บ้านสกุลอู่ เมืองกานเฉิง
“อย่าอกตัญญูไปหน่อยเลยหากไม่ตอบแทนบุญคุณพ่อเ้าเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเ้าจะตอบแทนตอนไหน” นางจูเหรินใช้น้ำเสียงจงใจตำหนิสองพี่น้องซึ่งหลังจากฟังสิ่งที่นาง้าให้พวกเขาทำแล้วสีหน้าทั้งสองก็ซีดเผือด แววตาแฝงความไม่จำยอมอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าจะปักผ้าส่งขายให้มากขึ้น”อู่เจียวเฉินบอก
“ส่วนข้าจะออกไปรับจ้างในตลาด”อู่จื้อฉงแฝดผู้น้องกล่าวสำทับด้วยความร้อนใจ ไม่อยากให้ภาระตกหนักกับพี่สาวคนเดียวทว่าด้วยอารามรีบร้อนจึงไอออกมาจนตัวโยนเพราะหายใจไม่ทัน
สายตาสมเพชของนางจูเหรินมีให้เห็นอีกคราว“ตัวเองจะตายมิตายแหล่ คงจะทันได้ตอบแทนบุญคุณพ่อเ้าหรอกนะ”
ชายหนุ่มซึ่งมีโรคประจำตัวหน้าแดงก่ำด้วยจนหนทางจะโต้ตอบความอึดอัดคับแค้นใจที่ร่างกายตนไม่สมบูรณ์แข็งแรงส่งผลให้ยามนี้ เืลมติดขัดร้อนถึงคนเป็พี่ต้องช่วยลูบหลังปลอบประโลม
“เื่ค่ารักษาท่านพ่อพวกข้าสองคนก็ทำเท่าที่จะทำได้แล้วนะ แม่ใหญ่ ข้าไม่ใช่คนที่เปาห้าวสง้าแต่งด้วย ท่านรู้ดีแก่ใจ”
จากการโต้แย้งด้วยเหตุผลเพราะไม่ยินยอมแต่งเป็ภรรยาน้อยแทนพี่สาวคนโตทำให้อู่เจียวเฉินถูกนางจูเหรินตบหน้าเต็มแรงมือ
“ท่านไม่มีสิทธิ์บังคับพี่เจียวเอ๋อร์!” ความโกรธในใจอู่จื้อฉงพลุ่ง-พล่านเมื่อเห็นพี่สาวฝาแฝดถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาเขาพาร่างโปร่งบางของตนมายืนขวางฝ่ามือของมารดาเลี้ยงที่อาจจะตามมาอีกในไม่ช้า
“พอเถอะอาจื้อ”เรียวมือเล็กฉุดแขนน้องชายให้กลับมายืนด้านหลังนางตามเดิม สุขภาพร่างกายของเขานั้นสามวันดีสี่วันไข้มาั้แ่เยาว์วัย นางไม่อยากเห็นเขาต้องล้มป่วยเพราะแรงโทสะอันอัดอั้นอีกทั้งเกรงว่ามารดาเลี้ยงจะหาเื่เล่นงานพวกนางซ้ำอีก
ในอดีตนั้นเหตุที่สุขภาพของอาจื้อไม่สู้ดีเป็เพราะญาติของนาง จูเหรินบังคับเขาลงไปแช่น้ำในวันฝนตกหนักกว่านางจะกลับจากไร่และรับรู้เื่ว่าน้องถูกคนรังแก เขาก็อาการร่อแร่ปางตาย แต่กลับได้คำแก้ตัวว่าแค่เด็กหยอกล้อกัน แม้เป็ทายาทชายคนเดียวของตระกูลแต่บิดากลับกริ่งเกรงอำนาจภรรยาหลวงและญาติของนาง จึงทำได้เพียงเรียกหมอมาดูอาการและไม่กล้าเอาโทษคนพวกนั้น
“ช่างเป็พี่น้องที่รักใคร่กันดีเสียนี่กระไรดี...ดี” หญิงสูงวัยกว่าเผยยิ้มชั่วร้าย กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวพระโพธิสัตว์“เ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อเ้าหรอกนะอาจื้อ เพราะเ้าก็มีหน้าที่ของเ้า”
อู่เจียวเฉินรูปร่างใกล้เคียงกับลูกสาวคนเดียวของนางการสับเปลี่ยนตัวเ้าสาวขึ้นเกี้ยวไปเป็อนุของเศรษฐีตัณหากลับจึงเป็เื่เหมาะควรที่สุดเมื่อส่งลูกสาวภรรยารองไปแต่งงานแล้ว นางกับลูกสาวจะพาคนอื่นๆ ในบ้านย้ายไปอยู่ต่างเมืองเงินค่าสินสอดหักลบหนี้เดิมและเงินค่าตัวของอู่จื้อฉงนั้นได้จำนวนมากโขอยู่ หากถูกทางบ้านเ้าบ่าวถามหาคำตอบเื่ส่งเ้าสาวผิดตัวนางก็มีข้ออ้างว่าอู่เจียวเฉินอยากสบายจึงทำร้ายพี่สาวแล้วเปลี่ยนตัวเองขึ้นเกี้ยวแทนเมื่อข้าวสารเปลี่ยนเป็ข้าวสุก เปรียบไม้กลายเป็เรือ หนี้สินถูกชดใช้ด้วยคนแล้วเปาห้าวสงก็คงไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องทางการขู่บังคับเอาลูกสาวนางไปเป็เมียอีกคนแน่
“ท่าน้าแก้แค้นท่านแม่จนลืมคิดไปแล้วหรือว่าพวกข้าก็เป็ลูกของท่านพ่อเช่นกัน”
แต่เล็กจนโตนางกับน้องชายถูกมารดาเลี้ยงกับญาติๆพูดกรอกหูเสมอว่า ท่านพ่อแต่ก่อนก็พอมีฐานะ ได้สู่ขอท่านแม่ซึ่งเป็บุตรสาวลูกหนี้มาเป็อนุโดยที่ผู้เป็ภรรยาหลวงได้แต่ทนกล้ำกลืนฝืนทน
“รู้อย่างนี้ก็ดีข้าคร้านจะอธิบายให้มากความ ใช่ข้าอยากจะใจร้ายกับพวกเ้าเสียหน่อย หากจะโทษก็ควรโทษความแพศยาของแม่เ้าที่มายั่วยวนสามีข้า ตอนนี้เขาล้มป่วยฐานะครอบครัวเรากำลังตกต่ำพวกเ้าเป็ลูกของนางก็ถูกแล้วที่ต้องชดใช้หนี้แค้นให้ข้าอย่างสาสม”
“ความคิดชั่วช้านักเื่นี้ท่านพ่อรู้หรือไม่” อู่เจียวเฉินกัดฟันกรอดขณะถามออกไป
“จะรู้หรือไม่รู้เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะห้ามข้าได้” ภาษิต ‘แก้แค้นสิบปียังไม่สาย’ เห็นทีใกล้เป็จริงครานี้เอง
“ข้าจะบอกท่านพ่อ”อู่จื้อฉงโพล่งขึ้น ขณะในใจก็คิดหาหนทางจะเข้าไปพบบิดาที่นอนซมบนเตียงมานานร่วมครึ่งปีได้อย่างไรเพราะนาง จูเหรินกีดกันพวกเขาทุกทาง
“หุบปากไปเลยไอ้คนขี้โรคจะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ เ้านี่แหละตัวภาระยิ่งกว่าใคร กว่าเ้าจะโตมาเถียงข้าฉอดๆข้าฝืนใจยอมเสียค่าหยูกยารักษาชีวิตไร้ค่าของเ้าไปเท่าไรแล้วสำนึกบุญคุณเสียบ้างเถอะ”
“คนที่ข้าจะสำนึกบุญคุณตอนนี้มีเพียงท่านพ่อเท่านั้น”
เพราะอารมณ์โมโหที่ชายหนุ่มเถียงคำไม่ตกฟากไม่ได้หงองอกง่อยแบบที่ผ่านมา นางจูเหรินจึงคว้าถ้วยชาแล้วขว้างใส่เขาดีที่เขาหลบทัน ก้นถ้วยจึงแค่เฉียดแก้มที่ซีดเผือดด้วยความใไปกระทบข้างฝาจนแตกเป็เสี่ยง
“ปากเก่งได้แบบนี้แสดงว่าร่างกายเ้าดีขึ้นแล้วนี่ดีเลย ตอนที่ไปอยู่หอจันทร์จรัสจะได้รับแขกคืนทุนให้ทางนั้นไวๆ”
รับแขก...หอจันทร์จรัส!
ที่นั่นย่อมต้องเป็สถานที่ฉุดชีวิตอาจื้อให้ตกต่ำไร้ศักดิ์ศรีเป็แน่ เหตุใดชายจะต้องรับแขกดั่งหญิงคณิกาอู่เจียวเฉินคิดอย่างร้อนใจ ไม่ต่างจากชายหนุ่มรูปงามเ้าของชะตากรรมอันเลวร้าย
“ไม่นะเ้าคะแม่ใหญ่ท่านจะขายอาจื้อไม่ได้”
“ข้าตัดสินใจแล้วพวกเ้าอย่าพล่ามให้เสียเวลาจะดีกว่า” นางแสยะยิ้ม
“ท่านไม่มีสิทธิ์ขายพวกข้าเหมือนผักปลาพวกข้าเป็คน เป็ทายาทสกุลอู่” อู่จื้อฉงกำหมัดแน่น เคียดแค้นใจจนเส้นเืข้างขมับปูดโปนเขากำลังจะถูกขายไปเป็ชายบำเรอ ช่างเป็เื่ไม่ยุติธรรม!
“พวกเราไปจากที่นี่เถอะ”คนเป็พี่สาวฉุดแขนน้องชายฝาแฝดจะพาออกจากห้อง การตอบแทนคุณบิดาต้องมิใช่การขายเรือนร่างเหตุใดพวกนางต้องลำบากก้มหน้ารับชะตากรรมตามคำชี้ขาดของมารดาเลี้ยงในขณะอู่หลินอี้พี่สาวคนโตกลับหนีปัญหานี้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! พวกเ้าอย่าแม้แต่จะคิดหนี ต้าเหย่าต้าฉาน พวกเ้าพาคนเข้ามาจัดการมัดพวกมันเดี๋ยวนี้”
สิ้นคำสั่งของนางจูเหรินญาติของนางก็กรูกันเข้ามาในห้อง แรงมหาศาลของชายฉกรรจ์จับสองแฝดแยกกันได้ไม่ยากแม้ทั้งสองพยายามดิ้นรนขัดขืนเพียงไรอู่จื้อฉงถูกทุบจนสลบก่อนจะถูกหิ้วปีกออกจากห้องไป ด้านอู่เจียวเฉินได้แต่ร้องโวยวายด่าทอความใจอำมหิตของมารดาเลี้ยง
“เ้ามันไม่ใช่คนสารเลวนัก ข้าจะฟ้องท่านพ่อ ข้าจะร้องเรียนทางการ”การขัดขืนของนางทำให้โดนตบตีไปอีกหลายฝ่ามือ
“วันมะรืนจะมีขบวนเ้าสาวมารับตัวนางหากนางหนีไปได้ พวกเ้าโดนดีแน่!” นางจูเหรินคาดโทษแล้วสั่งให้คนมัดลูกเลี้ยงไว้ก่อนคล้องกุญแจหน้าห้องให้คนเฝ้าอย่าได้คลาดสายตา
“ปล่อยข้าไปนะปล่อย!” หญิงสาวยังดิ้นเร่า ปากร้องขอความช่วยเหลือปาวๆ จนเวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วยามทั้งเสียง ทั้งน้ำตาแห้งเหือดอย่างไร้ค่า กระทั่งประตูห้องเปิดออกคนที่นางแสนเกลียดชังก็เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร
“มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นก็ไม่ทำให้เื่ราวมันเปลี่ยนแปลงได้หรอกกลับกัน ถ้าเ้าเป็ข้า เ้าก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกของเ้าอยู่แล้ว”
“ข้าตายเป็ผีก็จะขอสาปแช่งเ้า”อู่เจียวเฉินสีหน้าดุดันถลึงตาใส่อีกฝ่าย
นางจูเหรินไหวไหล่“ข้ามีเงินจ้างนักพรตเก่งๆ มาปัดรังควานปีศาจร้ายอย่างเ้าได้แน่ ก็เงินที่ขายพวกเ้าสองพี่น้องอย่างไรเล่า”กล่าวแล้วก็หัวเราะที่สามารถขีดเส้นชีวิตให้สายเืของสตรีซึ่งนางเกลียดชังได้
ความหวาดกลัวคืบคลานเข้ากัดกินหัวใจอีกหนตัวนางจะเป็เช่นไรก็ช่างเถิด นางห่วงก็แต่น้องชาย อู่เจียวเฉินจึงข่มกลั้นความไม่พอใจปรับเสียงอ่อนกล่าวคำขอร้องออกไป
“ปล่อยอาจื้อไปได้หรือไม่เ้าคะแม่ใหญ่ข้าขอร้อง เขาเป็ผู้ชายไม่ควรถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีด้วยการเป็ชายบำเรอ”
“เฮอะ! นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรได้รับ ใครให้เขาเกิดมาเป็ผู้ชายทั้งที่ข้าไม่มีลูกชายให้สกุลอู่กันเล่าน้องชายเ้ารูปร่างผอมบาง ผิวก็ขาวออกปานนั้น อยู่สำนักชายบำเรอคงจะมีชีวิตรุ่งเรืองได้ไม่ยากหากได้ฝึกฝนเื่ดนตรี ไม่แน่อาจจะมีคนซื้อตัวไปเลี้ยงดู ไม่ต้องอยู่รับแขกในหอไปจนตายนั่นก็อยู่ทีว่าตัวมันจะรักดีสักแค่ไหน”
ก้อนสะอื้นคล้ายจุกแน่นที่ลำคอระหง“ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวท่านพ่อจะเสียใจบ้างหรือ”
“เขาจะเสียใจก็ด้วยเื่เ้าขี้โรคนั่นหนีออกจากบ้านทอดทิ้งภาระหน้าที่ลูกชายสกุลอู่ต่างหากเล่า”
คนฟังแทบกระอักเืกับความเลวที่มารดาเลี้ยงกำลังกระทำ นางปีศาจร้ายตนนี้ขายน้องชายนางยังมิพอยังกล้าโป้ปดสร้างเื่ให้ท่านพ่อเข้าใจลูกชายคนเดียวผิดๆ เสียแรงที่ข่มศักดิ์ศรีก้มหัวขอร้อง
อู่เจียวเฉินมองนางจูเหรินอย่างจะกินเืกินเนื้อดวงตาสวยหวานยามนี้ปูดโปน นางถ่มน้ำลายใส่อีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรงจึงถูกตบอีกหนึ่งฝ่ามือ ก่อนมือหนาจะบีบเข้าที่ลำคอแล้วงัดใบหน้าสวยให้เชิดขึ้น
“เ้าก็เถอะหากทำตัวดีๆ เ้าแก่นั่นมันเอ็นดูและหลงใหลเ้ามากพอ เ้าอาจจะมีเงินไปไถ่ตัวน้องชายเ้ากลับมาเป็ทายาทสกุลอู่อีกก็เป็ได้”
“สารเลวชั่วช้า เ้าต้องไม่ได้ตายดี” เพราะถูกบีบที่คอ แต่ละคำจาก ก้นบึงของหัวใจจึงถูกเค้นออกมายากเย็นนัก
“อย่ายั่วอารมณ์ข้าให้มากนักเลยกินข้าวกินปลาแล้วนั่งรอขบวนเ้าสาวมารับตัวเสียดีกว่าเมื่อเ้าเข้าห้องหอกับเศรษฐีเปาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พวกข้าทางนี้ก็คงย้ายไปตั้งรกรากที่อื่นถือเสียว่าหมดสิ้นเวรกรรมต่อกัน”
กล่าวจบนางจูเหรินก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับความยินดีที่สามารถทำให้สองพี่น้องมีชะตากรรมเ็ปที่สุดน่าเสียดายก็แต่มารดาของทั้งสองไม่ได้อยู่เห็นความอัปยศที่ลูกของนางได้รับ