เฉินตงพาลู่อันกลับมาส่งที่อะพาร์ตเมนต์ ทั้งสองต่างแยกย้ายกลับเข้าห้องของตัวเอง
ลู่อันเตือนเฉินตงว่าอย่าลืมทานอาหารให้เป็เวลา เพราะเป็ห่วงกลัวคนอายุเยอะจะมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
เฉินตงรับคำ แล้วรีบพุ่งเข้าไปเปิดแล็ปท็อปจัดการงานเอกสารให้ลู่ซูลี่ทันที
ลู่อันไม่ได้ยินเสียงอะไรจากห้องข้าง ๆ เขาคิดว่าเฉินตงกำลังรีบจัดการงานด่วนของเขา
ร่างบางเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง นึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเพราะ่เวลาที่ได้อยู่กับเฉินตงในวันนี้ช่างสั้นเหลือเกิน
เขานอนตะแคง ตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ เพื่อที่เขาจะได้ตื่นมาทำมื้อเย็นให้เฉินตง
ถึงลู่อันจะกำชับอย่างดี แต่เขารู้ว่าทุกครั้งที่เฉินตงเข้าสู่โหมดทำงาน ชายคนนั้นจะลืมทุกสิ่งอย่าง ลืมว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว ลืมแม้แต่ความหิวของตัวเอง
ดังนั้นมีแต่ลู่อันที่จะช่วยปกป้องกระเพาะอาหารของเฉินตงเอาไว้ได้
เปลือกตาร่างบางค่อย ๆ ปิดลง แม้แต่ในความฝัน ลู่อันก็ยังมองเห็นเป็ภาพของเฉินตงกำลังขะมักเขม้นกับการทำงาน
เวลาล่วงเลยผ่านไป ท้องฟ้ากระจ่างใสเริ่มถูกแทนที่ด้วยแสงสีส้ม ไม่นานความมืดก็ค่อย ๆ แผ่ปกคลุมจนทั่วเมืองเทียนเหมิน สายลมเย็นพัดผ่านบานหน้าต่าง ทำให้ภายในอะพาร์ตเมนต์ราคาถูกแห่งนี้หนาวเหน็บ
ลู่อันสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกาจะปลุกเสียอีก
เขาลูบแขนเย็นเยียบทั้งสองข้างของตัวเองแล้วลุกไปสวมเสื้อผ้าหนา ๆ พยากรณ์อากาศบอกว่าคืนนี้อากาศเย็น แต่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง พอเปิดระเบียงออกไปถึงได้รู้ว่าพยากรณ์อากาศของเมืองเทียนเหมินแม่นไม่เลว
ท้องฟ้ากระจ่างใส ประดับไปด้วยดวงดาวนับล้าน สายลมเย็นกระทบใบหน้าให้ความรู้สึกสดชื่น
"อากาศแบบนี้น่ากินหม้อไฟจัง" ลู่อันแค่รำพึงรำพันกับตัวเอง ไม่คิดว่าจะมีเสียงตอบ
"คิดเหมือนกันเลย"
ขวับ!
ลู่อันหันมองต้นเสียง พบว่าเฉินตงกำลังยืนอยู่ที่ระเบียง ยิ้มกว้าง ๆ และโบกมือให้ลู่อัน
"งานล่ะครับ?"
"ใกล้เสร็จแล้วล่ะ" เฉินตงขยับคอและไหล่เพื่อคลายความเมื่อยล้า "ไหน ๆ ก็พูดเื่หม้อไฟแล้ว สั่งมากินกันดีไหม?"
"ที่ห้องหรือครับ?"
"ใช่สิ!" เฉินตงหยิบโทรศัพท์ออกมาสั่งอาหารผ่านทางแอปพลิเคชัน "กินหม้อไฟไปด้วย ดูดาวไปด้วย จะมีอะไรดีกว่านี้อีก"
"แต่ระเบียงห้องเล็ก คงนั่งด้วยกันไม่ได้"
เฉินตงโบกมือ ประหนึ่งจะบอกว่านั่นไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร "แค่มองเห็นหน้ากันก็พอแล้ว"
"..."
"เป็อะไรไป?"
"ปะ เปล่าครับ" จู่ ๆ ความร้อนก็ปะทุขึ้นบนใบหน้าของลู่อัน "เดี๋ยวผมหารค่าอาหารนะ"
เฉินตงปฏิเสธ "ฉันอยากไถ่โทษเื่วันนี้"
"แต่ผมไม่ได้โกรธ...ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ?"
ลู่อันมองเฉินตงกอดอกทำแก้มนูนป่องอย่างกับปลาทอง ซึ่งน่าจะหมายความว่า เขาจะยืนอยู่แบบนี้จนกว่าลู่อันจะยอมตกลง
"โอเค ก็ได้ครับ เอาตามที่คุณว่าก็ได้"
เฉินตงยิ้มพอใจ "ต้องอย่างนี้สิ"
ผ่านไปสักพัก อาหารที่สั่งก็มาส่ง เฉินตงลงไปรับอาหารเอามาให้ลู่อันอีกที เขากำชับว่า
"นั่งข้างนอกต้องใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ด้วยรู้ไหม"
ลู่อันได้แต่ตอบว่า "ครับ" แล้วนำหม้อไฟวางไว้บนโต๊ะหน้าระเบียงที่ตระเตรียมเอาไว้
ถึงจะพูดว่าเป็หม้อไฟ แต่ที่จริงก็เป็แค่หม้อไฟสำเร็จรูป เนื่องจากทั้งเฉินตงและลู่อันี้เีล้างจาน พวกเขาคิดว่าทานหม้อไฟแบบนี้ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ไม่ต่างอะไรจากการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปพลางชมภาพยนตร์ไปพลางเลย
ทั้งสองทานหม้อไฟท่ามกลางแสงจันทร์ ควันร้อนโชยออกมาจากอาหารตรงหน้า รสเผ็ดอ่อน ๆ และน้ำซุปร้อน ทำให้ร่างกายอบอุ่น
"นี่ อยากได้เนื้อเพิ่มหรือเปล่า" เฉินตงถาม
ลู่อันกำลังจะตอบว่าไม่เป็ไร เฉินตงก็วิ่งกลับเข้าไปในห้อง หยิบเนื้อแช่แข็งออกมาเสียแล้ว
"เนื้อจะบินแล้วนะ!" พูดจบเฉินตงก็โยนเนื้อในถุงข้ามระเบียงมาให้ลู่อัน
เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของชายวัยสามสิบคนนั้น
เนื้อในถุงเป็เนื้อวัวชิ้นใหญ่ที่ยังไม่ได้สับหรือหันเป็ชิ้น ลู่อันเลยขอตัวเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมเนื้อ แต่เฉินตงกลับงอแง
"นี่ ๆ จะไปแบบนี้เลยเหรอ?"
"ทำไมครับ?"
เฉินตงบุ้ยปากไปทางถุงเนื้อในมือลู่อัน "นาย...จัดการกับเนื้อนั่นเป็ใช่ไหม"
คำถามนั้นไม่ต่างอะไรจากสอนจระเข้ว่ายน้ำ
"ผมทำอาหารเป็นะ คุณก็เคยเห็นแล้วนี่"
"เอ่อ...นั่นก็ใช่" ั์ตาชายหนุ่มเลิ่กลั่กผิดสังเกต
ลู่อันพยายามอ่านใจเฉินตง "หรือว่า คุณไม่อยากถูกทิ้งอยู่หน้าระเบียงคนเดียว"
"มะ ไม่ใช่สักหน่อย!"
...ใช่แหง...
ทั้งหูทั้งแก้มแดงขนาดนั้น ยังจะมาทำเป็ปากแข็งอีก
"เราเลิกดูดาว แล้วมานั่งกินด้วยกันดีกว่าไหมครับ"
"..." เฉินตงสูดจมูก ทำเก๊กกอดอก "กะ ก็ดี"
ลู่อันหัวเราะเบา ๆ...ช่างเป็ชายที่เอาใจยากเสียจริง
ทั้งสองเก็บข้าวของเข้าข้างใน พบว่าบรรยากาศในห้องกับหน้าระเบียงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"เดี๋ยวผมไปทำอาหารห้องคุณนะครับ คุณจะได้ทำงานต่อได้"
สิ้นคำลู่อัน เฉินตงถึงกับทำแก้วน้ำในมือตก ดีที่แก้วเป็พลาสติกไม่เช่นนั้นคงมีเศษแก้วแตกกระจายเต็มพื้น
เฉินตงลนลาน รีบยกมือห้าม "มะ ไม่ คะ ครั้งก่อนนายมาห้องฉันแล้ว เดี๋ยวครั้งนี้ฉันไปห้องนายบ้าง ต้องสลับกันสิถึงจะถูก ใช่ไหม?"
ลู่อันหรี่ตา ดูออกว่าเฉินตงพยายามทำอะไร "คุณทำห้องรกอีกแล้วใช่ไหมครับ"
ไม่มีสิ่งใดที่เฉินตงสามารถหลอกสายตาเด็กคนนั้นได้เลยจริง ๆ
คนที่ถูกจับได้ทำเป็เฉไฉ เขาคว้าแล็ปท็อปและหม้อไฟที่เหลือ รีบย้ายเอาตัวเองไปห้องลู่อัน ก่อนที่เด็กคนนั้นจะเปลี่ยนใจมาเคาะห้องของเขาแทน
ทันทีที่ประตูห้องลู่อันเปิดออก เฉินตงก็พุ่งตัวเข้าไปทันที
"รบกวนด้วย รบกวนด้วย"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฉินตงเข้ามาในห้องของลู่อัน แต่เขาก็ยังรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่เข้ามา อาจเพราะเขาไม่เคยเห็นห้องของใครสะอาดและเรียบร้อยได้ขนาดนี้
"ใช้โต๊ะเรียนของผมก็ได้ครับ" ลู่อันผายมือไปทางโต๊ะไม้ติดกับชั้นหนังสือ
"ขอบใจ"
ลู่อันเตรียมเนื้อไปพลางชำเลืองมองเฉินตงไปพลางอย่างไม่อาจควบคุม
เขาพยายามหยิกตัวเองให้มีสมาธิกับการทำอาหาร แต่ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงพิมพ์บนแล็ปท็อป หรือเสียงถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่ใช้ความคิดของเฉินตง มันก็มักจะทำให้เขาไขว้เขวเสียสมาธิอยู่เรื่อย
ทั้งสองกลับมากินหม้อไฟด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้นั่งอยู่คนละระเบียงท่ามกลางอากาศเย็นหรือแสงดาว แต่เป็ภายในห้องอบอุ่น นั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยขั้นกลางไว้ด้วยหม้อไฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น เพิ่มเติมคือมีเนื้อวัวชั้นดีที่น่าจะทำให้มื้ออาหารในวันนี้อร่อยมากขึ้น
หลังจากทานของคาวเสร็จ ลู่อันนึกขึ้นได้ว่าในตู้เย็นของเขามีผลไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ต คิดว่าน่าจะช่วยล้างปากได้ดี
เด็กหนุ่มเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบสาลี่สองสามลูกออกมาปอก
ระหว่างนั้นเขาเอาแต่ใจลอยมองเฉินตงจนไม่ทันระวัง เผลอทำมีดบาดมือ
"โอ๊ย..."
แค่เสียงร้องเบา ๆ ของลู่อันก็ทำให้เฉินตงละจากงาน
ร่างสูงลุกพรวด ปรี่เข้ามาจับข้อมือของลู่อัน
"เกิดอะไรขึ้น! เป็อะไร นายาเ็เหรอ?!" ชายหนุ่มยิงคำถามรัว ๆ แทบไม่เว้นช่องว่างให้คนเจ็บอธิบาย
เมื่อเฉินตงเห็นของมีคมในมือที่เป็ต้นเหตุทำให้ลู่อันเจ็บ เขารีบฉวยมันไปจากมือของลู่อัน โยนมีดเล่มนั้นลงซิงค์ล้างจานอย่างไม่ไยดี ราวกับจะไม่ยอมให้ลู่อันจับของอันตรายนั้นอีกเป็ครั้งที่สอง
ไม่เพียงเท่านั้น เฉินตงยังรวบขา ช้อนตัวลู่อันขึ้น อุ้มด้วยท่าเ้าหญิงแล้วะโว่า
"ไปโรงพยาบาล!"
ลู่อันตาตื่น รีบขอให้เฉินตงวางลง "แค่มีดบาดเองครับ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก"
ไม่!...ลู่อันจะไม่ยอมไปโรงพยาบาลด้วยอาการโดนมีดปอกผลไม้บาดเด็ดขาด แผลของเขาใหญ่ไม่ถึงหนึ่งเิเด้วยซ้ำ
ถึงอย่างนั้นเฉินตงก็ยังตบตีกับตัวเอง เขาอยากพาลู่อันไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แต่ก็รู้ดีว่าคนในอ้อมกอดไม่ชอบโรงพยาบาลแค่ไหน ทั้งยังถูกโจมตีด้วยสายตาอ้อนวอนขอให้ปล่อยลงนั่นอีก
"อึก" เฉินตงจำต้องยอมทำตามที่ลู่อัน้า
เขาพาลู่อันไปวางลงบนเตียงนอน วิ่งหากล่องปฐมพยาบาลทั่วห้อง
ในท้ายที่สุดก็มาจบที่การนั่งทำแผลให้ลู่อันที่เตียง
เด็กหนุ่มมองดูร่างสูงเบื้องหน้ากำลังนั่งคุกเข่า ตั้งใจทำความสะอาดแผลที่มือของลู่อันอย่างขะมักเขม้น ั์ตาที่มองมาแฝงความเป็ห่วงจากใจจริง ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่ลู่อันใช้ความพยายามอย่างมากในการเก็บซ่อนไว้ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
"เฉินตง..."
"หืม?" คนที่กำลังทำแผลหยุดชะงัก
ไม่บ่อยนักที่ลู่อันจะเรียกเฉินตงด้วยชื่อจริง ครั้นยังไม่ทันได้ถามอะไร ทันทีที่เงยหน้า เขาก็สบเข้ากับั์ตาเป็ประกายที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้
มือที่มีาแจากการปอกผลไม้กอบกุมมือของเฉินตงเอาไว้ ก่อนที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะพูดในสิ่งที่เฉินตงไม่คาดคิดออกมา
"ผมชอบคุณนะ..."