หนึ่ง
เอาตัวรอด
‘เจตจำนงแห่งรัก’เป็การ์ตูนแนวจีนโบราณกำลังภายใน-โรแมนติกกล่าวถึงเื่ราวชีวิตของเมิ่งจิ่ว นางเอกของเื่ที่ชะตาอาภัพบิดามารดาถูกลอบสังหารั้แ่นางอายุห้าขวบหลังจากนั้นนางเอกก็ถูกแม่ชีเฒ่าผู้หนึ่งรับเลี้ยงสอนวิทยายุทธ์และเคล็ดวิชาให้นาง หวังให้เป็ผู้สืบทอดสำนัก พอนางอายุได้สิบห้าแม่ชีก็ตายจากพร้อมกับมอบจี้หยกประจำตัวให้นางเดินทางไปรับตำแหน่งประมุขพรรคเจตจำนง
แต่ครั้นเดินทางฝ่าความยากลำบากไปถึงนางกลับขาดคุณสมบัติของการเป็ประมุขพรรคเพราะไม่ได้เรียนเคล็ดวิชาลับเฉพาะที่ส่งต่อให้ประมุขพรรคทุกรุ่นด้วยเหตุนี้เมิ่งจิ่วจึงต้องพลัดถิ่นอีกครั้งร่อนเร่เป็จอมยุทธ์เพื่อตามหาเคล็ดวิชาและหาเงินเอาตัวรอดเวลานั้นเองที่นางได้พบกับพระเอก ชิวอวิ๋น ท่านโหวหนุ่ม และมีเื่ราวมากมายอื่นๆที่ตามมาเพื่อพิสูจน์รักแท้ของทั้งสอง รวมถึงการผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่สนับสนุนให้เมิ่งจิ่วไปถึงตำแหน่งประมุขพรรคใน่ท้าย
การ์ตูนเื่นี้เป็มหากาพย์ที่แสนยาวเหยียนลั่วตามเก็บมาหลายปีกว่าจะออกครบหมดสามสิบแปดเล่มและเพราะเธอไม่อยากอ่านแล้วค้าง จึงรอให้มันจบบริบรูณ์ค่อยตามอ่านทั้งหมดรวดเดียว
เหยียนลั่วยอมรับว่า่แรกจนถึงประมาณสามในสี่ของเื่ค่อนข้างสนุกมากแต่ความเข้มข้นมันดูเบาลงใน่ท้ายเพราะมีดราม่าความรักของพระนางและมีแค่หกเล่มหลังที่เริ่มมีฉาก 18+ เข้ามาถี่ๆ
ในฐานะที่เธอเป็สาวอายุยี่สิบห้าซึ่งครองตัวโสดมาตลอดชีวิตการอ่านฉากพวกนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหามันติดตรงที่เนื้อหาค่อนข้างขัดกับเนื้อเื่ที่ปูไว้ใน่แรก
จะพูดว่าเธอเื่มากก็คงไม่ผิดแต่เพราะเธอเป็แค่ผู้เสพ ไม่ใช่ผู้เขียน เธอจึงอ่านอย่างอดทนมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงตอนจบ
และมันก็เป็ตอนจบที่ชวนหงุดหงิดมากกว่าเดิม
ข้อแรก เหยียนลั่วชอบพระรองของเื่มากกว่าพระเอกเพราะพระรองมีเสน่ห์ มีมิติของตัวละคร มีปมภูมิหลังที่น่าสนใจกว่าที่สำคัญยังมีความร้ายที่กระชากใจ ร้ายกับทุกคนแต่ดีกับนางเอกคนเดียว
ข้อสอง คือนางเอกของเื่เมิ่งจิ่ว ที่พยายามมาทั้งเื่เพื่อรับตำแหน่งประมุขพรรคเจตจำนง แต่ตอนสุดท้ายกลับทิ้งทุกอย่างแล้วแต่งเข้าจวนของพระเอกเพราะความรัก
ด้วยเหตุนี้เหยียนลั่วที่อ่านการ์ตูนจบก็เตรียมจะขายต่อออนไลน์ในราคามือสองทันทีแต่เพราะฝืนสังขารอ่านมาราธอนมาตลอดทั้งคืน เธอจึงผล็อยหลับไป
ใครจะนึกเล่าว่าการทำแบบนั้นจะทำให้เธอตื่นมากลายเป็ตัวละครในเื่แบบนี้!
ใบหน้าของหญิงสาวซีดขาวลงเรื่อยๆเธอพยายามสะบัดหน้าหวังปลุกตนเองให้ตื่นจากฝันร้ายทว่าพิษไข้ที่รุนแรงทำให้สมองของเธอมึนตื้อ สุดท้ายภาพทุกอย่างก็กลายเป็สีขาวโพลน
ซ่า!
น้ำเย็นฉ่ำที่สาดประโคมเข้าใส่ส่งผลให้ผู้ที่สลบไปด้วยความอ่อนเพลียสะดุ้งตื่น
เหยียนลั่วอ้าปากส่งเสียงร้องครางเมื่อรับรู้ถึงความแสบบนผิวกายทว่าเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งแตกกลับแ่เบายิ่งกว่าเสียงร้องของลูกแมวแรกเกิด
ภาพที่เธอเห็นเบื้องหน้าสว่างกว่าเก่าแต่มันก็ยังคงเป็คุกชั้นใต้ดินเหมือนที่เคยเห็นก่อนหน้านี้
เธอตื่นจากความฝันนี้ไม่ได้...หมายความว่าการที่เธอหลุดเข้ามาในการ์ตูนคือเื่จริง!
เหยียนลั่วกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจเธออยากสาปแช่งทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพที่เลวร้ายแบบนี้
หรือเป็เพราะว่าเธอบ่นเ้านายให้เพื่อนฟังว่าเขาไม่ยอมให้โบนัสเพราะเศรษฐกิจที่เลวร้ายหรือเพราะก่อนหน้านี้เธอทำบาปโดยการสาดน้ำแกล้งสุนัขข้างถนนที่ชอบมาถ่ายอุจจาระทิ้งที่หน้าบ้าน...
หญิงสาวพยายามคิดหาสาเหตุที่พอเป็ไปได้ทว่าอาการปวดหัวเรื้อรังที่เล่นงานไม่หยุดก็ทำให้หงุดหงิดสุดท้ายจึงล้มเลิกความตั้งใจไปกลางคัน
ตอนนี้เธอต้องเอาตัวรอดจากตรงนี้ไปให้ได้เสียก่อน!
ในการ์ตูน ฝูเยว่เป็น้องสาวของประมุขพรรคมารที่มีชื่อว่าพรรคัดำพรรคมารอันดับหนึ่งในยุทธภพที่ทรงอิทธิพลเป็อย่างมาก
ทายาทสกุลฝูทุกรุ่นจะกำเนิดมาพร้อมกับผมสีขาวมุกฝูเยว่ก็เป็หนึ่งในนั้น
นางมีกำลังภายในล้ำเลิศความงามไม่เป็สองรองใคร แต่ติดที่นิสัยงี่เง่าเพราะถูกพี่ชายตามใจั้แ่เด็กยามอยู่พรรคมาร ชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้อาศัยบารมีของพี่ชายข่มเหงรังแกคนอื่นไปทั่วภายหลังนางเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวในยุทธภพ เกิดหลงรักท่านโหว ชิวอวิ๋นที่เป็พระเอก ก็ตามตื๊ออย่างหน้าด้าน พอเขาไม่เล่นด้วยแล้วไปชอบนางเอกฝูเยว่ก็บันดาลโทสะ ตามรังควานนางเอกไม่เลิกรา ทั้งส่งคนลอบฆ่า วางยาพิษและวางยาสลบนางเพื่อไปขายของหอนางโลม
แต่โทษหนักที่สุดที่ฝูเยว่ได้กระทำลงไปคือการจ้างคนไปปล้น เ้าโจรเถื่อนถูกคนของท่านโหวขัดขวางเอาไว้จึงพลั้งมือฆ่าลูกน้องของท่านโหวไปสองคนและเพื่อนคนสนิทของเมิ่งจิ่วที่เป็นางเอกอีกหนึ่งคนในระหว่างหลบหนีเอาตัวรอด
เมื่อมีการไต่สวนคนร้ายท่านโหวก็พบว่าฝูเยว่อยู่เื้ัเื่นี้ เพื่อแก้แค้นให้คนของตัวเองและเมิ่งจิ่วฝูเยว่จึงถูกหลอกล่อให้มาพบ และถูกจับตัวเพื่อรับโทษในเวลาต่อมา
จากความผิดมากมายที่ฝูเยว่ได้กระทำลงไปเพราะหลงรักชิวอวิ๋นนางมารก็ถูกตัดสินโทษปะา
และฉากนี้ก็เป็ฉากที่เหยียนลั่วจำได้ว่า... มันคือฉากสุดท้ายก่อนที่ฝูเยว่จะหัวหลุดออกจากบ่า
“กี่ยามแล้ว...”เหยียนลั่วเอ่ยถามทหารที่สาดน้ำปลุกเธอให้ตื่น
ประโยคนี้เป็ประโยคเดียวกับที่ฝูเยว่พูดในเื่
ความจริงฝูเยว่มีกำลังภายในและพลังไร้รูปยามปกติหากถูกโซ่เหล็กขึงไว้กับกำแพงเช่นนี้ก็สามารถพังและหลบหนีออกไปได้แต่เพราะนางถูกเฆี่ยนตีและทำร้ายอย่างหนัก อดข้าวมาหลายมื้อ ร่างกายมีแต่าแเสียเืไปมากแถมยังเป็ไข้ตัวร้อนสูง ยามนี้แม้กระทั่งการสูดหายใจเข้าลึกๆยังรู้สึกเจ็บหน้าอก อวัยวะภายในของร่างนี้คงบอบช้ำอยู่หลายส่วน
“หึ! นางมารชั่วช้า!จะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามาถามเวลาอีกรึ”
“กี่ยามแล้ว”เธอย้ำถามประโยคเดิม ไม่นำพาต่อคำปรามาสของบุรุษผู้หยาบช้า
เธอ้ารู้ให้ได้ว่าตอนนี้กี่โมงยังเหลือเวลาอีกนานแค่ไหนกว่าเธอจะถูกส่งตัวเข้าลานปะา
เหยียนลั่วเป็คนเช่นนี้สิ่งเดียวที่เธอถูกคนรอบข้างชมอยู่เสมอคือเื่ที่เธอสามารถปรับตัวและมีสติในการจัดการปัญหาที่เก่งกว่าคนอื่นในทีม
ครั้นทหารคนเดิมเห็นฝูเยว่ถามย้ำเขาก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง
ไหนๆ สตรีคนนี้ก็จะตายอยู่แล้วการกลั่นแกล้งผู้ที่กำลังจะตายนั้นเป็บาป ดังนั้นเขาควรจะเมตตากับนางให้มากพอนางเป็ผีจะได้ไม่มาหลอกหลอนเขา
“ต้นยามซื่อ[1]”
ผู้ที่ถูกห้อยอยู่บนกำแพงหอบหายใจหนักเพราะพิษไข้แต่สติอันน้อยนิดก็ทำให้เธอพิจารณาตามคำพูดของเขา
“นี่ เ้าอยากกินอะไร”นายทหารผู้นั้นถามขึ้นอีก
เหยียนลั่วจะถูกปะาตอนเที่ยงยังเหลือเวลาอีกประมาณสามชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วยาม[2]ครึ่งกว่าจะถึงเวลานั้น
ก่อนจะถูกปะานักโทษสามารถเรียกร้องอาหารมื้อสุดท้ายที่ตนเองชอบได้เป็ครั้งสุดท้ายไม่ว่าอาหารนั้นจะแพงมากเพียงไรก็จะถูกจัดหามาให้
แต่พอหลังจากถูกบั่นคอแล้วต่อให้กินอะไรลงไป คนตายที่ไม่มีหัวก็เป็ศพที่ไม่น่าดูอยู่ดี
“ข้าไม่อยากได้อาหาร ข้าอยากได้คน” เหยียนลั่วในร่างฝูเยว่ตอบเสียงแหบแห้ง
ผู้ฟังชะงักสีหน้างุนงงสับสนเป็อย่างยิ่ง
สิ่งที่เธอเอ่ยมันต่างจากเนื้อเื่ในการ์ตูนโดยสิ้นเชิง
แต่เธอไม่สนแล้วต่อให้มีความหวังแค่ริบหรี่... ต่อให้บทสรุปทุกอย่างถูกระบุไว้แล้วเธอก็จะฝืนมันให้สุดเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ!
“ข้า้าพบเมิ่งจิ่ว” เธอพูดเสียงเครียด “บอกนาง...ว่าข้ามีความลับบางอย่างจะบอกก่อนสิ้นใจ”
ดวงตาสีน้ำผึ้งของผู้มีสายเืตระกูลฝูงดงามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับยิ่งยามที่พิษไข้ขึ้นสูง ั์ตาของนางก็ยิ่งฉ่ำน้ำดูงดงามและยั่วยวนเป็อย่างยิ่ง
ยามนี้นายทหารดังกล่าวดูจะไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดอีกต่อไปแล้วดวงตาของเขาจ้องมองฝูเยว่อย่างหยาบโลน ไข้ที่ขึ้นสูงทำให้ใบหน้างามมีเืฝาดเพียงเห็นเรียวแขนขาวนวลเนียนที่โผล่พ้นชุดนักโทษ เขาก็กลืนน้ำลายส่งเสียงเอื๊อก ลำคอแห้งผาก
ฝูเยว่ยามนี้อายุเพียงสิบเจ็ดเรียกได้ว่าเพิ่งแตกเนื้อสาว
ก่อนหน้านี้เพราะนางเป็น้องสาวของประมุขพรรคมารผู้ยิ่งใหญ่จึงไม่มีใครกล้าบังอาจแตะต้องทว่ายามนี้นางเป็นักโทษที่กำลังจะถูกปะาในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
เหยียนลั่วมองแววตาอันน่ารังเกียจของเขาก็กัดฟันกรอด
ไอ้ทหารลามกคิดอกุศลกับนักโทษ สมควรตาย!
“เ้าจะตายอยู่แล้ว จะเรียกหาสตรีไปทำไม” เขาเอ่ยพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ “เวลาเป็สิ่งมีค่า... สู้ให้พี่ชายผู้นี้มอบความสุขให้เ้าเป็อย่างไร”
“ไม่...”เสียงที่เธอเปล่งออกไปอ่อนแรงยิ่งร่างกายที่อ่อนแอช่างไม่เอื้ออำนวยสำหรับการต่อสู้ขัดขืน
เหยียนลั่วเกลียดโชคชะตายิ่งนักหากจะส่งเธอมาสิงร่างฝูเยว่ทั้งที ทำไมถึงต้องเป็่เวลาที่นางอ่อนแอที่สุดด้วย!
นายทหารผู้นั้นเห็นแววตาแข็งกร้าวทว่าร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกของฝูเยว่ก็ยิ่งได้ใจ เขาถอดเสื้อออกเผยให้เห็นพุงใหญ่ที่ห้อยออกมา มือใหญ่เอื้อมเข้ามาหานักโทษ
แควก!
เสื้อสีขาวตัวบางที่ชุ่มเืถูกฉีกขาดเป็ทางยาวอากาศเย็นที่ต้องผิวเนื้อโดยตรงพานให้หญิงสาวตัวสั่น
เท่านั้นยังไม่พอเ้าทหารเดนนรกยังปลดโซ่เหล็กออกจากข้อมือและข้อเท้านางอย่างรวดเร็วฉับไว
ตุ้บ!
ร่างของฝูเยว่ที่ได้รับอิสระหล่นตุ้บลงบนพื้นหินข้อมือและข้อเท้าของนางถูกตรึงแน่นจนเป็แผล เืไหลซิบๆ
เหยียนลั่วตระหนักได้ถึงสิ่งเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อให้ฝูเยว่ไม่มีโซ่รัดมือเท้า ร่างกายของนางก็อ่อนแรงมากขนาดจะยันตัวลุกขึ้นก็ยังทำไม่ได้!
“เ้าชาติชั่ว! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!” สิ่งที่พอใช้งานได้ก็คือปากสองมือพยายามตะกุยหาสิ่งที่พอช่วยเหลือตัวเอง คว้าฟางได้ก็ปา คว้าศพแมลงสาบได้ก็ปา
หารู้ไหมว่ายิ่งขยับตัว รอยผ้าขาดที่อีกฝ่ายทำไว้มีแต่จะขยายกว้างขึ้นจนเห็นิัมังสาและผ้าเอี๊ยมที่ห่อร่างส่วนบนเป็ปราการสุดท้าย
[1] ยามซื่อ คือเวลา 09.00 – 10.59 น.
[2] 1 ชั่วยาม มีค่าเท่ากับ 2 ชั่วโมง