บทที่ 7 : เสิร์ฟอาหารแห่งอดีต ปัจจุบัน อนาคต
เมื่ออธิบายความต่างของอัตราส่วนโลหะผสมสำหรับสร้างอาวุธชุดเกราะ กับอัตราส่วนในการทำอาหารให้เทพเฟรย์เข้าใจแล้ว เขาก็ทึ่งในความลึกซึ้งของอาหารมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะที่ผ่านมา ทั้งตัวเขา และชาวแอสการ์ดทั่วไปไม่นิยมชมชอบความละเอียดอ่อนของอาหารเท่าไหร่ เพราะมันไม่สำคัญสำหรับชีวิตนักรบผู้กล้าหาญ
ความสนใจของพวกเขาจึงอยู่ที่ความทนทานของโล่ ชุดเกราะ ความแข็งแกร่ง แหลมคมของอาวุธ วิธีบำรุงรักษา ให้ศาสตราคู่ใจ เครื่องป้องกันคู่กายทรงประสิทธิภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ส่วนเรื่องอาหารจะโยนไปให้ผู้คนที่ร่างกายไม่แข็งแรงรับผิดชอบ และไม่มีใครสนใจจะเสียเวลามาศึกษาเรื่องอาหารนี้ เนื่องจากมีค่านิยมว่าการทำอาหารมันไม่ใช่หน้าที่ของนักรบ ทำให้เวลาไปตั้งค่าย พักแรมกลางแจ้งระหว่างเดินทัพไปสมรภูมิ หรือกลับจากศึก นักรบหลายคนที่ทำอาหารไม่เป็นก็ต้องยาไส้กันด้วยอาหารรสชาติห่วย ปรุงแย่ ไหม้เกิน หรือดิบไปกันเป็นเรื่องปกติ
แม้พวกเขาจะมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีต่ออาหาร แต่พวกเขาก็ไม่ได้ดูถูก หมิ่นเหล่าพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลาย เพราะพวกเขาเข้าใจดีว่า หากยกทัพไปรบกันหมดเมือง ใครล่ะจะคอยทำอาหารเตรียมเครื่องดื่มดี ๆ ไว้ต้อนรับกองทัพที่กลับมาเหนื่อย ๆ จากศึก ?
ก็เป็น. . . มุมมองใหม่ที่ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แบบนี้พ่อครัวแม่ครัวจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน ถึงจะเกษียณตัวจากหน้าเตา แล้วจับดาบไปสู้รบอย่างกล้าหาญเพื่อจะได้ตายกลางสมรภูมิ วิญญาณจะได้บรรลุเงื่อนไขไปอาศัยในวัลฮัลลา ตามค่านิยมของชาวนอร์สที่ผมรู้มาว่าแบ่งภพภูมิหลังความตายไว้ 2 แบบ
หากไม่ตายอย่างกล้าหาญ จนวัลคิรี่บินมารับวิญญาณจากสนามรบไปวัลฮัลลา ก็จะกลายเป็นศพแช่แข็งหนาวเหน็บในนิลฟ์เฮลม์ ที่เป็นความตายอันไม่พึงปรารถนาอันดับ 1 ของผู้คนที่นับถือศาสนานอร์ส ทั้งในมิดการ์ด หรือชาวแอสการ์ดเองก็ตาม
คำตอบที่ได้คือ มนุษย์จากมิดการ์ดจะใช้ชีวิตในเมืองไปจนตายน่ะแหละ แต่ไม่มีคนต่อว่าอะไร เพราะอาหารจำเป็น ยิ่งแก่ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งทำอร่อย และจะได้รับเชิญไปเข้าวังของเทพแอสการ์ดในฐานะคนครัว ส่วนชาวแอสการ์ดที่อายุยืนยาว จะทำครัวเป็นครั้งคราว ก่อนออกไปรบด้วย ไม่ก็ไปทำหน้าที่อื่นที่เกี่ยวกับการรบ ทิ้งหน้าที่ทำอาหารไว้ให้วิญญาณมนุษย์
“ โลกหลังความตายของอิ๊กดราซิลไม่ได้มีแค่ 2 ที่?” ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย และคำตอบที่ได้คือ แอสการ์ดก็นับเป็นสวรรค์อีกแห่งนอกจากวัลฮัลลา และถ้าพูดให้ถูกต้องกว่านั้น วัลฮัลลาก็ตั้งอยู่บนแอสการ์ดเช่นกัน แค่แยกจากส่วนของเมืองเทพเจ้าทั้งหลายชัดเจน ไปมาหาสู่กันได้ แต่ไม่นิยมนักหากไม่มีเรื่องสำคัญ เพราะคือเคล็ดเอาไว้ว่าหากวิญญาณนักรบผู้กล้าหาญในวัลฮัลลามาเขตเมืองแอสการ์ดเมื่อไหร่ มันคือสัญญาณกรีฑาทัพใหญ่เตรียมไปสู้รบในสมรภูมิสุดท้าย
“ แปลว่า. . . เทพเจ้าแต่ละองค์ ก็มีวังของตัวเอง มีสิทธิ์ดึงวิญญาณมนุษย์มารับใช้ได้ ?”ผมถามระหว่างพลิกบาร์บีคิวกวางไปมาหน้าเตา เทพเฟรย์ก็ตอบด้วยเสียงทึ่งเล็กน้อยที่ผมคุยเรื่องยาก ๆ สำหรับมนุษย์ไป ทำอาหารไปได้อย่างคล่องแคล่ว
“ ผมมาจากปี 3000 นะ เรื่องแค่นี้แบ่งสมาธิคุยไปทำไปได้อยู่แล้ว” ผมยักไหล่ ก่อนเร่งมือทำอาหารจานทดลองจนเสร็จ และชิม ลิ้มรสชาติที่คิดว่าถูกปาก ไม่จืดไป หรือจัดจ้านเข้มข้นไป ก็คิดจะให้เทพเฟรย์ช่วยชิม แต่เทพีนอร์นบอกว่าไม่มีใครช่วยชิมได้ ผมต้องมั่นใจเองจริง ๆว่าสูตรนี้ใช้ได้แล้ว ถึงทำเสิร์ฟพวกเธอ
“ โอเค. . . ถ้างั้นก็ . . . ทำของจริงกันเลย”
แม้จะไม่ได้จดสูตรไว้ แต่พอจะจำคร่าว ๆ ได้ว่าใส่เท่าไหร่ ก็คูณตามปริมาณเนื้อที่เพิ่มไป ซึ่งกว่าจะทำเสร็จ 3 เมนูก็ใช้เวลาไปเป็นวัน แต่น่าแปลกที่แม้ไม่มีนาฬิกาบอกเวลา แต่ผมรู้ได้ว่าเวลาผ่านไปแล้วเกือบ 25 ชั่วโมง ทว่าร่างกายผมไม่มีความรู้สึกเหนื่อยล้าใด ๆ แม้แต่เหงื่อไคลยังไม่ไหล ราวกับอยู่ใน Mode•SandBox ที่ตัวละครจะไม่มีค่าความเหนื่อยล้ามาให้เสียเวลานั่งพัก หรือดื่ม Potionฟื้นฟูพลัง
“ เจ้าคงเพิ่งเอะใจสินะ . . . ตอนนี้สถานะเจ้าคือเทพเจ้าแห่งการปรุงอาหาร ห้องครัวแห่งนี้แม้จะไร้หน้าต่าง ประตู แต่ก็เป็นอาศรมแห่งพลังของเจ้า จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความง่วง เหนื่อยเมื่อย ล้าใด ๆ” เทพีนอร์นทั้ง 3 ส่งเสียงบอกก่อนแยกจอจากบานเดียว เป็นสามบานลอยอยู่หน้าอาหารทั้ง 3 จานที่ครอบด้วยฝาสแตนเลสสีเงินแวววาวไว้ “ พร้อมจะเสิร์ฟอาหารหรือยัง?”
“ พร้อมครับ” ผมตอบด้วยเสียงมั่นใจ ก่อนเปิดฝาครอบทีละใบ เริ่มจากเมนูเนื้อกวางแห่งอดีต บาร์บีคิวเสียบไม้หลากรส เต็มไปด้วยเครื่องเทศ สมุนไพรโบราณที่ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยได้กลิ่น ไม่เคยชิมมาก่อน เป็นของขวัญจากอดีตอันล้ำค่า ที่ผมโชคดีมาก ที่ได้มาชิม และปรุงถวายเทพีแห่งโชคชะตา
จานที่ 2 สเต็กกวาง อาหารแห่งปัจจุบัน ปรุงรสแค่เกลือ พริกไทย เรียกความหวานตามธรรมชาติของเนื้อออกมา ไม่ต้องใช้อะไรไปกลบรสชาติดั้งเดิมของมันอีก แต่เพื่อตัดเลี่ยนเปลี่ยนรสชาติ ผมเลยทำเครื่องจิ้มง่าย ๆ ใส่ถ้วยเล็กเอาไว้ด้วย 3 แบบเท่าที่วัตถุดิบพอจะทำได้นั่นก็คือเกลือ5สี แบ่งเป็น 5 โซนสำหรับจิ้มดอกเกลือสมุทร เกลือหิมาลายันสีดำกับชมพู เกลือเหลืองผงกะหรี่ และเกลือแดงพริกป่น , งาขาวดำบดจัดเรียงให้เหมือนหยินหยาง วางก้อนพริกไทยขาว ดำ เติมเป็นจุดให้สัญลักษณ์สมดุลของธรรมชาติเต็มรูปแบบ , วาซาบิสำเร็จรูปที่บีบออกมาจากหลอด
จานที่ 3 อาหารแห่งอนาคต ที่ไม่ได้ล้ำยุค ล้ำสมัยอะไร มันก็แค่เนื้อกวางอบแห้งจนกลายเป็นเจอร์กี้ ที่คนกินกันตั้งแต่อดีตกาล แต่ก็อยู่ยืนนานจนเพิ่มกรรมวิธีการทำ ย่นเวลาการอบให้แห้งด้วยวิทยาการใหม่ ๆ เพื่อใช้เป็นเสบียงฉุกเฉิน ซึ่งผมจัดวานแบบวางสุมกัน 10 ชิ้นให้ดูเหมือนภูเขา แล้ววาง Vigro-Meat ในแพ็คเกจไว้ข้าง ๆ เผื่อเทพีนอร์นแห่งอนาคตจะสนใจชิมอาหารจากต่างโลก ต่างมิติด้วย
“ ผ่าน” หลังเปิดฝาได้ไม่นาน สามเทพีก็พูดขึ้นพร้อมกัน จนผมอ้าปากค้าง เทพเฟรย์ก็หน้าเหวอไปพักหนึ่งก่อนถามด้วยเสียงไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงผ่าน ไม่เห็นมีการชิมอะไรเลย ผมก็สงสัยเช่นกัน แต่ในเมื่อเทพเฟรย์พูดแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ
“ พวกข้าไม่จำเป็นต้องกิน แค่มองก็สัมผัสรสชาติของอาหาร และความรู้สึกของผู้ปรุงได้แล้ว พวกข้าคิดแวบแรกว่าผ่าน มันก็คือผ่าน . . . และนี่คือข้อความจากท่านผู้นั้นผู้สถิตเหนือต้นอิ๊กดราซิลมา 19,784 วัฏจักร และกำลังจะเริ่มรอบใหม่ในอีกไม่กี่วินาทีนี้ตามการรับรู้ด้านเวลาของพวกเจ้า. . .” กระดาษ 1 แผ่นปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมกับเทพเฟรย์อ่านมันอย่างตั้งใจทันทีเพราะนี่คือสารสำคัญในการช่วยอิ๊กดราซิลไม่ให้มอดไหม้วนซ้ำเป็นลูปนรก
“ เมนูเนื้อสัตว์ อาหารที่ดีที่สุดของมนุษย์ทุกยุค ทุกสมัย พวกข้าผู้อาศัยอยู่เหนือมิติที่ 3รับรู้ถึงความตั้งใจของพวกเจ้าดี จากนี้จะมอบภารกิจให้เฟรย์กับวิทยะร่วมกันขัดขืนวัฏจักรที่พวกข้าไม่ได้รังสรรค์ แค่คัดลอก ทำซ้ำจากครั้งแรก ให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ดูเพื่อความสนุก เป็นอาหารตา อาหารอารมณ์มาหลายกัปกัลป์ดูสักครั้ง
ในอดีตพวกข้าแวะมาแถวนี้ เจออิ๊กดราซิลกำลังล่มพอดี เลยดูย้อนดูความเป็นไป ก่อนบังคับให้เหตุการณ์เล่นซ้ำ ปล่อยให้ตัวแปรต่าง ๆ มีอิสระ ทำอะไรก็ได้ดังใจจนเกิดผลลัพธ์มากมาย แต่ไม่เคยปล่อยให้ใครรู้กลไกวนเหตุการณ์นี้ จนตอนนี้พวกข้าเริ่มเบื่อ เลยอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ถ้าพวกเจ้าทำภารกิจทุกอย่างสำเร็จ พวกข้าจะปล่อยให้อิ๊กดราซิลมี “อนาคต” ไม่ต้องวนซ้ำหน้า A-B แบบนี้ต่อ”
ผมอ่านจบก็ขนลุกซู่ นี่พวกเขามองวัฏจักรอิ๊กดราซิลเป็นอาหารตา อาหารอารมณ์งั้นเหรอ? แต่ก็. . . ว่าไม่ได้ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่ผมเล่นเกม Simulator หรือ 4X(eXplore สำรวจ eXpand ขยายอาณาเขต eXploit เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ eXterminate กำจัดศัตรู)แนวสร้าง อารยธรรม ก็เล่นวนซ้ำอาณาจักรเดิม แต่เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์บางอย่างไปบ้างเพื่อความสนุก เก็บ Achievement ประดับคลังเกมของตัวเอง
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำ ก็ไม่ต่างจากการเล่นเกม เพียงแค่เกมนี้มีตัวละครที่เป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ใน 9 โลกบนกิ่งก้านอิ๊กดราซิล. . . แต่ในมุมมองพวกเขาผู้อยู่เหนือมิติที่ 3 ไปเป็นตัวตนมิติที่สูงกว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นกระแสเวลา มิติ แถมยังบิดเบือน แก้ไขได้ตามใจชอบตัวตนของพวกเราคงไม่ต่างกับ. . . ตัวละครในเกม ที่ลบได้ สร้างใหม่ได้ ดัดแปลงแก้ไขอะไรก็ได้ตามใจชอบ !
___________________________________________
เผยความลับอันดำมืดที่สุดออกมาเรียบร้อยพร้อมกับภารกิจที่หนักอึ้ง. . .อาหาร จะ เปลี่ยนแปลง โชคชะตาได้หรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไป ~
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่Kuronekoyuriya | Facebookhttps://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya