ตอนที่ 11 รังแกผู้อ่อนแอ หวาดกลัวผู้แข็งแกร่ง (1)
เดิมทีหลี่ว์ซิ่งรู้สึกว่าการมีอยู่ของมู่ชิงนั้นเป็ที่ขวางหูขวางตา แต่ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายหลับตาอยู่ตลอด เขาจึงไม่สะดวกที่จะเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน เวลานี้พอเห็นว่ามู่ชิงลืมตาแล้ว จึงรีบเปิดประเด็นเหน็บแนมอย่างคึกคะนอง “ตื่นแล้วเหรอ คุณชายมู่”
มู่ชิง “...”
พูดตามตรงจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาไม่อยากสนใจหลี่ว์ซิ่งเลย ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างสองคนในตอนนี้ที่แทบจะฉีกหน้ากันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็ต้องปั้นหน้ายิ้มตอบรับอย่างฝืนใจ ดังนั้นมู่ชิงจึงแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายโดยไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย มองหลี่ว์ซิ่งเป็เหมือนอากาศธาตุ...
อืม ก็ยังเป็พวกคุณภาพแย่เหมือนเดิม
หลี่ว์ซิ่งเป็พี่ใหญ่ต่อหน้าศิลปินของตัวเองจนเคยตัวแล้ว ไหนเลยจะคิดว่า 'ขยะ' อย่างมู่ชิงจะกล้าชักสีหน้าใส่เขา
ความรู้สึกไม่พอใจกับความกังวลที่มีต่อฟางเจ๋อซึ่งอยู่ด้านในทำให้เขาอยากจะหาที่ระบาย ขณะสูดหายใจเข้าลึกกำลังจะบันดาลโทสะ ประตูห้องออดิชั่นก็เปิดออกฉับพลัน ฟางเจ๋อเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึก
หลี่ว์ซิ่งเห็นดังนี้ก็ไม่สนใจที่จะพาลใส่มู่ชิงอีก เขาสาวเท้าไปหาฟางเจ๋อ กล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “เป็ไงบ้าง ผู้กำกับว่ายังไง”
ฟางเจ๋อเห็นหลี่ว์ซิ่งทำหน้าคาดหวัง มุมปากก็ฝืนยิ้มอย่างแข็งทื่อ “ผู้กำกับหลี่บอกว่าพอใช้ ให้ผมกลับไปรอผลครับ” แม้ว่าจะพูดแบบนี้ แต่เขาไม่สามารถปิดบังความเศร้าในแววตาได้
หลี่ว์ซิ่งเห็นดังนี้พลันรู้สึกราวกับถูกสาดน้ำเย็นใส่หน้า...ฟางเจ๋อคือหน้าใหม่ที่เข้าบริษัทมาในเวลาไล่เลี่ยกับมู่ชิง แต่เทียบกับมู่ชิงที่ความสามารถไม่ได้เื่แล้ว แนวโน้มในการพัฒนาของเขาถือว่าดีกว่ามาก เข้าบริษัทมาแค่ปีกว่าก็ได้แสดงเป็พระรองในละครไอดอล[1]ถึงสองเื่แล้ว ตัวเขามีทักษะการแสดงอยู่ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังรู้จักเอาใจสื่อและพวกนักลงทุน ดังนั้นถึงแม้จะเป็หน้าใหม่แต่ก็เป็ที่คุ้นหน้าคุ้นตาในหมู่ประชาชน
เนื่องจากเป็เช่นนี้ หลี่ว์ซิ่งจึงรู้สึกว่าเมื่อรวมความสามารถของฟางเจ๋อกับ 'เส้นสาย' ของตนแล้ว ก็น่าจะพัฒนาในวงการบันเทิงได้ ดังนั้นหลังจากพยายามติดต่อกับอีกฝ่ายอย่างลับๆ อยู่่หนึ่ง ทั้งยังงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมมาใช้ ในที่สุดคว้าตัวมาจากจ้านสี่ไหลเพื่อนร่วมงานของเขาได้
ในความคิดของหลี่ว์ซิ่ง ถ้าเขาร่วมมือกับฟางเจ๋อทุกอย่างจะต้องราบรื่นแน่ แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับไร้ประโยชน์ มาออดิชั่นภายใต้สังกัดตนครั้งแรกก็ล้มเหลวแล้ว เื่นี้ถ้ารู้ไปถึงที่บริษัท จ้านสี่ไหลซึ่งไม่พอใจตนอยู่แล้วไม่รู้ว่าลับหลังจะไปเยาะเย้ยถากถางอย่างไรบ้าง!
พอนึกถึงตรงนี้ หลี่ว์ซิ่งพลันรู้สึกคับแค้นใจอย่างไร้สาเหตุ สายตาที่มองไปทางฟางเจ๋อก็ไม่ได้มีความอบอุ่นเหมือนก่อนหน้าแล้ว เขาระงับอารมณ์แล้วตอบรับอีกฝ่าย “ถ้างั้นพวกเราก็กลับไปรอฟังข่าวกัน” พูดจบก็หมุนกายเตรียมจะเดินจากไป
ฟางเจ๋อแต่เดิมก็รู้สึกหดหู่อยู่แล้ว ตอนนี้ได้เห็นท่าทีไม่แยแสของหลี่ว์ซิ่งก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้า
ตอนที่เขายังเป็คนของจ้านสี่ไหลนั้นโดนยกย่องจนเคยตัว เวลานี้เห็นอีกฝ่ายชักสีหน้าใส่ จึงเดินไปขวางทางหลี่ว์ซิ่งโดยไม่ทันยั้งคิด
หลี่ว์ซิ่งถูกขวางทางเดิน จึงหันไปมองฟางเจ๋ออย่างรำคาญ ฟางเจ๋อในเวลานี้สูญเสียความกล้าเมื่อครู่ไปแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่ว์ซิ่งที่หน้าดำคร่ำเครียด จึงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรไปชั่วขณะ เขามองอารมณ์หงุดหงิดประเภท 'นายมีเื่อะไรก็รีบๆ พูดมา' ที่แสดงออกมาทางแววตาของหลี่ว์ซิ่ง แล้วชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางมู่ชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความร้อนใจ “เขาก็เป็นักแสดงของพี่หลี่ว์ไม่ใช่เหรอครับ พวกเราไม่รอเขาออดิชั่นเสร็จแล้วไปด้วยกันล่ะ”
เชิงอรรถ
^ ละครไอดอล หมายถึง ละครที่เน้นขายหน้าตาของนักแสดง