รุ่งอรุณ ณ วัดเซี่ยเหลียน
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลงมากระทบหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกโบตั๋นสีขาวที่บานสะพรั่งเต็มต้น มันดูงดงามและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิมหลังจากหลุดพ้นจากพันธนาการของปีศาจเถาวัลย์ดำ
หวงเซิงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น อาการเ็ปที่หน้าอกทุเลาลงไปมากด้วยฤทธิ์ยา 'คืนชีวา' ของไป๋อวิ๋น ภาพแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าหวานซึ้งของเซียงอวี้ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วยความเป็ห่วง
"น้องหญิง..." หวงเซิงเอื้อมมือไปััแก้มของนางอย่างแ่เบา คราวนี้มือของเขาไม่ทะลุผ่านร่างิญญา แต่กลับััได้ถึงไออุ่นจางๆ "เ้า... ข้าจับต้องเ้าได้แล้ว?"
เซียงอวี้พยักหน้าทั้งน้ำตา "เป็เพราะคุณชายไป๋ทำลายรากปีศาจที่จองจำข้า และมอบพลังบางส่วนให้ข้า ทำให้ข้าสามารถรักษารูปกายมนุษย์ได้นานขึ้น แม้ในยามกลางวันเ้าค่ะ"
"อะแฮ่ม!"
เสียงกระแอมขัดจังหวะดังขึ้น ไป๋อวิ๋นยืนกอดอกพิงเสาศาลา มองดูคู่รักด้วยสายตาเอือมระอาเล็กน้อย "ข้าไม่อยากขัดจังหวะซาบซึ้งนะ แต่ถ้าพวกท่านยังมัวแต่จ้องตากันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพวกตระกูลฉางก็ยกโขยงกลับมาแก้แค้นหรอก"
หวงเซิงสะดุ้ง รีบลุกขึ้นนั่ง "จริงด้วย! คุณชายฉางเป็คนเ้าคิดเ้าแค้น เขาต้องไปฟ้องบิดาที่เป็นายอำเภอแน่ พวกเราต้องรีบหนี!"
"หนี?" ไป๋อวิ๋นเลิกคิ้ว "ในพจนานุกรมของข้าไม่มีคำว่าหนี... แต่การย้ายไปอยู่ในที่ที่สะดวกสบายกว่านี้ เรียกว่า 'การวางแผนเชิงกลยุทธ์' "
เขาหันไปสั่งอาเจาท์ "อาเจาท์ ไปจัดการเื่ที่พักในเมือง เอาแบบที่ใหญ่ที่สุด แพงที่สุด และมีสวนดอกไม้สวยๆ... อ้อ แล้วก็ขุดต้นโบตั๋นต้นนี้ไปด้วยนะ เราจะย้ายบ้านให้นาง"
อาเจาท์ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ "นายน้อย... ขุดต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ แบกเข้าเมืองอีกแล้วเหรอขอรับ? หลังข้าจะหักแล้วนะ"
"ค่าจ้างสามเท่า"
"รับทราบ! จะขุดให้เนียนกริบ รากฝอยไม่ขาดสักเส้นเลยขอรับ!" อาเจาท์เปลี่ยนท่าทีทันควัน คว้าจอบเสียมวิ่งไปที่ต้นโบตั๋นทันที
ยามบ่าย ณ คฤหาสน์หลังใหม่กลางเมืองลั่วหยาง
ไป๋อวิ๋นใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามในการ "เจรจา" ซื้อคฤหาสน์หรูของคหบดีคนหนึ่งที่กำลังร้อนเงิน (ด้วยการจ่ายทองคำสดๆ จนเ้าของบ้านแทบจะอุ้มลูกเมียย้ายออกทันที)
ต้นโบตั๋นขาวของเซียงอวี้ถูกนำมาปลูกไว้อย่างดีในสวนกลางบ้าน ซึ่งไป๋อวิ๋นได้ลงอักขระค่ายกลรวบรวมพลังิญญาไว้ให้ ทำให้นางสามารถปรากฏกายได้ตลอดเวลาภายในเขตคฤหาสน์นี้
ในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาหารือเื่สำคัญ
"เอาล่ะ แม่นางเซียงอวี้" ไป๋อวิ๋นนั่งจิบชาที่หัวโต๊ะ "เล่าเื่ 'พระสนมหยาง' ให้ข้าฟังอย่างละเอียดซิ นาง้าอะไรกันแน่?"
เซียงอวี้ในชุดใหม่ที่เสี่ยวเหมยจัดหาให้ดูงดงามราวกับคุณหนูตระกูลสูง นางนั่งลงข้างหวงเซิงแล้วเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
"พระสนมหยาง... หรือ 'หยางกุ้ยเฟย' ในอดีต นางมีความผูกพันกับดอกโบตั๋นเมืองลั่วหยางมากเ้าค่ะ หลังจากนางสิ้นพระชนม์ในเหตุการณ์ฏ จิติญญาที่ยังยึดติดกับความรักและความงามไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่กลับถูกดึงดูดมาที่ลั่วหยาง ด้วยพลังความแค้นและความปรารถนา นางได้กลายเป็ราชินีปีศาจ ปกครองเหล่าภูตบุปผาทั้งมวล"
"นางสร้าง 'สวน์นิรันดร์' (Eternal Garden) ขึ้นมาในมิติที่ซ้อนทับกับเมืองลั่วหยาง โดยจับกุมิญญาภูตดอกไม้ที่งดงามไปเป็นางกำนัล เพื่อสร้างภาพมายาแห่งความรุ่งเรืองในอดีต นางเชื่อว่าหากสร้างสวนที่งดงามที่สุดได้สำเร็จ... จักรพรรดิถังเสวียนจงจะเสด็จกลับมาหานาง"
"ความรักที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็กรงขัง..." เสี่ยวเหมย (อดีตปีศาจวาดหนัง) พึมพำ นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดี "แล้วสวนนั่นอยู่ที่ไหน?"
"ทางเข้าสวน์นิรันดร์... ซ่อนอยู่ใน 'สวนดอกไม้หลวง' ของเมืองลั่วหยางเ้าค่ะ" เซียงอวี้ตอบ "แต่ที่นั่นมี 'ค่ายกลร้อยบุปผา' คอยพิทักษ์อยู่ คนธรรมดาที่หลงเข้าไป จะติดอยู่ในภาพลวงตาที่แสนหวานจนไม่อยากออกมา และสุดท้ายก็จะถูกดูดกลืนพลังชีวิตจนตายกลายเป็ปุ๋ย"
ไป๋อวิ๋นวางถ้วยชาลงเบาๆ "ค่ายกลภาพลวงตางั้นรึ? น่าสนใจ..."
เขาหันไปมองเสี่ยวเหมย "ดูเหมือนจะเป็งานถนัดของเ้านะ"
เสี่ยวเหมยยิ้มกริ่ม "เื่ภาพมายา ข้าน้อยพอมีความรู้อยู่บ้างเ้าค่ะ นายท่านจะให้ข้าน้อยลอบเข้าไปสืบดูไหมเ้าคะ?"
"ยังก่อน..." ไป๋อวิ๋นส่ายหน้า "ศัตรูระดับนี้ หากส่งเ้าไปคนเดียวอาจเป็อันตราย เราต้องวางแผนให้รอบคอบ"
ทันใดนั้น ประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออก อาเจาท์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา หน้าตาตื่น
"นายน้อย! แย่แล้วขอรับ!"
"อะไรอีกล่ะ? ขุดต้นไม้ทำรากขาดเหรอ?"
"ไม่ใช่ขอรับ! เื่ใหญ่กว่านั้น! ตอนข้าออกไปซื้อเสบียง ข้าเห็นประกาศจับติดเต็มเมืองเลย!"
อาเจาท์คลี่กระดาษแผ่นใหญ่ที่แอบดึงมาให้ดู ในนั้นมีภาพวาดบุรุษชุดขาว (ที่วาดออกมาได้ขี้เหร่กว่าตัวจริงมาก) พร้อมข้อความตัวโตๆ:
[ประกาศจับโจรชั่ว! นาม ไป๋อวิ๋น] ข้อหา: ทำร้ายร่างกายบ่าวไพร่ตระกูลฉาง, ข่มขู่เ้าพนักงาน, และขโมย 'โบตั๋น์' ของกลางแผ่นดิน ผู้ใดแจ้งเบาะแส มีรางวัลนำจับ ห้าร้อยตำลึงทอง! ลงชื่อ: ฉางเวย นายอำเภอเมืองลั่วหยาง
หวงเซิงหน้าซีดเผือด "นายอำเภอฉางลงมือแล้ว! เขาตั้งข้อหาฉกรรจ์ให้ท่านเลยรึ!"
"ห้าร้อยตำลึงทอง?" ไป๋อวิ๋นหยิบใบประกาศมาดูแล้วแค่นหัวเราะ "ค่าหัวข้าน้อยแค่นี้เองเหรอ? ดูถูกกันชัดๆ... อย่างน้อยต้องห้าแสนสิ"
"นายน้อย! นี่ไม่ใช่เวลามาห่วงเื่ค่าหัวนะขอรับ!" อาเจาท์โวยวาย "ตอนนี้ทหารปิดประตูเมืองตรวจค้นทุกซอกทุกมุม อีกไม่นานคงหาเราเจอแน่!"
เสี่ยวเหมยดวงตาลุกวาว "ให้ข้าไปสังหารนายอำเภอนั่นเลยไหมเ้าคะ? ปัญหาจะได้จบ"
"ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งใช้ความรุนแรงสิ" ไป๋อวิ๋นพับใบประกาศเก็บใส่แขนเสื้อ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นงานข้าด้วยกฎหมาย... ข้าก็จะเล่นตอบด้วย 'อำนาจ' ที่เหนือกว่า"
เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ 'ป้ายทองคำพยัคฆ์คำราม' (ป้ายอาญาสิทธิ์ของฮ่องเต้) ออกมาวางบนโต๊ะ เสียงดัง ตึง!
"อาเจาท์..." ไป๋อวิ๋นสั่งเสียงเรียบ "ไปเตรียมเกี้ยวแปดคนหามที่หรูที่สุดมา... พรุ่งนี้เช้า เราจะไป 'เยี่ยม' ท่านนายอำเภอที่ศาลากลางจังหวัดกัน"
"เอ๋? ไปมอบตัวเหรอครับ?"
"เปล่า..." ไป๋อวิ๋นยิ้มเย็น "ไปสั่งสอนให้พวกมันรู้ว่า... ใครกันแน่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้"