บรรยากาศดั่งถูกแช่แข็ง
บรรยากาศเงียบสกัดถึงขนาดที่ได้เราอาจได้ยินเสียงเข็มหล่นกระทบพื้นหรือเสียงลมหายใจของคนรอบข้างได้เลยทีเดียว
ผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่อาจจะทราบได้เลยว่านานเท่าใดที่ความเงียบเข้าปกคลุม
ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องเซ็งแซ่มหาศาลถาโถมถล่มโรงประมูลจันทร์กระจ่าง!
ดั่งคลื่นมหาสมุทรลูกใหญ่ม้วนกวาดไปทั่วทุกทิศ!
“บ้าไปแล้วกระมังปรมาจารย์เซี่ยต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!”
“นี่ไม่ใช่การหักหน้าหรอกแต่เป็การจงใจแตกหักชัดๆ!”
“ตัวเลขนี้ช่างเย้ยฟ้ายิ่งนัก!”
ไม่น่าแปลกใจนักที่ทุกคนจะเต็มไปด้วยความตกตะลึงเพราะจำนวนเงินที่ได้ยินนั้นมากเสียจนทำลายสถิติสูงสุดในรอบสิบปีของโรงประมูลจันทร์กระจ่างเลยทีเดียว!
ตูม!
ลมปราณมหาศาละเิออกจากร่างกายของกว้านหลงเ้า
“พวกเรากลับ!”
เสียงของรองเ้าสำนักกระบี่นภาไพศาลดังขึ้นพร้อมใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความโกธร
เขาสะบัดเสื้อคลุมและลุกออกจากโรงประมูลไปด้วยท่าทีที่ใครเห็นต่างก็หวาดกลัว โทสะของเขาในตอนนี้มันปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนบนใบหน้าของเขาเรียกได้ว่าหากในขณะมีเด็กน้อยสักคนโชคร้ายไปสบตากับเขาเข้า เด็กคนนั้นคงร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นกลัวเป็แน่
แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกถึงความโกรธและไม่เต็มใจแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจี้หยกสีดำที่เขาห้อยไว้ที่คอนั้น แผ่คลื่นพลังลึกลับอันน่าสยดสยองออกมาคลื่นพลังนั้นดูน่ากลัวยิ่งกว่าสีหน้าตอนโกธรของเขาเสียอีก
“นี่มัน…”
ในที่สุดก็..เจอแล้ว!
ภายในใจราวกับได้คำตอบบางอย่าง..
“หึหึเผือกร้อนลูกนี้ข้าจะให้เ้าสักพักก็ได้”
กว้านหลงเ้าเผยรอยยิ้มเ็าพร้อมขบคิดแผนการบางอย่าง…
……
เรือนโอบจันทรานิรันดร์ตระกูลเซี่ย
“เรียนท่านผู้นำตระกูล ตอนนี้บรรดาผู้าุโประจำตระกูลขอเข้าพบขอรับ”
ทันทีที่ผู้าุโประจำตระกูลเซี่ยได้ยินข่าวว่าผู้นำตระกูลใช้ทรัพย์สินกว่าแปดในสิบส่วนของตระกูลเพื่อประมูลเม็ดยาในตำนานจึงพากันบึ่งมาพบเขาด้วยอารมณ์อันครุกรุ่นเดือดดาล
“เซี่ยอวี้เฉินไยเ้าถึงไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนี้ถ้าเ้าประมูลเม็ดยานั่นด้วยเงินเ้าเองก็ช่างเถอะ แต่นี่..เ้านำทรัพย์สินตระกูลเราเข้าไปข้องเกี่ยวเช่นนี้ได้เยี่ยงไร”
“เหอะ ยิ่งไปกว่านั้นเ้ายังกล้าหักหน้ารองเ้าสำนักกระบี่นภาไพศาลอีกงั้นรึถ้าเกิดเขาคิดกำจัดตระกูลเราขึ้นมาจะทำเยี่ยงไร!?”
“ไม่รู้จักดีชั่ว! อายุของเ้าก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วทำไมเ้าถึงทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังบ้าง”
เสียงก่นด่าของผู้าุโตระกูลเซี่ยดังเซ็งแซ่ขึ้นในเรือนหลัก
“ข้าขอน้อมรับความผิดครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียวขอได้โปรดผู้าุโทุกท่านกลับเรือนพักก่อนเถิด”
เซี่ยอวี้เฉินประสานมือค้อมศีรษะคารวะเพื่อบอกว่าตนยินดีรับบทลงโทษทุกประการเพราะตอนนี้ความคิดเดียวของเขา คืออยากรักษาหลานชายของตนโดยเร็วที่สุด!
“เฮ้อ ช่างเถอะ เื่ได้เกิดขึ้นไปแล้วหวังว่าเ้าจะแบกรับความเสี่ยงที่จะถูกสำนักกระบี่นภาไพศาลเพ่งเล็งไหวนะ”
ผู้าุโสูงสุดเซี่ยไป๋หลงกล่าวพร้อมสะบัดแขนเสื้อเดินออกจากเรือนหลักด้วยความไม่พอใจ
เซี่ยอวี้เฉินมองส่งผู้อาสุโสสูงสุด และเหล่าผู้าุโประจำตระกูลจากไปด้วยสีหน้าซับซ้อน
ในฐานะผู้นำตระกูลแล้วการกระทำของเขาในครั้งนี้เรียกได้ว่าผิดต่อตระกูล
ทรัพย์สินเงินทองสามารถหาใหม่ได้แต่อนาคตของหลินเอ๋อร์ไม่อาจรอเวลาได้จริงๆ!
ชายชราตอกย้ำกับความคิดของตน แม้รู้ว่าตนจะต้องแบกรับกับผลของการกระทำในครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงมิได้เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง
“ได้เวลาแล้วหลินเอ๋อร์เ้ากลืนเม็ดโอสถนี้ซะ ปู่จะช่วยเ้าย่อยสลายสรรพคุณทางยาเอง อาจมีความรู้สึกเ็ปเกินทนไหวเ้าพร้อมหรือไม่”
“ข้าพร้อมขอรับท่านปู่!”
น้ำเสียงที่จริงจังและแววตาอันแน่วแน่ที่ไม่สมควรจะมีในเด็กวัยเจ็ดปีดังขึ้น
เซี่ยจิ่งหลินสูดลมหายใจและออกด้วยความมุ่งมั่นสงบจิต พินิจลูกกลอนโอสถที่อยู่บนฝ่ามือเล็กจ้อยด้วยความมุ่งหวัง
จากนั้นเด็กน้อยพลันกลืนลูกกลอนโอสถมัจฉามายาแปลงเม็ดสีทองอร่ามเข้าปากในคำเดียว
“อืม รสชาติไม่เลวเลยท่านปู่”
ขณะที่เซี่ยจิ่งหลินจะพูดอะไรต่อ…
ทันใดนั้น เพียงสองลมหายใจ ฤทธิ์โอสถพรั่งพรูดุจดวงอาทิตย์แผดเผาตัดสลับกับมวลไอเย็นเสียดกระดูกไหล่ผ่านจากกระเพาะอาหารสู่อวัยวะตันห้าหกกลวง
อึก!อ้ากกก!!
เสียงร้องอันแสนทรมานดังขึ้นกลางห้องโถงใหญ่ตามด้วยอุณหภูมิเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนแผ่ออกมาจากร่างกายอันบอบบางของเด็กชาย
ชายชรานำฝ่ามือทั้งสองข้างทาบหลังของเด็กชายพร้อมแผ่ลมปราณวารีพิสุทธิ์ของตนกรุยเข้าไปยังเส้นลมปราณทะลวงสู่จุดตันเถียนในคราเดียว!
หากสิ่งที่ชายชราคิดถูกต้องด้วยสรรพคุณทางยาอันสุดยอดในการกรุยเส้นลมปราณทะลวงจุดตีบตันของโอสถในตำนานเม็ดนี้ต้องสามารถรักษาโรคลึกลับของหลานชายผู้นี้ได้อย่างแน่นอน
แต่โชคชะตาช่างโหดร้าย..
ทันทีที่เซี่ยอวี้เฉินรู้สึกว่าจะสามารถทะลวงตันเถียนอันตีบตันได้นั่นเอง..
กลุ่มไอขมุกขมัวสีดำดุจหมอกหนา..พลันกลืนกินฤทธิ์โอสถและพลังปราณของเม็ดยาอย่างหิวกระหาย!
นี่มันอะไรกัน!? ช่างเป็กลิ่นอายที่ชั่วร้ายและรุนแรงอะไรเช่นนี้!?