เขาคิดว่าหญิงสาวผู้นั้นน่าจะเป็เธอที่นั่งรอเขาอยู่ที่ล็อบบี้คอนโด ในบ่ายวันนั้นไม่มีใครอื่นนอกจากหญิงสาวคนนั้น
“คุณอรรึเปล่าครับผมโจนะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขายิ้มและยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะพี่” เธอเรีบกเขาว่าพี่เมื่อประเมินแล้วว่าเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอ
โจยกมือรับไหว้ประเมินคร่าว ๆ เธอน่าจะเป็น้องเขาสัก 6 ถึง7 ปี เธอใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีเทาและกางเกงยีนขาสามส่วน สวมรองเท้ากีฬา ท่าทางทะมัดทะแมง ผมยาวดำขลับประบ่าแก้มเนียนขาวอมชมพู ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตากลมโตคู่นั้นมีแววสดใสเป็ประกายแพขนตายาวและงอนดำขลับ คิ้วเรียวได้รูป
เธอยิ้มให้เขาพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนเขาจึงเห็นว่าเธอเป็สาวร่างเล็ก รอยยิ้มเห็นฟันขาวเป็ระเบียบ ยิ้มนั้นทำให้บ่ายวันนั้นดูสดใส
“ขอบคุณพี่โจมากเลยค่ะที่มาเปิดห้องให้ดูเย็นนี้เลย อรจะได้ตัดสินใจเลยเพราะที่เก่าเขาก็จะให้ย้ายออกแล้ว”
เขาพาเธอไปดูห้องระหว่างเดินไปด้วยกันก็สอบถามเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เธอเกิดและโตที่เชียงใหม่พ่อแม่และน้องชายยังอยู่ที่เชียงใหม่ เธอเรียนมาทางด้านกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬาหลังจากนั้นจึงต่อยอดความรู้ทางด้านการเสริมความงาม เธอเข้ามาทำงานเป็นักกายภาพบำบัดที่คลีนิคเสริมความงามซึ่งเพิ่งจะเปิดสาขาใหม่ใกล้กับคอนโดที่เขาปล่อยเช่าโดยจะขยายแผนกกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา ซึ่งเธอจะเป็หัวหน้าแผนกนี้ที่สาขาใหม่เธอมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ 5 ปีแล้ว
“แล้วพี่โจละคะ?” เธอถามเพื่อให้เขาเป็ฝ่ายได้เล่าบ้าง
เขาเป็ลูกคนเดียวของครอบครัวคนภูเก็ตพ่อกับแม่ก็ยังอยู่ที่นั่น พ่อกับอาของเขาทำธุรกิจเรือท่องเที่ยวแม่และป้ามีฟาร์มกุ้งเล็ก ๆ เขาเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ และก็อยู่กรุงเทพฯมาจนถึงอายุครบ 35 ขวบ
“โหอย่างนี้ต้องเรียกลุงโจแล้วมั้งคะเนี่ย ไม่ใช่พี่โจแล้วนะคะ”เธอกลั้วหัวเราะแกมเย้า เมื่อรู้ว่าเขาอายุมากกว่าเธอตั้ง 7 ปี
‘พี่ยังเป็วัยรุ่นอยู่นะดูสิ ยังมีสิวอยู่เลย’ เขายิ้มและแอบเถียงเธอในใจ
“โหห้องพี่ดูขาวสะอาด เรียบร้อยดีจังเลยค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูห้องให้ชม เขาขอบคุณความรอบคอบของตัวเองที่จ้างแม่บ้านทำความสะอาดห้องไว้เมื่อสองสามวันก่อน
มันเป็เพียงห้องสตูดิโอขนาด25 ตารางเมตร บนชั้นห้าในตึกแปดชั้น ผนัง ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางทีวีเคาน์เตอร์ครัวและเพดานสีขาว ทำให้ห้องดูโปร่ง สว่าง และดูกว้างกว่าความเป็จริงพื้นไม้ลามิเนตสีไม้โอ๊ค ห้องน้ำบุกระเบื้องสีเทาเข้มพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นหน้าต่างสองบานคลุมด้วยผ้าม่านสองชั้น ผ้าโปร่งสีขาวและม่านทึบแสงสีครีมเข้ากับสีพื้นห้อง ดูหรูหรากว่าขนาดห้องที่กระทัดรัดบานประตูกระจกเปิดออกไปเป็ระเบียงเล็ก ๆ เพียงพอให้ใช้ตากผ้าได้
“ผมตั้งใจเลือกห้องมุมนี้เพราะอยู่ห่างจากลิฟต์ และไกลจากห้องทิ้งขยะ แต่ไม่ไกลจากบันไดหนีไฟมันจะเงียบสงบกว่าห้องที่ตำแหน่งอื่น และที่มุมนี้คุณจะได้แดดเช้าที่ระเบียงปลูกต้นไม้ในกระถางได้ แต่จะได้ร่มจากเงาตึกในตอนบ่าย ห้องจะไม่ร้อนครับ”คำอธิบายที่บ่งบอกความเป็คนละเอียดรอบคอบของเขาเธอฟังอย่างนึกชื่นชมและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ผมมีกุญแจให้2 ดอกนะครับ เผื่อคุณจะให้แฟนไว้สติกเกอร์จอดรถขอที่นิติฯ ได้เลยนะครับ” เขาอธิบายรายละเอียดเฉกเช่นทุกครั้งที่ต้องต้อนรับผู้เช่ารายใหม่
“อ๋ออรไม่มีรถค่ะพี่ แล้วก็กุญแจดอกเดียวก็พอค่ะ” เธอตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ไม่รู้ทำไมแต่เขารู้สึกดีใจที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น ถึงจะยังไม่รู้แน่ชัดถึงความหมายของมันก็ตาม
ทั้งสองกลับลงมานั่งที่ล็อบบี้ชั้นล่าง
“ผมให้กุญแจอรไว้เลยครับจะเข้ามาวันไหนก็ได้ เอาเป็ว่าผมคิดค่าเช่าเริ่มต้นเดือนหน้า สองอาทิตย์จากนี้แถมให้อยู่ฟรีละกันครับ จะย้ายของเข้ามาเลยก็ได้”
“ขอบคุณมากค่ะพี่โจ”เธอโอนเงินประกันเท่าค่าเช่าหนึ่งเดือนให้เขาและเซ็นสัญญาเช่าแนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกันและกันเขาจึงได้เห็นว่าเธอชื่อเพราะทั้งเสียงอ่านและสวยด้วยตัวสะกด “ออ-ระ-อร”เขาพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นชื่อของเธอที่สะกดด้วยตัวเขียนว่า “อรอร”
“ทรนง เหรอคะเนี่ยตัวจริงพี่โจดูสุภาพอ่อนโยนกว่าชื่อนะคะ ชื่อดูน่ากลัวเหมือนพระเอกหนังประเภทะเิูเา เผากระท่อมอ่ะค่ะ” เธอแซวเขา
เขายิ้มตอบและแอบคิดในใจว่า ‘กูนี่แหล่ะตุ๊กตาหมีน้อยตัวจริง เพื่อนร่วมงานเอาตีนเหยียบหน้ากูยังไม่ว่าอะไรเลย’
เสียงหัวเราะของไอ้ต้องยังดังก้องในหูของเขา‘...มึงแม่งกระจอก คนอื่นเขาจับมึงไปวางตรงมุมไหน เอาตีนเขี่ยมึงแม่งก็ไม่ตอบโต้ โดนรังแก คนอื่นแย่งเอาหน้า มึงแม่งก็ไถนาทำงานหนักต่อไปรอคนมาค้นพบเพชรในตม อย่างงี้ไม่ใช่ตุ๊กตาหมีแล้วเว้ย อย่างงี้เรียกควาย ไอ้โจมึงอ่ะควาย...’
“เรียบร้อยครับน้ำ ไฟ แอร์ มีปัญหาขัดข้องตรงไหนก็โทรฯ หาผมได้ตลอดนะครับ”
ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาจะพูดต่อว่า “ส่วนใหญ่่กลางวันถ้าผมไม่รับสายก็คือติดประชุมแต่จะรีบโทรกลับครับ” แต่ตอนนี้ ประโยคนี้คงไม่จำเป็แล้ว
“ด้านหน้าตึก1 มีร้านรับซักรีด แต่ที่ตึก 2 มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญและตู้กรองน้ำหยอดเหรียญ หน้าคอนโดมีวินมอฯไซค์และข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้ามมีเซเว่นฯ และตู้ ATM นะครับ”
“ขอบคุณค่ะพี่ ว่าแต่… แถวนี้มีอะไรอร่อย ๆ กินบ้างคะพี่เอาแบบไม่ไกล เดินไปได้?”
เขาหยุดคิดชั่วครู่ ไม่ใช่ว่าคิดไม่ออกเขาเพียงแต่รู้สึกเบื่อการกินข้าวคนเดียวหน้าทีวีและดูโทรศัพท์มือถือมานานแล้วอีกทั้งหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ... อย่างน้อยที่สุดก็คือผู้เช่าที่เขาต้องดูแล
อย่างน้อยคือผู้เช่า แล้ว... อย่างมากคืออะไร? เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“เอางี้ เดี๋ยวผมพาไป”
“ถ้าไม่รบกวนพี่โจจนเกินไป ก็ขอบคุณมากนะคะ”เธอประนมมือไหว้เขา
***************