นั่งพักเหนื่อยได้ครู่เดียวเสี่ยวหลินก็เอนกายลงนอนกลิ้งที่ชานหน้ากระท่อมซึ่งมารดาปูผ้าเอาไว้สำหรับให้นางนอนกลางวัน กลิ้งไปมาอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะซุกหน้าอยู่กับผ้าปูที่นอนหอมๆ
เมื่อได้พักอยู่นิ่งๆ หัวน้อยๆ ก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่ตนเองตั้งใจจะทำอีกครั้ง นอกจากหมึกตากแห้ง กุ้งแห้ง และหอยแมลงภู่ตากแห้งที่กำลังลงมือทำอยู่แล้ว ก็ยังมีสาหร่ายตากแห้ง ปลาตัวเล็กตากแห้งสำหรับเอาไปทำน้ำซุปหรือน้ำแกงปลาแห้ง น้ำปรุงรสหอยนางรม
ปลานิลตากแห้งที่คิดเอาไว้ก่อนใครเพื่อนแต่ยังไม่ได้เริ่มทำ เนื้อหมู หนังหมู ขาหมู ไหนจะมันหมูที่ตั้งใจเอามาเจียวน้ำมันเก็บไว้กินในหน้าหนาวอีก
อ้อ! มีผักดองด้วยนี่นา!
"โอ๊ย หัวจะแตกแล้ว" ร่างน้อยบ่นออกมา มือขาวๆ ดันแก้มกลมจนหน้ายับยู่ยี่
เพราะมีเื่คิดให้ทำมากมายแต่ยังไม่สำเร็จเลยสักอย่าง ยิ่งแต่เดิมนางเป็คนคิดมาก คิดจุกจิกไม่หยุด ถ้าทำยังไม่แล้วเสร็จก็จะคิดอยู่อย่างนั้น จนบางครั้งก็ถึงกับมีอาการปวดหัว
ร่างกลมซุกหน้าอยู่กับหมอนใบเล็กโดยนอนคว่ำก้นโด่ง เสี่ยวจงที่วิ่งเล่นจนเหนื่อยแล้วก็เดินมาขอน้ำขออาหารแต่เห็นเ้านายตัวน้อยนอนก้นชี้ฟ้าอยู่ มันจึงเดินมาร้องเรียก
มอ~
"เสี่ยวจง เ้าแปลงร่างเป็เทพมาช่วยเสกสิ่งที่ข้าอยากได้เร็วเข้า" เสี่ยวหลินหันมองเสี่ยวจงด้วยสายตาเหนื่อยล้า
เสี่ยวจงมองดูมนุษย์ที่พูดจาไร้สาระก่อนจะเดินตัวสะบัดไปออดอ้อนฮุ่ยสงจนเขาต้องลุกไปหาน้ำหานมมาให้มันดื่มกิน
เสี่ยวหลินถอนหายใจออกมายาวเหยียด นึกถึงคำพูดของบิดามารดาที่บอกกล่าวให้ใช้ชีวิตวัยเด็กให้คุ้ม แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะคิดค้นหาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาทำเป็เสบียงเก็บไว้
ใครใช้ให้นางมาโผล่ในยุคที่ไม่มีห้างสรรพสินค้ากันเล่า!
นางเองก็กลัวอดตายเหมือนกันนะ หน้าหนาวในยุคโบราณน่ากลัวไม่หยอก มีเงินแต่ก็ใช่ว่าจะซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคได้ดั่งใจเหมือนในอนาคต ถ้าหากอาหารหมดนางจะทำอย่างไรเล่า!
เช่นนั้นต่อให้มีเงินร้อยหีบก็ไร้ประโยชน์!
"หากต้องอดข้าวพุงนี้ต้องลีบแน่ๆ" เด็กน้อยนอนหงายมองดูพุงป่องๆ แล้วก็ยกมือขึ้นลูบมันอย่างปลอบโยน
"ข้าสัญญาว่าจะไม่ให้เ้าต้องผ่ายผอมนะ" มือน้อยลูบพุงป้อยๆ
ฮุ่ยหนิงที่เดินมาเห็นภาพนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
"ทำอะไรอยู่คนเดียว หืม แม่จะกลับไปทำมื้อเที่ยง ลูกจะไปกับแม่หรือไม่"
"ไปเ้าค่ะ!" ร่างกลมพลิกตัวกลิ้งหลุนๆ ออกไปที่ขอบชานบ้าน ก่อนจะถูกมารดาอุ้มจนตัวลอย แก้มกลมๆ ซบอยู่ที่ไหล่บอบบางของมารดา
"เอาหมึกแห้งไปทำอาหารด้วยนะเ้าคะ แล้วก็แวะไปเก็บผักกาดที่บ้านท่านยายด้วยเ้าค่ะ" แขนป้อมกอดรอบคอของมารดา ไม่วายเอ่ยบอกเสียงใส
"ได้จ้ะ ว่าแต่วันนี้จะทำอะไรกินล่ะลูก" ฮุ่ยหนิงหอมแก้มบุตรสาวฟอดใหญ่อย่างมันเขี้ยว
"อาหารของเสี่ยวหลินต้องอร่อยแน่นอน!" เทียนเฉินหันมองหลานสาวด้วยดวงตาเป็ประกาย
"คิกคิก เสี่ยวหลินจะทำหมึกแห้งทอด แล้วก็แกงจืดหมึกแห้งใส่สาหร่ายแล้วก็ผักกาดขาวด้วยเ้าค่ะ"
"โอ้ แค่คิดก็หิวแล้วล่ะ" ตัวตะกละในท้องของเทียนเฉินทำงานทันทีเมื่อได้ยินรายชื่ออาหารในมื้อเที่ยงนี้
โครก!
"อุ๊ย! ร้องเสียงดังเชียวนะ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยแซวจนเทียนเฉินหัวเราะอย่างเขินอาย
สองแม่ลูกหิ้วตะกร้าที่ใส่หมึกแห้งกับสาหร่ายกลับเข้าไปในหมู่บ้าน มีชาวบ้านบางคนเอ่ยทักทายบ้าง บางคนก็ชวนคุยอยู่นาน กว่าจะเก็บผักและกลับไปยังบ้านหลังน้อยก็ทำเอาพุงกลมๆ ของเสี่ยวหลินเจ็บไปหมด
"เอาหมึกลงไปทอดทั้งอย่างนี้เลยหรือลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาวหลังจากที่ติดไฟพร้อมทำอาหารแล้ว
"เ้าค่ะท่านแม่ ส่วนน้ำแกงก็ให้นำหมึกไปล้างก่อน หั่นผักใส่ตามลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ้ว เกลือเล็กน้อย แล้วก็พริกไทย เท่านี้ก็พอแล้วเ้าค่ะ" เด็กน้อยนอนรอที่แคร่หลังบ้านอย่างหมดแรง เพราะนางหิวมากแล้ว
ฮุ่ยหนิงเดินเข้าออกครัวกับหลังบ้านอยู่ครู่ใหญ่ จมูกน้อยๆ ก็ได้กลิ่นน้ำแกงลอยออกมา นางสูดดมกลิ่นอาหารอย่างมีความสุข สลับกับได้ยินเสียงท้องร้องราวกับเกิดาอยู่ภายใน
"เสร็จแล้วลูก ไปกันเร็วเข้า" ฮุ่ยหนิงะโเรียกบุตรสาวจากในครัว
ร่างขาวอวบะโลงจากแคร่วิ่งดุ๊กๆ เข้าไปในครัวอย่างรวดเร็วราวกับม้าศึกที่แสนคึกคะนอง
แต่เหมือนม้าในร่างลูกหมูมากกว่า..
ฮุ่ยหนิงปิดประตูบ้านอย่างมิดชิด มือหนึ่งหิ้วตะกร้าที่ใส่หม้อแกงเล็กๆ กับจานใส่หมึกทอดสีม่วงอมน้ำตาลกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ส่วนอีกมือนางก็อุ้มโถใส่ข้าว
"ถือดีๆ นะลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยบอกบุตรสาวที่อาสาถือตะกร้าใบเล็กซึ่งใส่ชามข้าวกับช้อนและตะเกียบไว้
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก เร่งก้าวขาสั้นๆ ให้ไปถึงชายทะเลเร็วที่สุด เพราะนางแสบท้องแสบไส้มานานมากแล้ว!
ร่างกาย้าอาหาร!
"กลิ่นอาหาร!" เทียนเฉินรีบล้างมือแล้ววิ่งฉิวมายึดตะกร้าไปจากมือของหลานสาวจนนางแทบตั้งตัวไม่ทัน
เหล่าคนงานจำเป็ของเถ้าแก่เนี้ยน้อยต่างก็ล้างไม้ล้างมือแล้วมารวมตัวกันที่ชานบ้านเพื่อรอทานมื้อเที่ยง กลิ่นน้ำแกงหอมๆ กับกลิ่นหมึกทอดทำเอาเทียนเฉินน้ำลายแทบหก
"ข้าตักให้เองขอรับ" เทียนเฉินหยิบชามมาตักข้าวส่งให้ทุกคนอย่างรวดเร็ว เขาถือชามข้าวกับตะเกียบง้างรอผู้าุโคีบอาหารก่อน เมื่อเห็นฮุ่ยสงกับจางรั่วคีบอาหารเข้าปากแล้วเขาก็รีบฉกหมึกทอดมากิน
"อร่อย!" เทียนเฉินเคี้ยวหมึกทอดอย่างมีความสุข
"กลิ่นแปลกๆ แต่อร่อยจริงๆ นั่นแหละ" จางรั่วพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
"น้ำแกงนี่ก็ซดคล่องคอดีนะ หากกินในหน้าหนาวคงจะอุ่นท้องดีมาก" ฮุ่ยสงตักน้ำแกงใส่ชามแบ่งใบเล็กแล้วยกซดไม่หยุด
เสี่ยวหลินเองก็ตักสาหร่ายกินพร้อมทั้งหลับตาพริ้ม ชาติก่อนนางชอบกินน้ำซุปมิโซะมาก โดยเฉพาะที่ใส่สาหร่ายเยอะๆ
โรยพริกป่นเล็กน้อย อร่อยเหาะ!
นางต้องรีบตากปลาแห้งแล้วล่ะ!!
ปากจิ้มลิ้มอ้าง้บปลาหมึกแห้งทอดเคี้ยวหงุบหงับจนแก้มตุ่ย ตากลมเบิกกว้าง มองดูหมึกที่ยังเหลือในมือ
"อาหย่อยย"
"ฮ่าๆ ภาษาอะไรของเ้ากัน" เทียนหรงได้ยินเสียงบุตรสาวก็หันมาหัวเราะจนน้ำตาเล็ด
เด็กน้อยยิ้มยิงฟันตาหยีจนเห็นเศษหมึกที่ติดอยู่บนฟันเล็กๆ ฮุ่ยหนิงเห็นบุตรสาวชอบน้ำแกงกับสาหร่ายจึงตักใส่ชามแบ่งไว้ให้ เพราะเกรงว่าบิดาจะกินหมดเสียก่อน มือของเขาตักน้ำแกงไม่หยุดเลย
"ท่านพี่น้ำแกงจะหมดแล้วเ้าค่ะ เหลือไว้ให้ลูกหลานบ้างเถอะ" จางรั่วส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจ มองดูสามีที่ทำตัวราวกับไม่เคยกินของอร่อย
"ก็มันอร่อยนี่นา เดี๋ยวตาช่วยเสี่ยวหลินตากสาหร่ายด้วยดีกว่า"
"ฮิฮิ ดีเ้าค่ะ ถ้าได้ปลาตัวเล็กตากแห้งมาแล้ว เสี่ยวหลินจะทำน้ำแกงที่อร่อยกว่านี้ให้กินอีกนะเ้าคะ มีเต้าหู้อ่อนนุ่มๆ ด้วยเ้าค่ะ"
"โอ้ เต้าหู้อ่อนรึ ฟังดูน่ากินทีเดียว"
เทียนเฉินได้ยินก็หูผึ่ง เขาสาบานว่าจะเกาะขาหมูอวบขาวของหลานสาวไปจนแก่ตายเลยทีเดียว แค่ได้กินของอร่อยๆ ฝีมือหลานสาวเขายอมทุกอย่าง
"อาก็จะช่วยเสี่ยวหลินด้วย!"
หลังมื้ออาหารเหล่าบุรุษก็ยกถังไปเก็บหอยเพราะปลาหมึกถูกจัดการจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใจจริงสองพี่น้องบ้านถังก็อยากจับมาให้มากกว่านี้ เพียงแต่เรือของพวกเขานั้นลำเล็กนิดเดียว อีกทั้งอายุของเรือก็เกือบสิบปีแล้วจึงไม่อยากขนปลาที่มีน้ำหนักมากนัก เดี๋ยวจะไม่ถึงฝั่งทั้งคนทั้งปลา
"หอยนี่ก็ทำเหมือนตอนที่แกะกินหรือลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาวขณะที่กำลังต้มหอยในกระทะ
หญิงสาวต้มเกลือได้สองไหแล้วบุตรสาวจึงบอกให้พักเกลือไว้แล้วมาต้มหอยกันก่อน วันนี้มีแรงงานหลายคนเด็กน้อยจึงอยากจะแกะหอยไปตากเอาไว้เยอะๆ
"ใช่เ้าค่ะ แกะเนื้อดึงเอากลุ่มขนดำๆ ออกแล้วก็แช่น้ำเกลือสักหน่อยค่อยเอาไปตากเ้าค่ะ"
เถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยยืนกำกับสั่งงานไม่ห่าง พอมารดากับท่านยายเป็งานแล้วนางก็เดินพุงส่ายไปหาเหล่าบุรุษที่เกาะกลุ่มกันอยู่บริเวณโขดหิน
มองดูหอยในถังก็พยักหน้ารับอย่างพอใจ พวกเขาแกะหอยได้เร็วมาก อย่างนี้ต้องเอาของอร่อยมาล่อบ่อยๆ เสียแล้ว
"พี่สะใภ้ ท่านป้า ข้าหรือก็คิดว่าไปไหนกัน หายไปทั้งบ้านเลยขอรับ" หลิวห้าวเดินเข้ามาแล้วเอ่ยทักทาย
"อ้าวอาห้าว มีธุระสำคัญหรือ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา เขาเดินมาชะโงกดูกระทะที่กำลังต้มหอยแมลงภู่อยู่ อีกทั้งยังอ้อมมานั่งยองๆ ดูหอยที่สตรีทั้งสองกำลังแกะอย่างรวดเร็ว
"เปล่าหรอกขอรับ ข้าว่างๆ ก็เลยจะมาชวนพี่หรงไปล่าหมูป่าน่ะขอรับ ว่าแต่นี่กำลังทำอะไรกันอยู่หรือ"
"พี่สาวกำลังแกะหอยจะนำไปตากแห้งเก็บไว้เป็เสบียงหน้าหนาว ยังมีหมึกตากแห้งด้วยนะ แล้วก็หลานสาวของเ้ายังวางแผนไว้อีกหลายอย่างเลยล่ะ" ฮุ่ยหนิงกล่าวขำๆ นิ้วเรียวชี้ไปยังเ้าตัวน้อยที่ยืนกำกับดูแลคนงานของนางอย่างแข็งขัน
"โอ้ เสี่ยวหลินน้อยฉลาดรอบรู้กว่าข้าที่ได้ร่ำเรียนในสำนักศึกษาอีกนะขอรับ" หลิวห้าวกระพริบตาปริบๆ เขาไปร่ำเรียนอยู่หลายปีได้รู้แค่บทกวีกับการปกครองและอื่นๆ อีกเล็กน้อยเท่านั้น สู้หลานสาวที่คิดค้นหาสิ่งที่ทำให้อิ่มท้องก็ไม่ได้
"จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก คนเราเรียนรู้มาแตกต่างกันนะอาห้าว" จางรั่วเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"นั่นสินะขอรับ" เขาพยักหน้ารับก่อนจะรู้สึกว่ามีอะไรมาชนหลัง ชายหนุ่มหันไปมองก็เห็นเป็กลุ่มขนสีน้ำตาลเข้มอมแดง
"เสี่ยวจงหรอกหรือ เ้าตัวอ้วนขึ้นหรือไม่" เขารวบเ้าวัวอ้วนมากอดแล้วลูบหัวและเกาคางให้มัน
เสี่ยวจงเงยหน้าหลับตารับความสบายจากเ้ามนุษย์ บางครั้งยังรู้สึกจั๊กจี้จนมันต้องยกขาขึ้นมาทำท่าจะเกา หลิวห้าวเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
"เ้าวัวอ้วนเอ๊ย ว่าแต่พวกพี่หรงไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นขอรับ"
"ไปเก็บหอยนี่น่ะสิ หากเ้าว่างก็มาต้มหอยแกะตากแห้งไว้นะ จะได้มีเสบียงเก็บไว้กิน" จางรั่วแกะหอยแล้วยื่นให้เขาดู
หลิวห้ามขยับเข้ามาดูเ้าเนื้อหอยสีส้มอ่อนๆ ตัวใหญ่เบียดเสียดอยู่ในเปลือก ท่าทางน่าจะอร่อย
"ต้องทำแผงตากด้วยหรือขอรับ"
"ใช่แล้วล่ะ"
"ดีเลย อย่างนั้นวันนี้ข้ากลับไปตัดไม้ไผ่ทำแผงตากก่อนดีกว่า วันพรุ่งข้าจะพาท่านยายมาด้วยนะขอรับ"
"ได้สิ อ้อนี่ เอาไปลองกินดูได้นะ ทำน้ำจิ้มเผ็ดกินเข้ากันมากทีเดียว อย่าลืมเอาขนดำๆ ออกด้วยล่ะ" ฮุ่ยหนิงลุกไปตักหอยที่ต้มแล้ว ใส่ลงในตะกร้ายื่นให้ชายหนุ่มไป
หลิวห้าวเอ่ยขอบคุณแล้วกลับบ้านไปอย่างอารมณ์ดี วันนี้ลาบปากได้กินของอร่อยอีกแล้ว ขบคิดไปขายาวก็รีบก้าววิ่งกลับไปยังบ้านหลังน้อย เพื่อลิ้มลองเ้าหอยตัวอวบอ้วนและรีบทำแผงตากปลา
"ท่านอาอย่าเก็บตัวเล็กสิเ้าคะ เอาไว้ให้มันเติบโตให้เราเก็บในวันข้างหน้าเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินจิ้มหลังของท่านอาตัวโตเมื่อเห็นเขาเคาะหอยแล้วโดนตัวเล็กหลายครั้งแล้ว
"จ้ะๆ อาขอโทษนะเสี่ยวหลินคนดี" เทียนเฉินรับคำหลานสาวแล้วตั้งใจเลือกเก็บแต่ตัวใหญ่ๆ
"แล้วหอยในโขดหินขาวลูกไม่เก็บแล้วหรือ" เทียนหรงเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาบ้าง
"เอาไว้ค่อยเก็บทีหลังเ้าค่ะ เพราะวิธีทำน้ำปรุงรสนั้นซับซ้อนกว่าอาหารตากแห้ง จริงสิ ท่านพ่ออย่าลืมเนื้อหมูของลูกนะเ้าคะ เสี่ยวหลินจะเอามาเจียวน้ำมันเ้าค่ะ"
"ได้ขอรับนายหญิงน้อย เมืองเจียงหนานมีผู้เลี้ยงหมูอยู่หลายเ้า เพราะฉะนั้นไม่ขาดแคลนหมูแน่นอน หรือว่าลูกจะให้พ่อไปล่าหมูป่าดีล่ะ"
"ไปก็ได้นะ เดี๋ยวตาไปช่วยพ่อเ้าด้วย"
"ถ้าได้ก็ดีนะเ้าคะ จะได้เอาขาหมูมาทำขาหมูเค็มรมควันเก็บไว้ด้วยเ้าค่ะ ส่วนน้ำมันหมูเราค่อยไปซื้อหนังหมูในเมืองมาทำเพิ่มเ้าค่ะ"
"แล้วเสี่ยวหลินจะให้อาทำอะไรเล่า" เทียนเฉินทิ้งตัวลงนั่งแหมะบนผืนทรายจนน้ำซึมเข้ามาเปียกก้น แต่เขาก็ไม่ใส่ใจเพราะนั่งยองๆ นานแล้วมันปวดขา
"เรายังไม่ได้ไปจับปลาน้ำจืดมาตากแห้งเลยเ้าค่ะท่านอา"
"จริงด้วย อย่างนั้นเดี๋ยวอาจะไปจับปลาก็แล้วกัน"
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก นางเอ่ยขอตัวออกไปเดินดูตามชายหาด เผื่อจะพบเจอกับสาหร่ายอีก ร่างขาวอวบเดินผ่านท่าเรือของหมู่บ้านไปอย่างไม่เร่งรีบ มีชาวบ้านบางส่วนหันมามองแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเพราะไม่รู้จัก
"นั่นลูกผู้ใดมาเดินอยู่ที่นี่" ชาวบ้านคนที่หนึ่ง
"ลูกหลานบ้านลุงฮุ่ยกระมัง เห็นสร้างกระท่อมกันอยู่มุมนู้น" ชาวบ้านคนที่สอง
"อย่างนั้นรึ ช่างเลี้ยงดูบุตรหลานได้ดียิ่งนัก ตัวอวบอ้วนน่ารักต่างจากบุตรข้า เฮ้อ" ชาวบ้านคนที่หนึ่ง
"ถังเทียนหรงขยันขันแข็ง ไม่แปลกที่จะมีเงินเลี้ยงดูบุตรสาว เราก็รีบทำงานเถอะ" ชาวบ้านคนที่สอง
เสี่ยวหลินตัวน้อยเดินก้มดูชายทะเลเพลินพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีนางก็มายืนอยู่หน้าแผงตากปลาขนาดใหญ่แล้ว เด็กน้อยหันกลับไปมองด้านหลังก็พบเห็นแผงตากปลาเล็กๆ ของชาวบ้านหมู่บ้านเซินหลินที่อยู่ไกลออกไป กับหลังคากระท่อมน้อยของนางที่เล็กกว่าขี้เล็บเสียอีก
"เดินมาไกลขนาดนี้เลยหรอเนี่ย" นางยกมือขึ้นมาเกาหัวของตัวเอง แล้วตั้งใจจะเดินกลับไปทางเดิม แต่มีเสียงแว้ดๆ ดังขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ต้องหันกลับไปดู
"ลูกหลานใครมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้! อยากถูกจับมาทำปลาตากแห้งหรือยังไงกันห้ะ!" หญิงวัยกลางคนร่างกายอวบอ้วนเดินมาชี้หน้าเด็กน้อยที่ตัวขาวอวบจนน่าหมั่นไส้
ยิ่งเห็นผิวขาวๆ เนื้อแน่นๆ ของเด็กน้อยก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาที่ลูกผู้อื่นอยู่ดีกินดี ผิวขาวผ่องราวกับบุตรขุนน้ำขุนนาง ต่างจากบุตรและหลานของนางที่ตัวผอมผิวดำคล้ำ
เสี่ยวหลินมองมนุษย์ป้าตาปริบๆ แค่เดินผ่านมาจำเป็ต้องชี้หน้าด่าขนาดนี้เลยหรือ นางส่ายหัวแล้วตั้งท่าจะหันเดินกลับไปทางเดิมแต่ก็ถูกกระชากแขนจนตัวปลิว
"โอ๊ย!!"
"จะไปไหนนังตัวดี!"
อีหยังวะ!
#########################################
เสี่ยวจง : จ่ายค่าตัวข้าก่อนนะ! ข้าจะไปซื้อนมเพิ่ม!