลยตัดสินใจเดินเข้าไป
“พี่คะ ของซื้อตั๋วไปเชียงใหม่ 1 ที่นั่งค่ะ”
“ราคา 727 บาท ค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้ยื่นเงิน 1000 บาทให้คนขายตั๋ว ซึ่งเป็เงินท่านประธานภาคินฝากมาให้พิมพ์ขวัญซื้อตั๋วรถทัวร์ โดยใส่ซองมาให้ทั้งหมด 2000 บาท เพราะเป็คำสั่งไม่ให้พิมพ์ขวัญพกเงินติดตัวตลอดระยะเวลา 3 ปี
“เดี๋ยวพี่ผู้ชายจะพาไปขึ้นรถเดินทางนะคะ สามารถเดินตามพี่เขาไปได้เลย”
พิมพ์ขวัญรับเงินทอนและตั๋วโดยสาร แล้วเดินตามแอร์รถโดยสารประจำทางได้ขึ้นรถที่ชั้น 1 บริเวณชานชาลา
“มีกระเป๋าเดินทางที่ต้องฝากเก็บไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ”
“รบกวนสอบถามได้ไหมคะ ถ้าจะเดินทางไปที่จุดตามแผนที่นี้ ต้องไปยังไงคะ”
“อ๋อ...มีรถโดยสารสีเหลืองนะครับที่ท่าช้างเผือก แต่รถทัวร์เราจะถึง 19.30 น. คิดว่ารถโดยสารสีเหลืองหมดแล้ว จะต้องไปวันพรุ่งนี้นะครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
พิมพ์ขวัญได้ก้าวขึ้นรถทัวร์ไปนั่งตามหมายเลขประจำที่นั่ง เพื่อรอรถออกเดินทาง ซึ่งคุณสมเจตน์ได้เดินมาเฝ้ามองพิมพ์ขวัญอยู่ห่างๆ ตามคำสั่งท่านประธานภาคิน ได้โทรกลับไปรายงานให้ผู้เป็นายรับทราบ
“สวัสดีครับท่านประธานภาคิน คุณพิมพ์ขวัญได้ขึ้นรถทัวร์เพื่อเตรียมออกเดินทางแล้วครับ”
“ขอบใจมาก คุณสมเจตน์ คุณพิมพ์ขวัญได้ทำตามที่ตกลงในสัญญาไหม”
“ครับ คุณพิมพ์ขวัญได้ทำตามทุกข้อที่ตกลงครับ”
ระหว่างทางที่เดินทางไปเชียงใหม่ พิมพ์ขวัญได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ได้ชื่นชมบรรยากาศ ทางขึ้นภาคเหนือสวยมากๆ มีทั้งต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม ทุ่งนา ูเาที่สวยงาม
“เดี๋ยวสักครู่จะถึงจุดพักรถนะครับ ผู้โดยสารสามารถนำคูปองไปรับประทานร้านที่ให้บริการได้ฟรีเลยนะครับ”
พิมพ์ขวัญได้ลงไปดูร้านอาหารที่ให้บริการ ซึ่งมีอาหารมากมายให้เลือกรับประทาน
“พี่คะ สามารถเลือกได้กี่อย่างคะ”
“เลือกได้ไม่จำกัดจ้า ถ้าคูปองแสดงว่า VIP”
“’ งั้นขอแกงจืดหมูสับและไข่ดาวให้ด้วยค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้รับประทานอาหารกลางวันต่างจังหวัด เป็ครั้งแรก เพราะชีวิตทั้งชีวิตของพิมพ์ขวัญถูกเลี้ยงดูอย่างดี ซึ่งอาหารมื้อนี้ เป็อาหารที่มีรสชาติที่แสนอร่อย แตกต่างจากที่เคยรับประทานมา และเมื่อขึ้นรถมา แอร์ประจำได้เสิร์ฟนมและขนมปังให้รับประทานระหว่างเดินทางด้วย
“คุณผู้หญิงครับ คุณผู้หญิงครับ รถถึงปลายทางเรียบร้อยแล้วครับ”
“ถึงแล้วหรอค่ะ”
“ใช่ครับ”
แอร์ประจำรถได้มาปลุกพิมพ์ขวัญเมื่อรถเข้าเทียบชานชาลาขนส่งที่ตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว พิมพ์ขวัญได้มองบรรยากาศเมื่อลงจากรถทัวร์ เป็ตอนค่ำแล้ว พิมพ์ขวัญได้เดินดูบรรยากาศในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมมองหาที่พักไปด้วย ฝนก็เริ่มตก ระหว่างมองที่พักทำให้พิมพ์เริ่มเปียกเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีห้องพักว่างสำหรับ 1 คืนไหมคะ”
“ขอเช็คดูก่อนนะคะ..,มีห้องว่างนะคะ”
“ราคาเท่าไรคะ”
“ตอนนี้มีราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 799 บาทค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้จ่ายค่าที่พักจากเงินที่คงเหลือ ที่ประธานภาคินได้เตรียมมาให้ และรับคีย์การ์ดเพื่อขึ้นไปพักผ่อน ซึ่งโรงแรมที่พักของพิมพ์ขวัญเข้าพักถือว่าเป็โรงแรมที่สะอาดและได้สร้างขึ้นใหม่และสะอาดปลอดภัย
“เฮ้ย...นี่มัน 2 ทุ่มกว่าแล้ว ไม่รู้คุณแม่และพี่นภาจะทำอะไรอยู่นะ”
พิมพ์ขวัญได้แต่คิดถึงคนที่บ้านที่จากมา ได้แต่มองโทรศัพท์ของโรงแรม แต่ไม่กล้าติดต่อ เพราะกลัวว่าจะผิดกับคำสั่งของท่านประธานภาคินและกลัวว่าจะเกินจากเงินที่เหลือที่ต้องเดินทางอีก พิมพ์ขวัญได้อาบน้ำและสระผมและห่มเพียงผ้าขนหนูของโรงแรม เพราะตากเสื้อผ้าที่ใส่วันนี้ เพราะเปียกจากฝน ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่ห้องพิมพ์ขวัญ ซึ่งน่าจะไม่มีใครรู้ว่าพิมพ์ขวัญพักที่ใด
“สวัสดีครับคุณพิมพ์ขวัญ การเดินทางเป็อย่างไรบ้างครับ”
“นี่!! คุณสมเจตน์รู้ได้ยังไงคะ ว่าพิมพ์พักที่ไหนคะ”
“ไม่ยากหรอครับ คุณพิมพ์ขวัญ ท่านประธานภาคินเป็คนกว้างขวางมาก ทำไมเื่แค่นี้จะไม่ทราบ”