ฝนตกชุกใน่ต้นฤดูใบไม้ร่วงเมฆหมอกสีเทาที่ก่อตัวบนท้องฟ้ากำลังจะจางหาย ฟากฟ้าสีครามที่สดใสปรากฏขึ้น
ฝงซื่อเจินนั่งอยู่ในห้องรับรองที่โปร่งแสงเล็กๆ ของบ้านตระกูลหรงก้มหน้าก้มตาแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
ห้องครัวเวลาเปิดปิด ดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นหอมของกับข้าวที่ถูกปรุงนั้นก็โชยมาลอยมาเตะจมูกของฝงซื่อเจิน
เวลาก็ใกล้จะเที่ยงแล้วั้แ่เช้ากินแค่โจ๊กเพียงถ้วยเดียวอย่างฝงซื่อเจินจึงไม่สามารถควบคุมเสียงท้องร้องไว้ได้
เสียงดังโครกกก… แม่ครัวแผดเสียงะโด่าเอ็ดตะโร“เด็กเปรตเอ้ย คุณนายใหญ่แพ้อาหารทะเล นี่แกแกะเปลือกกุ้งเสร็จแล้วมาทำสลัดจะฆ่ากันรึไงฮะ?”
คนที่ถูกะโด่าวิ่งผลุนผลันผ่านไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องครัวะโกลับไป “คุณชายใหญ่ไม่ลงมากินข้าวกลางวันให้จัดเกี๊ยวกุ้ง 1 ชามขึ้นไปให้ ใส่พริกไป 1 ช้อนด้วย”
“คุณนายอยู่บ้านก็ไม่ลงมากินข้าวรึ?” ป้าแก่ๆ คนหนึ่งบ่นพึมพำตามประสา“คุณนายยุ่งกับการสัมภาษณ์หาครูสอนพิเศษมาให้คุณชายแท้ๆ เขาน่าจะลงมาดูซะหน่อยนึง”
“เห็นบอกว่าเพิ่งกลับมาจากฉงชิ่งมีอาการแสลงอาหารน่ะ”
“แต่ฉันว่าไม่อยากจะมากินข้าวร่วมโต๊ะกับคุณนายมากกว่า”
“แล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะไหนๆ ก็จะต้องไปหลิวหยางที่…”
“ชอบสอดรู้สอดเห็นแบบนี้ไม่น่าจะมาทำงานที่นี่นะ ไปเข้าร่วมคณะตำรวจฝ่ายสอบสวนโน่น!”ผู้จัดการวัยกลางคนเดินผ่านมา ะโเสียงดังเสียงซุบซิบในห้องครัวเงียบสงัดขึ้นมาทันที
ผู้จัดการหันมองไปทางห้องรับรองเอ่ยพูดอย่างมีมารยาทกับฝงซื่อเจิน “คุณฝง คุณนายให้มาเชิญคุณไปที่ห้องหนังสือค่ะ”
ฝงซื่อเจินเก็บแผ่นกระดาษเสร็จเดินตามผู้จัดการผ่านไปยังห้องโถงที่แสนจะโอ่อ่าสง่างามของบ้านตระกูลหรงมองไปเห็นเพียงแค่ประตูห้องหนังสือเปิดอยู่ ผู้หญิงกระโปรงลวดลายสีน้ำเงินเข้มคนหนึ่งเดินซอยเท้าถี่ๆออกมา ไม่มองซ้ายมองขวาเลย กอดกระเป๋าหนังสือแน่นไว้ที่อกเดินออกไปไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
ผู้หญิงคนนี้เป็คนที่มาสัมภาษณ์เป็อาจารย์สอนพิเศษคนก่อนหน้าฝงซื่อเจินดูออกเลยว่าตกสัมภาษณ์เสียแล้ว
คัดเลือกครูสอนพิเศษคนหนึ่งให้บรรดาคุณชายและคุณหนูคุณสมบัติในการคัดเลือกสูงมาก แล้วยังต้องทำโจทย์ข้อสอบด้วยฝงซื่อเจินก็เพิ่งเคยพบเคยเจอแบบนี้เป็ครั้งแรกการคัดเลือกของบ้านตระกูลหรงเหมือนอย่างกับเลือกเม็ดทรายจากชายหาดเพียงเม็ดเดียวเสียจริงๆ
ผู้จัดการเคาะประตูห้องหนังสือเสียงตอบรับกลับเป็น้ำเสียงของผู้ชายคนหนึ่ง
ห้องหนังสือบ้านตระกูลหรงกว้างมาก ผนังทั้ง 3 ด้านเรียงรายไปด้วยชั้นวางหนังสือสูงใหญ่ฝั่งหนึ่งเป็ประตูหน้าต่างยาวจรดพื้นมองเห็นสนามหญ้าด้านหลังได้
สาวสวยอายุประมาณ 30 ปีกว่าๆ นั่งอยู่บนโซฟาพนักพิงสูง ค่อยๆจิบชาแดงอย่างพิถีพิถัน ด้านหลังของโต๊ะอ่านหนังสือที่ทำด้วยไม้โอ๊กสีแดงมีผู้ชายเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาคนหนึ่งนั่งอยู่
ผู้ชายนั้นดูแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 20 กว่าๆ หน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่ดูไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่เขากวาดสายตามองฝงซื่อเจินั้แ่หัวจรดเท้าแล้วเริ่มก้มดูกระดาษข้อสอบที่เขานำมาด้วย ทรงผมสั้นหยักลอนที่ทันสมัยของคุณนายหรงในชุดกี่เพ้าที่เข้ารูปสีม่วงคล้ำแซมด้วยสีทอง เสื้อมีความทันสมัยมากๆ สั้นลอยขึ้นมาครึ่งนิ้วขาเรียวยาวขาวนวลวับแวมออกมาให้เห็น
ฝงซื่อเจินยืนนิ่งอยู่ข้างแก้วน้ำชากล่าวทักทายต่อคุณนายหรงอย่างเคารพ
หญิงสาววัย 20 ต้นๆ รูปร่างสูงเพรียว นั่งหลังตรง ั้แ่หัวจรดเท้าไม่ได้ใส่เครื่องประดับอะไรเลยฝงซื่อเจินมีแต่ใบหน้ารูปไข่ที่อ่อนโยนและดูเป็มิตร คิ้วที่ไม่ได้ผ่านการตกแต่งใดๆและดวงตาที่ดูใสซื่อ ผิวที่ขาวผ่องสะอาดสดใสจนน่าอิจฉาผมสลวยสีดำสนิทถูกมัดเป็หางเปีย พลิ้วลงตรงท้ายทอย นุ่งกี่เพ้าหลวมๆ ลายไม้ไผ่สีเขียวการแต่งตัวดูเรียบง่าย เธอยืนอยู่แต่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหนเลยหลังจากฝนซาก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหญ้าที่สดชื่นลอยเข้ามา
“เชิญนั่งค่ะคุณฝง”นับว่าคุณนายหรงค่อนข้างให้เกียรติ บอกให้คนใช้รินน้ำชาให้กับฝงซื่อเจิน“ฉันเห็นคุณมีหนังสือรับรองของอาจารย์าุโเยี่ยนตงเหริน เป็ศิษย์ของอาจารย์าุโเยี่ยนอย่างนั้นรึ?”
ฝงซื่อเจินพูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน“ไม่ได้รับเกียรติให้เป็ลูกศิษย์ของอาจารย์ท่านขนาดนั้นหรอกค่ะเพียงแค่เมื่อก่อนนี้ได้ติดตามรุ่นพี่รุ่นน้องไปเข้าร่วมฟังการบรรยายของอาจารย์ท่านเท่านั้นเองค่ะแล้วก็ช่วยจัดห้องเก็บหนังสือ ภรรยาของท่านก็ชอบเวลาพวกเราพูดคุยสรวลเสเฮฮากันท่านก็เชิญพวกเราไปทานน้ำชาอยู่บ่อยๆ ค่ะ”
คุณนายหรงพยักหน้า “อาจารย์าุโเยี่ยนคุณธรรมสูงส่ง บำเพ็ญสาธารณประโยชน์สร้างสรรค์วรรณกรรมชั้นเลิศพวกเราบ้านตระกูลหรงถึงแม้ว่าจะเป็คนทำมาค้าขายตัวเหม็นสาบแต่ก็ให้ความนับถือเขาอยู่ไม่น้อย คุณฝงบ้านอยู่ที่ไหนคะ พ่อแม่ทำอาชีพอะไร?”
ฝงซื่อเจินกล่าว “เดิมทีบ้านอยู่อำเภอหงโข่ว เมืองชุนหลี่คุณพ่อเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบัน แต่กิจการฝืดเคืองค้าขายไม่ค่อยดีจนต้องปิดตัวลง หลังจากดิฉันเรียนจบปริญญาตรีก็รับสอนในโรงเรียนหญิงล้วนของโบสถ์มู่เอ๋อร์มาโดยตลอด สอนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสต่อมาก็รับสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้นักเรียนภาคค่ำที่โบสถ์ค่ะ ั้แ่ประถมถึงมัธยมต้นก็สอนมาแล้วแล้วก็ติวหนังสือเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยค่ะ”
ฝงซื่อเจินพูดหนึ่งประโยค คุณนายหรงก็พยักหน้าหนึ่งทีฝงซื่อเจินพูดเรียบเรียงอย่างเป็ลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังมีสำเนียงจินลิ่ง[1]เล็กน้อยทำให้คุณนายหรงผู้ที่มีถิ่นกำเนิดจากหนันจิงรู้สึกสนิทชิดเชื้อมองฝงซื่อเจินด้วยสายตาที่ค่อยๆ อ่อนโยนลง
ถึงตอนนี้ ผู้ชายคนนั้นก็ดูกระดาษข้อสอบจบส่งต่อให้กับคุณนายหรง คุณนายหรงอ่านคร่าวๆ แล้วก็ยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจทันที
“ไม่น่าล่ะเป็ถึงนักเรียนผลการเรียนดีเด่นของมหาวิทยาลัยจินลิ่งทำได้ถูกทุกข้อ คะแนนเต็ม!” คุณนายหรงเอ่ยพูด “ซิ่วเฉิงบอกว่าเขาคัดเลือกโจทย์ยากๆ มาจากหนังสือเรียนของต่างประเทศมาโดยเฉพาะเลยครูสาวไม่กี่คนก่อนหน้านี้ไม่มีใครตอบได้ถูกเลยสักคนคุณฝงเป็คนแรกที่ตอบถูกหมดทุกข้อเลย”
ฝงซื่อเจินยิ้มออกมาอย่างเขินอาย แล้วก้มหน้า “คุณชมเกินไปแล้วค่ะ”
คุณนายหรงวางข้อสอบลง มองไปยังวัยรุ่นหญิงที่ใสซื่อพูดขึ้นว่า “สถานการณ์ในบ้านของพวกเรา คุณฝงคงยังไม่เข้าใจนักเมื่อก่อนคุณชายใหญ่ของที่บ้านเรียนโรงเรียนเตรียมทหารที่ฉงชิ่งมาโดยตลอดเพิ่งกลับมาเดือนที่แล้ว ลูกชายเรียนที่ฉงชิ่งผลการเรียนไม่ดีคะแนนไม่พอที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ผู้หญิงคนโตปีนี้อายุครบ 16 ปีผู้หญิงคนรองเด็กว่าครึ่งปี อยากจะเข้าเรียนที่โรงเรียนหญิงล้วนจีน-ตะวันตกเลยจำเป็ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม คนต่อๆ มายังเล็กอยู่ ยังไม่ต้องสอนตอนนี้”
ฝงซื่อเจินพูด “คุณนายวางใจเถอะค่ะ ตอนที่ดิฉันเรียนหนังสืออยู่ก็เคยติวหนังสือให้เด็กนักเรียนม.ต้นสอบจนผ่านมาแล้วปีที่ผ่านๆ มาก็สอนพิเศษมาตลอด โดยเฉพาะการเตรียมสอบ”
คุณนายหรงพยักหน้าตอบ “เด็กที่บ้านนิสัยดีทุกคนเหลือก็แต่คุณชายใหญ่นั่นแหละที่จะต้องรบกวนให้คุณต้องเหนื่อยหน่อยค่ะเขาขาดเรียนค่อนข้างบ่อย ที่ฉันเป็ห่วงก็คือคุณโตกว่าเขาแค่ไม่กี่ปีก็เกรงว่าเขาจะไม่ยอมเรียนกับคุณ”
ฝงซื่อเจินยิ้มพลางพูด“ดิฉันเคยสอนหนังสือให้กับเด็กมหาวิทยาลัยถ้าได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ของคุณชายใหญ่ คิดว่าคงจัดการได้ดีขึ้นอีกขั้นค่ะ”
คุณนายหรงกล่าว “ถ้าอย่างนี้ก็ตกลง แต่ละเดือนรับ 20 หยวนและถ้าสอนดีก็จะเพิ่มค่าจ้างให้อีก ปีหน้าคุณชายใหญ่สอบติดมหาวิทยาลัยได้ ก็จะมีสมนาคุณให้คุณฝงสะดวกที่จะย้ายเข้ามาเมื่อไหร่คะ?”
ฝงซื่อเจินถอนหายใจ 1 เฮือก ยิ้มหน้าบานออกมา หน้าตาที่ใสๆ ซื่อๆ “ดิฉันยังคงต้องขอกลับบ้านไปแจ้งพ่อแม่ให้ทราบก่อนค่ะแล้วค่อยมาวันมะรืนนี้ ได้หรือเปล่าคะ?”
คุณนายหรงตอบตกลงและให้เงินมัดจำเงินเดือนล่วงหน้ากับฝงซื่อเจินไว้ 12 หยวนเรียกแม่บ้านมาวัดตัวเพื่อตัดชุดให้กับหล่อนแล้วยังให้ฝงซื่อเจินอยู่ต่อทานข้าวกลางวันด้วยกันแล้วถึงให้กลับบ้านไป
ฝงซื่อเจินพูดปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีกคุณนายหรงก็ยังคะยั้นคะยอพาฝงซื่อเจินไปยังหน้าบ้าน แล้วเรียกรถแท็กซี่มารับฝงซื่อเจินไปส่งที่บ้าน
หยางซิ่วเฉิงพลิกกระดาษที่อยู่บนโต๊ะดู พูดกับคุณนายหรงว่า“คุณน้าครับ ยังเหลืออีก 5 คน จะนัดมาสัมภาษณ์หรือเปล่าครับ?”
“ไม่ละ”คุณนายหรงเหยียดตัวบิดี้เี นั่งลงพิงไปที่โซฟาย้อนคิดถึงฝงซื่อเจินที่ใสซื่อและมีมารยาทดีงามน่ารักน่าเอ็นดูคนนั้นจนอดยิ้มไม่ได้ “เขาคนนี้แหละ มีความรู้ปราดเปรื่อง ใสสะอาดไร้เดียงสาแบบนี้ถูกใจคนรสนิยมอย่างเขามากที่สุดเลยว่าไหม? ต่อให้อาจจะเข้ากันไม่ได้แต่มันก็พอที่จะทำให้ซุนซื่อเดือดพล่านได้แล้วละ อย่าคิดว่าในท้องมีเด็กอยู่พี่น้องยังทำงานเป็นายหน้า คิดอยากจะตีตัวขึ้นมาเทียบเมียหลวงรึ!”
หยางซิ่วเฉิงขยำใบสมัครที่เหลือทีละใบๆ แล้วโยนเข้าไปในที่เขี่ยบุหรี่แล้วจุดไฟเผาทิ้ง
“คุณน้า เคยอ่านเื่เล่าของอู๋เจ๋อเทียน?”
“ฉันรู้น่าว่าเธอเป็ห่วงเื่อะไร”คุณนายหรงหัวเราะรื่น “นี่ถ้าเจียชินของฉันยังมีชีวิตอยู่ละก็ ป่านนี้เขาคงตัวสูงกว่าฉันไปแล้วฉันเองก็มีลูก แต่พ่อของเขาต่างหากที่ดูแลเขาไว้ไม่ได้...”
ย้อนพูดถึงลูกที่ตายั้แ่เกิด คุณนายหรงเ็ปในหัวใจสีหน้าทุกข์ตรมอัดอั้น
หยางซิ่วเฉิงแกล้งทำเป็มองไม่เห็นว่ามีน้ำตาซึมออกมาจากหางตาของเธอทำเป็เรียกคนใช้มาเก็บเศษฝุ่นเขม่าบนพื้นโต๊ะ
ป้าแม่บ้านเปิดประตูเข้ามา ลมลอดผ่านประตูเข้ามาด้วย พัดเอาฝุ่นเขม่าที่อยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ปลิวว่อนเขม่าสีดำลอยว่อน ปลิวไปนอกประตูในที่ต่างๆ อย่างไร้ทิศทาง
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก#เมืองศิวิไลซ์ #readAwrite ด้วยน้า
[1] จินลิ่งเป็ชื่อโบราณสมัยก่อนของหนันจิง