King of world ราชันแห่งพิภพ

    ช่วยเหลือ.

            ​

            “ฮ่าๆๆๆ เข้ามาเลยไคเซอร์ มาทำให้ข้าสนุกกว่านี้!”

            เปรี้ยง!

            คลื่นอาวุธล่องหนถาโถมเข้าใส่แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลินทานอสราวกับคลื่นสึนามิ!

            เกราะโบราณของทานอสส่องประกาย สร้างบาเรียสีเหลืองขึ้นมาป้องกันทานอสจากอาวุธล่องหนจำนวนมหาศาล

            ปังๆๆๆๆๆ! เปรี๊ยะ!

            อาวุธนับหมื่นตกกระทบลงบนบาเรียสีเหลืองถี่ยิบเหมือนกับสายฝน รอยแตกร้าวขยายกว้างขึ้นไม่หยุดแต่บาเรียก็คืนสภาพเดิมในชั่วพริบตา

            “แกนี่มันน่าเบื่อจริงๆไอ้แมลงสาบ!”ไคเซอร์บ่นอุบ

            การต่อสู้ของสองสัตว์ประหลาดอยู่ในสายตากองทัพก็อบลินทั้งสิ้น พวกมันอ้าปากค้าง การต่อสู้ตรงหน้าพวกมันไม่ต่างจากการสู้รบของเทพเจ้า!

            ยามเห็นมนุษย์นามไคเซอร์เรียกอาวุธล่องหนจำนวนมากออกมาสู้กับแม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลิน ลำคอของพวกมันแห้งผาก ต่อให้เป็นแม่ทัพก็อบลินก็ไม่เว้น

            จากที่ดูมาแค่ไคเซอร์เพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะล้างบางกองทัพพวกมันให้หายไปจากโลกนี้!

            และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าพันธุ์ก็อบลินลังเลที่จะทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะถึงแม้จะชนะสงครามแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องกระทบต่ออนาคตของเผ่าพันธุ์ก็อบลินอย่างใหญ่หลวงแน่นอน

            เคราะห์ดีที่ชายสวมหน้ากากอยู่ใต้เท้าทานอสพอดิบพอดีทำให้เขาไม่ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ของสองสัตว์ประหลาด

            แต่ดูเหมือนความอดทนของตาแก่อารมณ์ร้อนแห่งมวลมนุษย์จะหมดลงแล้ว!

            “น่ารำคาญจริงไอ้ก็อบลินงี่เง่า!”

            สกิลพยุหะมังกรหมื่นศาสตรา!

            อาวุธล่องหนทั้งหมดเปล่งแสงสีขาวพุ่งไปข้างหน้าหมุนวนเป็นเกลียวก่อเกิดมังกรศาสตรายักษ์สีขาวตัวหนึ่ง

            ก๊าซซซซซ!

            “หือ!”แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลินส่งเสียงในลำคอ สีหน้าเคร่งเครียด ประกบมือกลางอกแล้วใช้สกิลออกมา!

            วูบ!

            เงานักรบโบราณร่างยักษ์สูงกว่า5เมตรปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าทานอสแล้วต่อยสวนมังกรศาสตรายักษ์สีขาว!

            ตูมมมมมม!

            ศีรษะของมังกรศาสตรายักษ์สีขาวปะทะกับกำปั้นนักรบโบราณจนเกิดเสียงดังสนั่น กำปั้นนักรบโบราณแหลกสลายเป็นฝุ่นผง มังกรศาสตรายักษ์สีขาวพุ่งทะลวงต่อไปกระแทกร่างนักรบโบราณจนทะลุไปข้างหลัง!

            บัดนี้มังกรศาสตรายักษ์สีขาวเหลืออยู่แค่ครึ่งตัวเท่านั้นแต่นั่นก็พอแล้วที่จะจัดการแม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลิน!

            “อย่าได้ใจนักไคเซอร์!!!”ทานอสตวาดก้อง สองแขนพลันหุ้มด้วยเงากำปั้นยักษ์ชกเข้าไปที่มังกรศาสตรายักษ์สีขาว!

            ปัง!

            แรงปะทะก่อให้เกิดระรอกคลื่นกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทานอสพ่นเลือดออกมาคำใหญ่ร่างปลิวไปด้านหลัง

            “ตอนนี้แหละไอ้หลานโง่!”ไคเซอร์ตะโกนลั่น เงาสีดำพุ่งเข้าไปยังจุดที่ทานอสยืนอยู่เมื่อครู่และคว้าเอาตัวชายสวมหน้ากากที่นอนสลบอยู่ขึ้นหลัง

            “เจ้า!...”ทานอสอึ้ง ในช่วงเวลาที่มันเสียหลักก็เห็นว่ามีมนุษย์วัยเยาว์ผู้หนึ่งวิ่งออกมาจากข้างทางแล้วกำลังจะฉกเหยื่อของมันไป

            “อย่าได้หวัง!”ทานอสแผดเสียงร้องหมุนตัวกระทืบเท้าพุ่งเข้าหามนุษย์วัยเยาว์คนนั้น

            “แกจะทำอะไรหลานฉัน!”ไคเซอร์คำรามชูมือขึ้นสร้างดาบยักษ์โปร่งแสงขึ้นมาแล้วฟันเข้าใส่แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลิน

            สวบ!

            ขนาดของดาบยักษ์ต่างจากอาวุธล่องหนก่อนหน้าลิบลับ บาเรียสีเหลืองสกัดกั้นไว้ไม่อยู่ เดือดร้อนทานอสต้องฉีกตัวหลบด้วยตัวเอง

            “รีบไป!”ไคเซอร์เอ่ยเสียงดุก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับมาแว่วๆว่า

            “รู้แล้วน่าตาแก่!”

            วายุที่มาพร้อมกับไคเซอร์แบกวาสขึ้นหลัง แขนทั้งสองข้างที่เคยถูกวาสทำลายหายดีเป็นปลิดทิ้งอย่างไม่น่าเชื่อ!

            เด็กหนุ่มไม่รอช้าออกวิ่งไปในฉับพลัน หายวับไปในป่าใหญ่

            “ฮึ่ม! ไคเซอร์เจ้าทำข้าแสบมาก!”

            “แกอยากจะแสบกว่านี้ไม่ละ”ไคเซอร์ร่อนลงมาที่พื้น ดัดร่างกายไปมา ในที่สุดตอนนี้ก็ไม่มีใครขวงมือขวางเท้าเขาอีกแล้ว

            “เข้ามา!!!”

            อีกด้านหนึ่ง...

            “เร็วเข้า! พวกก็อบลินไล่ตามพวกเรามาแล้ว หยาง! ลูกอุ้มหยูเอ๋อขึ้นมา!”ไป๋เทียนตะโกนอย่างร้อนรน

            ครอบครัวตระกูลไป๋โชคดีหนีออกมาจากเมืองได้ทันหวุดหวิด แต่พวกเขาก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกมาจึงอยู่รั้งท้ายสุดของชาวเมืองฟอนเต้ที่อพยพวิ่งหนีตายออกมา ทำให้พวกเขาต้องรีบหนีจากกองกำลังก็อบลินที่ไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด!

            “แฮ่กๆ อ๊ะ! พวกก็อบลินไปไหนแล้ว”ไป๋หยางที่อุ้มไป๋หยูวิ่งไปด้วยจึงรั้งอยู่ท้ายสุด เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นเงาพวกก็อบลินตามหลังอยู่ไม่ไกลแต่เมื่อหันกลับไปครั้งนี้กลับไม่เห็นแล้ว

            “มันเกิดอะไรขึ้น”ไป๋หลินหอบหายใจ เอ่ยถามขึ้น

            “เดี๋ยวก่อน! แล้วฟางเอ๋อหายไปไหน!”หลินหานกรีดร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก!

            “เราต้องล่อพวกมันไปทางอื่น!”ไป๋ฟางพึมพำเบาๆ

            การที่ได้ออกผจญภัยกับวาสช่วงเวลาหนึ่งทำให้เธอเริ่มมีสัญชาตญาณถึงอันตราย หญิงสาวรู้ว่าหากวิ่งหนีไปเรื่อยๆเช่นนั้นพวกเธอจะต้องเหนื่อยล้าและถูกไล่ตามทันในที่สุด

            ไป๋ฟางอาศัยจังหวะที่ครอบครัวเผลอลดฝีเท้าลงเผยตัวให้พวกก็อบลินเห็นแล้ววิ่งไปอีกทางหนึ่ง

            ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามราวกับเทพธิดาในป่าเขาทำให้พวกก็อบลินลืมเป้าหมายเดิมไปอย่างสิ้นเชิง และออกไล่ล่าสาวสวยอย่างหื่นกระหาย!

            สกิลเร่งเติบโต!

            สกิลเร่งเติบโต!

            สกิลเร่งเติบโต!

            หญิงสาวผมยาวขว้างเมล็ดจำนวหนึ่งไปด้านหลังโดยไม่หันมามอง เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเติบโตในชั่วพริบตาถือกำเนิดเป็นเถาวัลย์หนามสีแดงแตกกระจายไปรอบๆ

            กี้ๆๆๆๆ

            ก็อบลินหลายตัวที่วิ่งหน้ามืดตามัวร้องเสียงหลง ร่างกายเกิดแผลน้อยใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด แต่ความน่ากลัวไม่ใช่แผลเหล่านั้นแต่เป็นอาการแสบร้อนที่เกิดขึ้นตามบาดแผล!

            ก็อบลินนับสิบลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย หญิงสาวฉีกยิ้มออกวิ่งต่อไป

            ไป๋ฟางวิ่งออกไปไม่หยุดและคอยหาโอกาสกลับมาเล่นงานพวกก็อบลินบ้างเป็นครั้งคราว

            โชคดีของเธอที่ค่าสถานะจิตวิญาณของเธอเต็มmaxจากความช่วยเหลือของวาสและเธอยังมีไม้เท้าสีน้ำตาลแก่ที่หัวไม้เท้าฝังลูกแก้วสีเขียวไว้ มันคืออาวุธระดับพิเศษที่มีสกิลติดตัวมา สกิลนั้นคือสกิลลดค่าพลังจิตวิญญาณซึ่งสามารถลดค่าพลังจิตวิญญาณสำหรับใช้สกิลลงได้ 10 % ทำให้เธอมีพลังจิตวิญญาณสำหรับใช้งานที่มากกว่าคนปกติ

            แต่ถึงอย่างนั้น พลังจิตวิญญาณของเธอก็ใกล้หมดแล้ว ไป๋ฟางไม่ได้มีค่าสถานะฟื้นฟูเหมือนวาสทำให้พลังจิตวิญญาณที่มีฟื้นฟูได้ช้ามาก

            ‘ไม่เป็นไรพวกมันใกล้จะหมดแล้ว’หญิงสาวคิดให้กำลังใจตัวเอง อันที่จริงการที่หญิงสาวใช้ตัวเองเป็นตัวล่อก็อบลินที่ขึ้นชื่อเรื่องความหื่นกระหายก็นับว่าใจกล้ามากแล้ว หากไม่ใช่เพราะความอยู่รอดของคนในครอบครัว น่ากลัวตอนนี้ไป๋ฟางคงร้องห่มร้องไห้กรีดร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไปแล้ว

            ทว่าจู่ๆหญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายที่จะเกิดขึ้น!

            สกิลปราการพฤกษา!

            โดมพืชกระจายตัวปกป้องไป๋ฟางไว้ แต่ก็ถูกฉีกกระชากจากมือหนาอย่างง่ายดาย

            “ไม่คิดว่าข้าจะเจอมนุษย์หญิงที่มีความสามารถขนาดนี้”เสียงเอ่ยขึ้นทันทีที่สกิลปราการพฤกษาถูกทำลาย มันคือก็อบลินร่างใหญ่ที่ถือดาบยาวพาดบ่าความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทำให้มันแตกต่างจากก็อบลินทั่วๆไป ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันคือขุนพลก็อบลิน!

            ไป๋ฟางหน้าซีดเผือด สำหรับก็อบลินธรรมดาเธออาจไม่กลัว แต่ไม่ใช่กับขุนพลก็อบลิน หญิงสาวขว้างเมล็ดพันธุ์มากมายใส่ขุนพลก็อบลินต่อเนื่อง!

            สกิลเร่งเติบโต!

            สกิลเร่งเติบโต!

            สกิลเร่งเติบโต!

            .

            .

            ขุนพลก็อบลินขมวดคิ้ว มันเห็นการกระทำของไป๋ฟางมาแล้วจึงไม่กล้าประมาท ดาบยาวสะบัดด้วยความเร็วสูงฟันพืชทุกชนิดที่เข้ามาไม่ยอมให้สัมผัสถูกกาย

            ไป๋ฟางถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำ ใช้สกิลออกมาไม่หยุดจนกระทั่งพบว่าเมล็ดพันธุ์ที่ขว้างไปไม่ได้ถูกใช้โดยสกิลเร่งเติบโตอีกแล้ว!

            พลังจิตวิญญาณของเธอหมด!

            “มะ..ไม่นะ.”

            ปัง!

            ขุนพลก็อบลินไม่ลังเลมันใช้สันดาบกระแทกเข้ากลางท้องหญิงสาวอย่างจัง ส่งร่างบางลอยลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้หมดสติในครั้งเดียว!

            “นำนางกลับไป”ขุนพลก็อบลินสั่งลูกน้องขอมันที่พึ่งวิ่งตามมาถึง แต่ครู่ต่อมามันเลียริมฝีปากเมื่อมองทรวดทรงของหญิงสาวที่ไร้สติ สงครามครั้งนี้มีแต่พวกยศใหญ่ๆมา หากมันอยากลิ้มลองหญิงสาวนางนี้คงต้องลงมือก่อนเสียแล้ว!

            “เดี๋ยว! ไม่ต้องแล้วข้าจะ..หือ”

            ฉัวะ!

            ศีรษะของขุนพลก็อบลินหลุดลอย ดวงตาของมันมีแต่ความข้องใจว่าเกิดอะไรขึ้น!

            กี้ๆๆๆๆ!

            ก็อบลินรอบๆต่างตกตะลึงที่เห็นขุนพลก็อบลินตายไปต่อหน้าต่อตา

            ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!ฉัวะ!....

            แล้วในตอนนั้นเองพวกมันก็ไม่สามารถรักษาหัวของตัวเองไว้ได้เช่นกัน ไม่นานก็อบลินทุกตัวที่อยู่บริเวณนี้ก็เสียชีวิตลงทั้งหมด!

            แซ่กๆ!

            พุ่มไม้ที่ข้างทางเกิดการเคลื่อนไหวก่อนจะมีเงาร่างสองเงาโผล่ออกมา ทั้งสองหยุดยืนกับที่เมื่อไม่เห็นว่ามีอันตรายก็ออกเดินมาหยุดอยู่ที่ร่างไร้สติของไป๋ฟาง

            “นางคือเผ่าพันธุ์เดียวกับที่อาศัยอยู่ใกล้ประตูเคลื่อนย้ายของเราใช่ไหม?”เสียงแรกเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

            “อืม..คงจะเป็นอย่างนั้น”เสียงที่สองตอบรับอย่างเฉยชา

            “น่าสงสารเผ่าพันธุ์นี้จริงๆ เป็นแค่เผ่าพันธุ์เล็กๆที่พึ่งย้ายมาแต่กลับต้องมาเจอกับภัยสงครามเสียแล้ว”เสียงแรกพูดด้วยความหดหู่

            “มันเป็นสัจธรรมของโลกนี้”เสียงที่สองตอบแบบเฉยชาเหมือนเดิม จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

            “แต่ข้าไม่คิดว่าเวลาผ่านไป 50 ปีก็มีเผ่าพันธุ์ใหม่มาอาศัยอยู่ใกล้ๆประตูเคลื่อนย้ายของเรา คำสั่งของท่านราชินีระบุไว้ชัดเจนว่าต้องไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนอยู่ใกล้ประตูเคลื่อนย้ายในระยะ 50 กิโลเมตร เพื่อป้องกันหายนะของเผ่าพันธุ์เรา”

            “อืม...”

            “แล้ว....เราจะช่วยเหลือแม่หนูน้อยนี่หรือไม่?”เสียงแรกพูดแผ่วๆ

            “เจ้าจะบ้าหรือยังไง ไม่เห็นหรือยังไงว่าศัตรูของเรากำลังไล่ตามมา เราต้องรีบเปิดใช้งานประตูเคลื่อนย้ายรีบหนีไปและทำลายประตูเคลื่อนย้ายทิ้งซะ ไม่มีเวลาจะมาช่วยเหลือคนที่เราไม่รู้จักอีกแล้ว”เสียงที่สองตวาดอย่าโกรธเกรี้ยว

            จากนั้นทุกสิ่งก็เงียบลง จนเสียงที่สองเอ่ยย้ำว่า

            “รีบเปิดใช้งานประตูเคลื่อนย้ายเร็วเข้าสิ!”

            เจ้าของเสียงแรกไม่ได้ทำตาม แต่เงียบไปสักพักก่อนจะพูดด้วยความแน่วแน่ว่า

            “ยังไงข้าก็จะช่วยนาง!”

            “เจ้า!...เหอะ แล้วแต่เจ้าแล้วกัน เจ้าคงรู้ว่าเราไม่มีเวลาจะนำนางไปส่งบ้านแล้ว แต่อย่าลืมว่าหากเจ้านำนางไปด้วยเจ้าจะต้องดูแลนางเอง”

            “ตกลง! ข้าจะดูแลนางเอง”

            “ชิ! รีบๆเปิดประตูเคลื่อนย้ายได้แล้ว”เสียงขยุกขยิกดังขึ้น ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดขึ้นเบาๆจากกลไกบางอย่างที่ซ่อนไว้บริเวณนี้

            บึม!

            แท่นศิลาผุดขึ้นจากใต้ดิน จากนั้นก็มีวังวนสีฟ้าผุดขึ้นที่ด้านบนแท่น

            “ข้าไปก่อนละ จะทำอะไรก็รีบทำ”เสียงที่สองบ่นขึ้นเบาๆ ท่าทางจะหงุดหงิดไม่น้อย

            วูบ!

            เจ้าของเสียงที่สองหายไปในวังวน

            กี้ๆๆๆๆ

            ก็อบลินเกือบร้อยตัวที่พึ่งมาถึงส่งเสียงร้อง พวกมันต่างเห็นแท่นศิลาที่อยู่กลางป่าและวังวนสีฟ้า

            “เหอะ! พวกชั้นต่ำ”เจ้าของเสียงแรกแค่นเสียงดูถูก แบกร่างไป๋ฟางขึ้นจากนั้นก็เดินหายเข้าไปในวังวนสีฟ้าพร้อมกับ...

            ตูมมมมมม!

            เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุ่นแรง แท่นศิลาป่นเป็นชิ้นๆแรงระเบิดกินรัศมีกว้างกว่า 300 เมตร คร่าชีวิตก็อบลินทุกตัวที่อยู่ใกล้ๆ ไม่เหลือพยานการรู้เห็นแม้แต่ตัวเดียว!

            เวลาผ่านไปราว 10 นาที กลุ่มสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าก็โผล่มาอีกกลุ่ม

            “พวกมันหนีไปแล้ว”

            “ทำลายประตูเคลื่อนย้ายทิ้งด้วย”

            “กลับไปรายงาน!!”

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468