วันต่อมาขณะที่ิเฉิงกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น หลิวหยางนางก็เดินเข้ามา พลันพูดว่า ""น้องิ..ข้าต้องกลับวิหารไท่ชิงแล้ว ขอบคุณน้องิมากที่ช่วยชีวิตซ้ำยังรักษาาแให้ จากนั้นนางก็ยื่นผนึกอสูรพร้อมป้ายประจำตัวศิษเอกสายนอกมาให้ิเฉิง
นี่คือผนึกอสูรผีเสื้อสามตา หากเ้าดูดซับและปรับแต่งให้มันกลายเป็พลังงานหลิงซี มันจะช่วยในการบ่มเพาะพลังยุทธ์ให้เ้าอย่างมาก และนี่คือป้ายประจำตัวศิษเอกสายนอกของวิหารไท่ชิง อีก3เดือนวิหารไท่ชิงจะรับคัดเลือกศิษเข้าวิหาร หากน้องิไม่มีที่ไป เ้าก็มาหาข้าที่วิหารไท่ชิง
นี่เป็การตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเล็กๆน้อยๆ หวังว่าอีกสามเดือนน้องิจะมาที่วิหารไท่ชิง นางพูดพลางยิ้ม
ิเฉิงรับผนึกกับป้ายมาโดยไม่เกรงใจ แล้วกล่าวว่า .. พี่สาวหลิวหยาง รักษาตัวด้วย หลังจากนั้นนางก็หันหลังแล้วเดินจากิเฉิงไป
เดินไปได้สักพักนางก็หันหน้ากลับมาโดยหวังในใจลึกๆว่า ิเฉิงจะมองมาที่นาง.....
หลังจากที่นางจากไปแล้ว ิเฉิงก็หยิบผนึกอสูรขึ้นมาพินิจพิจารณาดู ผนึกอสูรมีสีที่ดำสนิทก้อนเท่ากำปั้น ยิ่งสัตว์อสูรมีพลังยุทธมากเท่าไร ผนึกของมันก็จะยิ่งก้อนใหญ่
เหอะ... ยัยหนูนั้นก็ถือว่าไม่เลวนิ ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงขึ้นที่ห้วงด้วงจิตของิเฉิง ""ถือว่านางเป็คนรู้จักคุณคน ถึงกับยอมตอบแทนเ้าด้วยร่างกาย แต่เ้าดันไม่เอาไหน แก่นหยินของนางช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก หากเมื้อคืนนางยอมพลีกาย เ้ากลับขี้ขลาด ฮ่าาา นางหัวเราะอย่างชอบใจ
เสียงในห้วงดวงจิตพูดเสียดสีิเฉิง "ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น" ิเฉิงตอบเสียงเรียบ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยนางก็มอบผนึกอสูรให้เ้า
ผนึกนี้สามารถช่วยให้เ้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขต สถิติญญาขั้นต้นได้ พอิเฉิงได้ฟังเช่นนั้นก็ต้องใจสั่นเพราะตื่นเต้น มันรู้ดีว่าการทะลวงด้าพลังยุทธ์นั้นยากเย็นเพียงใด หากแต่เพียงดูดซับผนึกนี่ ก็สามารถช่วยทะลวงจากกำเนิดิญญาขั้นกลาง สู่ สถิตวิญาณขั้นต้นได้ เป็ใครได้ยินก็ต้องใจสั่นเพราะตื่นเต้น
ข้าต้องดูดซับมันยังไง ผู้าุโ... ก่อนอื่นเ้าต้องส่งพลังยุทธ์ไปที่ผนึกแล้วดูดซับมัน จากนั้นก็รวบรวมไออสูรไปไว้ที่จุดตันเถียร แล้วกลั่นให้มันเป็พลังหลิงซี ง่ายๆ
ขอบคุณาุโที่ชี้แนะ.. งั้นข้าเริ่มบ่มเพาะเลยแล้วกัน พูดเสร็จิเฉิงก็เริ่มดูดซับ สัตว์อสูรนั้นก็เหมือนกับมนุษย์ มีความรู้สึกนึกคิด และสามารถบ่มเพาะพลังได้เหมือนมนุษย์ เพียงแต่มันไม่สามารถฝึกวิถีมรรคคาได้เหมือนมนุษย์เท่านั้นเอง
หลังจากนั่งดูดซับผนึกอสูร ิเฉิงก็รับรู้ได้ถึงไออสูรที่ไหลเข้ามาผ่านทางเส้นชีพจร หลังดูดซับจนหมดแล้วิเฉิงก็ทำตามที่นางบอก
รวบรวมไออสูรที่ไหลเวียนอยู่ทั่วเส้นชีพจร มารวมไว้ที่จุดตันเถียร แล้วเริ่มกลั่น ตูมมมม เสียงะเิออกของทะเลปราณในจุดตันเถียรของิเฉิง หลังจากที่กลั่นเป็หลิงซีได้นิดเดียวพลังยุทธ์ิเฉิงทะลวงขอบเขตย่อยกำเนิดิญญาขั้นสูง
หลังจากทะลวงเขตย่อย ทะเลปราณิเฉิงก็ขยายใหญ่ขึ้น ิเฉิงยังกลั่นไออสูรเป็หลิงซีจากเส้นชีพจร เข้าสู่จุดตันเถียรอย่างต่อเนื่อง
ิเฉิงนั่งกลั่นไออสูร อยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยถึงยาทค่ำ
ที่จุดตันเถียริเฉิง บัดนี้ทะเลปราณของเขาเริ่มปริแตกอีกตครั้ง ตูมมมมมมมมมมม เสียงะเิดังกึกก้องในจุดตันเถียร ทะเลปราณะเิออก ิเฉิงยามนี้พลันเริ่มรู้สึกถึงความเ็ปที่ตามมา ิัของชายหนุ่มเริ่มปริแตก เอ็นกระดูกเริ่มผลัดเปลี่ยน อ๊าาาาาาา เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ป ""รีบรวมรวบทะเลปราณแล้วก่อรูปกระถางเร็วเข้า ... ภานใจห้วงดวงจิต นางพูดขึ้นเพื่อเตือนสติิเฉิง
เส้นทางการฝึกตน อยากอยู่เหนืออยู่อื่นก็ต้องทนรับความเ็ปเวลาทะลวงด่าน ทว่า หากทนความเ็ปไม่ได้ก็ต้องตกตายไปในที่สุด
นี่คือความโหดร้ายอย่างหนึ่งสำหรับผู้ฝึกตน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ิเฉิงก็ตั้งสมาธิ รีบรวบรวมทะเลปราณที่แตกกระจาย แล้วผนึกก่อเป็รูปร่าง บัดนี้ในจุดตันเถียรของิเฉิงทะเลปราณที่แตกกระจายเริ่มรวมตัวกันแล้วก่อเกิดเป็กระถางใบหนึ่ง ใช่แล้ว.. มันคือกระถาง ไม่ใช่ทะเลปราณอีกต่อไปทุกอนูขุมขนของิเฉิงมีของเหลวสีดำไหลออกมา มันคือสิ่งปฏิกูลที่ร่างกายขับออกมา เวลาผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น
ครื่น รัสมีพลังยุทธ์จากตัวิเฉิงะเิออกเป็วงกว้างไอพลังยุทธ์เป็สีขาว ทุกระยะ100เมตร หมู่ไม้ใบหญ้าล้วนเกิดเป็เกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกิ่งใบ ที่ไอรัสมีพลังยุทธ์เขาเป็สีขาวและเยือกเย็น เป็ผลมาจากการที่ ิเฉิงฝึกวิถีกระบี่ วิถีกระบี่ไม่เพียงส่งผลต่อบุคคลิกนิสัยแต่ถึงกับส่งผลต่อไอรัสมีพลังยุทธ์ด้วย ขนาดาุโที่มองดูั้แ่ตั้นจนจบก็ยังแปลกใจ "วิถีกระบี่กลับส่งผลต่อพลังยุทธ์ของเขาด้วย...แปลกประหลาด นางพูดในใจคนเดียว""
เมื่อเข้าสู่ขอบเขตสถิติญญาขั้นต้น ตอนนี้พละกำลังของิเฉิงเท่ากับช้าง30ตัว ขั้นกลางเขามีพละกำลังเท่ากับช้าง35ตัว ขั้นสูงเขาจะมีพละกำลังเท่ากับช้าง40ตัว
ในที่สุดข้าก็เข้าขอบเขตพลังยุทธ์สถิติญญาขั้นต้น ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ย "ผู้าุโ ตอนนี้ข้ามีความสามารถที่จะช่วยท่านพี่ข้าได้หรือยัง?? ิเฉิงพลันถามขึ้นเพราะอยากช่วยพี่สาวจากพิษไอเย็น นางนิ่งไปสักพักแล้วพูดขึ้นว่า "น่าจะพอได้.. ถึงข้าจะบอกว่าให้เ้าเข้าสู่ขอบเขตสถิติญญาขั้นกลางก่อนถึงจะสามารถ่นางได้ก็เถอะ ...นางตอบ "ตอนนี้เ้าอยู่ขอบเขตสิถิติญญาขั้นต้น หากคิดจะช่วยนางเ้าก็ต้องฝืนกำลังตัวเองไม่น้อย ขั้นต้นกับขั้นกลางถึงจะห่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ยังไงมันก็คือขั้นพลัง.... นางกล่าว
นางให้เวลาิเฉิงคือ1ปีต้องเข้าสู่ขอบเขตสถิติญญาขั้นกลาง แต่ทว่า ิเฉิงกลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองเดือนกลับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสถิติญญาขั้นต้นแล้ว ช่างทำให้นางแปลกใจยิ่ง..
เ้าทำความคุ้นเคยกับขอบเขตใหม่ก่อนเถอะค่อยกลับบ้าน แล้วให้ข้าดูอาการนางอีกที... หลังจากที่พูดจบนางก็เงียบไป ไม่รบกวนิเฉิงที่กำลังทำความคุ้นเคยกับขอบเขตใหม่ ิเฉิงก็นั่งสมาธิทำความคุ้นเคยกับขอบเขตใหม่เขานั่งอยู่ที่เดิมมาสามอาทิตย์แล้ว ไม่ขยับไม่รับรู้โลกภายนอก เสมือนคนกำลังบรรลุยังไงยังงั้น ที่เขานั่งมากว่าสามอาทิตย์เพราะเขาต้องปรับสมดุลทางร่างกายและปรับสภาพจิต
รุ่งอรุณมาเยือนิเฉิงค่อยลืมตาขึ้นมา วันนี้จิตใจเขาไม่ด้านชาแล้วเพราะเขาจะกลับบ้านไปรักษาพี่สาว วันนี้เขาจึงร่าเริงเป็พิเศษ "ผู้าุโไปรักษาท่านพี่ข้าเถอะ ตามสัญญาที่ท่านให้ไว้กับข้า "เหอะ... นางตอบเพียงสั้นๆ"..
ระหว่างเดินทางกลับบ้านิเฉิงก็หาไรทำ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ทำ ิเฉิงก็เลยชวนนางคุย ""ผู้าุโ" ข้ากับท่านก็รู้จักกันมาก็นาน เหตุใดท่านกลับไม่ยอมบอกชื่อแช่ของท่าน?? ิเฉิงถามออกไป
"เ้าจะรู้ไปทำไม"..นางตอบกลับเสียงเย็น
"ก็ข้าอยากรู้หนิ... เรียกท่าน ผู้าุโๆ มาตลอด ข้าอยากรู้ชื่อท่านจริงๆนะ....นางเงียบไปและไม่คุยกับิเฉิง
"เอางี้ไหมผู้าุโ... หากท่านยอมบอกชื่อ ข้าจะยอมเรียกท่านว่า... อาจารย์ ภายในห้วงดวงจิตนั้นพลันได้ยินิเฉิงจะเรียกตนว่าอาจารย์แววตาของนางก็สั่นระริก ผู้คนรอบตัวนางล้วนหักหลังและทรยศนาง จนทำให้นางมีสภาพเช่นนี้ แต่เมื่อโชคชะตานำพาให้นางมาเจอกับิเฉิง นางที่เป็คนชักชวนิเฉิงเข้าสู่เส้นทางมรรคคายุทธ์ อบรมสอนสั่งิเฉิงในวิถีฝึกตนแก่มัน แต่ิเฉิงกลับไม่ยอมเรียกนางว่าอาจารย์สักคำ ซึ่งทำให้ลึกๆในใจของนางก็แอบเสียอยู่ไม่น้อย
พอได้ยินว่าิเฉิงจะเรียกตนว่าอาจารย์นางก็แอบดีใจ
"" ซิ่วอิง "" นางตอบ
"อะไรนะข้าได้ยินไม่ชัด"
"ข้าบอกว่า ข้า ชื่อ ซิ่ว อิง " นางเน้นย้ำแต่ละคำ เพราะเริ่มโมโห
"ที่แท้ผู้าุโก็ชื่อ ซิ่วอิงนี่เอง" พอนางได้ยินดังนั้นไอสังหารปะทุขึ้นมาในห้วงดวงจิต เ้ากลับกล้ามาหลอกข้าาา ตอนนี้นางโมโหแล้วจริงๆ บอกจะเรียกนางว่าอาจารย์ แต่ก็ยังเรียกผู้าุโเหมือนเดิม