#วันพฤหัสสีเขียว 16
คืนก่อนวันถ่ายงานเธิร์สเดย์ไม่ยอมกลับไปนอนคอนโด เขาดื้อจะนอนกับฉันให้ได้เกือบห้าทุ่มเขาก็ยังไม่ยอมกลับเลยจำต้องปล่อยให้เขาได้ค้างด้วย พอเช้าวันที่ต้องถ่ายงาน มินนี่กับพี่ณัฐและแท็ปมาถึงั้แ่เช้ามืดเราเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างกันเสร็จทุกคนนั่งดื่มกาแฟรอส่วนฉันเริ่มกดถ่ายั้แ่ที่หน้าห้อง ภาพในกล้องจับที่หน้าประตูภายในห้องมืดสลัวเพราะม่านสีทึบทำหน้าที่กรองแสงได้อย่างดี ฉันเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเอ่ยเรียกเธิร์สเดย์ ที่กล้าใช้เสียงตัวเองเพราะตอนนี้ฉันตั้งใจว่าจะปิดเสียงฉันและทำเป็ซับแทน
“เธิร์สเดย์ ตื่นได้แล้วเช้าแล้ว” เรียกเฉย ๆ ไม่เคยจะตื่นหรอกเด็กคนนี้ ฉันดึงหมอนที่เขากอดอยู่ออก น้องลืมตาขึ้นมองอย่างงอแง พอเห็นว่าฉันถือกล้องถ่ายอยู่เ้าตัวก็พลิกร่างหลบดึงผ้าห่มมาคลุมโปงทันที
“ผมไม่หล่อเลย” น้องร้องงอแงผ่านผ้าห่มผืนหนา
“หล่อแล้วน่า ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว”
“พี่ก็รู้ว่าทำยังไงผมถึงจะลุกไปอาบน้ำ”
“อย่ามาเ้าเล่ห์ลุกได้แล้ว” ฉันดุ มือข้างที่ว่างจากการถือกล้องก็ดึงผ้าห่มออกสุดแรงแต่เพราะแรงน้อยดึงยังไงก็ไม่หลุดสักทีเธิร์สเดย์ลุกนั่งหัวเราะอย่างพอใจที่เห็นฉันเหนื่อยหอบมากขนาดนี้
“ก็ได้ครับ ๆ ไปอาบน้ำแล้ว” น้องยิ้มขำคลานลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไป ฉันกดหยุดเรคคอร์ดจากนั้นก็วางกล้องไว้บนเตียงเดินไปเตรียมชุดให้กับเธิร์สเดย์
“เธิร์สพี่เตรียมชุดให้แล้วนะ เดี๋ยวพี่ลงไปรอข้างล่าง”
“ไม่เอารอลงไปพร้อมกัน” น้องะโกลับมา
“ก็ได้ ๆ ก่อนไปร้านอาหารอยากไปไหนไหม”
“ไปร้านกาแฟของม๊าได้ไหมครับ”
“คิดว่าได้นะ” ยังไงซะก็ต้องมีไปร้านกาแฟอยู่แล้วซึ่งเราก็บอกไปแล้วว่าให้น้องเลือกเองว่าจะไปที่ไหน น้องบอกแล้วั้แ่เมื่อคืนว่าจะไปร้านซันไชน์คาเฟ่ ร้านนี้เค้กอร่อยมากบอกเลย ฉันยังชอบไปทานเลยนะเพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านฉันมากนัก เ้าเด็กเดินออกมาแต่งตัวฉันก็ถ่ายไว้นิดหน่อยแล้วเริ่มถ่ายอีกทีตอนขึ้นรถ เคยบอกหรือยังว่าตอนนี้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์คันละหลายล้านของเขา รถยนต์คันละหลายสิบร้านต่างถูกจอดไว้ในบริเวณบ้านฉัน เหมือนโดนยึดพื้นที่เลยว่าไหม วันนี้เราเลือกใช้รถยนต์ของน้อง แท็ปเข้ามาติดกล้องโกโปรไว้ตรงมุมด้านหน้าเพื่อบันวิดีโอขณะที่กำลังขับรถส่วนฉันทีแรกจะนั่งด้านหลังแต่น้องไม่ยอมเลยต้องกลับมานั่งด้านหน้าดังเดิม ระหว่างเริ่มเดินทาง ทั้งมินนี่ พี่ณัฐแล้วก็แท็ปต่างชวนเธิร์สเดย์คุยและถามตามสคริปที่ตกลงกันไว้ ฉันมีหน้าที่แค่ถ่ายไม่ได้ถามอะไรน้อง
“ร้านที่เราจะไปคือที่ไหนคะน้องเธิร์ส” มินนี่ถามอีกครั้ง
“ซันไชน์คาเฟ่ครับ พี่ครับเวียนหัวไหม” ท้ายประโยคน้องหันมามองฉันที่ถือกล้องอยู่อย่างเป็ห่วง ฉันส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะรอให้พวกเขาคุยกันอีกเล็กน้อยและหยุดถ่าย่ที่อยู่บนรถ หมายถึงหยุดถ่ายจากกล้องตัวที่ฉันถือนะ
“พี่หิวหรือยัง?” เธิร์สเดย์หันมาถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เท่าไหร่ เดียวพี่จะเริ่มถ่ายอีกทีตอนลงจากรถแล้วเข้าร้านนะ”
“ได้ครับ” ฉันรู้ว่าน้องคงจะอยากคุยด้วยมากกว่านี้แต่ตอนนี้ฉันทำงานอยู่ ทุกครั้งที่ทำงานฉันจะจริงจังมากน้องเลยไม่ได้เข้ามาแกล้งหรืออ้อน
“ถึงแล้วครับ” น้องเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มกว้างตื่นเต้น
“พี่จะเริ่มถ่ายตอนถึงหน้าร้านจากนั้นจะอินเสิร์ทนิดหน่อยเราก็สั่งกาแฟกันไปเลยนะ”
“ครับ ๆ ”
ที่ร้านเราไม่ได้ถ่ายอะไรมากนักส่วนมากจะเก็บอินเสิร์ทเพื่อนำไปแทรกในคลิปให้แฟนคลับเธิร์สเดย์ได้เห็นว่าการใช้ชีวิตปกติของน้องเป็ยังไง เก๊กหรือเปล่า หรือหล่อเป็ธรรมชาติหรือแม้กระทั่งตอนรั่ว ๆ ก็ยังมี ฉันเห็นน้องเดินเข้าไปอ้อนผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่ง หน้าทั้งคู่ดูละม้ายคล้ายกันมากเลยนะ
“พี่กรีนครับนี่ม๊าผมนะครับ ม๊าครับนี่พี่กรีนแฟนผมเองครับมา” การแนะนำตัวต่อผู้ใหญ่เกิดขึ้นเร็วจนน่าใ ฉันรีบยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าท่านยกมือรับไหว้ก่อนจะขยับเข้ามานั่งข้าง ๆ
“ได้เจอสักทีนะลูก เ้าลูกชายของม๊าเอาแต่อวดม๊ากับป๊าว่าแฟนน่ารัก” นี่ นี่เขาพูดเื่ฉันกับครอบครัวด้วยเหรอเนี่ย
“ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้เข้ามาทักทาย”
“ไม่เป็ไรลูก งานหนูเยอะม๊าเข้าใจ ว่าง ๆ ก็มาเล่นกับม๊าที่ร้านได้นะ” ร้าน? ที่นี่น่ะเหรอ นี่อย่าบอกนะว่าที่นี่เป็ของม๊าเธิร์สเดย์น่ะ
“ขอบคุณค่ะ”
“หนูสั่งเครื่องดื่มได้เลยนะลูก เดี๋ยวม๊าจะเอาขนมใส่กล่องให้ด้วย เอาไว้ทานกันนะ ม๊าเพิ่งเคยเจอรุ่นพี่แล้วก็แฟนของเธิร์สเดย์ ม๊าตื่นเต้น” ม๊ายิ้มน่ารักมาก ๆ เลย
“ถ้ายังไงม๊าไปเตรียมขนมให้นะลูก”
“ขอบคุณค่ะม๊า” ฉันยกมือไหว้ท่านอีกครั้ง ท่านยกมือวางบนผมก่อนจะลูบเบา ๆ อย่างนุ่มนวล เธิร์สเดย์ขยับมานั่งแทนที่ม๊าเขาแล้วหยิบโทรศัพท์เขามาให้ดูช่องแชทหนึ่งที่เขาคุยค้างไว้ น่าจะเป็กลุ่มครอบครัวเขานะ เขาอวดรูปที่ฉันกับม๊าของเขานั่งคุยกัน ป๊าเขาบอกอิจฉาม๊าที่ได้เจอฉัน ส่วนพี่ ๆ เขาบอกจะลางานแล้วรีบมาที่ร้านแต่ก็ถูกคนเป็ป๊าห้ามไว้เพราะต้องเข้าประชุมด้วยกัน
“ม๊าน่ารัก” ฉันบอกน้องเสียงเบามือก็ยื่นไปหยิบเครื่องดื่มมาดื่ม ตื่นเช้าแบบนี้ฉันเองก็เริ่มที่จะง่วงแล้วล่ะ
“ทุกคนในครอบครัวผมน่ารัก รวมถึงพี่ด้วย” ฉันหันไปมองน้องดุ ๆ จู่ ๆ มาพูดแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน คนอื่นอยู่ด้วยตั้งเยอะ ไม่คิดจะอายบ้างหรือยังไง สายตาล้อเลียนจากพี่ณัฐและมินนี่ทำเอาฉันร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้าเลยล่ะ ไหนจะแววตายินดีจากแท็ป นี่ทั้งสามคนกะจะให้ฉันเขินจนทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย
“อย่ามองกันแบบนั้นสิ” ฉันว่าอาย ๆ คนที่นั่งข้าง ๆ หัวเราะลั่น รั้งฉันเข้าไปกอดหลวม ๆ
“โดนแซวเลย” ฉันว่าเสียงอู้อี้
“ไม่เป็ไรหรอกครับ คนกันเอง”
“อะแฮ่ม หวานน้อย ๆ ครับ พอดีว่ากาแฟเริ่มเลี่ยนแล้ว” พี่ณัฐกระแอมเบา ๆ พรางแซวให้ได้เขิน เธิร์สเดย์หัวเราะก่อนจะขยับออกห่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนออกจากร้านม๊าของเธิร์สเดย์เอาขนมใส่กล่องให้เยอะมากจากนั้นเราก็ขับรถเล่นไปเรื่อยจนมาถึงร้านอาหาร มื้อเที่ยงพอดีสินะ
ร้านอาหารตามสั่งร้านประจำของเรา ใช่ของเราจริง ๆ เพราะหากวันไหนเลิกงานดึกน้องก็จะพาแวะมาที่ร้านนี้นี่แหละ วันนี้น้องเลือกที่จะพามาทานข้าวกันที่ร้านนี้ เราถ่ายทำกันไปเล็กน้อยก่อนจะเริ่มลงมือทานข้าว กว่าจะกลับเข้าสนามก็เกือบบ่ายโมงครึ่ง เรายังคงถ่ายทำกันตามสคริปถ่ายทำเสร็จทุกอย่างตอนบ่ายสามที่เหลือก็รอตัดต่อเพื่อลงออนแอร์
“ซ้อมอีกสักรอบไหม” รุ่นพี่นักแข่งของน้องเอ่ยถามน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาใกล้
“ว่าจะอีกสักสองรอบครับ”
“ดี ๆ โค้ชบอกอยากดูสถิติด้วย”
“ได้ครับ เดี๋ยวขอพักสักสิบห้านาทีนะครับ”
“ได้ ๆ ” เธิร์สเดย์เดินเลี่ยงจากรุ่นพี่นักแข่งเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้ม
“พี่จะขึ้นไปทำงานเลยไหม”
“ไป ๆ ”
“รอกลับพร้อมกันนะครับ บอกพี่ ๆ ด้วยรถจอดอยู่ที่บ้านพี่ใช่ไหมล่ะ”
“เดี๋ยวบอกให้ เย็นนี้จะชวนพี่ณัฐกับน้องสองคนทานข้าวที่บ้านด้วยเลย เราโอเคไหม” ไม่เข้าใจตัวเองมาก ๆ เลยล่ะ ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องถามเขาก่อน
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวถ้าซ้อมเสร็จจะไปหานะครับ เจอกันนะ”
“เจอกัน ห้ามประมาทห้ามเจ็บตัวนะ”
“ครับ จะไม่เจ็บตัว” น้องยิ้มดีใจส่งมาให้ ฉันเองก็สิ่งยิ้มให้น้องน้อย ๆ ก่อนจะขอตัวกลับขึ้นมาทำงานต่อ มินนี่ฟุบหน้าหลับอยู่ที่โต๊ะ ส่วนแท็ปทิ้งตัวนอนที่พื้น ไฟมุมด้านในที่เป็โซนโต๊ะทำงานพวกฉันถูกปิดจนมืด แต่มุมอื่นยังมีพี่ ๆ นั่งทำงานกันอยู่ทั้งยังเปิดไฟสว่าง ฉันไม่คิดจะดุหรอกเพราะเข้าใจว่าน้องเหนื่อยกันตื่นั้แ่เช้ามืดแล้วยังต้องเดินทางไปบ้านฉันเพื่อเริ่มทำงานอีก บ่ายนี้ให้น้องนอนพักกันก่อนแล้วกัน
“กรีน! เธิร์สรถล้ม!!” เสียงะโเรียกหน้าห้องทำงานทำเอาฉันใอยู่ไม่น้อยมือคว้าเพียงโทรศัพท์ติดมือมารีบเดินไปยังจุดเกิดเหตุ พอไปถึงก็เห็นว่าเธิร์สเดย์นั่งทำหน้าหงอยอยู่ พอเดินเข้าไปใกล้เ้าเด็กก็รีบส่งยิ้มอ้อนมาทันที
“เป็ยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน ไปหาหมอไหม” ฉันรีบรัวถามอย่างเป็ห่วง น้องยื่นมือมาจับมือฉันไว้ก่อนจะดึงให้ขยับเข้าไปใกล้เขามากยิ่งขึ้น
“ไม่เป็อะไรครับ ไม่เจ็บตรงไหนเลย” น้องบอกหวังให้ฉันคลายกังวลแต่ใครจะไปทำได้ล่ะ ตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้วพรุ่งนี้หรือเย็นนี้ถ้าน้องมีอาการอะไรขึ้นมาล่ะ ฉันเป็ห่วงจริง ๆ นะ
“พี่กรีน เธิร์สไม่ได้เป็อะไรจริง ๆ ” น้องยืนยันอีกครั้ง ฝ่ามือใหญ่ยกประคองแก้มฉันไว้เบาๆ
“อะแฮ่ม ๆ คนยังอยู่เยอะนะครับตรงนี้น่ะ”
“หวานกันจนลืมสังเกตพวกพี่หรือไงกรีน” ฉันสะดุ้งใเมื่อถูกแซวจากพี่ ๆ ั้แ่มาถึงยอมรับเลยว่าไม่ได้มองใครเลย เพราะใจเอาแต่เป็ห่วงเธิร์สเดย์ พอรู้ตัวก็ขยับออกห่างจากน้องเล็กน้อย เธิร์สขำเบา ๆ ก่อนจะขอกลับเข้าไปเปลี่ยนชุด ฉันได้แต่มองตามเงียบ ๆ แล้วหันกลับมาคุยกับพี่ณัฐที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“พี่ณัฐ น้องไม่เป็อะไรจริง ๆ ใช่ไหม”
“น่าจะนะ เพราะน้องดีดตัวออกมาก่อนอีกอย่างน้องแค่ลองเครื่องเลยไม่เร็วมาก แต่ถ้าเราไม่สบายใจพาน้องไปตรวจก็ได้”
“ไม่รู้เ้าตัวจะไปไหม” ฉันกลัวจะก้าวก่ายเื่ของน้องเกินไปน่ะสิ
“แค่เราบอกว่าเป็ห่วงอยากให้ไป พี่เชื่อว่ามันยอมไปแต่โดยดีเลยล่ะ”
“เดี๋ยวค่อยคุยกับน้องก็ได้ค่ะ น้องไม่ต้องซ้อมแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ พามันไปพักเถอะ” พี่ณัฐยังคงยิ้มให้ ราวกับพี่ชายใจดีที่คอยช่วยเหลือน้องคนหนึ่ง
“คุยอะไรกันครับหน้าเครียดเชียว” เธิร์สเดย์เดินออกจากห้องด้านหลังเอ่ยถามด้วยความสงสัย พี่ณัฐไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่บอกให้น้องกลับไปพัก คนเจ็บตัวเดินตามฉันกลับขึ้นมาที่ห้องทำงานและนั่งรออย่างเป็เด็กดี แน่สิเขาบอกฉันเองว่าจะไม่เจ็บตัวแต่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงกลับมีคนมาบอกว่าเขารถล้มเป็แบบนี้จะให้ฉันรู้สึกยังไงล่ะ เขาเองก็คงรู้ว่าฉันทั้งห่วงทั้งโกรธเลยไม่ได้เข้ามาออดอ้อน
“เป็ไงบ้างน้องเธิร์สรถล้มเหรอ?” เสียงพี่เจี๊ยบเอ่ยถามเมื่อเรากลับขึ้นมาถึงห้องทำงานกันแล้วสักพักใหญ่
“ไม่เป็อะไรมากครับ ขอบคุณนะครับ”
“จ้า ถ้าไม่สบายตรงไหนรีบบอกกรีนเลยนะ” พี่เจี๊ยบเอ่ยบอกกับเธิร์ส น้องเองก็ขานรับอย่างแข็งขัน
“นั่งรอก่อน ไม่เจ็บตรงไหนจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ไม่เจ็บจริง ๆ ครับ” น้องยืนยัน
“แต่พี่เป็ห่วง เราไปตรวจที่โรงพยาบาลกันไหม” ฉันเลือกที่จะบอกน้องไปตรง ๆ เพราะถ้าหากเกิดน้องไม่อยากไปฉันเองก็จะไม่บังคับแต่จะคอยดูเขาอยู่ใกล้ ๆ
“งั้นเราไปพรุ่งนี้ก็ได้ครับ ผมไม่เป็อะไรแล้วไม่ต้องกลัวนะครับ”
===========
แงงง พี่จ๋า นาขอคอมเม้นหน่อยนะคะ อยากอ่านคอมเม้นมากๆเลย