อเลฟกวาดสายตามองไปทั่วร่างชาร์ลอตต์อีกครั้งครั้งนี้สายตาของเธอบอกความเห็นใจในตัวชาร์ลอตต์ไม่ น้อย
“เธอคงจะใไม่น้อยแต่หลังจากอยู่ที่นี่ไปสักพักเธอก็จะคุ้นเคยกับชีวิตความเป็อยู่ของพวกผู้ชายกับชีวิตในฮาเร็มเองนั่นแหละ”
ชาร์ลอตต์กะพริบตาถี่ๆ ดึงผ้าขึ้นคลุมกายไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ความเนียนนุ่มของเนื้อผ้าแทบจะแนบสนิทเป็หนึ่งเดียวกับผิวเนื้อ
“ฉันจะไม่อยู่ที่นี่หรอก”เธอยืนยันออกไป
“ก็แล้วแต่เธอจะพูดเถอะนะ”อเลฟถอนหายใจ “อันที่จริงที่นี่น่าอยู่แล้วก็ยังสบายมากอีกด้วยเรามีความสุขสบายล้นเหลือ และกาลิบก็มิใช่เ้านายที่ใจร้ายใจดําแต่อย่างใดเลย”
“คุณเป็ใครกันแน่”ชาร์ลอตต์เอ่ยถามออกไป ไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะเข้ามาอยู่ในสถานที่เช่นนี้และกําลังคุยกันเื่ชีวิตในฮาเร็มอยู่“ฉันว่ามันเป็ไปไม่ได้หรอกนะที่เธอจะเกิดแล้วก็เติบโตขึ้นในริซ”
หญิงสาวผู้นั้นถอนหายใจทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้นวมตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ ลูบไล้กระโปรงอย่างทะนุถนอม
“ครั้งหนึ่งฉันชื่อโอลีฟฉันอยู่บนเรือเดินทะเลกําลังเดินทางจากอังกฤษไปฝรั่งเศส เพื่อไปเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนประจําที่นั่นแล้วเรือลําที่ฉันโดยสารมาก็ถูกโจรสลัดปล้น”
ชาร์ลอตต์รู้สึกตีบตันในลําคอด้วยความเห็นใจอย่างเหลือประมาณ
“แล้วตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่ล่ะ”
“เพิ่งจะสิบหก”อเลฟตอบ ด้วยน้ำเสียงที่มิได้บอกความยินดียินร้ายราวกับมันเป็เหตุการณ์ที่เกิดอยู่เป็ประจําวันและบางทีในส่วนนี้ของโลกมันอาจจะเป็เช่นนั้นจริงก็ได้
“คุณคงใกลัวมากเลยนะ”ชาร์ลอตต์คว้ามืออเลฟมากุมไว้โดยไม่รู้ตัว “แล้วทําไมรัฐบาลถึงไม่ให้ความช่วยเหลือเลยล่ะ”
มันเป็คําถามที่ทําให้อเลฟยิ้มออกมาด้วยความเห็นใจในความไร้เดียงสาของเธอ
“เธอจะต้องรู้นะว่ารัฐบาลน่ะไม่ได้คิดที่จะให้ความช่วยเหลือส่วนบุคคลอย่างที่เราหวังกันหรอก และใช่...ฉันยอมรับว่าตอนนั้นกลัวมากแต่หลังจากนั้นฉันก็ได้รับการปรนนิบัติ มีแต่ความสุขสบายอย่างที่สุดฉันมีทั้งทาสที่ คอยรับใช้ มีบ้านอยู่อย่างส่วนตัว กาลิบจะคอยดูแลให้ฉันได้มีเนื้อหวานมีช็อคโกแล็ตกินเท่าที่้า และท่านก็...” เธอนิ่งอึ้งไป นวลแก้มแดงปลั่งขึ้นหลบตาลงเมื่อกล่าวต่อว่า
“กาลิบน่ะหล่อมากทีเดียวนะและท่านก็รู้วิธีที่จะทําให้ผู้หญิงมีความสุขด้วย”
ชาร์ลอตต์เองก็พลอยหน้าแดงด้วยความขัดเขินไปด้วยเธอมีความรู้เื่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงดีเนื่องจากโตขึ้นในฟากตะวันตกของอเมริกา และศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในปารีส
กระนั้นทั้งเธอและเพื่อนสาวอีกจํานวนมาก ยังไม่เคยผ่านพบสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์” เลยมันจึงเป็สิ่งที่มีความลึกลับแฝงอยู่ในเื่นี้
“คุณว่ามีความสุขอย่างนั้นหรือ”เธอร้องออกมาด้วยความสงสัย แม้จะรู้ว่ามันเป็ความหยาบคายที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นมากเกินไปเช่นนี้
“แล้วเธอก็จะได้เห็นเองนั่นแหละ”อเลฟบอก แววในดวงตาแฝงความหมายอันเป็นัยไว้ราวกับเธอ้าจะบอกอะไรบางอย่างกับชาร์ลอตต์ แต่ไม่อาจกล่าวออกมาเป็คําพูดได้
“เมื่อเธอนอนกับกาลิบเขาจะแสดงให้เธอเห็นเองว่า การที่เราได้มีโอกาสเกิดมาเป็ผู้หญิงนั้นมันเป็ความโชคดีอันมหาศาลเพียงไร”
ชาร์ลอตต์ไม่อาจสบายใจได้กับคําพูดลักษณะนี้ไม่ว่ากาลิบจะเป็ผู้ชายในความฝันของผู้หญิงคนไหนก็ตาม เธอไม่ปรารถนาจะ “หลับนอน”กับเขา เกิดมาในชีวิตเธอไม่เคยคิดถึงผู้ชายคนไหนในลักษณะนั้นมาก่อนนอกเสียจาก...แพตทริค
เมื่อคิดมาถึงเขามือก็กําแน่นเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวหรือว่ากัปตันผู้นั้นจะทําลายคํามั่นสัญญาที่ได้ให้กับเธอไว้และแล่นเรือออกจากเกาะริซไปเสียแล้ว...
“เธอคงจะหิว”อเลฟเอ่ยขึ้นอย่างตั้งข้อสังเกต “ถ้าท้องเราอิ่ม ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ไม่ใช่เื่ที่จะสิ้นไร้ความหวังเสียทีเดียวหรอก”พูดจบเธอก็ตบมือขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม และเด็กสาวตาดําขลับคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
อเลฟพูดกับเด็กสาวคนนั้นเป็ภาษาอาหรับและเด็กสาวก็รีบลนลานปฏิบัติตามคําสั่งทันที ชาร์ลอตต์สังเกตเห็นอยู่อย่างหนึ่งว่าผู้หญิงที่อยู่ในตําแหน่งคนรับใช้จะแต่งตัวด้วยเสื้อคลุมแบบธรรมดาตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ
“เดี๋ยวพาคิสจะเอาเครื่องดื่มมาให้”คาดินในอนาคตกล่าว “เอาละ ตอนนี้เธอช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่า เพราะอะไรจึงถูกจับตัวเข้ามาอยู่ในสถานที่นี้ได้”
ชาร์ลอตต์พยายามกล้ำกลืนคําทักท้วงลงไว้ไม่ใคร่พอใจกับการเลือกใช้คําพูดของอเลฟเท่าไรนัก แต่กระนั้นเธอก็ยังเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกจับตัวในตลาดมันเป็วันแห่งความเคราะห์ร้ายอย่างแท้จริงเพราะเธอมิได้เชื่อฟังในคำสั่งของผู้ใหญ่ และกับความละอายจี่เกิดอยู่ เธอได้เล่าให้อเลฟฟังเื่เบตติน่าและไม่แน่ใจเลยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเพื่อนสาวของเธอ
เธอยอมรับกับอเลฟด้วยความละอายใจว่าเธอเป็ผู้ที่เกลี้ยกล่อมให้เบตติน่าออกไปเที่ยว “ซุค” ด้วยกันในวันนั้นและในที่สุด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองได้เข้ามาอยู่ในความคุ้มครองของกัปตันแพตทริค เทรวาร์เรน เพราะถูกขายมาหรือว่าแลกด้วยซิการ์เพียงมวนเดียว
อเลฟไม่ได้แสดงปฏิกิริยากับเื่ที่ได้รับฟังแต่อย่างใดเลยไม่ต้องสงสัยว่าเธอจะต้องเคยได้ยินได้ฟังเื่ราวที่คล้ายกันมาจนนับไม่ถ้วนและเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอเองก็มิได้แตกต่างกันแต่อย่างใดเลย
“จากสําเนียงที่เธอพูดเธอคงเป็อเมริกันสินะ” อเลฟตั้งข้อสังเกต
“ใช่ค่ะฉันเป็อเมริกัน” ชาร์ลอตต์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และฉันก็จะกลับไปที่นั่นและเมื่อไหร่นะที่ฉันเดินทางไปถึงอ่าวเควด ฉันจะก้มลงจูบผืนแผ่นดิน จะสาบานว่า...ว่าฉันจะไม่เห็นที่นั่นเป็สถานที่น่าเบื่อหน่ายฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว”
อเลฟตบหลังมือชาร์ลอตต์เบาๆ ราวกับจะบอกว่า ความเพ้อฝันของเธอนั้นเป็สิ่งที่สวยงาม และเธอเองก็อยากจะให้เป็ไปได้เหมือนกันแต่ว่าอีกไม่นานความจริงจะเป็สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความเพ้อฝันนั้นเอง
สาวใช้กลับมาพร้อมกับถาดทองเหลืองใบใหญ่ซึ่งในนั้นมีผลไม้ที่ฝานมาเรียบร้อย ทั้งแตงโมและกล้วยนอกจากนั้นก็ยังมีผลไม้อีกสองสามชนิดที่ชาร์ลอตต์ไม่รู้จักนอกจากนั้นก็ยังมีเนยแข็ง ชามใบเล็กที่ใส่ผลมะกอก เชอร์เบทที่ทําจากผลเบอรี่เมื่อวางถาดลงบนโต๊ะเล็กใกล้กับที่ชาร์ลอตต์นั่งแล้ว สาวใช้ที่ชื่อพาคิส ก็หยิบถ้วยลายสวยใบหนึ่งขอบหุ้มด้วยแผ่นทองลวดลายสวยงามส่งมาให้
“นั่นเรียกว่าโบซ่า”อเลฟพูดเป็เชิงอธิบาย “ทําจากข้าวบาร์เลย์ ค่อนข้างเปรี้ยว แต่อร่อยมาก”
ชาร์ลอตต์รับถ้วยเครื่องดื่มนั้นมาพร้อมกับกล่าวคําขอบใจเครื่องดื่มนั้นเป็น้ำจนมีละไอเกาะอยู่รอบถ้วย กลิ่นอบเชยหอมกรุ่นยามเมื่อยกขึ้นจรดริมฝีปากเธอจิบช้า ๆ อย่างระมัดระวัง และพบว่าโบซ่ามีรสชาติเปรี้ยวที่สดชื่นมาก
เมื่อความกระหายหมดไปชาร์ลอตต์ก็เริ่มลงมือกินเชอร์เบท ผลไม้ และเนยแข็งอย่างเอร็ดอร่อย อเลฟพูดถูกเธอรู้สึกหิวอย่างที่อีกฝ่ายหนึ่งสังเกตเห็นจริง ๆ
และเมื่อท้องเริ่มอิ่มเธอก็บังเกิดความมั่นใจอีกครั้ง ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็ไปด้วยดีในที่สุดแพตทริคจะไม่เดินทางออกจากที่นี่โดยไม่มีเธอติดตามไปด้วยเขาจะต้องพาเธอไปส่งจนถึงวอชิงตันด้วยซ้ำ
เมื่อชาร์ลอตต์รับประทานอาหารเสร็จหญิงสาวคนหนึ่งที่นําเสื้อคลุมสีทอง พร้อมกับรองเท้าไม้คู่หนึ่งมาให้
ชาร์ลอตต์แต่งตัวด้วยความรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งแต่แล้วก็มองรองเท้าไม้ด้วยความกังวล ทั้งนี้เพราะมีส้นสูงถึงสี่นิ้ว
“ถ้าฉันขืนใส่รองเท้านั้นสงสัยว่าจะต้องหกล้มคอหักแน่” เธอพูดออกไปตรง ๆ
อเลฟเพียงแต่ยักไหล่และออกคําสั่งให้สาวใช้เอารองเท้าไปเก็บ
“มา...เราไปด้วยกันเถอะ”เธอตบมือเบา ๆ แต่ไม่ใช่ลักษณะที่ใช้กับสาวใช้เมื่อครู่ “ฉันจะพาเธอไปดูโดยรอบ”
ชาร์ลอตต์แม้จะเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย แต่ความสนใจนั้นมีมากกว่า จะมีชาวอเมริกันสักกี่คนไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงก็ตาม ที่จะได้มีโอกาสเห็นบรรยากาศภายในฮาเร็มอย่างเธอ...