เอลเซ่ที่อยู่ข้าง ๆรับดาบโค้งของลิซาร์ดแมน C ด้วยกอนท์เล็ทคมดาบของยาเอะจึงอาศัยช่องว่างนั้นฟาดฟันเข้าไปที่สีข้างของศัตรูประสานงานกันได้ดีเยี่ยม
จากนั้นพอมองไปทางอื่นก็เห็นหอกน้ำแข็งพุ่งผ่านหน้า แล้วเข้าไปเสียบอกของลิซาร์ดแมน D ที่ประชิดเข้ามาจากมุมอับของผมดูเหมือนลินเซ่จะจอดรถม้าแล้วเข้ามาช่วยสู้ด้วย
พวกผมจัดการพวกลิซาร์ดแมนไปตัวแล้วตัวเล่าด้วยสภาพเช่นนั้น
แต่ยังไงก็เถอะศัตรูเยอะจังแฮะ......คิดว่าจัดการไปได้เยอะแล้วนะ......ถึงตัวลิซาร์ดแมนจะไม่ได้เก่งมากนักแต่จำนวนเยอะขนาดนี้มันก็......
“【ความมืดเอ๋ยจงมาข้า้านักรบกิ้งก่า ลิซาร์ดแมน】”
เมื่อชายเสื้อคลุมสีดำที่อยู่ลึกเข้าไปในฝูงลิซาร์ดแมนบ่นพึมพำลิซาร์ดแมนหลายตัวก็คลานออกมาจากเงาใต้เท้าหมอนั่น อะไรกันน่ะ!?
“คุณโทยะ เวทอัญเชิญค่ะ!ชายสวมเสื้อคลุมคนนั้นเป็คนคอยเรียกลิซาร์ดแมนออกมาค่ะ!”
ลินเซ่ะโอัญเชิญ......เวทธาตุมืดสินะ นั่นคือสาเหตุที่จำนวนไม่ลดลงเลยนี่เองตราบเท่าที่ยังมีพลังเวท ก็จะเรียกออกมาได้ไม่จำกัดเลยงั้นเหรอ ยุ่งยากจัง ดีล่ะ
“【สลิป】!”
“ว้าก!?”
โครม!ชายสวมเสื้อคลุมล้มกลิ้งอย่างรุนแรง ถึงจะรีบลุกขึ้นมายืนทันทีแต่ก็ แผละ!แล้วล้มกลิ้งไปอีกรอบ
“อึก......!”
“เตรียมใจซะ”
ยาเอะที่กระโจนเข้าไปด้วยความรวดเร็วตัดหัวของชายคนนั้นจนกระเด็น หวา......โหดวุ้ย......หัวของชายคนนั้นร่วงลงพื้นดินทั้งๆ อย่างนั้น แล้วก็กลิ้งไป จงเป็สุขเป็สุขเถิด
ในที่สุดเนื่องจากผู้อัญเชิญตายไปแล้ว ลิซาร์ดแมนที่เหลือจึงหายไปจนหมดเกลี้ยงอาจจะกลับไปที่เดิมของตัวเองล่ะมั้ง
“เท่านี้ก็จบแล้วมั้ง......ทุกคนไม่เป็ไรนะ?”
“สบายมาก ไม่เป็ไรเลย”
“ฉะ ฉันเองก็ไม่เป็ไรค่ะ”
“ข้าน้อยก็เช่นกัน”
พวกผมปลอดภัยดีแต่ทางคนที่โดนจู่โจมเสียหายหนักเลย หนึ่งในพวกทหารส่งเสียงทักผมพร้อมกับลากขามาหา
“โทษทีนะช่วยได้มากเลย......”
“ไม่หรอก แล้วความเสียหายล่ะ?”
“ในผู้คุ้มกันสิบคนโดนจัดการไปเจ็ดคน......โธ่เว้ย ถ้ารู้สึกตัวเร็วกว่านี้อีกนิดล่ะก็......!”
ทหารกำหมัดแน่นจนสั่นเทาด้วยความเจ็บใจถ้าพวกผมมาเร็วกว่านี้อีกซักนิดล่ะก็ คงหลีกเลี่ยงความรู้สึกแบบนั้นไปได้......แต่เื่มันก็มาถึงขั้นนี้แล้วล่ะนะ
“ใครก็ได้! มีใครอยู่ไหม!ปู่......ปู่ เขา!”
เสียงะโของเด็กผู้หญิงดังก้องอย่างกะทันหันพวกผมจึงหันหน้าไปพร้อมกัน เมื่อประตูรถม้าเปิดออก เด็กผู้หญิงผมยาวสีทองอายุประมาณสิบขวบก็ะโพร้อมร่ำไห้
พอเข้าไปใกล้รถม้าก็พบว่านอกจากเด็กผู้หญิงสวมชุดขาวแล้ว ยังมีชายชราผมขาวสวมชุดสุภาพสีดำอยู่ข้าง ๆ ด้วยเขามีเืไหลมาจากหน้าอก และหอบหายใจอย่างทรมาน
“ใครก็ได้ช่วยปู่ทีเถอะ! อก......ธนูมันปักเข้าไปตรงอก......!”
เด็กผู้หญิงอ้อนวอนพร้อมน้ำตานองหน้าสำหรับเธอแล้ว ชายชราคนนี้คงเป็คนที่สำคัญมากล่ะมั้ง พวกทหารพาชายชราลงมาจากรถม้าแล้ววางลงนอนบนพื้นหญ้า
“ลินเซ่! ใช้เวทรักษา!”
“......มะ ไม่ได้ค่ะลูกธนูที่ปักอยู่มันหักไปตอนที่เขาล้มลง แล้วก็ยังฝังอยู่ในร่างกายค่ะในสถานการณ์แบบนี้ต่อให้ใช้เวทรักษาก็จะยังเหลือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย......ยิ่งกว่านั้นาแขนาดนี้น่ะ......เวทมนตร์ของฉันคง......”
ลินเซ่พึมพำเบา ๆด้วยท่าทางรู้สึกผิด สีหน้าของเด็กผู้หญิงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงถูกย้อมด้วยความสิ้นหวังทันทีหยาดน้ำตาเอ่อล้นหยดแล้วหยดเล่า เธอกุมมือของชายชราด้วยมืออันสั่นเทาของตน
“......คุณหนู......”
“ปู่...... ปู่......!”
“ต้องจากกัน......แล้วนะครับ......แต่ละวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณหนู......ช่างแสนสำคัญเหนืออื่นใด......สำหรับผม......อุ๊บ......!”
“ปู่!ไม่ต้องพูดแล้ว......!”
ฮึ่ม......ทำอะไรไม่ได้เลยรึไงกัน? ถ้าเป็เวทรักษาขนาดใหญ่ล่ะก็ถึงจะยังไม่เคยลองดู แต่ก็เคยอ่านมาจากหนังสือเวทที่ยืมมาจากเอลเซ่แล้วคาถาเองก็รู้ บางทีอาจจะทำได้......ผมคิดแบบนั้น ลองเสี่ยงดู
ดีไหมนะ?
แต่ว่าถ้าใช้เวทมนตร์ทั้ง ๆ ที่ยังมีลูกธนูเหลืออยู่ในร่างกายล่ะก็ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบขนาดไหนกลัวว่าลูกธนูจะพลาดปักหัวใจเพราะปฏิกิริยาตอนรักษาแผลด้วย......
......ถ้าเอาลูกธนูที่ปักอยู่ออกมาได้......ล่ะก็......จริงด้วย!
“รอเดี๋ยวนะ!”
ผมบอกให้พวกทหารถอยไปแล้วคุกเข่าลงข้าง ๆ ชายชรา จากนั้นก็ดึงลูกธนูดอกอื่นที่ปักอยู่บนรถม้าออกมาแล้วจดจำรูปร่างของหัวลูกธนู
“【แอปพอร์ต】”
พริบตาต่อมา ในมือของผมก็กำลังถือหัวลูกธนูชุ่มเืที่หักอยู่เอาไว้
“จริงด้วย!ดึงหัวลูกธนูออกมาจากร่างได้แล้วเนอะ!”
เอลเซ่ะโเมื่อเห็นมือของผมแต่ว่า ยังหรอก แค่นี้ยังไม่จบ
“【แสงเอ๋ยจงมาจงเยียวยาอย่างสงบ เคียวฮีล】”
หลังจากที่ผมพึมพำเช่นนั้นแผลตรงอกของชายชราก็ค่อย ๆ สมาน ราวกับเล่นวีดีโอแบบย้อนกลับจากนั้นแผลที่อกก็หายไปอย่างสมบูรณ์
“......โอ้? ความเจ็บ หายไปแล้ว......?นี่มันเื่อะไรกัน......หายแล้ว......หายแล้วสินะครับ ไม่เจ็บแล้ว”
“ปู่!!”
ชายชราลุกขึ้นมาด้วยท่าทางประหลาดใจเด็กผู้หญิงจึงโผเข้าไปกอด เธอร้องไห้งอแงอยู่แบบนั้นเกาะชายชราที่กำลังทำหน้าลำบากใจแบบไม่ยอมปล่อยผมมองเหตุการณ์นั้นพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วนั่งลงบนพื้นดินกับพวกเธอ
“ฟู่......”
ดีจริง ๆ ที่ไปได้สวย
◇ ◇ ◇
ศพของทหารเจ็ดคนที่เสียชีวิตถูกฝังไว้ตรงต้นไม้ใกล้ๆ ซึ่งพวกผมก็ช่วยฝังด้วย เพราะจะปล่อยทิ้งไว้หรือนำไปด้วยก็ไม่ได้
ในกลุ่มทหารทั้งสามคนที่เหลืออยู่ทหารคนที่อายุน้อยที่สุดกำลังขุดหลุมศพต่อไปอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนในกลุ่มทหารที่ตายไปจะมีพี่ชายของเขาอยู่ด้วยจากนั้นเขาก็มาก้มหัวให้พวกผมที่ขุดหลุมฝังศพเสร็จแล้วจนสุด
ชายชราผมขาวที่อยู่ข้าง ๆเองก็ก้มหัวเหมือนกัน
“ช่วยไว้ได้มากจริง ๆครับ ไม่รู้จะกล่าวขอบคุณอย่างไรดี......”
“ไม่หรอกอย่าใส่ใจเลยครับ ที่สำคัญกว่านั้น ถึงแผลจะหายแต่เืที่เสียไปไม่ได้กลับคืนมาด้วย อย่าฝืนมากนักนะครับ”
ผมพูดอย่างลนลานกับชายชราที่ยังคงก้มหัวอยู่ตอนพระเ้าเองก็เป็แบบนี้เหมือนกัน ผมนี่แพ้ทางคนแก่จริง ๆ
“ขอบคุณอย่างยิ่งโทยะสินะ! เ้าคือผู้มีพระคุณต่อชีวิตของปู่ ไม่สิ มิใช่แค่ปู่ แต่เป็ของเราด้วย!”
สาวน้อยผมทองเริ่มกล่าวขอบคุณด้วยการใช้คำพูดที่ดูอวดดีผมจึงยิ้มเจื่อน ๆ พลางคิดว่า เด็กคนนี้คงเป็ลูกสาวของลูกขุนนางล่ะมั้ง
รถม้าที่ดูราคาแพงยิ่งกว่าของคุณซานัคมากทหารคุ้มกันเพียบ ชายชราที่เป็พ่อบ้าน และการวางตัวยิ่งใหญ่ของเด็กคนนี้คงแทบไม่ผิดไปจากนั้นแหง ๆ
“ขออภัยที่ทักทายช้าครับผมมีหน้าที่เป็หัวหน้าคนรับใช้ของตระกูลดยุคออร์ทรินเด้ ชื่อไลม์ครับและท่านทางนี้คือบุตรีตระกูลดยุค ท่านซูซี่ เอลเนีย ออร์ทรินเด้ ขอรับ”
“ซูซี่ เอลเนียออร์ทรินเด้! ฝากตัวด้วยนะ!”
ดยุค? เป็คุณหนูลูกขุนนางจริง ๆด้วยสินะ สมเหตุสมผลดี
พี่น้องฝาแฝดกับซามูไรสาวพากันตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ ผมที่ยอมรับได้ตามนั้น
“......เป็อะไรไป?”
“เป็อะไรเหรอ......แล้วทำไมนายถึงนิ่งได้ขนาดนั้นกันล่ะยะ!ตระกูลดยุคเชียวนะ! ดยุค!”
“......ดยุคคือบรรดาศักดิ์สูงสุด......ที่ต่างจากบรรดาศักดิ์อื่น ๆ ผู้ที่ได้รับบรรดาศักดิ์นั้นโดยพื้นฐานแล้วจะเป็เหล่าเชื้อพระวงศ์ น่ะค่ะ”
เชื้อพระวงศ์...... เอ๋?
“ถูกต้อง ท่านพ่อของเราดยุคอัลเฟรด เอลเนีย ออร์ทรินเด้ เป็น้องชายขององค์าาน่ะ”
“ก็หมายความว่าเป็หลานสาวของพระาาสินะ สุดยอดเลยแฮะ”
“......ดูโทยะไม่ค่อยใเลยยิ่งใหญ่จังน่อ”
เอ๋? เมื่อหันหน้าไปข้างหลังก็พบว่าพี่น้องฝาแฝดกับซามูไรสาวกำลังคุกเข่าทั้งสองข้างและก้มหัวลงอยู่เอ๊ะ คุกเข่าขอขมา? ไม่ทำถึงขนาดนั้นไม่ได้เหรอ?
“เอ่อ ท่าน......ซูซี่? ผมเองก็ทำแบบนั้นด้วยจะดีกว่า......รึเปล่าครับ?”
“เรียกแค่ซูก็ได้ที่นี่มิใช้สถานที่ทางการเสียหน่อย ตามสบายได้เลย คำยกย่องก็มิจำเป็ตามที่ว่าไปเมื่อครู่ พวกโทยะคือผู้มีพระคุณต่อชีวิตของเราอันที่จริงคนที่ต้องก้มศีรษะให้ควรเป็ทางนี้ด้วยซ้ำพวกเ้าเองก็เงยหน้าขึ้นมาเถิด”