วันวันของนายฆาตกรPALMER46
ตอนที่6 ของเล่น
…10.00 น.
ผมตื่นมาโดยมีเจนนอนกอดอยู่“วันนี้เธอตื่นสายนะ ปล่อยนอนต่อไปดีกว่า”
ผมไปห้องยิมเพื่อช่วยฝึกการต่อสู้ให้ซีวันนี้ก็วันที่8ของการฝึกของซี ผลก็ออกมาตามเคยก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก
ปาล์ม"เก่งขึ้นใช่ได้แล้วนะ วันนี้พอแค่นี้แหละ"
ซี"เมื่อคืนคุณออกไปข้างนอกอีกแล้วใช่ไหมคะ"
ปาล์ม"ก็ใช่ เืมันร้อนน่ะ"
ซี"คุณเจนไม่ยอมนอนทั้งคืนเลยค่ะ รอคุณจนดึกดื่น เธอเป็ห่วงคุณมากนะคะ"
ปาล์ม"ฉันเห็นแล้ว สมแล้วที่เป็คนที่ฉันรัก"
ซี"อย่าทำอะไรเกินตัวนักนะคะ เพราะคนที่ตายอาจไม่รู้สึกอะไรแล้วแต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ เป็คนที่เ็ปที่สุด"
ปาล์ม"ก็จริง แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ จะปล่อยให้พวกเลวนั่นทำเื่เลวๆ ต่อไปเหรอ"
ซีมองหน้าผมด้วยความกังวลเธอเข้าใจความรู้สึกของผม แต่ก็ยังคงห่วงความปลอดภัยของผม
ซี"ฉันเข้าใจค่ะ แต่คุณก็ต้องคิดถึงตัวเองบ้างนะคะการที่คุณลุยคนเดียวทุกครั้งมันอันตรายมาก ถึงคุณจะเก่งแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่แพ้"
ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่งเธอพูดถูก ทุกครั้งที่ผมออกไปสู้ มันก็เหมือนการเสี่ยงชีวิตแต่ความรู้สึกที่ต้องเห็นคนบริสุทธิ์ทนทุกข์ทรมาน มันทำให้ผมอยู่เฉยไม่ได้
ปาล์ม"ฉันรู้ดี แต่บางครั้งการทำสิ่งที่ถูกต้องมันก็หมายถึงการเสี่ยงทุกคนมีสิ่งที่ต้องปกป้อง และนี่ก็คือสิ่งที่ฉันเลือก"
ซีถอนหายใจเล็กน้อยแต่เธอไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม เธอแค่ยิ้มและพยักหน้าเบาๆเหมือนจะยอมรับสิ่งที่ผมเลือก
ซี"งั้นฉันก็จะฝึกให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อจะได้ช่วยคุณบ้าง ไม่ให้คุณต้องสู้คนเดียวอีกต่อไป"
ผมหัวเราะเบาๆและตบหัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ปาล์ม"ได้สิ งั้นก็ฝึกต่อไป สักวันเธอจะได้เก่งพอที่จะลุยไปด้วยกัน"
หลังจากนั้นผมก็ปล่อยซีไปพักผ่อน ผมรู้ว่าคำพูดของเธอมีน้ำหนักแต่ผมก็ยังคงไม่สามารถละทิ้งสิ่งที่ผมเลือกได้
ซี"คุณเจนขอให้ฉันช่วยห้ามคุณไม่ให้ออกไปอีก แต่ฉันก็คงห้ามคุณไม่ได้หรอกค่ะคืนนี้ถ้าคุณจะออกไปอีก ฉันโหลดข้อมูลลับจาก FIB ในแล็ปท็อปคุณแคร์เก็บไว้ให้แล้วลองเอาไปดูเถอะ"
ซีรู้ใจผมดีเธอยื่นแฟลชไดรฟ์ที่โหลดข้อมูลลับเก็บไว้ให้ผม "เยี่ยมเลย ช่วยได้มากยัยป้ารู้เข้าคงโกรธแน่"
ซี "อ่อเขารู้แล้วค่ะ ฉันขออนุญาตโหลดไว้เอง บอกว่าจะเอาไปให้คุณ"
เห้อะทุกคนรู้ทันผมกันหมดเลย "เอ๋ นี่ข้อมูลลับเลยนะ ขออนุญาตง่ายๆแบบนี้ได้ด้วยเหรอ"
ซี"ก็เพราะเขาไว้ใจคุณไงคะ"
ปาล์มคุณแคร์ไว้ใจผมซะด้วย น่ารักจริงๆ "งั้นไปก่อนนะ"
ซียิ้มและพยักหน้าเบาๆขณะที่ผมเดินออกจากห้องพร้อมแฟลชไดรฟ์ในมือ ผมรู้ว่าคืนนี้คงต้องมีอะไรสนุกๆรออยู่
ผมเสียบแฟลชไดรฟ์แล้วเปิดไฟล์ข้อมูลเพื่อหาข้อมูลที่น่าสนใจลองค้นหาดูสักพักก็เจอไฟล์เกี่ยวกับโครงการทดลองมนุษย์ซึ่งอาจจะเป็เบาะแสที่เกี่ยวกับพวกเหนืุ์ที่ผมเจอ
“ทดลองมนุษย์เหรอต้องเป็พวกเดียวกับที่สร้างไอั์นั้นขึ้นมาแน่ บังอาจทำให้แขนซ้ายฉันหักอีกนานเลยกว่าจะหาย”
ผมอ่านต่อไปเรื่อยๆจนเจอข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองสร้างมนุษย์ดัดแปลงมันชวนให้นึกถึงเื่ในการ์ตูนที่ผมเคยดู แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เื่เล่นๆ แน่
“มนุษย์ดัดแปลงพวกมันอาจจะจับคนมาทดลองอะไรแปลกๆถ้าเป็อย่างนั้นคืนนี้ฉันจะไปจัดการพวกมันให้หมด”
ขณะที่ผมกำลังวางแผนอยู่นั้นเจนโผล่มายืนอยู่ข้างหลังผม ไม่รู้ว่าเธอมาเมื่อไหร่
“พอเลยไม่มีใครจะโดนจัดการทั้งนั้น” เจนพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ปาล์ม “เห้ยมาั้แ่เมื่อไหร่”
เจน“ฉันจะไม่ให้นายออกไปไหนทั้งนั้น”
ปาล์ม “โถ่ทำอย่างกับภรรยาห้ามสามีไม่ให้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน เธอต้องให้สามีออกไปเจอเพื่อนๆมั่งสิ”
เจน“เจอเพื่อนบ้าอะไร กลับมาแต่ละครั้งนึกว่านายจะไม่รอดแล้ว”
ปาล์ม“แต่ฉันก็รอดทุกครั้งนี่ไง เห็นไหม ฉันแข็งแรงดี”
เจนเดินมาใกล้ๆแล้วตีแขนซ้ายที่หักของผมเบาๆ
ปาล์ม"โอ้ย เจ็บนะแขนฉันหักอยู่นะ"
เจน"เห็นไหม แข็งแรงดีบ้าอะไร"
ผมถอนหายใจ คิดในใจว่าถ้าผมไม่ออกไปฆ่าพวกเลวพวกนั้นผมก็ไม่รู้จะทำอะไร เหมือนว่าผมเกิดมาเพื่อทำแบบนี้จริงๆ
ปาล์ม"ถึงยังไงเธอก็ห้ามฉันไม่ได้หรอก"
เจน"งั้นเหรอ แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ" เจนกอดแขนขวาผมไว้แน่นหน้าอกอันนุ่มนิ่มของเธอกดเข้ามาชิดแขนผม ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เจนส่งผ่านมา
ปาล์ม"ทำอะไรน่ะ"
เจน"ฉันจะกอดนายไว้แบบนี้ทั้งวัน แค่นี้นายก็แอบหนีไปไหนไม่ได้แล้ว"
ผมยิ้มเล็กๆกับวิธีของเธอ เธอรู้ดีว่าผมไม่สามารถปฏิเสธความอ่อนโยนและความรักของเธอได้แต่ในใจก็ยังมีความกระตือรือร้นที่จะออกไปทำสิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็ต้องทำ
…20.00 น.
ปาล์ม"นี่เธอกอดแขนฉันมาั้แ่บ่ายแล้วนะ แขนฉันชาหมดแล้ว"
เจน"ก็จนกว่านายจะเลิกคิดออกไปทำเื่บ้าๆ นั่นแหละ"
แคร์เดินเข้ามาในห้องพอดีเธอมองเห็นเจนที่กำลังกอดแขนผมไว้แน่น
แคร์ "ทำอะไรกันก็เกรงใจคนรอบข้างหน่อยสิ"
ปาล์ม"ไม่ใช่แบบนั้นนะ"
แคร์"นี่นายทำยาเสน่ห์มาใส่เจนหรือไง"
เจน"คุณแม่ ห้ามสั่งให้เขาออกไปฆ่าคนอีกนะ หนูไม่ให้เขาไปแล้ว"
แคร์"ก็ไม่ได้สั่งมาสักพักแล้วนี่ ไอหมอนี่มันไปเอง"
ผมก็คิดตามที่แคร์พูดจริงๆ ่หลังมานี้ผมเป็คนที่ออกไปทำงานเองแต่ตอนนี้เจนกอดแขนผมมานานจนชาไปหมดแล้ว
ปาล์ม "นี่แขนฉันชาหมดแล้วนะ"
เจน"อย่าบ่นนะ ไป ไปนอนได้แล้ว"
ผมได้แต่ถอนหายใจปกติผมไม่นอนตอนนี้หรอก ปกติผมจะนอนหลังจากที่เสร็จงานแล้วซะมากกว่า
ปาล์ม "นี่มันแค่สองทุ่มเองนะ"
เจน"อย่าเถียงนะ"
เธอลากผมไปที่ห้องของเธอก่อนจะสอดเสื้อผ้าออกแล้วก็เราร่วมรักกัน แม้ว่าใบหน้าเธอยังคงแสดงความโกรธอยู่หลังจากนั้นเธอก็มานอนกอดผมต่อ แต่ไม่ว่าผมจะพยายามนอนยังไง ผมก็นอนไม่หลับ
…00.00 น.
แคร์ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบ
แคร์"ข้อมูลเื่มนุษย์ทดลองเหรอ ก็นิดหน่อย แต่ทำไมนายถึงสนใจล่ะ"
ปาล์ม"ผมเจอข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่ซีโหลดมาให้ บอกตรงๆ ว่ามันดูแปลกๆเหมือนพวกที่จับคนไปทดลองอะไรประหลาดๆ อย่างที่สร้างไอ้ั์นั้นขึ้นมา"
แคร์"อ้อ... เื่พวกนี้มีมานานแล้ว แต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนพวกมันซ่อนตัวเก่งมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่ข่าวลือ ถ้านายคิดจะจัดการพวกนั้นก็ต้องระวังให้มาก"
ปาล์ม"พวกนี้มันอาจจะทำอะไรเลวร้ายยิ่งกว่าที่ผมคิดก็ได้ ผมจะลองตามรอยดูแล้วคุณพอจะรู้แหล่งที่พวกมันซ่อนตัวไหม?"
แคร์"มีแค่ข่าวลือเท่านั้น แต่ถ้านายอยากลองเสี่ยงดูก็ได้ลองเริ่มจากเขตโรงงานร้างทางเหนือของเมืองมีรายงานว่าเคยมีกิจกรรมที่น่าสงสัยเกิดขึ้นที่นั่นบ่อยๆฉันจะช่วยหาข้อมูลก็ได้"
คุณแคร์ช่วยหาข้อมูลไปสักพักเธอเห็นข้อมูลกราฟปริมาณการใช้ไฟฟ้า มันมีที่หนี่งใช้ปริมาณไฟฟ้าเยอะจนผิดปกติสูงยิ่งกว่าปริมาณไฟฟ้าของโรงงานรวมกับห้างสรรพสินค้าใช้รวมกันซะอีก
“เดี๋ยวๆนั้นอะไรปริมาณการใช้ไฟฟ้าของที่นี้สูงจนแปลกเกินไปแล้ว สูงกว่าห้างสรรพสินค้าหลายเท่าเลยอาจใช่ก็ได้เป็ห้องวิจัยอะไรสักอย่าง”
ปาล์มห้องวิจัยเหรอ อาจจะปกติก็ได้ที่ใช้ปริมาณไฟฟ้าเยอะขนาดนั้นแต่ก็ขอไปดูหน่อยเพื่อความแน่ใจ “งั้นผมจะไปเช็คดูก่อนขอบคุณมาก"
แคร์"อย่าประมาทล่ะนะ ถ้าเจออะไรไม่ชอบมาพากล รีบกลับมาทันทีอย่าลืมนะว่ายังมีคนที่เป็ห่วงนายอยู่"
ปาล์มพยักหน้าก่อนจะเตรียมตัวออกไปตามหาห้องวิจัยในเขตโรงงานร้างทางเหนือของเมือง
…ห้องวิจัยแห่งหนึ่ง
ผมมาถึงก็เหมือนจะเป็ห้องวิจัยอะไรทั่วไปอย่างกับเป็ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมมันดูมืดและร้างเหมือนไม่มีคนอยู่เลย “ที่นี้อะนะไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัยเลย แล้วปริมาณไฟฟ้าที่ใช้เว่อนั้นมันมาจากไหน”
ผมลองค้นหาไปสักพักผมสังเกตุเห็นที่พื้นจุดหนึ่งมีแสงส่องออกมาจากช่องว่างนิดหน่อยผมลองมองเข้าไปในช่องว่างนั้นก็เห็นว่ามันมีห้องด้านใน แล้วจู่ๆประตูก็เปิดออกมันคือทางเข้าสู่ห้องใต้ดิน ไม่รอช้าผมจึงเดินเข้าไปทันที“เจอของดีเข้าแล้วไง”
ผมเดินลงไปตามทางแสงสว่างเริ่มจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนมาเจอห้องใต้ดินที่กว้างและดูทันสมัยเป็อย่างมากมันขาวและสว่าง ผมเห็นหลอดแก้วขนาดใหญ่ที่ด้านในมีผู้หญิงผมสีฟ้ากำลังเปลือยอยู่
“ที่นี้เองสินะ”
ภายในห้องใต้ดินนั้นเป็ห้องขนาดใหญ่ที่ตกแต่งทันสมัยผนังห้องมีอุปกรณ์ไฮเทคมากมายตั้งเรียงรายอยู่มีหลอดแก้วใสขนาดใหญ่เรียงกันเป็แถว แต่ละหลอดบรรจุของเหลว
ผมเดินเข้าไปใกล้หลอดแก้วขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางห้องภายในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังลอยอยู่ในของเหลวเธอมีผมยาวสีฟ้าและร่างกายเปลือยเปล่าร่างกายของเธอดูสมบูรณ์แบบแต่แฝงด้วยความเปราะบางแสงไฟส่องกระทบผิวเนียนของเธอทำให้ภาพที่เห็นดูเกินจริง
ปาล์ม"ผู้หญิงคนนี้...ดูเหมือนเธอจะถูกดัดแปลง"
เขามองรอบๆหลอดแก้วนั้น เห็นเครื่องวัดชีพจรและอุปกรณ์ต่างๆที่แสดงให้เห็นว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เหมือนถูกควบคุมไว้ในสภาวะหลับใหลปาล์มรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติบางอย่างในที่นี้
ปาล์ม"นี่มันเื่บ้าอะไร...พวกมันทำการทดลองอะไรกับคนพวกนี้กันแน่”
ปาล์มเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนเห็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์ของเขาทันทีที่นักวิทยาศาสตร์คนนั้นเห็นปาล์มเขาหันมามองแต่กลับไม่แสดงอาการใเลยแม้แต่น้อยราวกับไม่สนใจความผิดปกติของสถานการณ์
นักวิทยาศาสตร์"แกมาที่นี่ได้ไงวะ"
ปาล์มยักไหล่ตอบอย่างไม่สนใจ"ก็เดินเข้ามาสิ ถามโง่ๆ"
นักวิทยาศาสตร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเหมือนเบื่อหน่าย
นักวิทยาศาสตร์“หมายถึงเจอที่นี้ได้ไง มันเป็สุดยอดความลับเลยนะ”
ปาล์มแต่แปลกห้องวิจัยนี้จากที่ผมเดินสำรวจมากลับไม่เจอใครเลยนอกจากเขาและผู้หญิงในโหลแก้วขนาดใหญ่ “เื่นั้นชั่งเถอะที่นี้ตั้งกว้างมีแกแค่คนเดียวเหรอวะ แล้วในโหลแก้วนั้นมันคนไม่ใช่เหรอ”
นักวิทยาศาสตร์“ใช่มีแค่ฉันคนเดียว เพราะทุกคนคิดว่าการทดลองของฉันไร้สาระและพากันด่าว่าฉันเพี้ยน ฉันเลยนำไอเดียโครงการของฉัน ไปเสนอนายทุนหน้าเืพวกเขาให้ทุนฉันทำการทดลองครั้งก่อนฉันคิดอะไรสนุกเลยซื้อคนจากพวกค้ามนุษย์แล้วดัดแปลงให้ตัวใหญ่ให้เหมือนคน8 ศอก ตามตำนานของภาคอีสานแล้วก็ล้างสมองมันและสั่งให้มันไปฆ่าพวกที่บังอาจว่าฉันไร้สาระแล้วก็มีไอบ้าที่ไหนก็ไม่รู้บังอาจทำลายผลงานของฉัน”
ผมคิดว่ามันพล่ามอะไรก็ไม่รู้ผมไม่สนหรอกแต่เหมือนมันจะพูดถึงคนที่จัดการคนั์ด้วย “อ่อนั้นฉันเองแหละ”
นักวิทยาศาสตร์“แกเองเหรอ”
ปาล์มแต่นี้สิแปลกผมเป็ถึงฆาตกรที่รัฐบาลตั้งค่าหัวตั้ง 10ล้านบาท แต่มันดูเหมือนไม่รู้จักผมเลย: “แกดูไม่กลัวฉันเลยนิแกรู้ไหมฉันเป็ใคร”
นักวิทยาศาสตร์“แกเป็ใครนะ”
ปาล์ม ใครเหรอไม่รู้จริงดิ สงสัยยังดังไม่พอ “จริงดิไม่รู้จักฉันจริงดิออกจะดัง”
นักวิทยาศาสตร์:“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะแกเป็ พอดีฉันหมกมุ่นอยู่กับการทดลองมาหลายปีไม่ค่อยสนใจโลกภายนอกสักเท่าไหร่”
ปาล์ม:ก็นะถ้าเป็อย่างงั้นก็ขอแนะนำตัวหน่อยก็แล้วกัน: “งั้นจะบอกให้ก็ได้ฉันคือ PALMER46 วายร้ายผู้มีค่าหัว 10,000,000 บาท”
นักวิทยาศาสตร์“ดูการ์ตูนมากไปแล้ว นายควรตั้งใจเรียนมั่งนะ”
ปาล์มว่าผมดูการ์ตูนมากไปเหรอไอเนิร์ดเห้ยชั่งเถอะผมสงสัยว่าผู้หญิงในหลอดแก้วนั้นคืออะไร “ก็จริง แล้วในโหลนั้นคืออะไร”
นักวิทยาศาสตร์“ของเล่นของฉันเองสวยใช่ไหมหละ”
ปาล์มของเล่นเหรอ นั้นมันมนุษย์ชัดๆ “อืมเป็ผู้หญิงที่สวยมากเธอตายหรือยัง”
นักวิทยาศาสตร์“เธอยังมีชีวิตอยู่ ฉันเลี้ยงไว้อย่างดี เป็ผลงานชิ้นเอกของฉันมนุษย์ดัดแปลง”
ปาล์ม“มนุษย์ดัดแปลงเหรอก็ดูเหมือนคนปกตินิ”
นักวิทยาศาสตร์:“ก็นั้นแหละ ภายนอกดูเหมือนคนปกติแต่ภายในฉันดัดแปลงจนเหนืุ์แล้ว กระดูกเป็โลหะชนิดพิเศษปอดและหัวใจก็เป็แบบปรับแต่งพิเศษ แล้วยังฝังชิปรับคำสั่งไว้ที่สมองฉันทำมานานแล้วมันไม่ง่ายเลยนะที่จะทำอะไรแบบนี้ ต้องวิจัยนานมากกว่าจะทำให้เข้ากันได้”
ปาล์ม“แล้วเธอชื่ออะไรหละ”
นักวิทยาศาสตร์“ไม่รู้สิไม่เคยถาม พอดีฉันซื้อเธอมาจากพวกค้ามนุษย์”
ปาล์มซื้อมาเหรอ กะแล้วไอพวกนี้มันต้องเลว “แสดงว่าเธอไม่ได้เต็มใจมาเองสินะงั้นฉันจะฆ่านายแล้วปลดปล่อยเธอซะ”
นักวิทยาศาสตร์เดินไปกดสวิตช์บนแผงควบคุมบางอย่างปล่อยให้ผู้หญิงในหลอดแก้วถูกปลดปล่อยออกมา ประตูโหลแก้วเปิดกว้างของเหลวไหลออกมาเต็มพื้นห้อง ผู้หญิงในนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอดูสับสนและอ่อนแรง
นักวิทยาศาสตร์"เธอจะเป็ผลงานชิ้นเอกของฉัน แกจะได้เห็นพลังของมนุษย์ดัดแปลง"
ปาล์ม"แกกำลังทำบ้าอะไร...คิดจะใช้เธอเป็เครื่องมือเหรอ"
ผู้หญิงคนนั้นพยายามจะยืนขึ้นแต่ยังไม่แข็งแรงพอนักวิทยาศาสตร์ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่าเธอจะเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างที่เขาป้อนโปรแกรมเข้าไป
นักวิทยาศาสตร์"เธอเป็ผลงานชิ้นเอกของฉัน และเธอจะทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง"
ปาล์ม"ฉันจะไม่ปล่อยให้แกใช้เธอแบบนี้หรอก"
ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นยืนได้แล้วสายตาของเธอจ้องมองไปที่ปาล์มและนักวิทยาศาสตร์ด้วยความว่างเปล่า
นักวิทยาศาสตร์“ฆ่ามัน”
มนุษย์ดัดแปลงหญิงพุงเข้ามาอย่างรวดเร็วปาล์มหลบการโจมตีของเธอได้อย่างหวุดหวิด หมัดของเธอพุ่งชนเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นกำแพงร้าวจนมีรอยแตกกว้างปาล์มหันไปมองรอยแตกนั้นก่อนจะหันกลับมามองผู้หญิงดัดแปลงที่ยังคงจ้องมองเขาด้วยความว่างเปล่า
ปาล์ม"บ้าเอ้ย ถ้าฉันหลบไม่ทันคงไม่รอดแน่…แรงขนาดนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว"
นักวิทยาศาสตร์หัวเราะอย่างชั่วร้ายเขาสั่งเธอให้โจมตีอีกครั้งผู้หญิงดัดแปลงพุ่งเข้ามาหาปาล์มอีกครั้งด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อแต่ปาล์มก็ยังหลบได้ทันอีกครั้ง
ปาล์ม"นี่มันเกินมนุษย์ไปแล้ว…เธอถูกทำให้กลายเป็เครื่องจักรสังหาร"
ปาล์มรู้ดีว่าเขาต้องหาทางหยุดเธอโดยไม่ทำร้ายเธอมากเกินไปแต่จะทำได้ยังไงในสถานการณ์นี้ “ต้องจบเื่ให้ได้โดยไม่ทำให้เธอาเ็ฆ่าคนออกคำสั่งก็จบสินะ”
ปาล์มควักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่นักวิทยาศาสตร์ก่อนจะเหนี่ยวไกะุพุ่งเข้าใส่หัวนักวิทยาศาสตร์อย่างแม่นยำ เขาล้มลงและเสียชีวิตทันที
ปาล์ม"จบแล้วสินะ... แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมเธอไม่หยุด"
ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์จะถูกฆ่าแต่หญิงดัดแปลงก็ยังคงพุ่งเข้าหาปาล์มอย่างไม่หยุดยั้ง ดวงตาของเธอยังคงว่างเปล่าเหมือนกับถูกควบคุมจากบางสิ่งที่มากกว่าเพียงแค่คำสั่งของนักวิทยาศาสตร์
ปาล์ม"บ้าเอ้ย เธอไม่ได้ถูกควบคุมด้วยคำสั่งอย่างเดียวสินะ…คงเป็โปรแกรมในตัวเธอเอง"
ปาล์มรู้ว่าเขาต้องหาวิธีอื่นเพื่อหยุดเธอให้ได้โดยไม่ทำให้เธอต้องเ็ป
ปาล์มทำได้แค่เพียงหลบการโจมตีของเธอเพราะไม่อยากให้เธอาเ็แล้วคิดหาวิธีอยู่สักพักในจังหวะกำลังหลบก็เห็นห้องควบคุมที่มีคอมพิวเตอร์อยู่มากมายต้องเป็คอมพิวเตอร์ที่ใช้ออกคำสั่งเธอแน่ “ต้องเข้าไปที่นั้นแล้วยกเลิกคำสั่ง”
ระหว่างวิ่งไปห้องควบคุมปาล์มทำได้เพียงหลบการโจมตีจนเหนื่อยล้าและพลาดโดนเธอถีบจนจะกระเด็นลอยไปหน้าห้องควบคุมเป็การถีบที่รุนแรงจนกระดูกซีโครงผมเหมือนจะหัก
ปาล์ม"บ้าเอ้ย... แรงถีบอะไรขนาดนี้… กระดูกซี่โครงฉันเหมือนจะหักเลย"
ปาล์มพยายามลุกขึ้นแต่ร่างกายเจ็บหนักจนไม่อาจยืนได้เต็มที่ เขาจึงตัดสินใจคลานไปยังห้องควบคุมแทนมือเขาควานหามีดจากกระเป๋า แล้วโยนไปที่สวิตช์เพื่อปิดประตูห้องควบคุม
ปาล์ม"ยังดี... ปิดทัน"
เสียงกระแทกจากด้านนอกดังขึ้นหญิงดัดแปลงพยายามพังประตูเข้ามา แม้ประตูจะดูแข็งแรงแต่ทุกการกระแทกของเธอทำให้ประตูสั่นะเือย่างหนัก
ปาล์ม"บ้าเอ้ย... ประตูนี้จะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน"
ปาล์มฝืนความเ็ปลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ใช้ความรู้เื่การแฮ็กที่เคยศึกษาในเวลาว่างใส่คำสั่งยกเลิกการควบคุมที่ฝังอยู่ในสมองของเธอ พร้อมมอบอิสระให้กับเธอเขาเหลือบมองประตูที่สั่นะเืจากแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง
ปาล์ม"ต้องรีบทำก่อนที่เธอจะพังเข้ามาได้…"
เสียงแตกหักของประตูดังขึ้นหญิงดัดแปลงพุ่งเข้ามาในห้อง ปาล์มรู้สึกลนลานและเตรียมรับการโจมตีแต่ทันทีที่เขาเสร็จสิ้นคำสั่ง เธอก็หยุดเคลื่อนไหวทันที
ปาล์ม"เสร็จแล้ว... ได้ผลจริงๆ ด้วย..."
เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่มีท่าทีคุกคามอีกต่อไป เธอมองปาล์มด้วยดวงตาที่เคยไร้ชีวิตชีวาแต่ตอนนี้กลับแสดงออกถึงความสงบและอิสระ
“นี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ทำไมเมื่อกี้ฉันคิดแค่ว่าต้องฆ่าคุณ ทั้งที่คุณพยายามช่วยฉัน”
หญิงดัดแปลงมองปาล์มด้วยสายตาสับสนและรู้สึกผิดเธอเอ่ยออกมาเบาๆ
มนุษย์ดัดแปลง"ขอโทษ... ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดว่าต้องฆ่าคุณให้ได้…มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบังคับฉัน"
ปาล์มถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด เขาก็สามารถหยุดเธอได้โดยไม่ต้องทำร้ายเธอ
ปาล์ม"ไม่เป็ไร… ตอนนี้เธอเป็อิสระแล้วไม่ต้องถูกบังคับให้ทำอะไรแบบนั้นอีก"
เขาพยายามลุกขึ้นจากพื้นแต่ความเ็ปที่ซี่โครงทำให้เขายังต้องยืนนิ่งอยู่สักพักหญิงดัดแปลงดูท่าทางสงบลง เธอหันไปมองรอบๆ ห้องเหมือนเริ่มสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
ปาล์มมองเธอด้วยความสงสัยและถามเบาๆ
ปาล์ม"เธอชื่ออะไร"
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับพยายามดึงความทรงจำที่กระจัดกระจายกลับมา เธอตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
มนุษย์ดัดแปลง"ทอย... ฉันคิดว่าชื่อนั้นถูกตั้งให้ตามคำสั่งที่ฉันได้รับ"
ปาล์มพยักหน้า เขารับรู้ได้ถึงความสับสนและความไม่แน่นอนในตัวเธอ
ปาล์ม"ทอยเหรอ... งั้นก็เป็อิสระจากคำสั่งพวกนั้นแล้วตอนนี้เธอจะเลือกเองได้ว่าจะทำอะไรต่อไป"
เธอมองปาล์มด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจในสิ่งที่ต้องทำต่อไปความทรงจำของเธอยังคงเบาบางและเลือนลาง
ปาล์มมองเธอแล้วพยายามเตือนเธอ
ปาล์ม"เธอรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังเปลือยอยู่"
เธอมองตัวเองแล้วจับไปที่หน้าอกของตัวเองอย่างเรียบเฉย ไม่มีอาการเขินอายใดๆ เธอพยักหน้าเบาๆและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึก
ทอย"สิ่งนี้นะเหรอ เอาไว้ให้นมเด็กสินะ"
เธอเลื่อนมือลงไปที่ช่องคลอดของเธอแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เป็กลาง
ทอย"ส่วนสิ่งนี้... เอาไว้สืบพันธุ์ใช่ไหม"
ปาล์มรู้สึกกระอักกระอ่วนกับความตรงไปตรงมาของเธอมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงความแปลกแยกในตัวเธอ ความเป็มนุษย์ที่ดูเหมือนจะหายไปหมด
ปาล์มล้มลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากการต่อสู้และพยายามควบคุมสถานการณ์ที่ตึงเครียดความเ็ปจากแผลและความเหนื่อยสะสมทำให้เขารู้สึกหมดแรง ทอยยืนอยู่ข้างๆมองดูปาล์มที่นอนหายใจหนัก เธอรู้สึกถึงความไม่แน่ใจและสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น
ปาล์มถอนหายใจยาวรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็การเสี่ยงที่มากกว่าที่เขาคาดคิดแต่เขาก็โล่งใจที่ทุกอย่างจบลงโดยที่ไม่มีใครต้องเสียชีวิต
"พักสักหน่อยก็แล้วกัน"ปาล์มพูดกับตัวเองเบาๆ พลางมองขึ้นไปบนเพดานที่ไร้แสงไฟ สายตาของเขาค่อยๆ ปิดลง
ทอยถามปาล์มด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสงสัย"คุณอยากมีเพศสัมพันธ์ไหม"
ปาล์มที่กำลังนอนพักอยู่ถึงกับสะดุ้งและใ"ห๊ะ อะไรนะ"
ทอยอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ในฐานข้อมูลของฉัน ระบุว่าวิธีนี้ทำให้ผู้ชายรู้สึกดีฉันเลยคิดว่าคุณอาจจะ้า"
ปาล์มถอนหายใจเฮือกใหญ่"ใครมันจะใส่ข้อมูลบ้าๆ แบบนี้ในหัวเธอเนี่ย" เขาพยายามรวบรวมสติพลางตอบกลับ "ฟังนะ เื่นั้นน่ะไม่จำเป็ต้องทำหรอก ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้รู้สึกดีและมีความสุขได้โดยไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น"
ทอยพยักหน้าอย่างจริงจังแต่ยังดูเหมือนไม่เข้าใจทั้งหมด "แล้ววิธีไหนล่ะ ที่จะทำให้มีความสุขได้?"
ปาล์มยิ้มเล็กน้อยแม้จะเหนื่อยแต่ก็พยายามอธิบาย "การพูดคุย การได้อยู่กับคนที่เรารักการได้หัวเราะ หรือแม้แต่การได้นอนหลับพักผ่อน สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เรารู้สึกดีได้ไม่จำเป็ต้องเป็เื่เพศอย่างเดียวหรอก"
ทอยฟังแล้วพยักหน้า"ฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษถ้าทำให้คุณไม่สบายใจ"
ปาล์มหัวเราะเบาๆ"ไม่เป็ไรหรอก แค่จำไว้ว่ายังมีสิ่งดีๆ อีกมากมายที่ทำให้เรามีความสุขได้โดยไม่ต้องทำตามข้อมูลในหัวนั้นเสมอไป เธอคอยเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไปก็พอ"
ปาล์มพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากหลังจากการต่อสู้และความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทอยเข้ามาช่วยพยุงเขาด้วยร่างกายที่ยังคงเปลือยเปล่าหน้าอกและร่างกายของเธอแนบชิดกับปาล์ม
ปาล์มถอนหายใจเบาๆพลางบอกกับทอย "เธอไปหาเสื้อผ้ามาใส่ก่อนดีกว่านะ"
ทอยพยักหน้า"ได้ ฉันจะไปหาเสื้อผ้ามาใส่"แล้วเธอก็เดินไปหยิบเสื้อและกางเกงจากตู้ในห้องควบคุมมาสวมใส่ เมื่อเธอกลับมาปาล์มยืนพิงกำแพงพยายามรวบรวมแรงที่เหลือเพื่อกลับบ้าน
ทอยอุ้มปาล์มขึ้นอย่างนุ่มนวลอย่างที่เขาแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกใดๆเลยเธอแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ปาล์มใเล็กน้อย แต่ก็ยอมรับสถานการณ์
"เธอจะพาฉันไปไหนล่ะ"ปาล์มถาม ทอยตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า "ฉันจะพานายกลับบ้านนายต้องพักผ่อน"
ปาล์มพยักหน้าเบาๆ"ฟังนะ ทอย ส่งฉันลงที่ใกล้ๆบ้านก็พอ ฉันจะไปต่อเองที่อยู่ของฉัน…ไม่ควรให้คนอื่นรู้"
ทอยพยักหน้ารับ"เข้าใจแล้ว ฉันจะพานายไปส่งตามที่นายบอก"แล้วเธอก็เดินออกจากห้องวิจัยไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ค่อยๆคุมจังหวะให้พอดีกับปาล์มที่ยังเจ็บอยู่
ปาล์มพยายามลุกขึ้นจากอ้อมแขนของทอยแม้จะยังเจ็บและเหนื่อย แต่เขาก็ยืนขึ้นได้
“พอแค่นี้แหละเดี๋ยวฉันจะไปต่อเอง” ปาล์มบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง “เธอไปได้แล้วหละเดินไปต่ออีกแค่ไม่ถึงกิโลก็ถึงบ้านฉันแล้ว พอดีมันเป็ความลับ ฉันให้เธอไปไม่ได้”
ทอยถามด้วยความเป็ห่วง“ไปไหวแน่เหรอคะ”
ปาล์มยิ้มและพยักหน้า“ไหวน่า เธอไปได้แล้วหละ”
ก่อนจากกันทอยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณที่ทำให้ฉันเป็อิสระ”
ปาล์มมองตามทอยที่เดินจากไปยืนอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะเริ่มเดินกลับไปยังที่ที่เขาเรียกว่าบ้าน
…กลับถึงบ้าน02.00 น.
ผมถึงแล้วพยายามพยุงตัวเองไปห้องคุณแคร์เพื่อขอให้เธอรักษาให้พอไปถึงห้องคุณแคร์แล้วก็ล้มลงไปทันที คุณแคร์เธอคิดว่าผมมาก่อกวนอีก“อะไรอีกวะ คนจะหลับจะนอน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะโว้ย!”
ปาล์ม“ช่วยผมหน่อย ไม่ไหวแล้ว ผมเจ็บมาก”
แคร์“เอ๋ นั้นนายโดนอะไรมากอีกเนี๋ย”
ปาล์ม“ซีโครงผมหัก ผมพึ่งสู้กับมนุษย์ดัดแปลงมา”
คุณแคร์รีบลุกขึ้นจากเตียงแม้จะยังง่วงอยู่ แต่เมื่อเห็นสภาพของปาล์มที่นอนล้มอยู่บนพื้นเธอก็รีบพยุงตัวเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“มนุษย์ดัดแปลงนายไปยุ่งกับเื่แบบนั้นมาอีกแล้วเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวลขณะที่พยายามลากเขาไปที่ห้องพยาบาลในบ้าน
ปาล์มกัดฟันพยายามหายใจช้าๆเพื่อบรรเทาความเจ็บ “ใช่... มีเื่แปลกๆ อีกเยอะเลยที่นั่น”
คุณแคร์พยักหน้าและเริ่มจัดการรักษาแผลที่หนักสุดให้กับเขา“ทำไมนายถึงต้องเอาตัวไปเสี่ยงแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ…”
ปาล์มหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าขณะที่คุณแคร์กำลังทำแผลให้เขา “มันเป็ทางเดียวที่ผมรู้สึกว่ามีประโยชน์…แต่ครั้งนี้เจ็บหนักจริงๆ”
คุณแคร์ถอนหายใจ“พักก่อนเถอะ นายต้องฟื้นตัวให้ได้ก่อนจะทำอะไรอีก”
ปาล์มพยักหน้าเบาๆก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะครอบงำเขาและทำให้เขาหลับไป
ปาล์มตื่นขึ้นมาที่เตียงในห้องพยาบาลสายน้ำเกลือยังคงต่ออยู่ที่แขน เขามองไปรอบๆ เห็นคุณแคร์,ซี และเจนยืนอยู่ข้างเตียง ทุกคนมีสีหน้าเป็ห่วงโดยเฉพาะเจนที่ดูเหมือนเธอกำลังจะร้องไห้
ปาล์มพยายามยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อลดบรรยากาศที่ตึงเครียด"ไม่เป็ไรแล้ว... ฉันยังไม่ตายหรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆแต่เจนกลับหันหน้าหนีและเช็ดน้ำตาที่เริ่มไหลลงมา
เจนพูดทั้งเสียงสั่น"ทำไม... ทำไมนายต้องทำให้ฉันเป็ห่วงขนาดนี้ทุกครั้งเลยนะ"
ปาล์มพยายามยกมือขึ้นไปหาเธอแต่แรงยังไม่มากพอ “ขอโทษนะ… ฉันไม่อยากให้เธอเป็ห่วง แต่...”
เจนรีบเข้ามาจับมือปาล์มแน่น"พอแล้ว... หยุดทำแบบนี้สักทีได้ไหม ฉัน... ฉันไม่อยากเสียนายไป"
ปาล์ม“ขอบคุณที่เป็ห่วงกันนะ นี้ฉันหลับไปกี่วันอีกเนี้ย”
แคร์“ไม่ถึงวัน นายสลบไปเมื่อคืน”
ปาล์มไม่ถึงวันเหรอ รอบก่อนเหมือนจะาเ็เบากว่านี้อีกยังหลับไปตั้ง 3วัน นี้แสดงว่าผมแข็งแกร่งขึ้นสินะ “เยี่ยมเลย”
แคร์“เยี่ยมบ้าอะไร นายโชคดีนะถ้าเกิดซีโครงหักไปแทงหัวใจนายคงตายไม่ได้ตื่นแล้วหละ”
เจนน้ำตาซึมออกมา“นายเกือบตายแล้วนะ ขอร้องหละช่วยทำตามที่ฉันขอเถอะอย่าออกไปทำเื่แบบอีกนี้เลยนะ”
แคร์“สภาพนี้ต้องพักไปอีกหลายวันเลยหละ ถึงอยากออกไปก็ไปไม่ได้แล้วหละ เพราะนายเลยนะฉันเลยไม่ได้ไปทำงาน”
แคร์ถึงกับลางานคอยเฝ้าผมเลยเหรอ“ถ้าว่างนักก็ไปช่วยฝึกให้ซีเขาหน่อยสิ”
แคร์“ก็ทำอยู่นิ ตอนนี้แค่แวะมาดูนายเฉยๆ”
เจน“พอเลย นายนะไม่ต้องคิดเื่พวกนี้แล้ว รอบหน้าถ้านายแอบไปอีกละก็ฉันโกรธจริงๆแน่ ที่ฉันไม่อยากให้นายไป เพราะฉันรักนาย เป็ห่วงนายกลัวนายจะเป็อะไรไป ฉันไม่อยากเห็นนายต้องตาย”
ในขณะที่ปาล์มค่อยๆหลับตาลง ความคิดหลายอย่างก็เริ่มผุดขึ้นมาในใจเขา เขาลังเล...ควรจะเลิกทำเื่แบบนี้ดีไหม ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเจน...
เขานึกถึงใบหน้าของเจนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความเ็ปที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้ทุกครั้งที่เขากลับมาจากภารกิจแม้ว่าเขาจะบอกตัวเองว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเพื่อปกป้องคนอื่นแต่ทุกครั้งที่เห็นเจนร้องไห้ ความรู้สึกผิดก็ทับถมเข้ามา
“ฉันรักเธอ…ฉันไม่อยากเห็นเธอร้องไห้เพราะฉันอีกแล้ว” ปาล์มคิดในใจแต่ก็ไม่อาจลบความรู้สึกภายในที่บอกว่าเขาเกิดมาเพื่อทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายๆ
เขาสงสัย...ถ้าเขาหยุด เจนจะมีความสุขมากขึ้นไหม? หรือเขาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่มีการต่อสู้และความเสี่ยงได้จริงๆหรือเปล่า
แม้ใจเขายังสับสนแต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เจนต้องเ็ปอีกต่อไป"บางที...มันอาจถึงเวลาที่ฉันต้องคิดถึงเธอมากกว่าความ้าของตัวเอง"