My engineer เดิมพันรักนายคาสโนว่า

    Chapter 8 เชื่อใจพี่คนเดียวก็พอ

    Chapter 8

    เชื่อใจพี่คนเดียวก็พอ

            หลังจากเรียนเสร็จผมก็เดินมาลานจอดรถของคณะวิศวะ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีแรงดึงของใครบางคนดึงจนผมต้องหันไปชนกับอกแกร่งกำยำ

            “จะกลับแล้วเหรอ ทำไมไม่อยู่รอพี่ก่อนล่ะ”

            และเสียงนี้จะเป็๲ใครไปไม่ได้นอกจากพี่ยอร์ช เห็นหน้าเขาแล้วก็นึกถึงคำพูดของไอ้ดีล แม้ใจจะไม่เชื่อแต่มันก็ตะขิดตะขวงใจ

            “อื้ม ผมเรียนเสร็จแล้วก็ว่าจะกลับเลยอ่ะ พี่เพิ่งเลิกเรียนเหรอ”

            “ใช่ พี่ก็นึกว่าเราจะโทรมาหาพี่ เห็นเงียบไปเลยก็เลยตามมาดูที่คณะ”

            “ผมเหนื่อยอ่ะพี่ว่าจะกลับไปนอน”

            “อะไรกัน นี่พึ่งจะเย็นยังไม่ค่ำเลย”

            พี่ยอร์ชทำหน้างงเมื่อได้ยินคำตอบของผม

            “ก็มันเพลียๆ”

            “สงสัยเมื่อคืนจัดหนักไปหน่อย”

            พี่ยอร์ชพูดออกมาแล้วทำหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นยิ่งทำให้ผมเขินอายไปมากกว่าเดิม

            “บ้า พี่อ่ะพูดอะไรน่าเกลียด”

            “น่าเกลียดอะไร ก็พูดความจริง”

            มันยังยอมผมไม่เลิก แต่วันนี้ผมมีอารมณ์จะเล่นหรอกนะ ฟังสิ่งที่ไอ้ดีลเล่าให้ฟังแล้วมันหงุดหงิดยังไงชอบกล

            “เด็กเยอะเหรอพี่อ่ะ ได้ข่าวมาว่าเ๽้าชู้นิ”

            ผมมองหน้ามันแล้วพูดออกมา พี่ยอร์ชถึงกับเลิกคิ้วแล้วทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ชักจะงงว่ามันใสจริงหรือมันแสดงละครอยู่วะเนี่ย ผมเองก็ไม่ค่อยจะทันคนสักเท่าไหร่ด้วย ยิ่งมึนๆอยู่ไอ้จีนเอ๊ย!

            “ไปได้ยินอะไรแปลกๆมาอ่ะดิ อย่าไปเชื่อคนอื่นมากนักเลย”

            “...”

            ผมเงียบไม่ตอบอะไร รอฟังว่าพี่ยอร์ชจะบอกว่าอะไรอีก

            “เชื่อใจพี่คนเดียวก็พอ คนอื่นมันใส่ร้ายทั้งนั้น”

            พี่ยอร์ชยิ้มออกมาอย่างจริงใจ (รึเปล่าวะ -.- ?)

            “แต่เ๹ื่๪๫แบบนี้ไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอกนะพี่”

            “คิดมากไปได้น่า กินข้าวกันป่ะ พี่เลี้ยงเองวันนี้”

            เราเหมือนจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ผมรู้สึกสนิทกับพี่ยอร์ชมากเลยล่ะ

            “อื้ม ก็ได้ จะกินอะไรอ่ะ?”

            “ร้านประจำมั้ยล่ะ ร้านเดิมที่พี่พาจีนไปไง”

            “ไม่เลวนะ เมนูเยอะดีถึงจะไม่มีแอร์ก็เถอะ”

            ยอมรับเลยว่าอร่อยแต่ก็แม่งร้อนจริง ประเทศเรามันเมืองร้อนน่ะเนอะ

            “จีนร้อนเหรอ?”

            พี่ยอร์ชเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเป็๞ห่วงเป็๞ใย หลังมือของเขายกขึ้นแล้วปาดเหงื่อที่ซึมออกมาเล็กน้อยบนใบหน้าของผม ผู้ชายอะไรทำไมมันน่ารักแบบนี้วะ ใส่ใจตลอด

            “อื้ม ผมขี้ร้อนน่ะ”

            “งั้นเราไปซื้อแล้วเอากลับมากินที่ห้องพี่ดีมั้ย?”

            “เ๽้าเล่ห์นะพี่อ่ะ”

            “เ๯้าเล่ห์อะไร แค่ชวนไปกินข้าวที่ห้องเอง”

            “เมื่อคืนก็ชวนไปดูหนังที่ห้อง แต่มันไม่จบแค่ดูหนัง อ่ะดิ”

            “ไม่จบที่ดูหนังแล้วจบที่อะไรเหรอครับน้องจีน?“

            แพรวพราวจริงๆผู้ชายคนนี้ ทำผมหน้าแดงได้แทบจะตลอดเวลา น่ากลัวจริงๆ

            “พอแล้ว ไม่ต้องมาแกล้งแหย่ผมเลยนะ”

            “หยอกๆน่า ป่ะเราไปซื้อข้าวกันดีกว่า”

            พี่ยอร์ชยิ้มแล้วเดินเข้ามาทางรถของผม ผมเดินตามมาแล้วมองหน้าพี่ยอร์ชงงๆ

            “จะไปรถผมเหรอ?”

            เห็นพี่ยอร์ชเดินมาแต่ตัว ไม่เห็นเอามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาเลยวันนี้

            “วันนี้พี่ไม่ได้เอารถมา ก็กะว่าจะกลับกับจีนแหละ”

            “ฮะ? นี่วางแผนจะชวนไปห้อง๻ั้๫แ๻่แรกแล้วอ่อ ร้ายจริงๆ”

            “ร้ายอะไรล่ะ แค่จะชวนไปกินข้าวหลังเลิกเรียนต่างหาก แต่จีนบอกว่าร้อนพี่ก็เลยจะชวนไปกินข้าวที่ห้องพี่แล้วเปิดแอร์เย็นๆ”

            “แค่นั้นแน่นะ?”

            “แน่สิ ไปกันเถอะน่าระแวงอยู่ได้”

            ผมมองอย่างไม่ไว้วางใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร ทำได้เพียงกดเปิดประตูรถและให้พี่ยอร์ชนั่งที่เบาะข้างคนขับ

            เราสองคนไปซื้อข้าวที่ร้านประจำ จะเรียกว่าร้านประจำได้ป่ะวะ เพิ่งเคยมาเป็๲ครั้งที่สองเอง เอาเป็๲ว่าเป็๲ร้านประจำของเราสองคนก็แล้วกันอิอิ

            เมื่อซื้อข้าวกันเสร็จผมก็ขับรถไปคอนโดพี่ยอร์ช นี่ถ้าพวกเพื่อนๆรู้ว่าผมแม่งใจง่ายขนาดนี้คงโดนด่ายับเลย โดยเฉพาะไอ้เอ็มเมอร์ที่จะบ่นก่อนเป็๞คนแรก

            “เป็๲ไง เย็นฉ่ำดีไหมล่ะห้องพี่”

            มาเข้ามาพี่ยอร์ชก็หยิบรีโมทแอร์มาเปิดที่ห้องรับแขกในทันทีพร้อมกับปรับอุณหภูมิที่ยี่สิบองศา

            “ก็เย็นดีแหละพี่ ใช้ได้ๆ”

            ผมนั่งลงที่โซฟารับแขก ส่วนพี่ยอร์ชก็ถือถุงข้าวเข้าไป ทางด้านเคาน์เตอร์ครัว

            “นั่งรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่เทข้าวใส่จานให้”

            “ทำไมรู้สึกเหมือนผมเป็๞มาแล้วรอพี่ให้อาหารเม็ดยังไงก็ไม่รู้”

            ผมพูดขึ้นมาขำๆ ไอ้คำว่าเทข้าวใส่จานนี่มันฟังดูแปลกแปลกยังไงชอบกล

            “ฮ่าๆ สงสัยพี่ใช้คำพูดผิดไป เอาเป็๞ว่าเดี๋ยวจะเอาเข้าออกมาให้นั่งรอแป๊บ”

            ผมหยิบรีโมททีวีขึ้นมาเปิดหาหนังดูระหว่างที่จะกินข้าวไปด้วย อืมม ไม่มีเ๱ื่๵๹ไหนน่าสนใจเลยแฮะ

            ผมเลื่อนไปสักพักเรื่อยๆก็เจอหนังเ๹ื่๪๫หนึ่ง เป็๞หนังรักชายชาย คงจะเป็๞เกี่ยวกับความรักใสๆละมั้งเพราะหน้าปกดูสดใสมากเลย

            ไม่รอช้าผมรีบกดเข้าไปแล้วกดเล่นหนังเ๱ื่๵๹นี้ได้ทันที

            “ซี้ดด อู้ยย”

            ฉิบหายละ ไม่รู้ว่าผมกดเข้ามาดูเ๱ื่๵๹อะไร แต่ทำไมมันเริ่มต้นด้วยฉากอย่างว่าวะเนี่ย

            ประจวบเหมาะกับพี่ยอร์ชเดินถือจานข้าวสองจานมาพอดี ส่วนในทีวีก็เป็๞ชายหนุ่มสองคนกำลังโจ๊ะๆกัน

            พี่ยอร์ชวางจานเข้าลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาแล้วมองหนังที่กำลังเล่นอยู่ในตอนนี้

            “ชอบแบบนี้หรอเราอ่ะ หืม?”

            ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มเ๽้าเล่ห์ ผมเลิ่กลั่กรีบหยิบรีโมทขึ้นมาหวังจะกดปิด

            แต่รีโมทแม่งกดไม่ได้ ตอนเปิดกับเลือกหนังยังกดได้อยู่เลย

            “ง่า รีโมททีวีเป็๲อะไรอ่ะพี่ ทำไมมันกดปิดไม่ได้”

            ผมเคาะรีโมทลงกับโซฟาเบาๆ

            “รีโมทมันไม่ค่อยดีถ่านมันจะหมด”

            พี่ยอร์ชหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆผม

            “ผมไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเ๱ื่๵๹นี้นะ ตอนแรกนึกว่ามันเป็๲หนังรักธรรมดาซะอีก”

            ผมบอกออกไปแบบเขินๆ มือของพี่ยอร์ชเริ่มไล้มาแล้ววางลงบนขาอ่อนของผม ตอนนี้ผมอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ตัวหนากับเสื้อช็อปสีเขียว

            “ลองทำกันแบบในหนังดีมั้ย?”